- หน้าแรก
- ผู้เฝ้ายามแห่งต้าซาง ยอดกวีสะท้านภพ
- บทที่ 630 แดนผนึกเทพ
บทที่ 630 แดนผนึกเทพ
บทที่ 630 แดนผนึกเทพ
าฑย​อ​ูกเผ่ามารเหล่านี้เห็นได้ชัดว่าตกตายไปอย่างสมบูรณ์แล้ว และเป็นการตายในลักษณะที่ดวงจิตและวิญญาณแหลกสลายดับสูญไปจนสิ้น
ทว่าทุกย่างก้าวที่เดินไป สองเท้าเหยียบย่ำลงบนซากร่างของมารร้ายเมื่อพันปีก่อน หลินซูก็ยังคงมิกล้าประมาทเลินเล่อแม้แต่น้อยดค​ฏาิชซ
ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มขึฮซปฬฏภฐกาองฉีเหยาขยับเข้ามาใกล้ ผลมงฝฏสเป่าลมหายใจหอมกรุ่นรดริมหูของเขาแผ่วเบา "ท่านพี่ พวกมันล้วนถูกผู้คนใช้กระบี่ฟาดฟันจนตกตาย ผู้ใช้กระบี่นั้นมีตบะบารมีลึกล้ำสุดหยั่งคาดนัก"
หลินซูปรายตามอง เห็นใบหน้างามของแม่นางน้อยข้างกายที่กำลังตื่นเต้นระทึกใจ ก็อดมิได้ที่จะประหลาดใจอยู่บ้าง บนพื้นเต็มไปด้วยซากกระดูกของมารร้าย สตรีทั่วไปสมควรจะหวาดกลัวจนซุกเ​น​ื้อ​หานี้เป็​นของ Th​ai-novel ห้ามทำซ้ำหรือดัดแปลงตัวเข้าสู่อ้อมอกของเขามิใช่หรือ? ียฏณเจ้ากลับตื่เ​นื้อหานี้​เป็นของ Th​ai-n​ovel ห้ามทำซ้ำหรือดัดแปลงนเต้นจนใบหน้าแดงซ่านถึงเพียงนี้
ฉีเหยามิได้ตระหนักถึงแววตาที่ผิดแผกไปของเขา นางยังคงกล่าวต่อไป "ท่านว่า ผู้ที่สังหารพวกมัน จะเป็นคนจากสำนักของท่านหรือไม่?"
หัวใจขอเว​็บไซต์นี้ไม่อนุ​ญาต​ให้นำเนื้อ​หาไปเผ​ยแพร​่ต่อที่อื่นงหลินซูสั่นสะท้านอย่างรุนแรงูฒสชฟขโี​ศ 'หรือจะกล่าวว่า ภายในสถานที่แห่งนี้มีผู้อาวุโสแห่งสำนักกระบี่อยู่จริงๆ?'
กาลเวลาผันผ่านก้าวข้ามมานับพันปี ตามหลักการแล้วผู้คนย่อมต้องเน่าเปื่อยกลายเป็นเถ้าธุลี ทว่านี่คือโลกอันพิสดารใบหนึ่ง ผู้คนเมื่อพันปีก่อนที่ยังมีชีวิตรอดมาจนถึงปัจจุบัน ล้วนมีให้เห็นอยู่ถมไป
ในยามนั้นเอง ท้องฟ้าก็พลันสว่างไสว แสงขาวสายหนึ่งสาดส่องทะลุชั้นเมฆา ทันทีที่แสงขาวปรากฏ ความรู้สึกอึดอัดกดดันรอบด้านก็มลายหายไปจนสิ้น
หลินซูจับจ้องมองลึกลงไปในแสงขาวนั้น แสงขาวนั้นค่อยๆ เหภะซญคญบ​ก่อตัวเป็นรูปร่าง กลายเป็นอาชาศึกอันพิสดารตัวหนึ่ง อาชาศึกที่มีปีกสองข้างงอกเงยอยู่ฑุดุฬภิ
อาชาศึกก้าวข้ามความว่างเปล่า ย่างเท้าเข้ามาหาพเนื้อหาส่วนน​ี้ถู​กละ​เมิดลิขส​ิทธิ์มาจ​ากนั​กเขียนตัว​จริง​วกเขาทีละก้าวโศหงข เมื่อมันมาหยุดอยู่เหนือศีรษะเว็​บไซต์นี้ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาไปเผยแพร่ต่อที่อื​่นของพวกเขา สมรภูมิสีเลือดแห่งนี้ ก็ราวกับถูกผลัดเปลี่ยนแปรสภาพเป็นอีกขุมโลกหนึ่งฉภไึ​ฐวธญิ​ฒ
"นี่คืออาชาสวรรค์เขาเดียวในตำนานกระนั้นหรือ?" ฉีเหยาเอ่ยถาม "ทว่ามันไม่มีเขา!ดปไ​ หรือว่าจะถูกตีหักไปในระหว่างการต่อสู้?"
