- หน้าแรก
- ระบบราชันเทพ เมียขี้เหร่คือจักรพรรดินี
- ระบบราชันเทพ 425 หลิวเหยียนซีกลับชาติมาเกิดใหม่
ระบบราชันเทพ 425 หลิวเหยียนซีกลับชาติมาเกิดใหม่
ระบบราชันเทพ 425 หลิวเหยียนซีกลับชาติมาเกิดใหม่
ระบบราชันเทพ 425 หลิวเหยียนซีกลับชาติมาเกิดใหม่
หวังเถิงตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว ทว่าก่อนที่จะให้หลิวเหยียนซีกลับชาติมาเกิดใหม่อย่างเป็นทางการ เขาก็ได้รวบรวมพลังราชันเทพสายหนึ่งของตนเองไว้ที่ปลายนิ้ว จากนั้นก็วาดอักขระยันต์ลงบนใบหน้าของนาง
ตราบใดที่มีพลังราชันเทพของเขาอยู่ ไม่ว่าหลิวเหยียนซีจะกลับชาติมาเกิดใหม่ที่ใด หวังเถิงก็สามารถอาศัยพลังราชันเทพที่หลงเหลืออยู่บนร่างของนาง ตามหานางพบได้อย่างง่ายดาย
“ฮูหยิน เจ้าบอกแล้วนะว่าชาติหน้าก็จะแต่งงานกับข้า ห้ามผิดคำพูดเด็ดขาด” หวังเถิงมองดูหลิวเหยียนซีในอ้อมอกด้วยความอ่อนโยน ทันใดนั้นก็ใช้ความคิดกล่าวกับระบบ
“ระบบ ข้าต้องการให้หลิวเหยียนซีกลับชาติมาเกิดใหม่”
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับเจ้าภาพที่ตัดสินใจเลือกได้สำเร็จ]
สิ้นเสียงของระบบ พลังเทพบนร่างของหวังเถิงก็สลายไปอย่างรวดเร็ว พลังอำนาจของเขาถดถอยลงด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ในเวลาเดียวกัน ร่างกายของหลิวเหยียนซีที่อยู่ในอ้อมอกของเขา ก็ค่อย ๆ กลายเป็นปราณวิญญาณเทพสีม่วงสลายไปในอากาศ
“ท่านพี่ตี้จวิน ท่านกำลังทำสิ่งใดอยู่?” ธิดาเทพเก้าสวรรค์ที่อยู่ด้านข้างเห็นเช่นนี้ ก็มีใบหน้าตกตะลึง นางสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าพลังอำนาจของท่านพี่ตี้จวินกำลังลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว
“ข้ากำลังช่วยให้ฮูหยินกลับชาติมาเกิดใหม่” หวังเถิงตอบกลับด้วยความสงบนิ่งยิ่งนัก
การบำเพ็ญเพียรใหม่ทั้งชาติ สำหรับเขานั้นยังนับว่าง่ายดาย ยิ่งไปกว่านั้นในแหวนมิติของเขายังมียาวิเศษและสมุนไพรโอสถวิญญาณอยู่อีกนับไม่ถ้วน การใช้โอสถเทพเหล่านี้ก็สามารถทำให้เขากลับคืนสู่ระยะสูงสุดได้อีกครั้งในเวลาเพียงไม่กี่นาที
ดังนั้นการใช้การบำเพ็ญเพียรใหม่ทั้งชาติมาแลกกับการให้ฮูหยินกลับชาติมาเกิดใหม่ จึงนับว่าคุ้มค่ายิ่งนัก
