- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1591 เลิกฝันกลางวันได้แล้ว ตื่นเสียที
ตอนที่ 1591 เลิกฝันกลางวันได้แล้ว ตื่นเสียที
ตอนที่ 1591 เลิกฝันกลางวันได้แล้ว ตื่นเสียที
มู่เหลียงมองดูเหล่านางแบบที่เดินไปมาบนเวทีรันเวย์ ข้างหูแว่วเสียงชื่นชมจากเหล่าขุนนางดังมาให้ได้ยิน
"ดูเหมือนว่างานแฟชั่นโชว์จะประสบความสำเร็จนะ"
เขาหันหน้าไปเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"อืม วันหลังจัดเพิ่มอีกหลายๆ งานก็ได้นะคะ"
หยู่ฉินหลานเอ่ยอย่างสง่างาม
"นอกจากเสื้อผ้าแล้ว พวกกระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ และของอื่นๆ ก็สามารถให้นางแบบนำมาเดินแสดงได้เหมือนกัน"
มู่เหลียงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
เขากำลังคิดว่า ในอนาคตยังสามารถให้นางแบบช่วยเดินโชว์อุปกรณ์เวทและยุทธภัณฑ์วิญญาณ เพื่อนำไปขายในราคาสูงลิ่วได้อีกด้วย
สินค้าฟุ่มเฟือยเป็นสิ่งที่ทำกำไรได้มหาศาล โดยเฉพาะในยุคสมัยที่มีพวกขุนนางเป็นกลุ่มลูกค้าหลัก
ตึก ตึก ตึก
งานแฟชั่นโชว์รอบที่สองเริ่มต้นขึ้นแล้ว นางแบบหมายเลขสองเปลี่ยนเสื้อผ้าและทรงผมเสร็จเรียบร้อย ก่อนจะก้าวขึ้นสู่เวทีรันเวย์อีกครั้ง ครั้งนี้เธอเดินได้อย่างมั่นคงมากยิ่งขึ้น
"มีพัฒนาการนะ"
หยู่ฉินหลานเอ่ยวิจารณ์
"อืม ไม่เลวเลย"
มู่เหลียงพยักหน้าช้าๆ
ที่พื้นที่หลังเวที เมื่อซูเหอเห็นดังนั้นก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก งานแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง หลังจากนี้ขอแค่ไม่มีอะไรผิดพลาด ก็สามารถจบงานได้อย่างราบรื่น
ฮู่เตียนเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดที่สองเสร็จแล้ว เธอเดินมาอยู่ข้างกายซูเหอพร้อมกล่าวว่า
"ต่อไปนี้ให้จัดงานแฟชั่นโชว์ขนาดเล็กขึ้นทุกๆ สิบห้าวัน ให้นางแบบฝึกเดินให้ดี อย่าเดินหลังค่อมหรือห่อไหล่เด็ดขาด"
"เข้าใจแล้วค่ะ ฉันจะจัดการให้"
ซูเหอรีบรับคำ
งานแฟชั่นโชว์ยังคงดำเนินต่อไป นางแบบหมายเลขสองกลับมาที่หลังเวที ก็รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเร่งรีบ เพื่อเตรียมตัวขึ้นเดินเวทีรันเวย์ในรอบที่สาม
เสื้อผ้าที่ถูกถอดเปลี่ยนออกมาจะถูกนำไปจัดทรงให้เรียบร้อย และแขวนไว้บนราวเพื่อใช้เป็นชุดตัวอย่าง รอจนกว่างานแฟชั่นโชว์จะจบลง ก็สามารถนำไปจัดแสดงให้ลูกค้าเลือกซื้อได้ทันที
การเดินแบบรอบที่สองจบลง รอบที่สามก็เริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็ว นางแบบหมายเลขสองที่เปลี่ยนชุดเสร็จแล้วก้าวขึ้นเวทีอีกครั้ง ตามด้วยหมายเลขสาม หมายเลขสี่...