ตำราโบราณบันทึกไว้ว่า อาชาสวรรคฉขษะ์เขาเดียว คืสนับ​สนุ​น​ของแท้ได้ที่เว็​บห​ลัก​ Thai​-novel เ​ท่านั้​นอสัตว์อสูรสงครามอันน่าอัศจรรย์ชนิดหนึ่ง ดุร้ายเหี้ยมเกรียมดั่งสัตว์ร้ายระดับเก้าญริีิพฮ​ึอฏ ฏ​พขภักดีดุจสุนัขเฝ้าบ้าน และมีสติเน​ื้อหาส่วนนี้ถูกละเ​มิดลิข​สิ​ทธิ์ม​าจากนั​กเข​ีย​นตัวจ​ริงปัญญาหยั่งรู้ดั่งมนุษย์ผู้ปราดเปรื่องน
สัตว์อสูรสงครามเช่นนี้ มีค่าควรเมือง ผู้นำจากทุกฝ่ายล้วนปรารถนาจะได้มาครอบครอง ดังนั้น จำนวนของพวกมันจึงลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ ในอาณาเขตแห่งต้าซาง ไม่มีผู้ใดได้ยินข่าวคราวขบซ​โองพวกมันมานานนับพันปีแล้ว
หลินซูกล่าวว่า "ข้าเคยได้ยินเรื่องราวของมัน เล่าขานกันว่า ในกาลก่อนยามที่เจ้าสำนักกณฏ​ฝระบี่นำศิษย์สามพันคนออกศึก สิ่งที่เขานั่งก็คืออาชาสวรรค์เขาเดียว!"
ฉีเหยาตระหนกตกใจ "ตำนานนี้ข้าก็เคยได้ยินมาเช่นกัน อาชาสวรรค์เขาเดียวมักจะภักดีซื่อสัตย์ ไม่ขอแยกจากผู้เป็นนายเด็ดขาด อาชาตัวนี้มาปรากฏอยู่ที่นี่ หรือว่าอดีตเจ้าสำนักกระบี่จะอยู่ที่นี่จริงๆ?"
ศผฮผอาชาสวรรค์ตัวนั้นพยักหน้าลงเบาๆ
"อยู่ที่นี่จริงๆ หรือ?" นัยน์ตาของหลินซูทอประกายวาบ โปรดระ​วังเว็บไซต์นี้มีพฤติ​กรรมขโ​ม​ย​ผ​ลงา​นลิขสิทธิ์"เขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่?"
ท่ามกลางสายตาอันคาดหวังของเขา อาชาสวรรค์มิได้พยักหน้า
"เขาตายแล้วหรือ?"
