- หน้าแรก
- คุณชายดื้อรั้นจะอัญเชิญแต่สไลม์
- บทที่ 14: หล่อเหลาและเท่ระเบิด ดุจดั่งเทพจุติ
บทที่ 14: หล่อเหลาและเท่ระเบิด ดุจดั่งเทพจุติ
บทที่ 14: หล่อเหลาและเท่ระเบิด ดุจดั่งเทพจุติ
บทที่ 14: หล่อเหลาและเท่ระเบิด ดุจดั่งเทพจุติ
"นายพูดเรื่องอะไรเนี่ย?!" จางอู่แสดงสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
"เมื่อสัตว์กลายพันธุ์เข้าสู่สภาวะมาร มันก็แทบจะเป็นอมตะแล้วนะ!"
"การโจมตีของเราทำอะไรมันไม่ได้เลย"
"แล้วนายจะจัดการกับมันยังไง?"
เวลาเหลือน้อยเต็มที จางจ้านจึงข้ามคำอธิบายไปและเริ่มวางแผนการรบทันที
"เห็นเปลวไฟตรงหน้าอกมันไหม?!"
"นั่นคือแก่นแท้ที่ก่อตัวขึ้นจากการกลายร่างเป็นมารของมัน"
"คุณหนูหลินหราน รบกวนใช้กระบวนท่าก่อนหน้านี้ผ่าร่างมังกรเวททมิฬให้แก่นแท้มันเผยออกมาที!"
"ส่วนพ่อกับพี่ใหญ่ พวกคุณสองคนต้องหาทางส่งผมไปตรงนั้นก่อนที่บาดแผลของมังกรเวททมิฬจะสมานตัว!"
"จะให้ส่งนายไปทำไม? ไปตายงั้นเหรอ?" จางอู่ตกตะลึงกับความคิดบ้าบิ่นของจางจ้านอย่างมาก!
"การทำลายแก่นแท้สามารถขัดขวางการกลายร่างเป็นมารของมันได้ก็จริง"
"แต่นั่นมันแก่นมารของมังกรเวททมิฬระดับ S เลยนะ!"
"ใช่แล้ว จางจ้าน อย่าทำอะไรวู่วามเลย..." จางเหวินจงก็พยายามห้ามปรามเขาเช่นกัน
"อุณหภูมิตรงนั้นสูงตั้งหลายพันองศา!"
"ต่อให้เป็นเหล็กกล้าก็ยังละลายเป็นน้ำเหล็ก!"
"ลูกเข้าใกล้ไม่ได้หรอก!"
"ไม่มีเวลาอธิบายแล้ว"
"นับถอยหลัง 10, 9, 8..."
"เชื่อผมเถอะ!"
"ลุยเลย!"
สิ้นคำพูด จางจ้านก็เป็นคนแรกที่พุ่งทะยานออกไป
หลินหรานเหลือบมองจางอู่และจางเหวินจงแวบหนึ่ง ก่อนจะพุ่งตามไปติดๆ
"ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว..." จางเหวินจงถอนหายใจและอัญเชิญอาพ่างออกมา "ชาติที่แล้วฉันคงติดหนี้หมอนี่ไว้แน่ๆ!"
เมื่อเห็นว่าคนอื่นออกไปกันหมดแล้ว จางอู่จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากอัญเชิญหมาป่าสีเงินและตามไป
หลินหรานเหยียบย่างบนจิตกระบี่ กระโดดพุ่งไปอยู่หน้าสุด
เธอชูระบี่ขึ้น เผชิญหน้ากับมังกรเวททมิฬโดยตรง
เธอไม่รู้ว่าจางจ้านจะทนรับความร้อนสูงหลายพันองศาแล้วทำลายแก่นของมังกรเวททมิฬได้อย่างไร
แต่ในเมื่อเขาสามารถรักษาอาการบาดเจ็บเรื้อรังถึงเจ็ดปีของเจ้านูบได้ เธอก็ยินดีที่จะเชื่อว่าเขาสามารถสร้างปาฏิหาริย์ต่อไปได้
กลิ่นอายรอบตัวหลินหรานทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สายเลือดเส้นเล็กๆ นับไม่ถ้วนปะทุขึ้นจากร่างของเธอ หลอมรวมเข้ากับปราณกระบี่สีฟ้า
"ตู้ม!"
