- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1621 บริการส่งสินค้าถึงที่
ตอนที่ 1621 บริการส่งสินค้าถึงที่
ตอนที่ 1621 บริการส่งสินค้าถึงที่
ตอนที่มู่เหลียงและฮู่เตียนเดินเข้ามาในห้องรับแขก สีเท่อและปี้ฉีกำลังชื่นชมแจกันใบใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง
"ของชิ้นนี้น่าจะราคาแพงน่าดู ไม่รู้เลยว่าพวกเขาจะขายหรือเปล่า..."
สีเท่อเผยแววตาชื่นชอบและกล่าวขึ้น
"ภาพวาดของที่นี่ก็ไม่เลวนะคะ สวยกว่าภาพที่บ้านของท่านพี่ตั้งเยอะ" ปี้ฉีมองไปยังภาพวาดที่แขวนอยู่บนผนัง
"พวกคุณทั้งสองคนก็ชอบภาพวาดพวกนี้งั้นเหรอ?"
มู่เหลียงก้าวเดินเข้ามาในห้องรับแขกอย่างเงียบเชียบ
สีเท่อและปี้ฉีสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะหันกลับมาและเห็นมู่เหลียงกับฮู่เตียนเดินตามกันเข้ามาในห้องรับแขก
อายุน้อยขนาดนี้เลยเหรอ?
สีเท่อเต็มท้องไปด้วยความประหลาดใจ คนตรงหน้านี้คือเจ้าเมืองเต่าทมิฬอย่างนั้นเหรอ?
"ท่านก็น่าจะเป็นเจ้าเมืองเต่าทมิฬสินะครับ"
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ฉันชื่อมู่เหลียง"
มู่เหลียงพยักหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะก้าวไปนั่งลงที่ตำแหน่งประธาน
"ผมชื่อสีเท่อ ส่วนนี่ปี้ฉี ภรรยาของผมครับ"
สีเท่อผายมือแนะนำ
ฮู่เตียนพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม
"ยินดีต้อนรับพวกคุณสู่เมืองเต่าทมิฬนะคะ"
"ไม่ทราบว่าคุณสีเท่อเดินทางมาที่เมืองเต่าทมิฬ มีจุดประสงค์อะไรหรือเปล่าครับ?"
มู่เหลียงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"จุดประสงค์หลักคืออยากจะสร้างความร่วมมือระยะยาวกับเมืองเต่าทมิฬน่ะครับ แล้วก็ถือโอกาสมาเที่ยวพักผ่อนด้วย"
สีเท่อตอบไปตามความจริง
"ความร่วมมือระยะยาวเหรอคะ?"
ฮู่เตียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
"คุณอยากจะร่วมมือทำธุรกิจอะไรกับเมืองเต่าทมิฬหรือคะ?"
เธอถามพร้อมกับหัวเราะเบาๆ
"เมืองเทียนผิงของเราต้องการสั่งซื้อสินค้าจากเมืองเต่าทมิฬในระยะยาวครับ จำนวนการสั่งซื้อจะเยอะมาก เลยหวังว่าจะได้รับราคาพิเศษ"
สีเท่อกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ถ้าอย่างนั้นคุณลองบอกฉันมาสิคะ ว่าต้องการสินค้าประเภทไหนบ้าง"
ฮู่เตียนนั่งไขว่ห้างด้วยเรียวขายาวสวย นัยน์ตาสีแดงกุหลาบของเธอเปล่งประกายแห่งความเฉลียวฉลาด
"นี่คือรายการสินค้าของผมครับ ลองพิจารณาดูได้เลย" สีเท่อหยิบปึกกระดาษออกมาจากแขนเสื้อ แล้วยื่นให้กับหญิงสาวเผ่าจิ้งจอก
เขาสืบเรื่องนี้มาอย่างถี่ถ้วนแล้วว่า ผู้ดูแลเขตการค้านั้นเป็นมนุษย์ครึ่งอสูรที่งดงามเป็นอย่างมาก และเป็นผู้รับผิดชอบกิจการการค้าทั้งหมดของเมืองเต่าทมิฬ
ฮู่เตียนพลิกดูรายการสินค้า ซึ่งระบุรายการสิ่งของไว้เกือบห้าสิบชนิด
ความต้องการพวกข้าวสาร แป้ง ธัญพืช และน้ำมันมีจำนวนมหาศาล รองลงมาคือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเสื้อผ้า
"จากปริมาณสินค้าที่คุณสั่งซื้อ ฉันสามารถให้ส่วนลดคุณได้ 1 ใน 10 ของราคาค่ะ"
ฮู่เตียนหลุบตาลงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นและกล่าว
มูลค่าของสินค้าทั้งหมดในรายการเมื่อนำมารวมกันแล้ว มีมูลค่ามากกว่าผลึกอสูรระดับแปดถึงสามสิบเม็ด
"ยังคงมีบริการส่งสินค้าถึงที่เหมือนครั้งก่อนไหมครับ?"