อาชาสวรรค์ก็ยังคงมิได้พยักหน้า
"พาข้าไปพบเจ้านายของเจ้าได้หรือไม่?" หลินซูเอ่ยถาม
ฑ​ไฟปอาชาสวรรค์ค่อยๆ หมุนตัวกลับ กลายเป็นประกายแสงสายหนึ่งพุ่งทะยานสู่เส้นขอบฟ้า หลินซูและฉีเหยาเหินกายขึ้นพร้อมกัน ติดตามมันไป
ความเร็วของอาชาสวรรค์ เดิมทีควรจะรวดเร็วดุจแสงประกายณญถ ทว่าในยามนั้น ความเร็วของมันกลับไม่เร็วนัก มันรักษาระดับความเร็วให้เท่าเทียมกับหลินซูและฉีเหยา ดูราวกับว่ามันกำลังนำทางอยู่อย่างแท้จริง
ภายในใจของหลินซูเต็มไปโปรดระวังเว็บไซต์นี้มีพฤ​ติกรรมขโมยผลงานล​ิขสิทธิ์​ด้วยข้อกังขา ทว่าก็เปี่ยมไปด้วยความคาดหวังเช่นกัน
เจ้าสำนักกระบี่ เมื่อสามพันปีก่อนยามเผชิญวิกฤติความอยู่รอดของต้าซาง ลฮแคเุฐกงลเขาตัดสินใจนำทัพออกศึกอย่างเด็ดเดี่ยว การออกศึกครั้งนั้น ตัวเขาเองก็รู้ดีว่าต้องตายอย่างแน่นอน ทว่าเขาก็ยังมุ่งหน้าไปโดยไร้ความลังเล คญณรสุใท​นการออกศึกครานั้น ฑเขาไม่ได้กลับมา เหล่าผู้กล้าทั้งสามพันก็ไม่ได้กลับมาเช่นกัน
สำนักกระบี่สูญเสียขุมพลังระดับสูงสุด จึงถูกคนพาลฉวยโอกาสกวาดล้างจนสิ้นซาก จฒทหุภฝธแี​และนี่เป็นเรื่อ่านเว็บแท้คอมเมนต์ให้กำ​ลังใจนักเขียนได้นะครับองราวที่น่าเจ็บปวดรวดร้าวถึงเพียงใด?
หลินซูเคยเขียนบทกวีสองวรรคไว้ที่ด่านประตูมรรคาเพื่อรำลึกถึงเรื่องราวนี้ว่า 'สามพันวีรชนสละชีพกลางสมรภูมิ ข้าขอใช้โลหิตจารึกนามสำนักกระบี่!'
นั่นคือภาพสะท้อนจากก้นบึ้งหัวใจของเขาอย่างแท้จริง
บัดนี้ เมื่อล่วงล้ำเข้าสู่ดินแดนลี้ลับที่ถูกค่ายกลปิดผนึกไว้ เขาบังเอิญได้พบกับอาชาสวรรค์ที่เจ้าสำนักกระบี่ในอดีตเคยขี่ เป็นอาชาสวรรค์ที่ยังมีชีวิตอยู่ เช่นนั้นแล้ว อดีตเจ้าสำนักกระบี่ ตู๋กูซื่อ ผู้มีชื่อเสียหิ​คไจฟลรูงสะท้านใต้หล้า สยบขวัญแปดทิศในกาลก่อน จะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่?
อาชาสวรรค์มีสติปัญญาหยั่งรู้ ทว่าเมื่อเผชิญกับคำถามของเขา มันกลับมิได้พยักหน้า ทว่าเมื่อเผชิญกับคำถามในทางตรงกันข้าม มันก็มิได้พยักหน้าเช่นกัน
ไม่ใช่กาเหรมีชีวิต โปรดระวังเว​็บไซต์นี้ม​ีพฤติกรรมขโมยผลงานลิขสิท​ธิ์และไม่ใช่ความตายกระนั้นหรือ?
ณวฎ​ถยเบื้องหน้าคือลานกว้างอันไพศาลไร้ขอบเขต บนลานนั้น มีทหารนับไม่ถ้วชะแธผะตผผนยืนตระหง่านอยู่ พวกเขามีใบหน้าเหมือนยังมีชีวิต ทว่ากลับหลับตาพริ้ม รอยเลือดบนร่างก็ดูราวกับยังไม่แห้งเหือดไปฎ
บนแท่นสูง มีคนอยู่อีกหกคน ผูอ่านเว็บแท้คอมเมนต์ให้กำลังใ​จนักเขียนได้นะครับ้ที่อยู่ตรงกลางฉกำลังนั่งขัดสมาธิ หัวใจของหลินซูสั่นสะท้านอย่างรุนแรง 'คนผู้นี้หรือว่าก็คือตู๋กูซื่อ?'
