- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1607 หยอกล้อท่านเจ้าเมืองงั้นเหรอ
ตอนที่ 1607 หยอกล้อท่านเจ้าเมืองงั้นเหรอ
ตอนที่ 1607 หยอกล้อท่านเจ้าเมืองงั้นเหรอ
ภายในห้องทำงานของฮู่เตียน ที่หอสมบัติ
กริ๊ก กริ๊ก กริ๊ก
ฮู่เตียนนั่งไขว่ห้าง มือปัดลูกคิดอย่างรวดเร็ว ตัวเลขแต่ละยอดถูกคำนวณออกมาอย่างชัดเจน
"รายได้ของร้านเสื้อผ้าถือว่าไม่เลวเลย ผลลัพธ์จากงานแฟชั่นโชว์ออกมาดีมากจริงๆ"
เธอขยับหูจิ้งจอกเล็กน้อย หยิบดินสอขึ้นมาจดตัวเลขที่คำนวณได้ลงบนกระดาษ
ตั้งแต่ย่านการค้าจัดงานแฟชั่นโชว์ ยอดขายก็พุ่งสูงขึ้นเป็นเส้นตรง
ต่อมาพอวิดีโองานแฟชั่นโชว์ถูกนำไปออกอากาศทางโทรทัศน์ ก็ยิ่งดึงดูดขุนนางให้มาที่นี่มากขึ้น เสื้อผ้าก็ยิ่งขายดีขึ้นไปอีก
"คลังเสื้อผ้า..."
ฮู่เตียนดึงลิ้นชักออก หยิบสมุดบันทึกการรับสินค้าขึ้นมาดู แล้วพบว่าคลังเสื้อผ้าเหลืออยู่ไม่มากแล้ว
เธอขมวดคิ้ว
"แบบนี้ไม่ได้การ อีกสองวันยังต้องส่งสินค้าไปที่เมืองหลวงซีฮว๋าและเมืองซาลุนเอ๋อ อีก"
เสื้อผ้าที่เมืองซาลุนเอ๋อและเมืองหลวงซีฮว๋าก็ขายดีมากเช่นกัน สินค้าล็อกแรกที่ส่งไปเกือบจะขายหมดแล้ว จำเป็นต้องรีบส่งของไปเติมให้เร็วที่สุด
"สองวันนี้ก็ไม่มีเสื้อผ้าล็อตใหม่ส่งมาเลย หรือว่าของจะขาด?"
เธอพลิกดูสมุดบันทึกการรับสินค้าอีกรอบ ก็ไม่พบประวัติการส่งสินค้าจากโรงงานตัดเย็บ
ฮู่เตียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงหยิบสมุดโน้ตขึ้นมาจดเรื่องนี้เอาไว้ รอให้กลับไปที่เมืองชั้นในตอนค่ำ ค่อยสั่งให้คนไปตรวจสอบที่โรงงานตัดเย็บ
เธอปิดสมุดบันทึกลง แล้วลงมือคำนวณยอดขายของร้านอื่นๆ ต่อ
กริ๊ก กริ๊ก กริ๊ก
"รายได้ของร้านขายข้าวสารอาหารแห้งก็ไม่เลวเหมือนกัน"
ฮู่เตียนพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
เธอพลิกดูสมุดบันทึกไปมา ดูไปดูมาก็ต้องขมวดคิ้วขึ้นมาอีกครั้ง ทำไมช่วงสองวันนี้ถึงไม่มียอดขายข้าวสารเลยล่ะ?
ฮู่เตียนส่งเสียงด้วยความสงสัย
"เกิดอะไรขึ้น สองวันมานี้ไม่ได้ขายข้าวสารเลยเหรอ?"
พรึ่บ พรึ่บ
เธอหยิบสมุดบันทึกที่เกี่ยวข้องออกมา พลิกดูหลายรอบก็ยังไม่พบประวัติการขายข้าวสารของสองวันนี้เลย
"มีใครอยู่ไหม"
ฮู่เตียนเงยหน้าขึ้นตะโกนเรียก
"ท่านฮู่เตียน มีเรื่องอะไรเหรอคะ?"
