เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 630 แดนผนึกเทพ

บทที่ 630 แดนผนึกเทพ

บทที่ 630 แดนผนึกเทพ


าฑ‍ย​อ​ูกเผ่ามารเหล่านี้เห็นได้ชัดว่าตกตายไปอย่างสมบูรณ์แล้ว และเป็นการตายในลักษณะที่ดวงจิตและวิญญาณแหลกสลายดับสูญไปจนสิ้น

ทว่าทุกย่างก้าวที่เดินไป สองเท้าเหยียบย่ำลงบนซากร่างของมารร้ายเมื่อพันปีก่อน หลินซูก็ยังคงมิกล้าประมาทเลินเล่อแม้แต่น้อยดค​ฏ‍าิชซ

ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มขึ‌ฮซ‌ป‍ฬฏ‍ภฐ‍กา‌องฉีเหยาขยับเข้ามาใกล้ ผ‌ลมง‍ฝฏส‌เป่าลมหายใจหอมกรุ่นรดริมหูของเขาแผ่วเบา "ท่านพี่ พวกมันล้วนถูกผู้คนใช้กระบี่ฟาดฟันจนตกตาย ผู้ใช้กระบี่นั้นมีตบะบารมีลึกล้ำสุดหยั่งคาดนัก"

หลินซูปรายตามอง เห็นใบหน้างามของแม่นางน้อยข้างกายที่กำลังตื่นเต้นระทึกใจ ก็อดมิได้ที่จะประหลาดใจอยู่บ้าง บนพื้นเต็มไปด้วยซากกระดูกของมารร้าย สตรีทั่วไปสมควรจะหวาดกลัวจนซุกเ​น​ื‌้อ​ห‌าน‌ี้เป็​นข‌อ‍ง Th​ai-‍novel‌ ห้ามทำ‍ซ้‍ำหรื‍อดัดแป‌ลงตัวเข้าสู่อ้อมอกของเขามิใช่หรือ? ีย‍ฏ‌ณ‍เจ้ากลับตื่เ​นื้‍อ‌หานี้​เป็นของ‌ Th​ai‍-‌n​ovel ห‌้ามท‍ำซ้‌ำหร‌ือดัดแ‍ป‍ลงนเต้นจนใบหน้าแดงซ่านถึงเพียงนี้

ฉีเหยามิได้ตระหนักถึงแววตาที่ผิดแผกไปของเขา นางยังคงกล่าวต่อไป "ท่านว่า ผู้ที่สังหารพวกมัน จะเป็นคนจากสำนักของท่านหรือไม่?"

หัวใจขอเว​็‍บ‍ไ‍ซต‌์นี้ไม่อนุ​ญาต​ใ‍ห้นำเนื‍้อ​ห‍าไปเผ​ยแพร​่‌ต‌่อที่อ‌ื่นงหลินซูสั่นสะท้านอย่างรุนแรงูฒ‍สชฟ‍ขโี​ศ 'หรือจะกล่าวว่า ภายในสถานที่แห่งนี้มีผู้อาวุโสแห่งสำนักกระบี่อยู่จริงๆ?'

กาลเวลาผันผ่านก้าวข้ามมานับพันปี ตามหลักการแล้วผู้คนย่อมต้องเน่าเปื่อยกลายเป็นเถ้าธุลี ทว่านี่คือโลกอันพิสดารใบหนึ่ง ผู้คนเมื่อพันปีก่อนที่ยังมีชีวิตรอดมาจนถึงปัจจุบัน ล้วนมีให้เห็นอยู่ถมไป

ในยามนั้นเอง ท้องฟ้าก็พลันสว่างไสว แสงขาวสายหนึ่งสาดส่องทะลุชั้นเมฆา ทันทีที่แสงขาวปรากฏ ความรู้สึกอึดอัดกดดันรอบด้านก็มลายหายไปจนสิ้น

หลินซูจับจ้องมองลึกลงไปในแสงขาวนั้น แสงขาวนั้นค่อยๆ เหภะ‍ซญคญ‍บ​ก่อตัวเป็นรูปร่าง กลายเป็นอาชาศึกอันพิสดารตัวหนึ่ง อาชาศึกที่มีปีกสองข้างงอกเงยอยู่ฑุ‍ดุฬภิ‍

อาชาศึกก้าวข้ามความว่างเปล่า ย่างเท้าเข้ามาหาพเนื้‌อ‌หาส่‍ว‌น‍น​ี้ถู​ก‌ละ​เ‍มิด‍ลิ‌ขส​ิทธิ์มาจ​ากนั​ก‍เขียน‌ตัว​จร‍ิง​วกเขาทีละก้าวโศหงข‌ เมื่อมันมาหยุดอยู่เหนือศีรษะเ‍ว็​บไซต์นี้ไ‌ม‌่อ‌น‌ุ‍ญาตให้นำเ‍น‍ื้อหา‌ไปเผยแ‍พ‍ร่‍ต่‍อที‍่อ‍ื​่นของพวกเขา สมรภูมิสีเลือดแห่งนี้ ก็ราวกับถูกผลัดเปลี่ยนแปรสภาพเป็นอีกขุมโลกหนึ่งฉภไึ​ฐว‍ธญิ​ฒ

"นี่คืออาชาสวรรค์เขาเดียวในตำนานกระนั้นหรือ?" ฉีเหยาเอ่ยถาม "ทว่ามันไม่มีเขา!ดปไ​ หรือว่าจะถูกตีหักไปในระหว่างการต่อสู้?"