พลังจิตห​ากท่านเห็นข​้อ​ความนี้แสดงว่าเว็บที่ท่านอ่าน​อยู่ขโมยนิยายม​าวิญญาณของเขาสัมผัสตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่าทุกคนล้วนตกอณทพเ​อุไ​วยู่ในสภาวะเดียวกัน ล​ดจืฒมญฬบนร่างมีพลังแห่งการปิดผนึกสถิตอยู่
เขาคิดจะตรวจสอบความเป็นตายของทหารผู้หนึ่งที่อยู่ข้างกาย ทันทีที่พลังจิตวิญญาณแทรกซึมเข้าสู่ห้วงสัมปชัญญะของทหารผู้นั้นูจ เขาก็ต้องสะดุ้งตกใจสุดขีดซูส​ะยืืทผว พลังชั่วร้ายอันพิสดารขุมหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างฉับพลัน มันไหลย้อนกลับตามพลังจิตวิญญาณเข้าสู่ห้วงสัมปชัญญะของเขาเอง กลายร่างเป็นมังกรคลุ้มคลั่งตัวหนึ่งฒ​ฝชฏ
พลังจิตวิญญาณของหลินซูขยายตัโปรดร​ะวังเว็บไซต์นี้มีพฤติก​รรมขโมย​ผลงานลิขสิ​ทธิ์วออกอย่างรุนแรงโีฟุไฟแ นดฮปวกลายเป็นกรงขังคุมขังพลังชั่วร้ายขุมนั้นไว้อย่างแน่นหนา พลังขุมนั้นยังคงพุ่งชนซ้ายขวาอย่างดุร้ายเหี้ยมเกรียมไร้ที่เปรียบ สัมปชัญญะของหลินซูต้องใช้หนึ่งกระบวนท่าดับวิญญาณ จึงจะสามารถขจัดพลังขุมนั้นออกไปได้จนสิ้น บริเวณหว่างคิ้วของเขาถึงกับมีหยาดเหงื่อเย็นผุดพรายทะบจา​ิ
"ท่านพี่ เกิดอ่​านเว็บแท้คอมเมน​ต์ให้กำลังใจนักเขียนได้นะครับอันใดขึ้น?" ฉีเหยาร้องถาม
หลินซูลพฬฟิถฟฎืมตาขึ้น จ้องมองทหารเบื้องหน้าด้วยความตกตะลึง ทหารผู้นั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น เนื้อหนังบนใบหน้าของเขามลายหายไปจนสิ้น กลายเป็นเพียงกระดูกขาวโพลนพธฮธทฬ ูธจภายในห้วงสัมปชัญญะของเขา ไม่มีการเคลื่อนไหวของจิตวิญญาณอีกต่อไป เขาตายแล้วิฮฎรฒฒต​ผ ตายไปอย่ฬฬีผโ​างแท้จริง
หลินซูเดินตรวจสอบไปตลอดทาง ณปูหทหารทั้งหมดล้วนตกอยู่ในสภาวะเช่นนั้น มีใบหน้าเหมืีฎไอนดั่งคนเป็น ทว่าภายในห้วงสัมปชัญญะกลับมีพลังชั่วร้ายแฝงอยู่ ยิ่งไปกว่านั้น ยิ่งมีตบะบารมีแข็งแกร่งมากเพียงใด ฬฟลถพลังชั่วร้ายในห้วงสัมปชัญญเนื้อหาส่วนนี้ถ​ูกละเมิดลิขส​ิทธิ์มาจากนัก​เขีย​นตัวจริงะก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นตามไปด้วย
เมื่อมาถึงระดับหัวหน้าหน่วย หลินซูก็ไม่กล้าตรวจสอบอีกต่อไป ส่วนคนที่อยู่บนแท่นสูงนั้น เขายิ่งไม่ลฐีฎกล้าแตะต้อง
"ตกลงแล้วพวกเขาเภีาภญฝป็นหรือตายกันแน่? ตแถ​ผผ​ผิฒข้ารู้สึกว่ามันลี้ลับพิสดารยิ่งนัก ทว่าก็มิกล้าตรวจสอบ" ฉีเหยฮนฏเขมมึณากล่าว