ประตูห้องทำงานถูกผลักออก พร้อมกับพนักงานที่เดินเข้ามา
ฮู่เตียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"ไปเรียกผู้จัดการร้านขายข้าวสารอาหารแห้งมาพบฉัน"
ร้านขายข้าวสารอาหารแห้ง ก็เป็นไปตามชื่อของมัน คือสถานที่ที่เชี่ยวชาญในการขายอาหารหลักและเครื่องปรุงต่างๆ เช่น ข้าวสาร ข้าวสาลี ข้าวโพด น้ำมันข้าวโพด รวมถึงเกลือและน้ำมันพืช
"ค่ะ"
พนักงานรู้สึกสะท้านในใจ ท่านฮู่เตียนกำลังโกรธแล้ว
เธอหันหลังรีบก้าวเดินออกไป วิ่งเหยาะๆ ออกจากหอสมบัติ มุ่งหน้าตรงไปยังร้านขายข้าวสารอาหารแห้งทันที
ฮู่เตียนใช้นิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ จู่ๆ เธอก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงดึงลิ้นชักอีกช่องหนึ่งออก หยิบสมุดบันทึกเล่มหนาอีกเล่มขึ้นมา
เธอพลิกดูไปสิบกว่าหน้า ก็เห็นข้อมูลที่บันทึกไว้เมื่อสองวันก่อน ร้านขายข้าวสารอาหารแห้งของเมืองหลวงซีฮว๋าและเมืองอีหลี ล้วนส่งคำขอเติมสินค้า ข้าวสาร ข้าวสาลี และน้ำมันข้าวโพดกำลังจะขายหมดแล้ว
ฮู่เตียนเดาะลิ้น
"เกือบลืมไปเลย อีกสองวันค่อยส่งไปพร้อมกับเสื้อผ้าก็แล้วกัน"
ตึก ตึก ตึก
ผ่านไปไม่นาน พนักงานก็พาผู้จัดการร้านขายข้าวสารอาหารแห้งกลับมา
ผู้จัดการร้านขายข้าวสารอาหารแห้งเป็นหญิงสาววัยสามสิบกว่า รูปร่างอวบอั๋นมีน้ำมีนวล เวลาที่เธอยิ้ม เนื้อตรงโหนกแก้มจะดันขึ้นมาปิดบังดวงตาไปกว่าครึ่ง
"ท่านฮู่เตียน เรียกดิฉันมามีเรื่องอะไรเหรอคะ?"
ผู้จัดการร้านขายข้าวสารอาหารแห้งเอ่ยถามด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
ฮู่เตียนเชิดคางขึ้นเล็กน้อย เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"เธอบอกฉันมาสิ ทำไมสองวันนี้ถึงไม่มีประวัติการขายข้าวสารเลย?"
ผู้จัดการร้านขายข้าวสารอาหารแห้งรีบอธิบาย
"ท่านฮู่เตียน นั่นเป็นเพราะว่าข้าวสารขายหมดไปตั้งแต่สองวันก่อนแล้วค่ะ ตอนนี้ไม่มีของเลย"
"ไม่มีของแล้ว?"
นัยน์ตาคู่สวยของฮู่เตียนหรี่ลงเล็กน้อย
เธอนั่งตัวตรง เอ่ยถามด้วยใบหน้าเย็นชา
"ทุกคืนหลังจากปิดร้าน จะมีคนจากคลังมาส่งของให้ไม่ใช่เหรอ ไม่ได้ส่งข้าวสารมาเลยหรือไง?"
