- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1589 แฟชั่นโชว์ครั้งแรกของเมืองเต่าทมิฬ
ตอนที่ 1589 แฟชั่นโชว์ครั้งแรกของเมืองเต่าทมิฬ
ตอนที่ 1589 แฟชั่นโชว์ครั้งแรกของเมืองเต่าทมิฬ
ในถนนการค้า บริเวณข้างประตูทางเข้าโถงชั้นหนึ่งของภัตตาคารเต่าทมิฬ มีป้ายแผ่นหนึ่งตั้งอยู่ บนนั้นเขียนข้อความไว้ว่า แฟชั่นโชว์ครั้งแรกของเมืองเต่าทมิฬ
ตึก ตึก ตึก
ฮู่เตียนพาเว่ยหยูหลันเดินเข้าไปในห้องโถงชั้นหนึ่ง เตรียมตัวขึ้นไปดูสถานที่จัดงานแฟชั่นโชว์
เมื่อไม่กี่วันก่อน โรงผลิตเสื้อผ้าได้ผลิตเสื้อผ้าชุดใหม่ออกมาลอตหนึ่ง ทั้งหมดล้วนตัดเย็บขึ้นจากผ้าไหม ผ้าไหมเหล่านี้ทอมาจากเส้นใยที่หนอนไหมหลากสีพ่นออกมา เนื้อผ้ามีสัมผัสที่ยอดเยี่ยมมาก แต่เนื่องจากผ้าไหมชนิดนี้ผลิตได้ยาก ราคาจึงแพงลิ่วตามไปด้วย
เพื่อให้เสื้อผ้าลอตนี้ขายได้ในราคาสูง ภายใต้คำแนะนำของมู่เหลียง หญิงสาวเผ่าจิ้งจอกจึงได้จัดงานเดินแบบเสื้อผ้าในครั้งนี้ขึ้น พร้อมทั้งส่งบัตรเชิญไปยังเหล่าขุนนางและพ่อค้าผู้มั่งคั่งในเมืองอีหลี
ฮู่เตียนและมู่เหลียงรู้ดีว่าพวกขุนนางนั้นมีเงินหนา จึงคิดจะสร้างสินค้าหรูหราที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของเมืองเต่าทมิฬขึ้นมา เพื่อล่อให้พวกขุนนางเหล่านั้นยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินด้วยความเต็มใจ
ฮู่เตียนและเว่ยหยูหลันขึ้นลิฟต์โดยสารมายังชั้นสิบเอ็ดของภัตตาคารเต่าทมิฬ ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดงานแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้
ตึก ตึก ตึก
พื้นที่ชั้นสิบเอ็ดทั้งหมดถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ได้แก่ พื้นที่จัดแสดงและพื้นที่หลังเวที พื้นที่จัดแสดงถูกจัดเป็นรูปตัว U พื้นที่ตรงกลางคือเวทีรันเวย์รูปตัวที (T) ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับให้นางแบบเดินแสดงเสื้อผ้า
ฮู่เตียนปรายตามองเวทีรันเวย์ที่สร้างขึ้นจากผลึกแก้วแวบหนึ่ง ก่อนจะก้าวเท้าเดินตรงไปยังพื้นที่หลังเวทีโดยไม่หยุดพัก
พื้นที่หลังเวทีในเวลานี้ สามารถใช้คำว่าสาวงามดั่งดอกไม้ริมทางมาอธิบายได้เลยทีเดียว
"คนเยอะจังเลยค่ะ"
เว่ยหยูหลันพึมพำเสียงเบา
ตอนนี้ข้างกายฮู่เตียนขาดแคลนคน เธอจึงถูกเรียกตัวมาช่วยงาน
พื้นที่หลังเวทีที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก ตอนนี้กลับมีคนเบียดเสียดกันอยู่ถึงห้าสิบคน ในจำนวนนี้มีหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งอยู่สามสิบคน ส่วนใหญ่ล้วนงดงามแต่มิได้ฉูดฉาดบาดตา คนเหล่านี้ล้วนเป็นทาสที่ฮู่เตียนหาซื้อมาจากเมืองอีหลี ในหมู่หญิงสาวเหล่านี้ บางคนก็เป็นมนุษย์ธรรมดา บางคนก็เป็นมนุษย์ครึ่งสัตว์
"ท่านฮู่เตียนมาแล้ว"
ผู้ดูแลงานแฟชั่นโชว์มองเห็นฮู่เตียนและสาวใช้ตัวน้อย จึงรีบสาวเท้าเดินเข้ามาทักทาย
ฮู่เตียนพยักหน้ารับ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อยว่า
"คนมาครบกันหรือยัง?"