ตำราโบราณบันทึกไว้ว่า อาชาสวรรคฉขษ‍ะ์เขาเดียว คืสนับ​สนุ​น​ข‍องแท‍้‌ได้ที่‌เว็​บ‌ห​ลัก​ Thai​-n‌ovel เ​ท่านั้​นอสัตว์อสูรสงครามอันน่าอัศจรรย์ชนิดหนึ่ง ดุร้ายเหี้ยมเกรียมดั่งสัตว์ร้ายระดับเก้าญริี‌ิพฮ​ึอฏ ฏ​พข‌ภักดีดุจสุนัขเฝ้าบ้าน และมีสติเ‌น​ื้อหาส่วนนี้ถูกละเ​มิด‌ล‍ิ‍ข​ส‌ิ​ทธ‌ิ์ม​าจ‍า‍กนั​กเ‌ข​ี‍ย​นตั‌วจ​ริ‌งปัญญาหยั่งรู้ดั่งมนุษย์ผู้ปราดเปรื่อง

สัตว์อสูรสงครามเช่นนี้ มีค่าควรเมือง ผู้นำจากทุกฝ่ายล้วนปรารถนาจะได้มาครอบครอง ดังนั้น จำนวนของพวกมันจึงลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ ในอาณาเขตแห่งต้าซาง ไม่มีผู้ใดได้ยินข่าวคราวขบซ​โ‌องพวกมันมานานนับพันปีแล้ว

หลินซูกล่าวว่า "ข้าเคยได้ยินเรื่องราวของมัน เล่าขานกันว่า ในกาลก่อนยามที่เจ้าสำนักกณ‍ฏ​ฝ‌ระบี่นำศิษย์สามพันคนออกศึก สิ่งที่เขานั่งก็คืออาชาสวรรค์เขาเดียว!"

ฉีเหยาตระหนกตกใจ "ตำนานนี้ข้าก็เคยได้ยินมาเช่นกัน อาชาสวรรค์เขาเดียวมักจะภักดีซื่อสัตย์ ไม่ขอแยกจากผู้เป็นนายเด็ดขาด อาชาตัวนี้มาปรากฏอยู่ที่นี่ หรือว่าอดีตเจ้าสำนักกระบี่จะอยู่ที่นี่จริงๆ?"

ศผฮผอาชาสวรรค์ตัวนั้นพยักหน้าลงเบาๆ

"อยู่ที่นี่จริงๆ หรือ?" นัยน์ตาของหลินซูทอประกายวาบ โ‌ป‌รด‍ระ​วังเ‍ว‍็‍บ‍ไซต์นี‌้มีพฤติ​ก‍รรมขโ​ม​ย​ผ​ลงา​น‌ลิข‌สิ‌ทธิ์"เขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่?"

ท่ามกลางสายตาอันคาดหวังของเขา อาชาสวรรค์มิได้พยักหน้า

"เขาตายแล้วหรือ?"

อาชาสวรรค์ก็ยังคงมิได้พยักหน้า

"พาข้าไปพบเจ้านายของเจ้าได้หรือไม่?" หลินซูเอ่ยถาม

ฑ​ไฟปอาชาสวรรค์ค่อยๆ หมุนตัวกลับ กลายเป็นประกายแสงสายหนึ่งพุ่งทะยานสู่เส้นขอบฟ้า หลินซูและฉีเหยาเหินกายขึ้นพร้อมกัน ติดตามมันไป

ความเร็วของอาชาสวรรค์ เดิมทีควรจะรวดเร็วดุจแสงประกายณญถ‌ ทว่าในยามนั้น ความเร็วของมันกลับไม่เร็วนัก มันรักษาระดับความเร็วให้เท่าเทียมกับหลินซูและฉีเหยา ดูราวกับว่ามันกำลังนำทางอยู่อย่างแท้จริง

ภายในใจของหลินซูเต็มไปโป‍รดระวังเว็‍บ‌ไซต์‍นี้ม‌ีพฤ​ต‍ิกร‍รม‍ข‌โมย‍ผล‌ง‌า‍นล​ิขสิทธิ‌์​ด้วยข้อกังขา ทว่าก็เปี่ยมไปด้วยความคาดหวังเช่นกัน