สีเท่อเอ่ยถาม
"ได้ค่ะ"
ฮู่เตียนพยักหน้า
"งั้นก็ดีเลยครับ"
สีเท่อถอนหายใจด้วยความโล่งอก
"ช่วงนี้เพิ่งจะมีข้าววิญญาณชุดใหม่ออกวางจำหน่าย คุณไม่สนใจจะสั่งซื้อสักหน่อยเหรอคะ?"
ฮู่เตียนถามด้วยรอยยิ้ม
"ข้าววิญญาณ?"
สีเท่อชะงักไปเล็กน้อย
"ดูเหมือนคุณจะยังไม่ได้แวะไปที่ร้านขายเสบียงสินะคะ"
ฮู่เตียนยิ้ม เธอส่งสัญญาณมือเรียกสาวใช้ตัวน้อยให้นำข้าววิญญาณชามใหญ่สองชามมาเสิร์ฟ
สีเท่อและปี้ฉีมองดูข้าววิญญาณที่มีกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย นัยน์ตาของพวกเขาทั้งสองทอประกายขึ้นมาทันที
"นี่เป็นข้าววิญญาณสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งเพาะปลูกได้ สินค้ามีจำนวนไม่มากนัก ทานแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่างเลยนะคะ..."
ฮู่เตียนยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะอธิบายถึงสรรพคุณของข้าววิญญาณให้พวกเขาฟัง
มู่เหลียงกะพริบตาสีดำขลับ หญิงสาวเผ่าจิ้งจอกในเวลานี้ ดูคล้ายกับหัวหน้าแก๊งขายตรงไม่มีผิด
"เอาครับ ขอข้าววิญญาณหนึ่งพันกระสอบ" สีเท่อตอบตกลงอย่างไม่ลังเล
"หนึ่งพันกระสอบเลยหรือคะ ในระยะเวลาสั้นๆ นี้คงจะไม่มีของให้หรอกค่ะ เว้นเสียแต่ว่าคุณจะยินดีรอสักสิบวัน"
ฮู่เตียนแสร้งทำสีหน้าลำบากใจ
ขนาดพื้นที่เพาะปลูกของข้าววิญญาณเพิ่งจะขยายเพิ่มขึ้น เหล่าขุนนางแห่งเมืองอีหลีก็ได้สั่งจองล่วงหน้าไปแล้วนับพันกระสอบ กว่าจะถึงคิวของสีเท่อจึงต้องใช้เวลาสักหน่อย
"ได้ครับ ไม่มีปัญหา"
สีเท่อพยักหน้าอย่างไม่ลังเล
ในมุมมองของเขา เวลาสิบวัน คนจากอาณาจักรอื่นๆ ก็น่าจะเดินทางมาถึงกันหมดแล้ว ของดีๆ อย่างข้าววิญญาณแบบนี้ ซื้อตุนเอาไว้ก่อนย่อมดีกว่า
"ตกลงค่ะ"
ฮู่เตียนหยิบปากกาขึ้นมาเขียนระบุจำนวนลงในใบสั่งซื้อ
มู่เหลียงพยายามกลั้นรอยยิ้มมุมปาก ราวกับว่าเขากำลังมองเห็นแต้มวิวัฒนาการจำนวนมหาศาลโบยบินเข้ามาหา
"นอกจากข้าววิญญาณแล้ว เมืองเต่าทมิฬของเรายังมีชาประกายแสง ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อและเป็นสิ่งที่เหล่าขุนนางต้องซื้อติดมือกลับไป คุณจะไม่ลองพิจารณาดูหน่อยหรือคะ?"