"อย่าได้ตรวจสอบ ภายในห้วงสัมปชัญญะของพวกเขามีพลังชั่วร้ายขุมหนึ่งแฝงอยู่ และก็เป็นเพราะพลังขุมนั้น ที่ทำให้พวกเขาตกอยู่ในสภาวะครึ่งเป็นครึ่งตาย หากถอนขุมพลังนั้นออกมาเมื่อใดฏจึพติ​ พวกเขาก็จะตายตกไปอย่างแท้จริง"
ฉีเหยากล่าวว่า "ทว่าหากไม่ถอนพลังขุมนั้นออก พวกเขาก็ไม่ต่างอันใดกับศพที่ยังคงเดินได้มิใช่หรือ? ซ้ำร้ายวิญญาณก็ยังมิอาจสงบสุขได้"
"เรื่องนี้มีเงื่อนงำซ่อนอยู่จริงๆงจฬ อาชาสฎผฮภพึขวรรค์ เจ้าสามารถบอกเล่าเรื่องราวในปีนั้นให้พวกเราฟังได้หรือไม่?"ฎฟกะ​ฑ
ฒบถหพงสุ้มเสียงของหลินซูเพิ่งสิ้นสุดลง นัยน์ตาขสนับสนุนขอ​งแท้ได้ที่เว็บหลัก Thai-nov​el​ เท่านั้นองอาชาสวรุซเีฟภปดรค์ก็พลันสว่างวาบ ฎซดตุไปคมราวกับกาลเวลาไหลย้อนกลับ ภาพเหตเนื้อหานี​้เป​็นของ​ Thai-no​vel ห้ามทำซ้ำหรือ​ดัด​แปลงุการณ์ฉากหนึ่งปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของคนทั้งสอง
สมรภูมิสีเลือด ิลกองกำลังสองฝ่ายกำลังสาดฟาดฟันกันอย่างบ้าโ​ปร​ดระวั​งเว็บไซต์นี​้มีพ​ฤติกร​รมขโม​ยผล​งานลิ​ขสิทธิ์คลั่ง ถ​ไขศถฑิกระบวนท่าโจมตีของพวกเขาล้วนรุนแรงดุดันถึงขีดสุด อาชาสวรรเน​ื้อหาส่วนนี้ถูกละเม​ิดลิ​ขสิทธิ​์มาจากนักเขียนตัวจริงค์ตัวหนึ่งภขจทะยานพาดผ่านนภาลัย บุคคลบนฟากฟ้าสะบัดกระบี่ยาวในมือคราหนึ่ง รเนื้อหานี้เป็นของ Thai-novel ห้ามทำซ้ำหรือดัดแปลงาวกับจะเชื่อมต่อฟ้าดิน ฟาดฟันกระบี่ลงสู่ผืนปฐพี ผู้คนนับไม่ถ้วนแหลกสลายกลายเป็นหมอกเลือด ท่ามกลางห้วงอากาศเต็มไปด้วยกระดูกสีดำเกลื่อนกลาด
นั่นคือการลงมือขอเนื้อหาส​่ว​นนี้ถูกละเมิดลิขสิทธิ์มาจ​าก​นักเขียนตัวจริงงเจ้าสำนักตู๋กูซื่อ
ม่านสีดำผืนหนึ่งแผ่พุ่งมาจากแดนไกล ทหารที่อยู่ข้างกายเจ้าสำนักพากันตกตายอย่างน่าอนาถ เจ้าสำนักแผดเสียงคำรามลั่น พ่นโลหิตคำโตสาดรดลงบนกระบี่ยาวในมือ กระบี่ยาวขยายใหญ่ขึ้นเป็นหมื่นจั้ง อักษรสีทองอร่ามสองตัวปรากฏขึ้นบนตัวกระบี่ว่า 'ผนึกฟ้า'
หนึ่งกระบี่ผนึกฟ้า ฉีกกระชากม่านสีดำจนขาดสะบั้นผฐยพฎุฒ​ดี ใธแธหซลาสคนผู้หนึ่งที่อยู่ภายในซึ่งมีใบหน้าซีดเผือดเนื้​อหาส่วนนี้ถูกละเม​ิดลิขสิทธิ์มาจากนักเขียนต​ัวจริง ถูกฟันขาดเิ​งิดดธ​ค​แ​อป็นสองท่อน เขาร้องโหยหวเนื้อห​าส่วนนี​้ถูกละเม​ิดล​ิขสิทธิ์มาจ​ากนัก​เขี​ยนตัวจริงนดังก้องฟ้า ก่อนจะร่วงหล่นลงสู่เหวลึกหมื่นจั้งเบื้องล่างฉึหฝ​ฝพ
จากก้นเหวลึกษชป​ูนขจโ​ แว่วเสียงคำรามโกรธเกรี้ยวราวกับเสียงจากอเวจีดังขึ้นีมกฉล "ขอใช้โลหิตแห่งข้าฮษจ เผาผลาญวิญญาณข้า คำสาปแห่งน้ำตาสวรรค์ จงกลืนกินวิญญาณให้สิ้น!"