เจ้าสำนักกระบี่ เมื่อสามพันปีก่อนยามเผชิญวิกฤติความอยู่รอดของต้าซาง ล‍ฮแคเ‍ุฐกงลเขาตัดสินใจนำทัพออกศึกอย่างเด็ดเดี่ยว การออกศึกครั้งนั้น ตัวเขาเองก็รู้ดีว่าต้องตายอย่างแน่นอน ทว่าเขาก็ยังมุ่งหน้าไปโดยไร้ความลังเล คญณรสุใ‌ท​นการออกศึกครานั้น เขาไม่ได้กลับมา เหล่าผู้กล้าทั้งสามพันก็ไม่ได้กลับมาเช่นกัน

สำนักกระบี่สูญเสียขุมพลังระดับสูงสุด จึงถูกคนพาลฉวยโอกาสกวาดล้างจนสิ้นซาก จฒทหุภฝ‌ธแี​และนี่เป็นเรื่อ่‌านเว็‍บ‍แท‌้‍คอมเมนต‍์ให้กำ​ลังใ‍จน‍ักเข‌ียนได‌้นะค‍รับองราวที่น่าเจ็บปวดรวดร้าวถึงเพียงใด?

หลินซูเคยเขียนบทกวีสองวรรคไว้ที่ด่านประตูมรรคาเพื่อรำลึกถึงเรื่องราวนี้ว่า 'สามพันวีรชนสละชีพกลางสมรภูมิ ข้าขอใช้โลหิตจารึกนามสำนักกระบี่!'

นั่นคือภาพสะท้อนจากก้นบึ้งหัวใจของเขาอย่างแท้จริง

บัดนี้ เมื่อล่วงล้ำเข้าสู่ดินแดนลี้ลับที่ถูกค่ายกลปิดผนึกไว้ เขาบังเอิญได้พบกับอาชาสวรรค์ที่เจ้าสำนักกระบี่ในอดีตเคยขี่ เป็นอาชาสวรรค์ที่ยังมีชีวิตอยู่ เช่นนั้นแล้ว อดีตเจ้าสำนักกระบี่ ตู๋กูซื่อ ผู้มีชื่อเสียหิ​คไจฟลร‌ูงสะท้านใต้หล้า สยบขวัญแปดทิศในกาลก่อน จะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่?

อาชาสวรรค์มีสติปัญญาหยั่งรู้ ทว่าเมื่อเผชิญกับคำถามของเขา มันกลับมิได้พยักหน้า ทว่าเมื่อเผชิญกับคำถามในทางตรงกันข้าม มันก็มิได้พยักหน้าเช่นกัน

ไม่ใช่กาเหรมีชีวิต โป‍รดระ‍วังเว​็บไซ‍ต์น‌ี้ม​ีพฤต‍ิกรร‍มขโมย‌ผ‌ลงานลิข‍สิ‍ท​ธ‍ิ์‍และไม่ใช่ความตายกระนั้นหรือ?

ณวฎ​ถ‍ย‌เบื้องหน้าคือลานกว้างอันไพศาลไร้ขอบเขต บนลานนั้น มีทหารนับไม่ถ้วช‌ะแธผะตผผนยืนตระหง่านอยู่ พวกเขามีใบหน้าเหมือนยังมีชีวิต ทว่ากลับหลับตาพริ้ม รอยเลือดบนร่างก็ดูราวกับยังไม่แห้งเหือดไป

บนแท่นสูง มีคนอยู่อีกหกคน ผูอ่‌านเ‌ว็บแท‌้คอม‌เ‌มนต์ใ‍ห้กำลัง‌ใ​จน‍ัก‌เขียนได้‌นะครับ‍้ที่อยู่ตรงกลางกำลังนั่งขัดสมาธิ หัวใจของหลินซูสั่นสะท้านอย่างรุนแรง 'คนผู้นี้หรือว่าก็คือตู๋กูซื่อ?'

พลังจิตห​า‍กท่านเห็น‌ข​้อ​ความนี้แสด‍งว่‍าเว็บ‍ที่‌ท่านอ่าน​อยู่‌ขโมย‌นิย‍า‌ยม​าวิญญาณของเขาสัมผัสตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่าทุกคนล้วนตกอณ‍ทพ‍เ​อุไ​ว‌ยู่ในสภาวะเดียวกัน ล​ด‍จื‌ฒมญ‌ฬบนร่างมีพลังแห่งการปิดผนึกสถิตอยู่

เขาคิดจะตรวจสอบความเป็นตายของทหารผู้หนึ่งที่อยู่ข้างกาย ทันทีที่พลังจิตวิญญาณแทรกซึมเข้าสู่ห้วงสัมปชัญญะของทหารผู้นั้นูจ เขาก็ต้องสะดุ้งตกใจสุดขีดซ‍ูส​ะ‌ยืืท‍ผว พลังชั่วร้ายอันพิสดารขุมหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างฉับพลัน มันไหลย้อนกลับตามพลังจิตวิญญาณเข้าสู่ห้วงสัมปชัญญะของเขาเอง กลายร่างเป็นมังกรคลุ้มคลั่งตัวหนึ่งฒ​ฝชฏ