ผู้ดูแลรวบผมของตนเองเบาๆ แล้วตอบว่า
"มาครบกันหมดแล้วค่ะ นางแบบสามสิบคน ไม่ขาดแม้แต่คนเดียว"
เธอชื่อซูเหอ อดีตเคยเป็นประชากรของเมืองเป่ยไห่ และเป็นผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์คืนภูติจันทรุปราคา เธอหันกลับไปโบกมือ พร้อมกับสั่งการว่า
"ทุกคนมารวมกันตรงนี้ ยืนเรียงกันเป็นสองแถว"
"รับทราบค่ะ"
นางแบบต่างก้าวเท้าเดินเป็นก้าวสั้นๆ มายืนเรียงกันเป็นสองแถวอยู่เบื้องหน้าฮู่เตียน
ฮู่เตียนตวัดสายตาขึ้น กวาดตามองพิจารณาหญิงสาวตรงหน้าอย่างละเอียด เห็นได้ชัดว่าพวกเธอล้วนถูกจับแต่งเนื้อแต่งตัวมาอย่างตั้งใจ เธอหันหน้าไปมองซูเหอ แล้วเอ่ยถามว่า
"เสื้อผ้าที่พวกเธอต้องใส่ ถูกจัดสรรแบ่งกันเรียบร้อยแล้วใช่ไหม?"
"จัดสรรเรียบร้อยแล้วค่ะ แต่ละคนจะได้ใส่คนละสามชุด"
ซูเหอตอบด้วยน้ำเสียงฉะฉาน
"อืม"
ฮู่เตียนขานรับด้วยความพึงพอใจ เธอหันกลับมามองหญิงสาวตรงหน้า น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นเยือกเย็น
"พวกเธอทุกคนล้วนเป็นคนที่ฉันซื้อตัวมา ฉันไม่สนหรอกนะว่าเมื่อก่อนพวกเธอจะเป็นยังไง แต่นับจากวันนี้เป็นต้นไป สถานะของพวกเธอคือนางแบบ"
"รับทราบค่ะ"
เสียงตอบรับของบรรดาหญิงสาวดังขึ้นอย่างไม่ค่อยพร้อมเพรียงนัก
ฮู่เตียนเอ่ยต่อ
"ทำงานที่นี่ มีที่พักและอาหารให้กินฟรี แถมทุกเดือนยังมีการจ่ายเงินเดือนให้อีกด้วย"
"มีเงินเดือนให้รับด้วยเหรอคะ?"
ดวงตาคู่สวยของเหล่านางแบบเบิกกว้างเป็นประกายขึ้นมาทันที
พวกเธอเคยเป็นทาส ถูกฮู่เตียนซื้อตัวกลับมา เดิมทีคิดแค่ว่าต้องทำงานหนักงานสกปรก ขอแค่มีข้าวให้กินประทังชีวิตก็พอแล้ว ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าจะมีเงินเดือนให้รับด้วย
"ใช่ แต่มีข้อแม้ว่าพวกเธอต้องเชื่อฟัง อย่าทำอะไรผิดพลาด เข้าใจไหม?"