ทั้งเมืองชั้นในและเมืองชั้นนอกล้วนมีการสร้างคลังเอาไว้ เพื่อใช้สำหรับกักเก็บพืชผลทางการเกษตรอย่างเช่นข้าวสารและข้าวสาลีที่ขนกลับมาจากพื้นที่เพาะปลูกโดยเฉพาะ
ผู้จัดการร้านขายข้าวสารอาหารแห้งตอบเสียงเบา
"ท่านฮู่เตียน หลายวันมานี้ทางคลังส่งมาแค่ข้าวสาลีกับข้าวโพดค่ะ ไม่มีข้าวสารมาเลย"
"ไม่ได้ส่งข้าวสารมา เพราะสาเหตุอะไร?"
ฮู่เตียนขมวดคิ้วถาม
"ไม่ทราบค่ะ..."
ผู้จัดการร้านขายข้าวสารอาหารแห้งตอบกลับมาคำหนึ่ง
"ไม่ทราบ?"
คิ้วของฮู่เตียนเลิกสูงขึ้น
เธอค่อยๆ ลุกขึ้นยืน กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
"เธอเป็นถึงผู้จัดการร้านขายข้าวสารอาหารแห้ง ข้าวสารขาดคลังกลับไม่ไปถามทางคลังสินค้าว่าเกิดอะไรขึ้น แถมยังไม่มารายงานฉันอีก นี่เธอเป็นผู้จัดการร้านประสาอะไร?"
ผู้จัดการร้านขายข้าวสารอาหารแห้งหน้าซีดเผือด ก้มหน้าลงด้วยความหวาดกลัวพลางอธิบาย
"ท่านฮู่เตียน ดิฉัน ดิฉันแค่ยุ่งจนลืมไปค่ะ ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะคะ"
ฮู่เตียนกล่าวเสียงเย็น
"เลิกหาข้ออ้างได้แล้ว ต่อให้ยุ่งแค่ไหน หลังปิดร้านก็ต้องมีเวลาอยู่ดี ยิ่งไปกว่านั้นทุกวันหลังปิดร้าน เธอเป็นคนแรกที่ออกจากร้านไป อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้"
"ดิฉัน ดิฉันไม่ได้ทำแบบนั้นจริงๆ นะคะ..."
ร่างกายของผู้จัดการร้านขายข้าวสารอาหารแห้งสั่นเทา ก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด
"ผู้จัดการร้านได้รับเงินเดือนเดือนละแปดร้อยเงินทมิฬ รับเงินเดือนสูงขนาดนี้ ไม่ได้มีไว้ให้เธออู้งานหรอกนะ"
ฮู่เตียนก้าวเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของผู้จัดการร้านขายข้าวสารอาหารแห้ง
เธอก้มมองผู้จัดการร้าน เอ่ยถามอย่างเย็นชา
"เธอรู้ไหมว่าการที่ไม่ได้ขายข้าวสารสองวัน มันสร้างความเสียหายไปเท่าไหร่?"
"ดิฉัน..."
เสียงของผู้จัดการร้านสั่นเครือ ไม่กล้าสบตาตากับฮู่เตียน
ฮู่เตียนคลายมือออก กล่าวอย่างเย็นชา
"เธอถูกไล่ออก ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เธอไม่ใช่ผู้จัดการร้านขายข้าวสารอาหารแห้งอีกต่อไปแล้ว"
ผู้จัดการร้านสีหน้าเปลี่ยนไปในทันที ร้องอ้อนวอนว่า
"ท่านฮู่เตียน อย่าทำแบบนี้เลยนะคะ ดิฉันจะปรับปรุงตัวค่ะ"
ฮู่เตียนหมุนตัวกลับไปนั่งที่เก้าอี้
"โอกาสมักจะมีแค่ครั้งเดียว ทำผิดก็ต้องยอมรับผลที่ตามมา การที่ฉันไม่สั่งให้เธอชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นตลอดสองวันที่ผ่านมา ก็นับว่าปรานีเธอมากแล้ว"
ไขมันบนใบหน้าของหญิงวัยกลางคนสั่นกระเพื่อม พอได้ยินว่าอาจจะต้องชดใช้ค่าเสียหาย ขาก็ยิ่งอ่อนแรงลงไปอีก
"เธอไปได้แล้ว"
ฮู่เตียนโบกมือไล่
ผู้จัดการร้านอ้าปากค้าง สีหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
ฮู่เตียนยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ สองที ทำไมคลังสินค้าถึงไม่ส่งข้าวสารมาล่ะ?