พลังจิตวิญญาณของหลินซูขยายตัโปร‍ดร​ะว‍ั‌งเว็บ‌ไ‍ซต์นี้มีพฤติก​ร‍รมขโม‌ย​ผลงา‌นลิข‌สิ​ทธิ์วออกอย่างรุนแรงโ‍ีฟ‍ุ‍ไฟแ นด‍ฮปวกลายเป็นกรงขังคุมขังพลังชั่วร้ายขุมนั้นไว้อย่างแน่นหนา พลังขุมนั้นยังคงพุ่งชนซ้ายขวาอย่างดุร้ายเหี้ยมเกรียมไร้ที่เปรียบ สัมปชัญญะของหลินซูต้องใช้หนึ่งกระบวนท่าดับวิญญาณ จึงจะสามารถขจัดพลังขุมนั้นออกไปได้จนสิ้น บริเวณหว่างคิ้วของเขาถึงกับมีหยาดเหงื่อเย็นผุดพรายท‍ะบจ‍า​ิ

"ท่านพี่ เกิดอ่​าน‍เว็บแท้คอมเ‌ม‌น​ต์ใ‌ห้‌กำ‌ลั‌งใจนักเขียนได้นะครับ‍อันใดขึ้น?" ฉีเหยาร้องถาม

หลินซูลพฬฟิถ‍ฟฎืมตาขึ้น จ้องมองทหารเบื้องหน้าด้วยความตกตะลึง ทหารผู้นั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น เนื้อหนังบนใบหน้าของเขามลายหายไปจนสิ้น กลายเป็นเพียงกระดูกขาวโพลนพธฮธทฬ ูธจภายในห้วงสัมปชัญญะของเขา ไม่มีการเคลื่อนไหวของจิตวิญญาณอีกต่อไป เขาตายแล้วิฮฎร‍ฒฒต​ผ ตายไปอย่ฬฬ‍ี‍ผโ​างแท้จริง

หลินซูเดินตรวจสอบไปตลอดทาง ณ‌ปูหทหารทั้งหมดล้วนตกอยู่ในสภาวะเช่นนั้น มีใบหน้าเหมืีฎไอนดั่งคนเป็น ทว่าภายในห้วงสัมปชัญญะกลับมีพลังชั่วร้ายแฝงอยู่ ยิ่งไปกว่านั้น ยิ่งมีตบะบารมีแข็งแกร่งมากเพียงใด ฬฟ‍ลถพลังชั่วร้ายในห้วงสัมปชัญญเ‍นื้อหา‍ส‌่‍วน‍นี้‌ถ​ูกละเมิดลิขส​ิทธิ์มาจากน‌ั‌ก​เ‍ขีย​นต‍ัวจริงะก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นตามไปด้วย

เมื่อมาถึงระดับหัวหน้าหน่วย หลินซูก็ไม่กล้าตรวจสอบอีกต่อไป ส่วนคนที่อยู่บนแท่นสูงนั้น เขายิ่งไม่ลฐีฎกล้าแตะต้อง

"ตกลงแล้วพวกเขาเภีาภญฝ‍ป็นหรือตายกันแน่? ต‍แถ​ผผ​ผ‍ิฒข้ารู้สึกว่ามันลี้ลับพิสดารยิ่งนัก ทว่าก็มิกล้าตรวจสอบ" ฉีเหยฮ‍น‌ฏเขมม‌ึณากล่าว

"อย่าได้ตรวจสอบ ภายในห้วงสัมปชัญญะของพวกเขามีพลังชั่วร้ายขุมหนึ่งแฝงอยู่ และก็เป็นเพราะพลังขุมนั้น ที่ทำให้พวกเขาตกอยู่ในสภาวะครึ่งเป็นครึ่งตาย หากถอนขุมพลังนั้นออกมาเมื่อใดฏจึ‍พติ​ พวกเขาก็จะตายตกไปอย่างแท้จริง"

ฉีเหยากล่าวว่า "ทว่าหากไม่ถอนพลังขุมนั้นออก พวกเขาก็ไม่ต่างอันใดกับศพที่ยังคงเดินได้มิใช่หรือ? ซ้ำร้ายวิญญาณก็ยังมิอาจสงบสุขได้"

"เรื่องนี้มีเงื่อนงำซ่อนอยู่จริงๆงจฬ อาชาสฎ‌ผฮภพึขวรรค์ เจ้าสามารถบอกเล่าเรื่องราวในปีนั้นให้พวกเราฟังได้หรือไม่?"ฎฟกะ​ฑ

ฒบถหพ‌งสุ้มเสียงของหลินซูเพิ่งสิ้นสุดลง นัยน์ตาขสนับส‍นุน‍ขอ​งแท้‌ได้ท‍ี่‍เว็บห‍ลัก ‍Thai-nov​el​ เท่า‍นั‌้‍น‍องอาชาสวรุซ‍เี‍ฟภปดรค์ก็พลันสว่างวาบ ฎ‌ซด‍ต‍ุไป‍ค‍มราวกับกาลเวลาไหลย้อนกลับ ภาพเหตเนื‍้อหานี​้เป​็‌นข‌อง​ ‌Thai‍-no​vel ‍ห้ามทำซ้ำหร‍ือ​ดัด​แปลงุการณ์ฉากหนึ่งปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของคนทั้งสอง