ดวงตาสีแดงกุหลาบของฮู่เตียนทอประกายเย็นชา
"รับทราบค่ะ พวกเราเข้าใจแล้ว"
เหล่านางแบบพยักหน้าอย่างแข็งขัน
ฮู่เตียนเหลือบมองนาฬิกาลูกตุ้มบนผนัง ก่อนจะเอ่ยเร่งรัดว่า
"ดีมาก ไปแต่งหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้ากันได้แล้ว อีกหนึ่งชั่วโมง งานแฟชั่นโชว์ก็จะเริ่มแล้ว"
"ทุกคนแยกย้ายไปเตรียมตัวได้แล้ว"
ซูเหอตบมือเสียงดัง เรียกให้พนักงานเดินเข้าไปช่วยเหล่านางแบบแต่งหน้าและทำผม
เว่ยหยูหลันมองดูเหล่าหญิงสาวในพื้นที่หลังเวที แล้วเอ่ยปากพึมพำด้วยความทึ่ง
"ที่นี่ไม่มีผู้ชายเลยสักคนเดียว"
"นางแบบต้องเปลี่ยนเสื้อผ้ากันบ่อยๆ จะเอาผู้ชายมาทำไมล่ะ?"
ฮู่เตียนตอบกลับด้วยน้ำเสียงยั่วยวน ภายในพื้นที่หลังเวทีทั้งหมดล้วนมีแต่ผู้หญิง แม้กระทั่งพนักงานในพื้นที่จัดแสดงเองก็ล้วนเป็นผู้หญิงเช่นกัน
"นั่นสินะคะ"
เว่ยหยูหลันยิ้มอย่างซุกซน
ฮู่เตียนกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
"เธอไปช่วยงานเถอะ รอพวกเธอเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วก็ให้ซ้อมกันก่อนสักรอบ จะได้กำหนดลำดับการขึ้นเวทีให้แน่ชัด"
"ตกลงค่ะ"
เว่ยหยูหลันรับคำ ก่อนจะก้าวเท้าเดินไปหาเหล่านางแบบ
ฮู่เตียนหันไปมองซูเหอ พร้อมกับเอ่ยถาม
"เครื่องเล่นดนตรีตรวจสอบเรียบร้อยแล้วใช่ไหม?"
มู่เหลียงเคยบอกไว้ว่า ตอนที่เดินแบบแสดงเสื้อผ้า ในงานต้องมีเสียงดนตรีประกอบ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดูหรูหรามีระดับ
"ตรวจสอบเรียบร้อยหมดแล้วค่ะ"
ซูเหอตอบด้วยสีหน้าจริงจัง
ฮู่เตียนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"อืม อีกครึ่งชั่วโมง ก็เปิดให้แขกทยอยเข้างานได้เลย"
"รับทราบค่ะ"
ซูเหอเหลือบมองเวลา และจดจำไว้ในใจ เธอขบเม้มริมฝีปากล่าง เอ่ยออกไปด้วยความลังเลว่า
"ท่านฮู่เตียนคะ ยังเหลือเสื้อผ้าอีกสองชุดที่ไม่มีใครใส่..."
"นางแบบไม่พอเหรอ?"
ฮู่เตียนปรายตามองเธอแวบหนึ่ง
ซูเหอรีบอธิบาย
"จะให้นางแบบสองคนเดินขึ้นเวทีซ้ำอีกรอบก็ได้ค่ะ แต่เสื้อผ้าสองชุดนั้นพวกเธอใส่แล้วคงเอาไม่อยู่ ไม่สามารถดึงความงดงามของชุดออกมาได้"
"ชุดแบบไหนกัน เอามาให้ฉันดูหน่อยสิ"
ฮู่เตียนเอ่ยด้วยความสนใจ
"ได้ค่ะ"
ซูเหอพยักหน้า หันหลังเดินไปยังราวแขวนเสื้อผ้าด้านหลัง
ไม่นานนัก เธอก็หิ้วชุดกระโปรงยาวสองชุดเดินกลับมา ชุดหนึ่งเป็นสีขาวบริสุทธิ์ อีกชุดหนึ่งเป็นสีแดงสด ชุดกระโปรงยาวทั้งสองชุดล้วนมีดีไซน์ที่โดดเด่นสะดุดตา เป็นดีไซน์แบบเปิดไหล่ บริเวณช่วงเอวมีการจับจีบเป็นลวดลาย ส่วนชายกระโปรงเป็นทรงหางปลา
ดวงตาสีแดงกุหลาบของฮู่เตียนทอประกายสว่างวาบ เพียงแค่แรกเห็น เธอก็ตกหลุมรักชุดกระโปรงยาวทั้งสองชุดนี้เข้าอย่างจัง
"ฟังจากผู้ดูแลโรงผลิตเสื้อผ้าบอกว่า ชุดกระโปรงสองชุดนี้เป็นดีไซน์ของท่านเจ้าเมืองค่ะ"
ซูเหอเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใส
"อืม ก็ดูคล้ายอยู่เหมือนกันนะ"
ฮู่เตียนพยักหน้าอย่างครุ่นคิด
ซูเหอเอ่ยถาม
"แล้วท่านฮู่เตียนคะ สองชุดนี้จะให้นางแบบใส่ไหมคะ? หรือว่าให้แขวนเก็บไว้ก่อน?"