หลังจากกลับชาติมาเกิดใหม่ ขอเพียงหวังเถิงตามหาฮูหยินพบ ก็จะสามารถทำให้นางนึกถึงความทรงจำในชาติก่อนได้ เช่นนี้พวกเขาทั้งสองก็จะสามารถอยู่ด้วยกันต่อไปได้แล้ว
ธิดาเทพเก้าสวรรค์ได้ยินว่าตี้จวินกำลังใช้พลังวรยุทธ์ทั้งชีวิตเพื่อช่วยให้หลิวเหยียนซีกลับชาติมาเกิดใหม่ ก็มีใบหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ
“ท่านพี่ตี้จวิน ท่านบ้าไปแล้วหรือ กว่าท่านจะกลับคืนสู่ระยะสูงสุดได้อีกครั้งมันไม่ง่ายเลย ตอนนี้เพื่อสตรีเพียงคนเดียว กลับต้องบำเพ็ญเพียรใหม่ทั้งชาติ มันไม่คุ้มค่าเอาเสียเลยนะ?” ธิดาเทพเก้าสวรรค์คิดไม่ถึงเลยว่าตี้จวินจะยอมบำเพ็ญเพียรใหม่ทั้งชาติเพื่อสตรีเพียงคนเดียว
“การที่สามารถทำให้นางกลับชาติมาเกิดใหม่ได้ ไม่ว่าข้าจะต้องจ่ายด้วยราคาที่สูงล้ำเพียงใดล้วนคุ้มค่าทั้งสิ้น” หวังเถิงกล่าวด้วยความแน่วแน่ยิ่งนัก
“แต่ว่า ตอนนี้โลกเทพกำลังเผชิญกับภัยพิบัติ เป็นเวลาที่ต้องการท่านพอดี หากท่านไม่มีตบะแล้ว จะช่วยให้โลกเทพผ่านพ้นภัยพิบัติไปได้อย่างไร?” ธิดาเทพเก้าสวรรค์กล่าวเกลี้ยกล่อมอีกครั้ง
เดิมทีคิดว่า เมื่อหลิวเหยียนซีตายไป นางก็จะสามารถกลับไปอยู่ข้างกายท่านพี่ตี้จวินได้อีกครั้ง ใครจะคิดว่า ตี้จวินจะยอมสลายตบะทั้งชีวิตเพื่อสตรีที่ตายไปแล้วคนหนึ่ง
สิ่งนี้ทำให้ในใจของธิดาเทพเก้าสวรรค์เกิดความริษยาและเคียดแค้นขึ้นมาสายหนึ่ง เหตุใดกัน เหตุใดนางถึงเทียบไม่ได้แม้กระทั่งคนตาย?
“วางใจเถิด ข้าสลายพลังราชันเทพไปแล้ว ไม่นานก็จะสามารถบำเพ็ญเพียรกลับคืนมาได้ อีกทั้งต้นกำเนิดแห่งโลกเทพก็ไม่ได้สลายไป ขอเพียงต้นกำเนิดแห่งโลกเทพยังอยู่บนร่างข้า ข้าก็ยังคงเป็นจักรพรรดิสวรรค์ สามารถช่วยโลกเทพให้ผ่านพ้นภัยพิบัติในครั้งนี้ไปได้เช่นกัน” หวังเถิงกล่าวด้วยสายตาจริงจัง
ธิดาเทพเก้าสวรรค์เห็นแววตาอันแน่วแน่ของหวังเถิง ก็สิ้นหวังอย่างสมบูรณ์
ในสายตาของตี้จวิน มีเพียงหลิวเหยียนซี ไม่มีพื้นที่ให้นางเลยแม้แต่น้อย
เมื่อพลังราชันเทพของหวังเถิงสลายไปจนหมดสิ้น ศพของหลิวเหยียนซีก็กลายเป็นสายลมสีม่วงสายหนึ่งอย่างสมบูรณ์ และหายไปจากโลกเทพ
[ติ๊ง! หลิวเหยียนซีกลับชาติมาเกิดใหม่แล้ว]
เสียงของระบบทำให้หวังเถิงประหลาดใจเล็กน้อย เขาคิดไม่ถึงว่าฮูหยินจะกลับชาติมาเกิดใหม่รวดเร็วถึงเพียงนี้ ทว่าก็ถูก โลกเทพหนึ่งวัน บนพื้นดินสิบวัน