เธอสั่งให้คนนำแมลงเสียงสะท้อน มาให้ เพื่อติดต่อกับเนินสูง ในเมืองชั้นใน
หึ่ง หึ่ง
เสียงนุ่มละมุนของป๋าฟู ดังขึ้น
"ที่นี่คือตำหนักเนินสูง ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรคะ?"
"ฉันเอง ฮู่เตียน"
ฮู่เตียนกล่าวด้วยน้ำเสียงยั่วยวน
"ท่านฮู่เตียนนี่เอง ต้องการสายท่านมู่เหลียง หรือเปล่าคะ?"
น้ำเสียงของป๋าฟูเจือไปด้วยรอยยิ้ม
ท้ายที่สุดแล้ว บางครั้งใครบางคนก็ชอบหยอกล้อท่านเจ้าเมืองนี่นา
มุมปากของฮู่เตียนยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม เอ่ยอย่างขบขัน
"ไม่ๆๆ เธอช่วยส่งคนไปที่คลังสินค้าหน่อย ไปดูว่าการเก็บข้าวสารเป็นยังไงบ้าง ทำไมสองวันนี้ถึงไม่มีข้าวสารส่งมาที่ถนนการค้าเลย"
"เอ๊ะ เข้าใจแล้วค่ะ จะรีบส่งคนไปตรวจสอบเดี๋ยวนี้เลย"
สีหน้าของป๋าฟูเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที
ฮู่เตียนเหลือบมองเวลาบนผนัง เอ่ยด้วยน้ำเสียงยั่วยวน
"อืม หวังว่าตอนที่ฉันกลับไปตอนค่ำ จะได้รู้สาเหตุนะ"
"รับทราบค่ะ"
ป๋าฟูขานรับด้วยน้ำเสียงกังวานใส
หลังจากเธอตัดสาย เธอก็ต่อสายไปยังแมลงเสียงสะท้อนที่อยู่บนชั้นหกของเนินสูง
"นี่จากเนินสูงค่ะ"
เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใส
มิอา ตอบกลับด้วยเสียงราบเรียบ
"ฉันมิอา"
"คุณมิอา ตอนนี้พอจะมีเวลาว่างไหมคะ?"
ป๋าฟูเอ่ยถามอย่างว่านอนสอนง่าย
"อืม ว่างสิ"
มิอาเพิ่งฝึกซ้อมเสร็จ ตอนนี้เป็นเวลาพักผ่อนพอดี
"ถ้าอย่างนั้น คุณมิอาช่วยไปที่คลังสินค้าหน่อยได้ไหมคะ?"
ป๋าฟูเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
"ช่วยตรวจสอบการเก็บเกี่ยวข้าวสารให้หน่อยค่ะ ท่านฮู่เตียนบอกว่าไม่มีข้าวสารส่งไปที่ถนนการค้าสองวันแล้ว"
"ได้สิ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ"
นัยน์ตาของมิอาทอประกายวาบ
"ตกลงค่ะ ไว้เจอกันตอนค่ำนะคะ คุณมิอา"
ป๋าฟูเอ่ยด้วยรอยยิ้มเบิกบานราวดอกไม้บาน
"อืม ไว้เจอกันตอนค่ำ"
มิอาตัดการเชื่อมต่อของแมลงเสียงสะท้อน
เธอหันไปสั่งงานลูกน้องไม่กี่ประโยค จากนั้นก็ใช้ความสามารถของชุดเกราะทะยานเงา ออกจากเนินสูงไปทันที