ปราณกระบี่รอบตัวหลินหรานแปรปรวนอย่างรุนแรงในพริบตา ทั้งหมดเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน
"จิตกระบี่! ปราณตัดวายุคลั่งเลือด!"
ปราณกระบี่สีแดงขนาดยักษ์ฟาดฟันออกไป
มังกรเวททมิฬที่อยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการกลายร่าง ไม่มีที่ให้หลบซ่อน มันกรีดร้องและถูกผ่าออกเป็นสองซีกในทันที!
"ตอนนี้แหละ!"
"สไลม์ กระสุนอัดอากาศ!"
"ราชันหมาป่าวายุ พรแห่งสายลม!"
ภายใต้การคุ้มครองของพรแห่งสายลม จางจ้านเมินเฉยต่อแรงต้านของอากาศและบินพุ่งตรงไปยังแก่นมารของมังกรเวททมิฬอย่างรวดเร็ว
มังกรเวททมิฬที่ถูกผ่าครึ่งไปแล้ว ยังคงยื่นกรงเล็บออกมาตบจางจ้านได้อีก!
รูม่านตาของจางจ้านหดเกร็ง
หากเขาถูกกรงเล็บนั้นโจมตีเข้า คงไม่มีเวลาเหลือพอแน่
ทว่าในตอนนั้นเอง
จางเหวินจงก็กลายร่างเป็นกังฟูแพนด้าและเตะกรงเล็บของมังกรเวททมิฬกระเด็นออกไป
"ไสหัวไป!"
"เยี่ยมมากครับพ่อ!"
จางจ้านพุ่งเข้าใส่แก่นมารของมังกรเวททมิฬโดยไม่ลังเล
ร่างของมังกรเวททมิฬที่ถูกผ่าครึ่งประสานกลับเข้าด้วยกันต่อหน้าต่อตาทุกคน เปลวไฟบนหน้าอกของมันสว่างวาบขึ้นอีกหลายระดับพร้อมกับเสียง 'พรึ่บ!' ราวกับมีคนเติมฟืนลงในกองไฟ
"ฮ่าฮ่า ไอ้โง่!"
"จงกลายเป็นเถ้าถ่านไปซะเถอะ!"
หลินหรานร่อนลงสู่พื้น ใบหน้าของเธอซีดเผือด
"บ้าเอ๊ย มันกลายร่างสำเร็จแล้ว!"
ความสิ้นหวังปรากฏขึ้นในดวงตาของจางอู่และจางเหวินจง
การกลายร่างสำเร็จของมังกรเวททมิฬหมายความว่า...
จางอู่และจางเหวินจงจ้องมองไปที่เปลวไฟบนหน้าอกของมังกรเวททมิฬ นัยน์ตาของพวกเขาเปี่ยมไปด้วยความเคียดแค้นอย่างหาที่สุดไม่ได้
"ฆ่ามัน แก้แค้นให้พี่ชายฉัน!"
"กล้าฆ่าลูกชายฉัน ฉันจะตายไปพร้อมกับแก!"
จางอู่และจางเหวินจงแผดเสียงคำราม เตรียมจะพุ่งเข้าใส่อย่างบ้าบิ่น
"ใจเย็นๆ สิ!"
"โป๊ก!"
"โป๊ก!"
หลินหรานใช้ด้ามกระบี่เคาะหัวพวกเขาทั้งสองคน
"ยังไม่ถึงเวลาต้องไปตายพร้อมกับมันสักหน่อย"
"ตั้งสติสัมผัสดูดีๆ จางจ้านยังไม่ตาย"
...