ไม่นานเขาก็คลายความกังวลลง ทันใดนั้นก็ตั้งใจสัมผัสถึงพลังราชันเทพที่หลงเหลืออยู่บนใบหน้าของฮูหยิน และก็ยังสามารถสัมผัสได้จริง ๆ มันอยู่บนทวีปจิ่วโจวอันคุ้นเคยในโลกเบื้องล่าง
“สัมผัสได้ก็ดีแล้ว รอให้จัดการภัยพิบัติของโลกเทพเสร็จสิ้น ฮูหยิน ข้าจะไปหาเจ้า” หวังเถิงคิดในใจอย่างเงียบ ๆ ทันใดนั้นก็หันหน้าไปสั่งการธิดาเทพเก้าสวรรค์
“เสี่ยวถี ช่วยข้าตีระฆังสวรรค์ เปิดประตูสวรรค์ทั้งหมด ให้ผู้คนในโลกเทพสามารถมาหลบภัยฝนมารที่วังสวรรค์ได้อย่างไม่มีเงื่อนไข”
สิ่งที่เรียกว่าฝนมาร ก็คือหยาดฝนปราณมารที่สาดกระเซ็นลงมาหลังจากที่ต้นกำเนิดแห่งโลกมารระเบิดขึ้นในเคราะห์เมฆดาราสุญตา มันมีคุณสมบัติในการกลืนกินและกัดกร่อนอย่างรุนแรง
เทพมนุษย์ทั่วไปไม่อาจต้านทานได้เลย กระทั่งยอดฝีมือระดับราชันเทพก็ไม่อาจต้านทานได้เป็นเวลานาน
ทั่วทั้งโลกเทพ บางทีอาจมีเพียงวังสวรรค์เท่านั้นที่ปลอดภัยที่สุด เพราะมีต้นกำเนิดแห่งโลกเทพคอยคุ้มครองอยู่
“เจ้าค่ะ ตี้จวิน” ต่อให้ธิดาเทพเก้าสวรรค์จะไม่พอใจเรื่องที่หวังเถิงบำเพ็ญเพียรใหม่เพียงใด ก็ไม่กล้าเอาอนาคตของทั่วทั้งโลกเทพมาล้อเล่น
เมื่อมองดูแผ่นหลังของธิดาเทพเก้าสวรรค์ที่จากไป หวังเถิงก็ล้วงเอาสมุนไพรโอสถระดับเทพกำหนึ่งออกมาจากแหวนมิติแล้วยัดเข้าปาก
ตอนนี้พลังอำนาจของเขาเป็นศูนย์ ต้องเร่งความเร็วในการบำเพ็ญเพียร มิฉะนั้นจะไม่อาจช่วยเหลือโลกเทพให้ผ่านพ้นภัยพิบัติในครั้งนี้ไปได้
“ราชันมังกรเก้าเศียร ข้าต้องการปิดด่านบำเพ็ญเพียร เจ้าช่วยข้าพิทักษ์มรรคด้วย” หลังจากหวังเถิงสั่งการราชันมังกรเก้าเศียรที่อยู่ด้านข้างคำหนึ่ง เขาก็กลับไปนั่งบนแท่นบูชาเทพดอกบัว ทั้งยังจัดตั้งค่ายกลไว้รอบ ๆ วงหนึ่ง จากนั้นก็เริ่มบำเพ็ญเพียร
ราชันมังกรเก้าเศียรในฐานะสัตว์ขี่ของจักรพรรดิสวรรค์ ก็คอยพิทักษ์มรรคให้เขาอย่างซื่อสัตย์
ในขณะที่หวังเถิงกำลังปิดด่านบำเพ็ญเพียร ทั่วทั้งวังสวรรค์ก็พลันมีเสียงระฆังดังกึกก้อง ดังสะท้านไปทั่วทั้งเก้านภา
จากนั้นวังสวรรค์อันสูงส่ง ประตูสวรรค์ทั้งสี่ทิศบูรพา ทักษิณ ประจิม อุดร ก็พลันเปิดออกทั้งหมด
วังสวรรค์เปิดประตูสวรรค์ทั้งสี่บานพร้อมกัน เรื่องเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมานานมากแล้ว