"ฉันจะใส่เอง"
ฮู่เตียนตอบกลับอย่างไม่ลังเล
"เอ๊ะ?"
ซูเหอเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"หุบปาก แล้วไปทำงานของเธอซะ"
ฮู่เตียนปรายตามองเธอ ก่อนจะคว้าชุดกระโปรงแล้วเดินตรงไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า
"ก็ได้ค่ะ..."
ซูเหอเม้มริมฝีปากสีชมพู หันหลังเดินไปหาเว่ยหยูหลัน
เธอเดินไปหาสาวใช้ตัวน้อย แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"คุณเว่ยหยูหลันคะ ท่านฮู่เตียนจะร่วมเดินแบบด้วย ช่วยจัดคิวให้ท่านเดินเป็นคนแรกและคนสุดท้ายด้วยนะคะ"
"เอ๋ ท่านฮู่เตียนจะขึ้นเวทีด้วยเหรอคะ?"
เว่ยหยูหลันถามด้วยความประหลาดใจ
"ใช่ค่ะ ให้ท่านฮู่เตียนขึ้นเวทีเป็นคนแรกและคนสุดท้าย ช่วงเวลาตรงกลางถึงจะมีเวลามากพอให้ท่านเปลี่ยนเสื้อผ้าได้ทัน"
ซูเหออธิบาย
"เข้าใจแล้วค่ะ"
เว่ยหยูหลันหยิบดินสอขึ้นมา แล้วทำการแก้ไขลำดับการขึ้นเวทีของเหล่านางแบบ
ซูเหอถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะเดินไปคอยกำชับเหล่านางแบบคนอื่นๆ ให้เร่งเตรียมตัวให้พร้อมโดยเร็ว นางแบบแต่ละคนถูกแต่งหน้าอย่างเรียบง่าย อันที่จริงก็แค่ทาลิปสติก กันคิ้วให้เป็นทรง หากใครสีหน้าดูไม่ค่อยดีก็จะปัดบลัชออนเพิ่มเข้าไป บลัชออนเหล่านี้นำลิปสติกมาดัดแปลงทำขึ้น โดยการนำเนื้อครีมที่ใช้ทำลิปสติกไปอบให้แห้งแล้วบดให้เป็นผง จากนั้นก็นำมาอัดแข็งเบาๆ ให้เป็นก้อน ก็จะกลายเป็นบลัชออนสำหรับปัดแก้มได้แล้ว
"เอาล่ะ ขยับตัวให้มันเร็วๆ หน่อย ไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากันได้แล้ว"
ซูเหอตบมือพร้อมตะโกนสั่งการ
"เวลาขยับตัวก็ระมัดระวังกันหน่อย อย่าทำเสื้อผ้าบนตัวเลอะเทอะล่ะ เสื้อผ้าพวกนี้ต้องเอาไปขายทั้งนั้น ตัวที่ถูกที่สุดยังตั้งหนึ่งพันทมิฬเชียวนะ"
"ซี้ด"
เหล่านางแบบต่างสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง หนึ่งพันทมิฬ นั่นมันเท่ากับผลึกอสูรระดับสี่หนึ่งเม็ดเลยไม่ใช่หรือไง
พวกเธอเริ่มขยับตัวด้วยความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น เพราะกลัวว่าจะเผลอทำเสื้อผ้าขาดหรือเลอะเทอะเข้า หากเป็นเช่นนั้นพวกเธอคงไม่มีปัญญาชดใช้ให้อย่างแน่นอน