สมรภูมิสีเลือด ิล‌กองกำลังสองฝ่ายกำลังสาดฟาดฟันกันอย่างบ้าโ​ป‌ร​ด‌ระวั​ง‍เว็บไซต์นี​้มีพ​ฤติ‌กร​รมขโม​ยผล​ง‍านลิ​ขสิทธิ์คลั่ง ถ​ไขศถฑิ‍กระบวนท่าโจมตีของพวกเขาล้วนรุนแรงดุดันถึงขีดสุด อาชาสวรรเน​ื‌้อหา‌ส‌่ว‍นนี้ถูกละเม​ิดลิ​ขสิ‍ทธิ​์มา‌จากนักเ‍ขียนตัวจริงค์ตัวหนึ่งภขจ‍ทะยานพาดผ่านนภาลัย บุคคลบนฟากฟ้าสะบัดกระบี่ยาวในมือคราหนึ่ง รเ‍น‌ื้‍อหานี้เป‍็นขอ‍ง ‍T‌hai-nove‌l ห้า‍ม‌ทำซ‌้ำหร‍ือดัดแ‌ปลงาวกับจะเชื่อมต่อฟ้าดิน ฟาดฟันกระบี่ลงสู่ผืนปฐพี ผู้คนนับไม่ถ้วนแหลกสลายกลายเป็นหมอกเลือด ท่ามกลางห้วงอากาศเต็มไปด้วยกระดูกสีดำเกลื่อนกลาด

นั่นคือการลงมือขอเนื้อหาส​่ว​นนี้‍ถูกละเมิดลิขสิทธิ์มาจ​าก​นั‌ก‍เขีย‍นต‌ัว‍จร‍ิงงเจ้าสำนักตู๋กูซื่อ

ม่านสีดำผืนหนึ่งแผ่พุ่งมาจากแดนไกล ทหารที่อยู่ข้างกายเจ้าสำนักพากันตกตายอย่างน่าอนาถ เจ้าสำนักแผดเสียงคำรามลั่น พ่นโลหิตคำโตสาดรดลงบนกระบี่ยาวในมือ กระบี่ยาวขยายใหญ่ขึ้นเป็นหมื่นจั้ง อักษรสีทองอร่ามสองตัวปรากฏขึ้นบนตัวกระบี่ว่า 'ผนึกฟ้า'

หนึ่งกระบี่ผนึกฟ้า ฉีกกระชากม่านสีดำจนขาดสะบั้นผฐย‌พฎุฒ​ดี ใธแธห‍ซลาส‌คนผู้หนึ่งที่อยู่ภายในซึ่งมีใบหน้าซีดเผือดเน‌ื้​อหา‌ส่วนนี้‌ถู‌กล‌ะเม​ิด‍ลิขสิทธิ์มาจา‌กนั‌กเขียนต​ั‍วจร‍ิ‌ง ถูกฟันขาดเิ​งิดดธ​ค​แ​อป็นสองท่อน เขาร้องโหยหวเนื‌้อห​าส่ว‌นนี​้ถ‍ูก‌ละเม​ิ‌ด‍ล​ิข‌สิทธิ์มาจ​า‌กนัก​เขี​ยนตัวจร‌ิงนดังก้องฟ้า ก่อนจะร่วงหล่นลงสู่เหวลึกหมื่นจั้งเบื้องล่างฉึหฝ​ฝพ‍

จากก้นเหวลึกษชป​ูนขจโ​ แว่วเสียงคำรามโกรธเกรี้ยวราวกับเสียงจากอเวจีดังขึ้นีมก‍ฉล "ขอใช้โลหิตแห่งข้าฮษจ‌ เผาผลาญวิญญาณข้า คำสาปแห่งน้ำตาสวรรค์ จงกลืนกินวิญญาณให้สิ้น!"

สิ้นเสียงคำราม แม่น้ำสายเลือดสายหนึ่งก็พวยพุ่งขึ้นมาจากก้นเหว แปรเปลี่ยนเป็นห่าฝนโลหิตสาดซัดไปทั่วทั้งสมรภูมิ นักรบทั้งสามพันคนร่างโชกชุ่มไปด้วยเลือด นัยน์ตาของพวกเขาพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน

เจ้าสำนักตู๋กูซื่อแหงนหน้าขึ้นมองฟ้า แผดเสียงตะโกนลั่นธฏืฎฮืข​ฑ "พี่น้องร่วมสำนักทุกท่าน พวกเราไม่อาจรอดชีวิตกลับไปเยือนสำนักกระบี่ได้อีกแล้ว แม้กายโแ‌ล‍จะสลาย เนื้‌อ​ห‌านี้เ‍ป็น‌ข‌อง Th​a‌i-no‌vel‍ ห‍้ามท​ำ‍ซ้‌ำห‌รือ‌ดัด‍แปลงทว่าปณิธานยังคงอยู่ ปณิธานนั้นคือสิ่งใดเล่า?"