ในชั่วพริบตาที่ประตูสวรรค์เปิดออก ลำแสงสีทองสี่สายก็สาดส่องจากวังสวรรค์ไปยังโลกเทพ ไม่ว่าแสงสีทองจะสาดส่องไปที่ใด ฝนมารเหล่านั้นก็จะสลายไปเอง
แสงสีทองนี้มาจากต้นกำเนิดแห่งโลกเทพ ดังนั้นฝนมารจึงต้องล่าถอยไป
ในขณะที่ประตูสวรรค์เปิดกว้าง เสียงของธิดาเทพเก้าสวรรค์ก็ถูกส่งผ่านระฆังสวรรค์ กระจายไปทั่วทั้งโลกเทพ
“จักรพรรดิสวรรค์มีบัญชา โลกเทพกำลังเผชิญกับภัยพิบัติที่ไม่เคยมีมาก่อน เทพมนุษย์ทั้งหมดสามารถทะยานขึ้นสู่เบื้องบนไปยังวังสวรรค์เพื่อหลบภัยพิบัติได้อย่างไม่มีเงื่อนไข”
เมื่อบัญชาสวรรค์นี้ถูกส่งออกไป ก็ทำให้ผู้คนทั่วทั้งโลกเทพตื่นเต้นอย่างผิดปกติในทันที
“ดีเหลือเกิน ในที่สุดพวกเราก็รอดแล้ว”
“จักรพรรดิสวรรค์ไม่ได้ทอดทิ้งพวกเรา พวกเราสามารถรอดชีวิตได้แล้ว”
“รีบทะยานขึ้นสู่เบื้องบนไปยังวังสวรรค์กันเถิด ข้ายังไม่เคยไปวังสวรรค์เลย”
……
ชั่วขณะหนึ่งเทพมนุษย์ทั้งหมด ต่างก็เริ่มบินไปยังวังสวรรค์ มีเพียงในวังสวรรค์เท่านั้น พวกเขาจึงจะมีทางรอด
ในเวลาเดียวกัน โลกมาร ก็เผชิญกับภัยพิบัติที่ร้ายแรงยิ่งกว่าโลกเทพเสียอีก
เดิมทีโลกมารนั้นมีสุริยันจันทราสว่างไสว ดวงดาวเปล่งประกาย ทว่าบัดนี้ สุริยันร่วงหล่นจันทราจมดิ่ง ดวงดาวก็มืดมนไร้แสงสว่าง ท้องฟ้าของทั่วทั้งโลกมารเริ่มพังทลายลงมา ปราณมารนับไม่ถ้วนพุ่งพล่านไปทั่วทุกหนแห่ง
ผู้คนในโลกมารจำนวนมาก เนื่องจากปราณมารปั่นป่วน จึงทำให้พวกเขาปราณตีกลับจนสิ้นใจตาย
“โลกมารกลายเป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร?” ราชันมารฮาสมีใบหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ เขามีชีวิตอยู่มาเกือบสิบล้านปี นี่เป็นครั้งแรกที่ได้พบเจอกับสถานการณ์เช่นนี้ ดูราวกับว่าวันสิ้นโลกของโลกมารกำลังมาเยือนก็มิปาน
“ราชันมารฮาส ทุกหนแห่งในโลกมารกำลังพังทลาย ปราณมารพุ่งพล่าน เริ่มรั่วไหลลงสู่ทุกหนแห่งในโลกเบื้องล่างแล้ว ตอนนี้พวกเราจะทำอย่างไรดี?” ราตรีนิรันดร์ในเวลานี้ก็ร้อนรนขึ้นมาเช่นกัน
เมื่อโลกมารพังทลายลง ผู้คนในโลกมารอย่างพวกเขาก็จะไม่มีบ้านอีกต่อไป
“ดูเหมือนว่าจักรพรรดิมารอู๋หมิงจะทำลายต้นกำเนิดแห่งโลกมารไปแล้ว มิฉะนั้นทั่วทั้งโลกมารก็คงไม่กลายเป็นเช่นนี้” ราชันมารฮาสดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ สีหน้าจึงแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมา
“ต้นกำเนิดแห่งโลกมารพังทลายแล้วหรือ?” ราตรีนิรันดร์ใจหายวาบ หากต้นกำเนิดแห่งโลกมารพังทลายลงจริง ๆ เช่นนั้นโลกมารก็คงจะดับสูญไปในไม่ช้า
“ไม่ผิดแน่ มีเพียงต้นกำเนิดแห่งโลกมารพังทลายลงเท่านั้น โลกมารจึงจะพังทลายลงมา” ราชันมารฮาสมีใบหน้าสิ้นหวัง
เขาคิดไม่ถึงเลยว่า จักรพรรดิมารอู๋หมิงจะเลือกใช้วิธีปลาตายตาข่ายขาด
“โลกมารพังทลายแล้ว เช่นนั้นผู้คนทั่วทั้งโลกมารของพวกเราจะทำอย่างไรเล่า?” ราตรีนิรันดร์ตื่นตระหนกขึ้นมาในทันที ไม่เคยรู้สึกไร้กำลังเช่นนี้มาก่อนเลย
ราชันมารฮาสเองก็ไม่รู้ว่าควรจะไปทางใดดี
ในเวลานี้เอง กระแสเสียงดวงจิตวิญญาณสายหนึ่งก็ดังขึ้นในหัวของเขา
“ราชันมารฮาส อพยพผู้คนในโลกมารทั้งหมดไปยังวังสวรรค์ก่อน ภายหลังข้าจะมาจัดการเรื่องของโลกมารให้เรียบร้อยเอง” เสียงของหวังเถิงดังแว่วมา
เมื่อได้ยินเสียงนี้ ในแววตาของราชันมารฮาสก็มีประกายแห่งความหวังวาบผ่าน
ตอนนี้ผู้ที่สามารถกอบกู้โลกมารได้ เกรงว่าคงมีเพียงจักรพรรดิสวรรค์เท่านั้น
“ราตรีนิรันดร์ เรียกผู้คนในโลกมารทั้งหมด อพยพไปยังวังสวรรค์ รอให้วันหน้าค่อยกลับมาสร้างโลกมารขึ้นใหม่” ราชันมารฮาสตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว
“ได้ ข้าจะไปสั่งการเดี๋ยวนี้” ราตรีนิรันดร์ไม่กล้าชักช้า หลังจากรับคำสั่งแล้ว ก็ลงไปสั่งการทันที
ไม่นาน ผู้คนทั่วทั้งสองโลกมารเทพ ต่างก็พากันอพยพไปยังวังสวรรค์
นี่คือปรากฏการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อนนับตั้งแต่สองโลกมารเทพถือกำเนิดขึ้นมา ทว่าบัดนี้กลับกลายเป็นความจริงแล้ว
ฝนมารยังคงตกลงมาอย่างไม่หยุดหย่อน ระบบนิเวศของโลกเทพถูกทำลายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ส่วนสถานการณ์ของโลกมารนั้นเลวร้ายยิ่งกว่า โลกมารแทบจะพังทลายลงมาทั้งหมด
โชคดีที่หวังเถิงเปิดวังสวรรค์ รับผู้คนของสองโลกมารเทพเอาไว้ นี่จึงทำให้พวกเขาสามารถรอดชีวิตมาได้
เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า