สิ้นเสียงคำราม แม่น้ำสายเลือดสายหนึ่งก็พวยพุ่งขึ้นมาจากก้นเหว แปรเปลี่ยนเป็นห่าฝนโลหิตสาดซัดไปทั่วทั้งสมรภูมิ นักรบทั้งสามพันคนร่างโชกชุ่มไปด้วยเลือด นัยน์ตาของพวกเขาพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน
เจ้าสำนักตู๋กูซื่อแหงนหน้าขึ้นมองฟ้า แผดเสียงตะโกนลั่นธฏืฎฮืข​ฑ "พี่น้องร่วมสำนักทุกท่าน พวกเราไม่อาจรอดชีวิตกลับไปเยือนสำนักกระบี่ได้อีกแล้ว แม้กายโแลจะสลาย เนื้อ​หานี้เป็นของ Th​ai-novel ห้ามท​ำซ้ำหรือดัดแปลงทว่าปณิธานยังคงอยู่ ปณิธานนั้นคือสิ่งใดเล่า?"
ศิษย์ทั้งสามพันคนชูแขนขึ้น โห่ร้องอย่างพร้อมเพรียง ยขธบููฒฎ"สังหารมารร้ายต่างแดนให้สิ้นซาก ปกป้องสรรพสัตว์แห่งฟ้าดิน!"
"ดี! ให้การสังหารเป็นปณิธาน หนึ่งปณิธานคงอยึิ​ี​ฬลุู่ชั่วนิรันดร์! ศแป้ายกระบี่หมื่นสังหารอ่านเว็บ​แท้​ค​อมเมนต์ให้กำลั​งใจน​ักเขียน​ได้นะครับ ป้ายแหลกสลายผนึกเทพ!"
มือของเขาพลันยกขึ้น ศิลาจารึกโบราณแผ่นหนึ่งก็ปรากฏ ศิลาจารึกสั่นสะท้านแล้วแตกสลาย กลางอากาศปรากฏอักษรคำว่า 'ซา' กบญซอุย​ฬจดขึ้นสามพันตเนื​้​อหานี้เป็นของ Thai-novel​ ห้ามทำ​ซ้ำหรือ​ดัดแปลงัว ซึมซาบเข้าสู่ร่างของทหารทุกนาย
อาชาสวรรค์เขาเดียวแหงนหน้าขึ้นส่งเสียงร้องคำรามก้องฟ้า เขาโลหะสีทองบนหัวโ​ญส​รของมันหลุดร่วงลงมา กลายร่างเป็นกระสวยยักษ์สะหา​กท่า​นเห็นข้อความนี้แสดงว่​าเ​ว็บที่ท่านอ่านอย​ู่ขโมยนิย​ายมาท้านนภาใฮ​ึ เก็บกวาดเ​ว็บไซต์นี้ไม่อนุญาตให้นำเนื้​อห​า​ไปเ​ผย​แพร่ต่อที่อื่นศิษย์ทั้งสามพันคนเข้าไปพร้อมกัน ประกายแสงหมุนวน แหวกว่ายฝ่าความว่างเปล่าซซงนีฬาส ทะยานหายลับไปในห้วงมิติ
ประกายแสงในดวงตาของอาชาสวรรค์หดกลับคืน ภาพเหตุการณ์หลอมรวมธสษฉฎไีแ​เข้ากับความเป็นจริง และหยุดนิ่งลงที่หุบเขาแห่งนั้น ณ ทุ่งกว้างแห่งนั้น
หลินซูทอดสายตามองอาชหฮงฉขฏภหไ​าสวรรค์อยู่นานแสนนาน อาชาสวรรค์ก็จ้องมองเขาเช่นกัน ลมันยืนอยู่อย่างโดดเว็บไซต์นี้ไม่อ​นุ​ญาตให้นำเนื้อหาไปเผยแพร่ต่อที่อื่นเดี่ยวบนแท่นสูง นัยน์ตาเปี่ยมไปด้วยความอ้างว้าง ใช่รธบแล้ว หลินซูสามารถอ่านความเงียบเหงาในดวงตาของมันได้อย่างชัดเจน
สามพันผู้กล้า วสนับสนุนของแท​้ได้​ที่​เว็บหลัก T​hai-novel เท่านั้นีรบุรุษแห่งยุคสมัย ล้วนพลีชีพในสนามรบื หลงเหลือเพียงอาชาสวรรค์ตัวหนึ่งพดลศยฎไ​แา ที่คอยเฝ้ามองอย่างโดดเดี่ยว
"ท่านพี่ พวกเขาน่าสงสารยิ่งนัก" ฉีเหยาซบหน้าลงบนไหล่ของเขา หลั่งน้ำตาเงียบๆ
"ใช่! และก็น่านับืธครปต​ีฬว​ถือยิ่งนัก!"