ฮู่เตียนถามต่อ
"ชาประกายแสง คือชาที่ฉันเพิ่งดื่มไปเมื่อกี้เหรอคะ?"
ปี้ฉีมองไปยังถ้วยชาที่ว่างเปล่าตรงหน้า
"ใช่แล้วค่ะ"
ฮู่เตียนพยักหน้า
"ชาประกายแสงเป็นของดีมากเลยนะคะ ถ้าดื่มเป็นประจำจะช่วยยืดอายุขัย บำรุงผิวพรรณให้ความงาม และยังมีประโยชน์ต่อจอมเวทมากอีกด้วย..."
"ซื้อครับ/ซื้อค่ะ"
สีเท่อและปี้ฉีพูดออกมาราวกับต่างปากเสียงเดียวกัน
"ตกลงค่ะ"
ฮู่เตียนหยิบดินสอขึ้นมาจดด้วยความพึงพอใจ
หลังจากที่เธอขายใบชาประกายแสงเสร็จ เธอก็เริ่มเสนอขายอุปกรณ์เวทและยุทธภัณฑ์วิญญาณประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ เตาอบ ตู้เย็น และเครื่องปรับอากาศ เธอก็นำเสนอขายไปจนหมดเปลือก
ส่วนสีเท่อนั้นก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก ของพวกนี้ล้วนเป็นของดีทั้งสิ้น เขาจึงเหมาซื้อทั้งหมด
มู่เหลียงนั่งจิบชาเงียบๆ โดยไม่พูดแทรกอะไรอีก ตอนนี้มันกลายเป็นเวทีของฮู่เตียนไปโดยสมบูรณ์แล้ว
หลังจากหญิงสาวเผ่าจิ้งจอกนำเสนอยุทธภัณฑ์วิญญาณสารพัดชนิด เธอก็เริ่มนำเสนอรถไฟต่อ และถึงขั้นทำให้สามารถเซ็นสัญญาการสั่งซื้อรถไฟขบวนใหม่มาได้สำเร็จ
"หากคุณยินดีจะรอเพิ่มอีกสักสองวัน จะมีสุราตัวใหม่ออกวางจำหน่ายค่ะ คุณภาพของมันจะดีกว่าสุราทั้งหมดที่มีอยู่ในตอนนี้ เพียงแต่ว่าราคาก็จะแพงขึ้นตามไปด้วย"
ฮู่เตียนกล่าวอย่างสง่างาม
"ได้ครับ ผมรอได้" สีเท่อยิ้มรับคำ และยังคิดว่าจะถือโอกาสเที่ยวเล่นในเมืองเต่าทมิฬต่ออีกสักสองสามวัน
"รับรองว่าจะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอนค่ะ"
ฮู่เตียนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ผมเชื่อครับ เพราะของในเมืองเต่าทมิฬ ยังไม่มีชิ้นไหนที่ทำให้ผมผิดหวังเลย"
สีเท่อกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวานใส
หลังจากที่เขาเดินทางมาถึงเมืองเต่าทมิฬ ทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่ล้วนทำให้เขาประทับใจ หากไม่ติดปัญหาเรื่องสถานะเจ้าเมืองของเขา เขาก็คงอยากจะพาภรรยามาตั้งรกรากอยู่ที่นี่เป็นการถาวร
ฮู่เตียนยิ้มบางๆ โดยไม่ได้แสดงความเห็นตอบรับหรือปฏิเสธแต่อย่างใด
สีเท่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงหันไปมองมู่เหลียงและกล่าวว่า
"ผมมีข่าวมาบอก ไม่ทราบว่าท่านจะสนใจหรือเปล่า"
"คุณลองว่ามาสิครับ"
มู่เหลียงตอบอย่างสนใจ
"อาณาจักรอื่นๆ ในแผ่นดินตอนใน ล้วนส่งคนมาที่เมืองเต่าทมิฬ คาดว่าน่าจะเดินทางมาเพื่อจัดซื้อสินค้ากันทั้งนั้นครับ"
สีเท่อกล่าวด้วยใบหน้าจริงจัง
"อาณาจักรในแผ่นดินตอนใน ยอมเดินทางมาไกลขนาดนี้เลยเหรอ?"