หวังเถิงยังคงนั่งขัดสมาธิปิดด่านบำเพ็ญเพียรอยู่บนแท่นบูชาเทพดอกบัวมาโดยตลอด เมื่อมีการช่วยเหลือจากต้นกำเนิดแห่งโลกเทพและยาวิเศษสมุนไพรโอสถเทพ ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของเขาจึงรวดเร็วยิ่งนัก
เพียงเวลาแค่สองปี พลังอำนาจของเขาก็กลับคืนสู่ระยะสูงสุดอีกครั้ง
ยามที่ลืมตาขึ้น ทั่วทั้งร่างก็เปล่งประกายแสงสีทองอันเจิดจ้าออกมา การปิดด่านบำเพ็ญเพียรใหม่ในครั้งนี้ ทำให้ระดับของหวังเถิงมั่นคงมากยิ่งขึ้น
อีกทั้งในตอนที่บำเพ็ญเพียรใหม่ในครั้งนี้ เขาก็ได้ทำนายบางสิ่งบางอย่างออกมาอย่างไม่มีรูปร่าง ซึ่งมันเกี่ยวข้องกับอนาคตของโลกมาร
“ฟู่ว ในที่สุดก็บำเพ็ญเพียรพลังอำนาจกลับคืนมาได้แล้ว” หวังเถิงเดินลงมาจากแท่นบูชาเทพดอกบัว จากนั้นก็เงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า
พลังงานการระเบิดของเคราะห์เมฆดาราสุญตาและต้นกำเนิดแห่งโลกมารได้หายไปทั้งคู่แล้ว ฝนมารก็หยุดตกแล้ว สองโลกมารเทพดูเหมือนว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะกลับมาสงบสุขอีกครั้ง
ทว่าหวังเถิงรู้ดีว่า วิกฤตครั้งใหม่กำลังจะมาเยือน นี่คือสิ่งที่เขาทำนายออกมาได้อย่างไม่มีรูปร่างในตอนที่บำเพ็ญเพียรใหม่ก่อนหน้านี้
หลังจากหวังเถิงออกจากด่าน เขาก็เรียกบุคคลสำคัญของสองโลกมารเทพมายังโถงหลิงเซียวแห่งตำหนักสวรรค์ในทันที เขามีเรื่องสำคัญที่จะสั่งการ
ไม่นาน จางเหิง ธิดาเทพเก้าสวรรค์ ฉู่เชิน ราชันมารฮาส ราตรีนิรันดร์ จางเจา และบุคคลสำคัญอื่น ๆ ของสองโลกมารเทพต่างก็มารวมตัวกันที่โถงหลิงเซียว
หวังเถิงค่อย ๆ ปรากฏตัวขึ้นบนโถงใหญ่
“ขอน้อมรับจักรพรรดิสวรรค์ออกจากด่าน” เมื่อทุกคนเห็นหวังเถิงปรากฏตัว ต่างก็โค้งคำนับทำความเคารพเขาในทันที
“ข้าดีใจมากที่ได้พบพวกเจ้าอีกครั้ง สองโลกมารเทพ ตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง ยังเหลือผู้คนอยู่อีกเท่าใด?” หวังเถิงไม่พูดพร่ำทำเพลง เข้าประเด็นโดยตรง
“เรียนจักรพรรดิสวรรค์ ระบบนิเวศของโลกเทพถูกทำลายอย่างหนัก เทพมนุษย์เหลือเพียงหนึ่งในสี่ นอกจากเทพมนุษย์ในวังสวรรค์เหล่านี้แล้ว ข้ายังได้รับเทพมนุษย์ส่วนหนึ่งไว้ในโลกศักดิ์สิทธิ์ด้วย” จางเหิงก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าวแล้วเอ่ยขึ้น
“สามารถรอดชีวิตมาได้หนึ่งในสี่ ก็นับว่าดีมากแล้ว” หวังเถิงถอนหายใจออกมา ยังถือว่าพอรับได้ อย่างน้อยก็ยังรอดชีวิตมาได้หนึ่งในสี่