ณ บริเวณแก่นมารของมังกรเวททมิฬ
ภาพเบื้องหน้าของจางจ้านกลายเป็นสีแดงฉาน
เปลวเพลิงอุณหภูมิหลายพันองศาเลียตวัดร่างของเขาอย่างต่อเนื่อง แต่กลับไม่สามารถทำอันตรายเขาได้แม้แต่น้อย
"เนื่องจากคุณสมบัติต้านทานไฟ 100%"
"อุณหภูมิสูงและเปลวไฟใดๆ จึงไม่สามารถทำอันตรายคุณได้"
เสียงของมหาปราชญ์ดังสะท้อนขึ้นในหัวของจางจ้าน
ความสามารถต้านทานสารพัดรูปแบบของริมุรุนั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลยจริงๆ
"มังกรเวททมิฬกลายร่างสำเร็จแล้ว ต้องการกลืนกินแก่นมารหรือไม่?"
"คำเตือน!"
"แก่นมารมีพลังงานมารอัดแน่นอยู่เป็นจำนวนมาก หากกลืนกินเข้าไป อาจส่งผลกระทบที่ไม่อาจแก้ไขได้ต่อวิวัฒนาการของริมุรุ!"
จางจ้านไม่ลังเลเลยสักนิด
เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว จะไม่ให้กลืนกินได้ยังไง!
"ริมุรุ ใช้สกิลนักล่า"
"เป้าหมาย: แก่นมาร!"
สไลม์สีฟ้ากระโดดเข้าหาใจกลางเปลวเพลิง และกลืนแก่นมารทั้งก้อนลงท้องไปดังอึกใหญ่!
...
"ไม่ เป็นไปไม่ได้!"
มังกรเวททมิฬที่เดิมทีมีท่าทีลำพองใจ เผยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อออกมา
ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
วินาทีต่อมา
เปลวไฟบนหน้าอกของมังกรเวททมิฬก็ระเบิดคลื่นแสงเฮือกสุดท้ายออกมา แล้วดับวูบลงอย่างสมบูรณ์!
เส้นสีแดงบางๆ ปรากฏขึ้นบนตัวของมัน
ลากยาวผ่ากลางลำตัว
วินาทีต่อมา
มังกรเวททมิฬที่เพิ่งจะเลื่อนระดับขึ้นเป็น 2S ก็ส่งเสียงคำรามออกมาด้วยความไม่ยินยอม
ร่างมังกรทั้งตัวถูกรอยผ่าจากปราณกระบี่ของหลินหรานแยกออกเป็นสองซีกอีกครั้ง และร่วงหล่นกระแทกพื้นอย่างแรง!
ครั้งนี้ มันสูญเสียพลังชีวิตไปอย่างสิ้นเชิง
กลายเป็นเพียงซากศพ
บริเวณหน้าอกของมังกรเวททมิฬ
จางจ้านที่อุ้มสไลม์อยู่กระโดดเบาๆ และร่อนลงบนไหล่ของมังกรเวททมิฬอย่างสง่างาม
"ทุกคน"
"ภารกิจสำเร็จ!"
"วิกฤตคลี่คลายแล้ว!"
จางจ้านยิ้มบางๆ
ทันใดนั้น
แสงแดดลำหนึ่งก็สาดส่องทะลุชั้นเมฆดำครึ้มลงมา อาบไล้ร่างของจางจ้าน
เมื่อมองย้อนแสง จางจ้านที่อุ้มสไลม์สีฟ้าและยืนอยู่บนซากศพมังกรเวททมิฬยักษ์ ดูราวกับว่าแม้แต่เส้นผมของเขาก็ยังเปล่งประกาย
ช่างหล่อเหลาและเท่ระเบิด!
ดุจดั่งเทพจุติ!
"พับผ่าสิ หมอนั่นได้ขี้เก๊กอีกแล้ว!"