มู่เหลียงค่อยๆ ยืดแผ่นหลังขึ้นให้ตั้งตรง
"อาณาจักรเหล่านั้นในแผ่นดินตอนใน ส่วนใหญ่มักจะขาดแคลนเสบียงและทรัพยากร พวกเขาจึงต้องสั่งซื้อสินค้าจากอาณาจักรอื่นๆ ตลอดทั้งปีครับ"
สีเท่อคาดเดาว่า
"เมืองเต่าทมิฬมีสินค้าที่ดีกว่า พวกเขาจะต้องเต็มใจเดินทางมาไกลเพื่อจัดซื้อสินค้าอย่างแน่นอน"
เมืองเทียนผิงก็คือตัวอย่างที่ดีที่สุด
แววตาของมู่เหลียงสั่นไหว เขาเงียบไปครู่หนึ่ง
ฮู่เตียนรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
"พอจะทราบไหมคะว่ามีอาณาจักรไหนที่ส่งคนมาแล้วบ้าง?"
"เท่าที่ผมรู้ มีแปดอาณาจักรที่ส่งคนออกมาแล้วครับ น่าจะเดินทางมาถึงภายในสิบวันนี้"
สีเท่อเอ่ยขึ้น
"เครือข่ายข่าวกรองของคุณกว้างขวางมากเลยนะ"
มู่เหลียงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย
"ก็พอใช้ได้ครับ"
สีเท่อส่ายหน้าเบาๆ และไม่ได้พูดคุยเจาะลึกถึงหัวข้อนี้ต่อ
พวกเขานั่งคุยกันต่ออีกพักหนึ่ง สีเท่อและปี้ฉีถึงได้ขอตัวลุกขึ้นกลับ โดยนัดหมายกันไว้ว่า เมื่อเครื่องบินขนส่งบรรทุกสินค้าไปที่เมืองเทียนผิง พวกเขาจะอาศัยนั่งเครื่องบินลำนั้นกลับไปด้วย
ด้วยความที่ปี้ฉีสุขภาพร่างกายอ่อนแอ เธอไม่อยากนั่งรถเทียมอสูรกลับไป จึงทำได้เพียงรอขึ้นเครื่องบินเท่านั้น
หลังจากที่ทั้งสองคนจากไป ฮู่เตียนและมู่เหลียงก็ลุกขึ้นและเดินไปยังห้องทำงาน
"มู่เหลียง ถ้าสิ่งที่พวกเขาพูดเป็นความจริง งั้นพวกเราก็ต้องเริ่มเตรียมสินค้าเอาไว้แล้วล่ะ"
ฮู่เตียนกล่าวด้วยนัยน์ตาคู่สวยที่เปล่งประกาย
อาณาจักรในแผ่นดินตอนใน ล้วนแต่เดินทางมาซื้อสินค้าที่เมืองเต่าทมิฬ ถ้าเช่นนั้นมันจะสร้างผลกำไรให้แก่เมืองเต่าทมิฬได้มากมายมหาศาลขนาดไหนกัน?
"ดูท่าจะต้องขยายโรงงานเพิ่มอีกแล้วสิ!"
มู่เหลียงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
"ไม่ใช่แค่โรงงานนะ แต่พวกพื้นที่การเกษตรที่ถูกปล่อยทิ้งร้างเอาไว้ ก็ต้องถูกนำมาใช้งานให้หมดด้วย"
ฮู่เตียนกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มที่งดงามราวกับดอกไม้บาน