“ฮาส สถานการณ์โลกมารของพวกเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” หวังเถิงทอดสายตามองไปยังราชันมารฮาสอีกครั้ง
“เรียนจักรพรรดิสวรรค์ โลกมารของพวกเราพังทลายลงอย่างสมบูรณ์แล้ว ปราณมารไหลทะลักไปยังทั่วทั้งดินแดนดาราผู้บำเพ็ญเซียน มารที่รอดชีวิต มีไม่ถึงหนึ่งหมื่นคน” หลังจากราชันมารฮาสถอนหายใจออกมา เขาก็กล่าวต่อไปอย่างจนใจ
“อีกทั้งมารที่รอดชีวิตเหล่านี้ ไม่มีปราณมารให้บำเพ็ญเพียร พลังอำนาจในแต่ละวันล้วนกำลังลดลง”
“ต้นกำเนิดแห่งโลกมารระเบิดตัวเอง ยังสามารถมีมารรอดชีวิตมาได้หนึ่งหมื่นคน ก็นับว่าไม่เลวแล้ว ทว่าเจ้าไม่ต้องกังวล จะมีคนนำพาพวกเจ้าสร้างโลกมารขึ้นมาใหม่” หวังเถิงกล่าวปลอบโยน
“จะมีคนนำพาพวกเราสร้างโลกมารขึ้นมาใหม่หรือ? เป็นผู้ใดกัน? ไม่ใช่จักรพรรดิสวรรค์อย่างท่านหรอกหรือ?” ราชันมารฮาสเอ่ยถามอย่างร้อนรนติดต่อกัน
ในฐานะคนของโลกมาร ราชันมารฮาสย่อมต้องให้ความสนใจกับเรื่องการสร้างโลกมารขึ้นใหม่อย่างแน่นอน
“ไม่ใช่ข้า แต่เป็นอีกคนหนึ่ง” หวังเถิงมีสีหน้าราวกับว่าความลับสวรรค์ไม่อาจแพร่งพรายได้ นี่คือสิ่งที่เขาทำนายได้ในตอนที่บำเพ็ญเพียรใหม่ก่อนหน้านี้
“อีกคนหนึ่งหรือ? เป็นผู้ใดกัน?” ราชันมารฮาสอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
“แม้ต้นกำเนิดแห่งโลกมารจะระเบิดตัวเองไปแล้ว แต่มันก็ไม่ได้หายไป มันเพียงแค่กลับคืนสู่สถานะดั้งเดิมที่สุด จากนั้นก็ผ่านหลุมดำของเคราะห์เมฆดาราสุญตา ข้ามไปยังดินแดนดาราอื่น มันจะช่วยพวกเจ้าตามหาคนที่สร้างโลกมารขึ้นมาใหม่” หวังเถิงกล่าวอย่างจริงจัง
“ต้นกำเนิดแห่งโลกมารยังไม่หายไป เช่นนั้นก็นับว่ายังมีความหวัง จักรพรรดิสวรรค์ แล้วตอนนี้พวกเราต้องทำสิ่งใดบ้าง?” ราชันมารฮาสกล่าวต่อไป
“ไปยังดินแดนเหนือสุดของโลกมาร ที่นั่นจะมีมรรคาสวรรค์คอยชี้นำพวกเจ้า” หวังเถิงกล่าวด้วยสายตาจริงจัง
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่เขาทำนายได้ในตอนที่บำเพ็ญเพียรใหม่ก่อนหน้านี้ หรือจะกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ มรรคาสวรรค์เป็นผู้ทำให้เขารู้ บางที มรรคาสวรรค์อาจต้องการผ่านเขาเพื่อมอบความหวังให้แก่โลกมารกระมัง!