ศิษย์ทั้งสามพันคนชูแขนขึ้น โห่ร้องอย่างพร้อมเพรียง ยข‌ธบู‌ู‌ฒฎ‌"สังหารมารร้ายต่างแดนให้สิ้นซาก ปกป้องสรรพสัตว์แห่งฟ้าดิน!"

"ดี! ให้การสังหารเป็นปณิธาน หนึ่งปณิธานคงอยึิ​ี​ฬลุู่ชั่วนิรันดร์! ศ‌แป้ายกระบี่หมื่นสังหารอ่านเว็บ​แ‌ท้​ค​อมเ‍มนต์ใ‍ห้กำลั​งใจน​ั‌กเขี‍ย‍น​ไ‍ด้นะครับ ป้ายแหลกสลายผนึกเทพ!"

มือของเขาพลันยกขึ้น ศิลาจารึกโบราณแผ่นหนึ่งก็ปรากฏ ศิลาจารึกสั่นสะท้านแล้วแตกสลาย กลางอากาศปรากฏอักษรคำว่า 'ซา' กบญซ‍อ‌ุย​ฬ‍จดขึ้นสามพันตเน‍ื​้​อหานี้‍เป็‌นของ ‍Th‍ai-novel​ ห้า‌มทำ​ซ้ำหรือ​ดั‍ด‍แ‌ปลงัว ซึมซาบเข้าสู่ร่างของทหารทุกนาย

อาชาสวรรค์เขาเดียวแหงนหน้าขึ้นส่งเสียงร้องคำรามก้องฟ้า เขาโลหะสีทองบนหัวโ​ญส​รของมันหลุดร่วงลงมา กลายร่างเป็นกระสวยยักษ์สะหา​กท่‌า​นเห็‌นข‍้อความนี้‌แ‌สดงว่​า‍เ​ว‌็‌บท‌ี่ท่า‌นอ่า‍นอย​ู่‍ขโ‍มย‍นิย​ายมาท้านนภาใฮ​ึ‌ เก็บกวาดเ​ว‌็บ‌ไซต์นี‌้ไม‍่อนุญาตให้‌น‍ำเนื้​อห​า​ไ‌ปเ​ผย​แพร่ต่อที‌่‍อื่นศิษย์ทั้งสามพันคนเข้าไปพร้อมกัน ประกายแสงหมุนวน แหวกว่ายฝ่าความว่างเปล่าซซงนีฬาส ทะยานหายลับไปในห้วงมิติ

ประกายแสงในดวงตาของอาชาสวรรค์หดกลับคืน ภาพเหตุการณ์หลอมรวมธสษฉ‍ฎไีแ​เข้ากับความเป็นจริง และหยุดนิ่งลงที่หุบเขาแห่งนั้น ณ ทุ่งกว้างแห่งนั้น

หลินซูทอดสายตามองอาชหฮงฉขฏภหไ​าสวรรค์อยู่นานแสนนาน อาชาสวรรค์ก็จ้องมองเขาเช่นกัน ล‍มันยืนอยู่อย่างโดดเ‌ว็‌บไซต‍์นี้ไม่อ​น‌ุ​ญาตใ‍ห‌้‌นำ‌เนื้อ‌หาไ‌ปเผยแพร่ต่อที่‌อ‌ื‌่นเดี่ยวบนแท่นสูง นัยน์ตาเปี่ยมไปด้วยความอ้างว้าง ใช่รธ‍บแล้ว หลินซูสามารถอ่านความเงียบเหงาในดวงตาของมันได้อย่างชัดเจน

สามพันผู้กล้า วส‌น‌ับสนุน‌ของแ‌ท​้‌ได้​ท‍ี่​เว็บ‍หล‌ัก‍ T​hai‌-novel ‍เท่า‍นั‍้นีรบุรุษแห่งยุคสมัย ล้วนพลีชีพในสนามรบ หลงเหลือเพียงอาชาสวรรค์ตัวหนึ่งพดลศย‌ฎ‌ไ​แา ที่คอยเฝ้ามองอย่างโดดเดี่ยว

"ท่านพี่ พวกเขาน่าสงสารยิ่งนัก" ฉีเหยาซบหน้าลงบนไหล่ของเขา หลั่งน้ำตาเงียบๆ

"ใช่! และก็น่านับื‍ธ‍คร‍ปต​ีฬว​ถือยิ่งนัก!"

ฉีเหยากล่าวว่าจ‍ศ‌ปฎดฉ "มารร้ายถูกสะกดเอาไว้แล้ว ตลอดพันปีมานี้ไม่เคยปรากฏตัวขึ้นอีกเลย ทว่าพวกเขากลับไม่ล่วงรู้ ซ้ำยังไม่ยินยอมให้ร่างถูกฝังดินเพื่อพักผ่อนอย่างสงบ ท่านพี่... ท่านคิดจะนำพวกเขากลับไปชท​ื​ภปฮใ‌ซษช‍ยังสำนักกระบี่หรือไม่?"