สิบห้านาทีต่อมา ฮู่เตียนก็ก้าวขึ้นเวทีอีกครั้ง เพื่อแสดงเสื้อผ้าชุดสุดท้ายให้ผู้คนในพื้นที่จัดแสดงได้รับชม
เธอเดินอย่างเชื่องช้า แสงไฟสาดส่องลงบนร่างของเธอ ชุดกระโปรงยาวสีแดงสดดูโดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ ชวนให้ผู้คนไม่อาจละสายตาไปได้
ตึก ตึก ตึก
ฮู่เตียนเดินมาจนถึงปลายเวทีรันเวย์ ก่อนจะส่งสายตายั่วยวนให้มู่เหลียงอีกครั้ง จากนั้นจึงแย้มยิ้มหวานหยดย้อยดั่งดอกไม้บาน แล้วหมุนตัวเดินกลับไป
"เธอหันมายิ้มให้ฉันใช่ไหม?"
ขุนนางในแถวที่สามเอ่ยขึ้นด้วยความดีใจจนเนื้อเต้น
"นายคิดมากไปแล้ว คนที่นั่งอยู่แถวแรกน่ะคือเจ้าเมืองเต่าทมิฬ นายคิดว่าเธอจะยิ้มให้นายหรือไง?"
"เลิกฝันกลางวันได้แล้ว ตื่นเสียที"
"..."
"ดูเหมือนฮู่เตียนจะสนุกมากเลยนะคะ"
หยู่ฉินหลานหันหน้าไปกระซิบเสียงเบา
"พอมองออกอยู่เหมือนกัน วันหลังก็ให้เธอขึ้นเดินบ่อยๆ หน่อยก็แล้วกัน"
มู่เหลียงแย้มยิ้มตอบ
เวลาที่สาวจิ้งจอกขึ้นไปยืนบนเวทีรันเวย์ กลิ่นอายของเธอดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคน และตอนที่เดินลงจากเวที ก็ยังพอมองออกว่าเธอรู้สึกเสียดายอยู่เล็กน้อย
มู่เหลียงนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงหันไปมองเด็กสาวผมเงินและสาวแมว ก่อนจะเอ่ยถามว่า
"ลี่เยว่กับมิอา ครั้งหน้าพวกเธออยากจะลองขึ้นไปเดินบ้างไหม?"
"ไม่เอาดีกว่าค่ะ..."
มิอาเอ่ยด้วยความลังเล
"ลองดูสักครั้งก็ไม่เลวนะ"
หยู่ฉินหลานเอ่ยอย่างสง่างาม
"ฉันอยากลองดูค่ะ"
ลี่เยว่กล่าวเสียงเบา
มู่เหลียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใส
"งั้นเดี๋ยวฉันช่วยออกแบบชุดกระโปรงให้เธอชุดหนึ่ง ถึงตอนนั้นเธอก็ใส่มันขึ้นไปเดินบนเวทีรันเวย์นะ"
"งั้นฉันก็อยากเดินด้วยค่ะ"
มิอาหน้าแดงระเรื่อ
"ได้สิ จัดให้หมดเลย"
มู่เหลียงหัวเราะเบาๆ
"อืม"
ดวงตาของมิอาทอประกาย หูแมวฟูฟ่องของเธอขยับกระดุกกระดิก
มู่เหลียงหันไปมองหยู่ฉินหลาน
"ฉินหลานอยากจะลองบ้างไหมล่ะ?"
"ไม่ล่ะค่ะ ฉันหน้าบาง"
หยู่ฉินหลานตอบติดตลก
มู่เหลียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะมองหยู่ฉินหลานด้วยสายตาประหลาดใจ
"มองฉันด้วยสายตาแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ?"