จางอู่ทุบพื้นด้วยความเจ็บใจ พลางแอบเช็ดน้ำตาที่หางตา
"กลืนกินแก่นมารสำเร็จ"
"ได้รับพลังงานจำนวนมหาศาล"
"กลืนกินพลังงานมารจำนวนมาก ความคืบหน้าการกลายร่างเป็นมาร 1/100"
"คำเตือน!"
"หากความคืบหน้าการกลายร่างของริมุรุถึง 100/100 มันจะกลายร่างเป็นดาร์กสไลม์"
"เมื่อถึงเวลานั้น ริมุรุจะยุติพันธสัญญาที่มีต่อโฮสต์โดยอัตโนมัติ"
"โปรดเลือกเส้นทางวิวัฒนาการของริมุรุอย่างระมัดระวัง"
รูม่านตาของจางจ้านหดเกร็งเล็กน้อย
ดูเหมือนว่าในอนาคต หากต้องเผชิญหน้ากับสัตว์กลายพันธุ์สายมาร เขาคงไม่สามารถใช้สกิลนักล่ากลืนกินพวกมันได้ตามใจชอบอีกแล้ว
"พี่ใหญ่ พ่อ ทำไมบนหัวพวกคุณถึงมีรอยปูดก้อนเบ้อเริ่มเลยล่ะ?"
เมื่อได้ยินดังนั้น หลินหรานก็แอบเก็บกระบี่กลับเข้าฝักที่เอวอย่างเงียบๆ หันหน้าหนีแสร้งทำเป็นมองวิวทิวทัศน์ ทว่าใบหูของเธอกลับแดงระเรื่อเล็กน้อย
จางอู่และจางเหวินจงสบตากัน
จางอู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "สงสัยจะโดนยุงกัดน่ะสิ ยุงแถวชานเมืองฝั่งใต้เนี่ยพิษสงร้ายกาจจริงๆ!"
"ใช่ๆๆ..."
พวกเขาไม่มีทางบอกความจริงเด็ดขาดว่า เป็นเพราะเป็นห่วงเขามากจนเกือบจะพุ่งไปตายพร้อมกับมังกรเวททมิฬ เลยโดนหลินหรานฟาดหัวเอา
ชายอกสามศอกสองคนกลับตั้งสติได้ไม่เท่าผู้หญิงคนเดียว
ขืนพูดไปคงน่าอายตายชัก
"ว่าแต่คุณพ่อครับ ซากศพมังกรเวททมิฬตัวนี้คงไม่มีประโยชน์อะไรแล้วใช่ไหมครับ..."
"เอ่อ... อืม ก็ใช่นะ..." จางเหวินจงตอบกลับอย่างเหม่อลอย ยังคงไม่เข้าใจว่าทำไมจางจ้านถึงถามแบบนั้น
"ในเมื่อเป็นแบบนั้น ผมก็ไม่เกรงใจล่ะนะ"
"ริมุรุ ใช้สกิลนักล่า"
"เป้าหมาย: มังกรเวททมิฬ!"
"อะไรนะ?!"
จางเหวินจงนึกว่าตัวเองหูฝาดไป
สีหน้าของเขาแข็งค้างขณะทอดสายตามองสไลม์สีฟ้ากระโดดลอยขึ้นไปบนฟ้า ขยายร่างใหญ่โตขึ้นตามแรงลม
จากนั้นก็กลืนซากมังกรเวททมิฬทั้งตัวเข้าไปดังอึก!
ให้ตายเถอะ!
สไลม์ตัวนี้มันกลืนกินได้ทุกสรรพสิ่ง ทั้งแผ่นดิน ผืนฟ้า และอากาศเลยหรือไง?
"เคร้ง! เคร้ง!"
เหล่าทหารองครักษ์ที่ผู้บัญชาการจวงพามาด้วยต่างตกตะลึงจนตาค้าง
แม้แต่อาวุธในมือยังร่วงหล่นลงพื้นกระแทกเสียงดัง