ปษไง‌เภฬษ‌ท"ทำมิได้! สถานที่แห่งนี้คือสุสานที่เ​ว‍็บ​ไ​ซ‌ต‌์นี‍้ไ‌ม่อนุ‍ญ‌าตให้น‍ำเน‍ื้อหา‍ไป‌เผยแพร่ต่อที่อื่นอาชาสวรรค์เลือกให้เหล่าผู้กล้า ย่อมต้องมีเหตุผลของมัน ผู้อาวุโสแห่งสำนักกระบี่ไม่ยินยอมออกไป ก็ย่อมมีเหตุผลของพวกท่านเช่นกัน"

ฉีเหยาพยักหน้าเบาๆ "ก็จริง วิญญาณของพวกเขาถูกทำให้แปดเปื้อนธวฐงตฉธชึจจนกลายเป็นวิญญาณแห่งมารร้ายไปแล้ว ต่อให้สามารถปลุกให้ตื่นขึ้นมาได้ พวกเขาก็ไม่ใช่วีรบุรุษเลือดเหล็กอีกต่อไป ทว่าจะกลายเป็นมารร้ายดุร้ายแทน"

จุดนี้ ฉีเหยาเข้าใจ หลินซูก็เขต​้าใจเช่นกัน เพียงแต่เขามิอาจหักใจเอื้อนเอ่โป‌ร‍ด​ระ‌ว​ัง​เว็บไ​ซต‌์‍น‍ี้มี‍พ​ฤต‌ิ‍กร‌รม‌ขโมยผล‌งานลิข‍สิทธิ​์ยมันออกมาได้

วีรบุรุษเลือดเหล็ก ถูกล้างผลาญจนสิ้นซากในศึกเดียว ทั้งที่ค้นพบร่างของพวกเขาแล้วแท้ๆ ทว่ากลับยังมิอาจพากลับคืนสู่สำนักกระบี่ได้ นี่ช่างเป็นความโศกสลฮม‌า​ดที่น่ารันทดเพียงใด?

สายตาของหลินซูเลื่อนกลับไปหาอาชาสวรรค์เขาเดียว "อาชาสวรรค์ เจ้านายของเจ้าพลีชีพในสมรภูมิแล้ว เจ้าปรารถนาจะก้าวเดินไปกับข้าหรือไม่?"ฎณ​ปหงจ

อาชาสวรรค์ส่ายหน้าช้าๆ

"ไปกันเถอะ!" หลังซูและฉีเหยาค่อยๆ หันหลังกลับะสฏฏฉฉทผเ‌ เหินกายทะยานขเะ‌ซ‌าณบึ้นสู่ท้องฟ้า ยิ่งไกลห่างจากพื้นดินเท่าใด ลานกว้างก็ยิ่งดูเล็กลงเท่านั้นีะ‍ฐ‍แ​ฟ‍ธ‌ภฮู‍ถ อาชาสวรรค์ตัวนั้นยังคงยืนโดดเดี่ยวอยู่บนแท่นสูง ทอดสายตาเฝ้ามองเจ้านายของมัน

เมื่อกลับมาถภธงึงสมรภูมิเดิม หลินซูและฉีเหยาก็ค่อยๆ ก้าวเดินออกห่างจากฎ‌ฉศชดฉ‌ฮอาณาบริเวณแห่งนั้น เมื่อพ้นจากกุยช่องทางเดิน เบื้องหน้าก็ยังคงเป็นค่ายกลขนาดใหญ่อยู่ หลินซูวาดมือขึ้น อักขระมิติถูกใช้ออกมาอีกครา พวกเขาก้าวเท้าออกจากปากถ้ำรูปคนนั้น อักขระมิติเลือนหายไป ถ้ำก็กลับคืนสภาพเป็นเพียงผนังหินธรรมดาบานหนึ่ง

ความลับของค่ายกลใหญ่แห่งนี้ ในที่สุดหลินซูก็ทำลายมันลงได้ ไร้ซึ่งภยันตรายใดๆเนื้‌อหานี้เป็นขอ​ง Thai-​n‌ovel ห้‍ามทำ‌ซ้​ำห‍รื‌อดัดแป​ลง มีเพียงความรู้สึกสะเทือนใจที่เอ่อล้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

"สถานที่แห่งนี้ เดิมทีข้าหลงคิดว่าเป็นแดนผนึกมาร นึกไม่ถึงเลยว่า มันจะเป็นแดนผนึกเทพ!" หลินซูกล่าวน‌ซล​ "ออกไปแล้วอย่าได้แพร่งพรายเรื่องนี้แก่ผู้ใด"

ฉีเหยากล่าวว่า "ข้ารู้ดี ลูกหลานแห่งเขาชางซาน ย่อมไม่มีวันไปรบกวนดวงวิญญาณของพวกเขา... ท่านพี่ พวกเราไปหาอาผัวกันเถิด ข้ารู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้ มันทำให้จิตใจหนักอึ้งอยู่บ้าง"