หยู่ฉินหลานกลอกตาใส่อย่างงอนๆ
"ฮ่าฮ่าฮ่า"
มู่เหลียงหัวเราะเสียงต่ำพร้อมส่ายหน้า
ในเวลานี้เอง ซูเหอก็ก้าวขึ้นมาบนเวทีรันเวย์ พร้อมกับแย้มยิ้มและเอ่ยว่า
"สวัสดีค่ะทุกท่าน ฉันชื่อซูเหอ เป็นผู้ดูแลงานแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้ค่ะ"
เหล่าขุนนางต่างหันไปมองเธอด้วยสายตาประเมิน
ซูเหอยกมุมปากขึ้นยิ้ม ก่อนจะกล่าวว่า
"งานแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้กำลังจะจบลงแล้ว ฉันมีเรื่องจะแจ้งให้ทุกท่านทราบสองสามข้อ เสื้อผ้าที่นำมาจัดแสดงในวันนี้ แต่ละแบบมีเพียงแค่ไม่กี่ชุดเท่านั้น หมดแล้วหมดเลยนะคะ"
ฮือฮา
เหล่าขุนนางพากันส่งเสียงฮือฮา บางคนไม่อยากใส่เสื้อผ้าซ้ำกับคนอื่น จึงตั้งใจไว้แล้วว่าจะเหมาซื้อชุดแบบที่เล็งไว้ให้หมดเกลี้ยงโดยไม่เหลือทิ้งไว้แม้แต่ชุดเดียว
"ฉันเป็นถึงราชินี จะใส่เสื้อผ้าซ้ำกับคนอื่นได้ยังไง แบบนั้นมันเสียเกียรติแย่"
ซูหลินอีซือขมวดคิ้วพึมพำ
เธอถูกใจเสื้อผ้าไปกว่าสิบชุด รู้สึกชอบไปเสียทุกชุด จึงเตรียมตัวจะกวาดซื้อให้หมด
ซูเหอยิ้มและกล่าวต่อว่า
"สำหรับท่านที่สนใจเสื้อผ้าเหล่านี้ เดี๋ยวอีกสักครู่ก็สามารถเลือกซื้อได้เลยค่ะ"
"ใครก็ห้ามมาแย่งฉันนะ"
ซูหลินอีซือกำหมัดแน่นแล้วชูขึ้นมาเล็กน้อย
มู่เหลียงหันไปมองเธอด้วยความขบขัน
"งานแฟชั่นโชว์ในวันนี้จบลงเพียงเท่านี้ค่ะ งานแฟชั่นโชว์รอบหน้าจะจัดขึ้นในอีกสิบห้าวันให้หลัง หากท่านใดสนใจก็สามารถมาร่วมงานได้อีกนะคะ"
เมื่อกล่าวจบ ซูเหอก็โบกมือทักทาย ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปที่หลังเวที
"ได้เวลาไปแล้วล่ะ"
มู่เหลียงพูดพลางลุกขึ้นยืน ก่อนจะก้าวเดินออกไปด้านนอก
ลี่เยว่และมิอารีบเดินเข้าไปขวางเหล่าขุนนางคนอื่นๆ เอาไว้ เพื่อรอจนกว่ามู่เหลียงและหยู่ฉินหลานจะเดินออกจากพื้นที่จัดแสดงไป
พอกลุ่มของมู่เหลียงเดินจากไป ซูหลินอีซือก็รีบลุกขึ้นยืน แล้วสาวเท้าเดินเข้าไปหาซูเหออย่างรวดเร็ว
ขุนนางคนอื่นๆ เห็นดังนั้นก็รีบวิ่งตามไปติดๆ
"ฉันจะซื้อเสื้อผ้า หมายเลขห้า หมายเลขแปด หมายเลขสิบเก้า... ฉันเอาหมด มีกี่ชุดฉันก็เหมาหมด"
ซูหลินอีซือตะโกนเสียงดัง
สิ่งที่เธออ่านออกมาคือหมายเลขของเสื้อผ้า ซึ่งแต่ละหมายเลขก็จะตรงกับเสื้อผ้าแต่ละแบบ
"ได้ค่ะ"
ซูเหอชะงักไปเล็กน้อย เมื่อดึงสติกลับมาได้ เธอก็รีบเรียกพนักงานมาจดบันทึก
"บ้าจริง ฉันก็จะเอาหมายเลขห้าเหมือนกัน"
มีขุนนางสบถออกมาด้วยความเจ็บใจ
"อ๊ากกก ฉันจะเอาหมายเลขเก้ากับหมายเลขสิบเอ็ด สองแบบนี้มีกี่ชุดฉันเหมาหมด"
"อย่ามาแย่งฉันนะ ฉันก็จะเอาหมายเลขเก้า..."