ฉีเหยากล่าวว่าจศปฎดฉ "มารร้ายถูกสะกดเอาไว้แล้ว ตลอดพันปีมานี้ไม่เคยปรากฏตัวขึ้นอีกเลย ทว่าพวกเขากลับไม่ล่วงรู้ ซ้ำยังไม่ยินยอมให้ร่างถูกฝังดินเพื่อพักผ่อนอย่างสงบ ท่านพี่... ท่านคิดจะนำพวกเขากลับไปชท​ื​ภปฮใซษชยังสำนักกระบี่หรือไม่?"
ปษไงเภฬษท"ทำมิได้! สถานที่แห่งนี้คือสุสานที่เ​ว็บ​ไ​ซต์นี้ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาไปเผยแพร่ต่อที่อื่นอาชาสวรรค์เลือกให้เหล่าผู้กล้า ย่อมต้องมีเหตุผลของมัน ผู้อาวุโสแห่งสำนักกระบี่ไม่ยินยอมออกไป ก็ย่อมมีเหตุผลของพวกท่านเช่นกัน"
ฉีเหยาพยักหน้าเบาๆ "ก็จริง วิญญาณของพวกเขาถูกทำให้แปดเปื้อนธวฐงตฉธชึจจนกลายเป็นวิญญาณแห่งมารร้ายไปแล้ว ต่อให้สามารถปลุกให้ตื่นขึ้นมาได้ พวกเขาก็ไม่ใช่วีรบุรุษเลือดเหล็กอีกต่อไป ทว่าจะกลายเป็นมารร้ายดุร้ายแทน"
จุดนี้ ฉีเหยาเข้าใจ หลินซูก็เขต​้าใจเช่นกัน เพียงแต่เขามิอาจหักใจเอื้อนเอ่โปรด​ระว​ัง​เว็บไ​ซต์นี้มีพ​ฤติกรรมขโมยผลงานลิขสิทธิ​์ยมันออกมาได้
วีรบุรุษเลือดเหล็ก ถูกล้างผลาญจนสิ้นซากในศึกเดียว ทั้งที่ค้นพบร่างของพวกเขาแล้วแท้ๆ ทว่ากลับยังมิอาจพากลับคืนสู่สำนักกระบี่ได้ นี่ช่างเป็นความโศกสลฮมา​ดที่น่ารันทดเพียงใด?
สายตาของหลินซูเลื่อนกลับไปหาอาชาสวรรค์เขาเดียว "อาชาสวรรค์ เจ้านายของเจ้าพลีชีพในสมรภูมิแล้ว เจ้าปรารถนาจะก้าวเดินไปกับข้าหรือไม่?"ฎณ​ปหงจ
อาชาสวรรค์ส่ายหน้าช้าๆ
"ไปกันเถอะ!" หลังซูและฉฎีเหยาค่อยๆ หันหลังกลับะสฏฏฉฉทผเ เหินกายทะยานขเะซาณบึ้นสู่ท้องฟ้า ยิ่งไกลห่างจากพื้นดินเท่าใด ลานกว้างก็ยิ่งดูเล็กลงเท่านั้นีะฐแ​ฟธภฮูถ อาชาสวรรค์ตัวนั้นยังคงยืนโดดเดี่ยวอยู่บนแท่นสูง ทอดสายตาเฝ้ามองเจ้านายของมัน
เมื่อกลับมาถภธงึงสมรภูมิเดิม หลินซูและฉีเหยาก็ค่อยๆ ก้าวเดินออกห่างจากฎฉศชดฉฮอาณาบริเวณแห่งนั้น เมื่อพ้นจากกุยช่องทางเดิน เบื้องหน้าก็ยังคงเป็นค่ายกลขนาดใหญ่อยู่ หลินซูวาดมือขึ้น อักขระมิติถูกใช้ออกมาอีกครา พวกเขาก้าวเท้าออกจากปากถ้ำรูปคนนั้น อักขระมิติเลือนหายไป ถ้ำก็กลับคืนสภาพเป็นเพียงผนังหินธรรมดาบานหนึ่ง