เมื่อย่างเท้าเข้าสู่ลานบ้านเล็กๆ ของอาผัว พวกเขาก็เห็นอาผัวกำลังสาละวนอยู่กับงานในลานภค‍สศ​ นางเงยหน้าขึ้น บนใบหน้าที่ยังคงเค้าควหากท่านเห็นข‍้อค‍วา‍มนี้แสดงว‍่‍าเว็บที่ท่านอ่า‌น‍อยู่ข​โมย‍น​ิ‌ยายมาามงามในอดีต ปรากฏรอยยิ้มอันเป็นมิตร "ฉีเหยาตัวน้อย เจ้าพาพี่ชายของเจ้า มาเยี่ยมเยียนอาผัวอีกแล้วหรือ?"

"อืม! พี่ชายบอกว่า คราวก่อนที่พบอาผัว รู้สึกคุ้นเคยสนิทสนมเป็นพิเศษ วันนี้จึงตั้งใจมาเยี่ยมเยียนท่านโดยเฉพาะ!" ฉีเหยาวิ่งเข้าไปหา จ้องมองกองหัวผักกาดที่นางกำลังตากแห้งอยู่อย่างเบิกบานใจ "อาผัว ท่านทำหัวผักกาดเปรี้ยวตากแห้งอีกแล้วหรือเจ้าคะ?"

อาผัวยิ้มเบิกบานดัศตกตทโก่งดอกไม้บานสะพรั่ง บ‌"เจ้าบอกเองมิใช่หรือว่าแม่ของเจ้าชอบกิน? อาผัวเตรียมไว้ให้เจ้เ‍น‌ื้อ‍หาส‍่​วนนี้​ถูกละเมิดล​ิขสิทธิ์ม‌าจากนักเ​ขีย‌นต‍ัวจริงาหลายไห ีศฎ‌ล‍ฝ‍ซ‍ฑรหฉประเดี๋ยวค่อยนำกลับไป อ้อ ยามอู่นี้พวกเจ้าก็อยู่กินข้าวที่บ้านอาผัวเสียด้วยกันเถิด"

"เยี่ยมไปเลย..."ฒล‌ชึิต‍อ ฉีเหยาร้องตะโกนอย่างดีใจ "ท่าน... พี่ชาย ท่านนั่งพักอยู่ที่นี่สักครู่ ข้ากับอาผัวจะไปทำกับข้าว"

ฉีเหยาถอดเสื้อคลุมตัวนอกออก ม้วนแขนเสื้อขึ้นป‌ตผ‍ข‌ิะ‌ธ แล้วช่วยเติมฟืนเข้าเตาไฟ ส่วนอาผัวก็ม้ฑบอผวนแขนเสื้อขึ้น ผัดกับข้าวอยู่ในกระทะเช่นกัน

คนหนึ่งคือท่านมศ‌ฝฑโ‍โ‌ทึ​เหญิงแห่งจวนอ๋อง อีกคนคือหญิงงามรุ่นลายครามผู้มีชีวิตอยู่มานานถึงสามร้อยปี ซ้ำยังเคยอุ้มชูท่านอ๋องมาแต่ครั้งยังทารก

สองสตรีสุดพิสดารกำลังง่วนอยู่กับการทำกับข้าว ส่วนหลินซูกำลังหยอกล้อกับลูกเจี๊ยบอยู่ในลานบ้าน ความโศกเศร้าบางเบาในใจ ถูกภาพเเว็บไซ​ต‍์นี้‍ไม่อ‌นุ‌ญา‍ตใ​ห้น‍ำเนื้อหา​ไปเผย‌แพร่‍ต่อ‍ที่อื‍่นหตุการณ์ที่ดูไม่สมเหตุสมผล ทว่ากลับกลมกลืนกันอย่างลงตัวนี้ ชะล้างให้จางหายไปอย่างเงียบงัน

"ฉีเหยาตัวน้อย พี่ชายของณึโ​ก‍ฒ​เจ้าผู้นีเว‍็บไซต์​นี้ไ​ม่อน‍ุ​ญ​าตให้นำ‍เนื​้อ‌หา‌ไปเผยแพ‍ร‍่‍ต่​อที่อ‍ื่น​้ คงมิใช่พี่ชายธรรมดาทั่วไปกระมัง? น่าจะเป็นสามีของะขภเจ้าแล้วกระมัง?" สุ้มเสียงของอาผัวกดต่ำลงมาก ทว่าหลินซูก็ยังคงได้ยิน

"อาผัว..." ฉีเหยาบิดเอวเล็กน้อย อาศัยภาษากายและรอยริ้วแดงระเรื่อบนใบหน้า เป็นคำตอบรับต่อความห่วงใยนั้น

—-----------------

ปล. คำว่า อาผัว : คำเรียกหญิงชราด้วยความเคารพและสนิทสนมเจ้าค่ะ

จบบทที่ บทที่ 630 แดนผนึกเทพ

คัดลอกลิงก์แล้ว