"..."
ภายในพื้นที่จัดแสดงเริ่มเกิดความวุ่นวายขึ้นมาเล็กน้อย พนักงานรีบเดินเข้าไปช่วยรักษาความสงบ
"เสื้อผ้าพวกนี้ขายดีขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?"
เหล่านางแบบพากันเดาะลิ้นด้วยความทึ่ง
"แน่นอนสิ เนื้อผ้าของเสื้อผ้าพวกนี้ล้วนตัดเย็บมาจากผ้าไหม แค่เมตรเดียวก็ขายได้ตั้งหลายพันเแล้ว"
ซูเหอกล่าวเสียงเรียบ
"ว้าว"
"ฉันได้ใส่เสื้อผ้าดีๆ แบบนี้ ถือว่าคุ้มสุดๆ แล้ว..."
ดวงตาของนางแบบหมายเลขสามเป็นประกายแวววาว
"คิกคิกคิก ความคิดของเธอนี่แปลกใหม่ดีนะ"
ซูเหอแย้มยิ้มอย่างงดงาม
เธอยิ้มและกล่าวว่า
"พวกเธอตั้งใจทำงานให้ดีเถอะ ต่อไปจะมีเสื้อผ้าสวยๆ ให้ใส่ ชีวิตความเป็นอยู่ก็จะยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ ยังไงก็ดีกว่าตอนที่พวกเธอไปเป็นทาสนั่นแหละ"
"อืมอืม พวกเราจะตั้งใจทำงานให้ดีค่ะ"
เหล่านางแบบพยักหน้าอย่างแรง
ฮู่เตียนก้าวเท้าเดินเข้ามา ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงยั่วยวนว่า
"พอยุ่งเสร็จแล้ว ก็มาเข้าแถวรับเงินเดือนนะ แต่ละคนจะได้คนละห้าสิบทมิฬ นี่เป็นส่วนแบ่งจากการจัดแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้"
"เอ๋ มีส่วนแบ่งให้รับด้วยเหรอคะ?"
นางแบบหมายเลขสามเบิกตากว้าง
"ใช่ ต่อไปนี้เงินเดือนของพวกเธอแต่ละคนจะอยู่ที่สามร้อยเงินทมิฬต่อเดือน และหลังจบงานแฟชั่นโชว์ในแต่ละรอบ ก็จะมีการจ่ายส่วนแบ่งให้ตามยอดขายเสื้อผ้า อีกทั้งยังมีการปรับเพิ่มหรือลดเงินเดือนตามผลงานของพวกเธอด้วย"
ฮู่เตียนอธิบาย
"รับทราบค่ะ"
เหล่านางแบบต่างรู้สึกใจเต้นตึกตัก แอบตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะต้องตั้งใจฝึกฝนให้ดี จะไม่ยอมให้โดนหักเงินเดือนเด็ดขาด
"ท่านฮู่เตียน เสื้อผ้าขายหมดเกลี้ยงเลยค่ะ"
เว่ยหยูหลันเดินเข้ามาด้วยสภาพเหงื่อท่วมตัว
เธอไปช่วยขายเสื้อผ้า เกือบจะโดนพวกขุนนางแย่งจนเสื้อผ้าขาดคามือ ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าจริงๆ
"ดีมาก ลำบากเธอแล้วนะ"
ฮู่เตียนเอ่ยปลอบใจ พร้อมกับสั่งให้ลูกน้องนำชุดที่เธอเคยใส่แล้วกลับไปยังตำหนัก
ในใจของเธอเกิดความคิดใหม่ขึ้นมาแล้ว เธอเตรียมตัวจะไปขอให้มู่เหลียงช่วยสร้างพื้นที่จัดแสดงแห่งใหม่ ที่ใหญ่กว่าที่นี่สักหลายเท่าตัว จะได้ขายเสื้อผ้าได้มากยิ่งขึ้น