ท้ายที่สุดแล้วโลกมารก็คือโลกมืด ส่วนโลกเทพก็คือโลกสว่าง
กฎเกณฑ์สวรรค์ เน้นย้ำถึงการประสานหยินหยาง เป็นไปไม่ได้ที่จะปล่อยให้โลกมืดดับสูญไปอย่างสมบูรณ์
“ขอบคุณจักรพรรดิสวรรค์ที่ชี้แนะ” เมื่อราชันมารฮาสได้ยินเช่นนี้ ก็ดีใจขึ้นมา
“เช่นนั้นจักรพรรดิสวรรค์ พวกเราขอตัวลาก่อน”
“ไปเถิด!” หวังเถิงโบกมือให้พวกเขา
หลังจากราชันมารฮาสนำพาผู้คนในโลกมารจากไป หวังเถิงก็ทอดสายตามองไปยังเทพมนุษย์คนอื่น ๆ บนโถงหลิงเซียวอีกครั้ง
“ทุกท่าน ข้าจะไปยังโลกเบื้องล่างสักรอบ ในช่วงที่ข้าไม่อยู่ ก็ให้เทพศักดิ์สิทธิ์จางเป็นตัวแทนข้านำพาพวกเจ้าสร้างโลกเทพขึ้นมาใหม่” หวังเถิงเอ่ยปากสั่งการ
ทุกคนต่างก็สงสัยว่าเหตุใดในเวลานี้จักรพรรดิสวรรค์จึงต้องไปยังโลกเบื้องล่าง ทว่ากลับไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปากถาม มีเพียงธิดาเทพเก้าสวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าหวังเถิงจะไปยังโลกเบื้องล่างเพื่อทำสิ่งใด
สองปีแล้ว การกลับชาติมาเกิดใหม่ของหลิวเหยียนซีก็น่าจะอายุราว ๆ ยี่สิบปีแล้ว
“ขอรับ ตี้จวิน” จางเหิงและคนอื่น ๆ โค้งคำนับด้วยความเคารพ
“ทว่าทุกคนวางใจเถิด ก่อนจากไป ข้าจะให้ฝนสรรค์สร้างตกลงมาในโลกเทพสักรอบ เพื่อให้ระบบนิเวศของโลกเทพฟื้นฟูขึ้นมาโดยเร็วที่สุด” หวังเถิงกล่าวอีกครั้ง
คำพูดนี้ทำให้ทุกคนในโถงใหญ่ต่างก็ตื่นเต้นขึ้นมาระลอกหนึ่ง รวมถึงจางเหิงและธิดาเทพเก้าสวรรค์ด้วย
“หากมีฝนสรรค์สร้าง ระบบนิเวศของโลกเทพย่อมต้องฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็วเป็นแน่” จางเหิงกล่าวด้วยความดีใจ
“ใช่แล้ว ฝนมารตกมาสองปี ทั่วทั้งโลกเทพก็ไม่เหมาะสำหรับการดำรงชีวิตของเทพมนุษย์อีกต่อไปแล้ว หากมีฝนสรรค์สร้าง โลกเทพของพวกเราก็จะสามารถกลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง” ตาเฒ่าฉู่เชินก็กล่าวด้วยความตื่นเต้นเช่นกัน
คนอื่น ๆ ต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย
“อืม ทุกคนกลับไปเตรียมตัวเถิด!! ข้าเองก็สมควรไปแล้วเช่นกัน” หวังเถิงกล่าวพลางร่างของเขาก็ค่อย ๆ หายไป
จากนั้นหวังเถิงก็ใช้ต้นกำเนิดแห่งโลกเทพทำให้ฝนสรรค์สร้างตกลงมา ฝนสรรค์สร้างรอบนี้ตกอยู่นานมาก
ส่วนหวังเถิง ในเวลานี้ได้ผ่านพลังอิทธิฤทธิ์ ไปยังโลกเบื้องล่าง เพื่อตามหาการกลับชาติมาเกิดใหม่ของฮูหยินแล้ว