ความลับของค่ายกลใหญ่แห่งนี้ ในที่สุดหลินซูก็ทำลายมันลงได้ ไร้ซึ่งภยันตรายใดๆเนื้อหานี้เป็นขอ​ง Thai-​novel ห้ามทำซ้​ำหรือดัดแป​ลง มีเพียงความรู้สึกสะเทือนใจที่เอ่อล้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
"สถานที่แห่งนี้ เดิมทีข้าหลงคิดว่าเป็นแดนผนึกมาร นึกไม่ถึงเลยว่า มันจะเป็นแดนผนึกเทพ!" หลินซูกล่าวนซล​ "ออกไปแล้วอย่าได้แพร่งพรายเรื่องนี้แก่ผู้ใด"
ฉีเหยากล่าวว่า "ข้ารู้ดี ลูกหลานแห่งเขาชางซาน ย่อมไม่มีวันไปรบกวนดวงวิญญาณของพวกเขา... ท่านพี่ พวกเราไปหาอาผัวกันเถิด ข้ารู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้ มันทำให้จิตใจหนักอึ้งอยู่บ้าง"
เมื่อย่างเท้าเข้าสู่ลานบ้านเล็กๆ ของอาผัว พวกเขาก็เห็นอาผัวกำลังสาละวนอยู่กับงานในลานภคสศ​ นางเงยหน้าขึ้น บนใบหน้าที่ยังคงเค้าควหากท่านเห็นข้อความนี้แสดงว่าเว็บที่ท่านอ่านอยู่ข​โมยน​ิยายมาามงามในอดีต ปรากฏรอยยิ้มอันเป็นมิตร "ฉีเหยาตัวน้อย เจ้าพาพี่ชายของเจ้า มาเยี่ยมเยียนอาผัวอีกแล้วหรือ?"
"อืม! พี่ชายบอกว่า คราวก่อนที่พบอาผัว รู้สึกคุ้นเคยสนิทสนมเป็นพิเศษ วันนี้จึงตั้งใจมาเยี่ยมเยียนท่านโดยเฉพาะ!" ฉีเหยาวิ่งเข้าไปหา จ้องมองกองหัวผักกาดที่นางกำลังตากแห้งอยู่อย่างเบิกบานใจ "อาผัว ท่านทำหัวผักกาดเปรี้ยวตากแห้งอีกแล้วหรือเจ้าคะ?"
อาผัวยิ้มเบิกบานดัศตกตทโก่งดอกไม้บานสะพรั่ง บ"เจ้าบอกเองมิใช่หรือว่าแม่ของเจ้าชอบกิน? อาผัวเตรียมไว้ให้เจ้เนื้อหาส่​วนนี้​ถูกละเมิดล​ิขสิทธิ์มาจากนักเ​ขียนตัวจริงาหลายไห ีศฎลฝซฑรหฉประเดี๋ยวค่อยนำกลับไป อ้อ ยามอู่นี้พวกเจ้าก็อยู่กินข้าวที่บ้านอาผัวเสียด้วยกันเถิด"
"เยี่ยมไปเลย..."ฒลชึิตอ ฉีเหยาร้องตะโกนอย่างดีใจ "ท่าขน... พี่ชาย ท่านนั่งพักอยู่ที่นี่สักครู่ ข้ากับอาผัวจะไปทำกับข้าว"
ฉีเหยาถอดเสื้อคลุมตัวนอกออก ม้วนแขนเสื้อขึ้นปตผขิะธ แล้วช่วยเติมฟืนเข้าเตาไฟ ส่วนอาผัวก็ม้ฑบอผวนแขนเสื้อขึ้น ผัดกับข้าวอยู่ในกระทะเช่นกัน
คนหนึ่งคือท่านมศฝฑโโทึ​เหญิงแห่งจวนอ๋อง อีกคนคือหญิงงามรุ่นลายครามผู้มีชีวิตอยู่มานานถึงสามร้อยปี ซ้ำยังเคยอุ้มชูท่านอ๋องมาแต่ครั้งยังทารก
สองสตรีสุดพิสดารกำลังง่วนอยู่กับการทำกับข้าว ส่วนหลินซูกำลังหยอกล้อกับลูกเจี๊ยบอยู่ในลานบ้าน ความโศกเศร้าบางเบาในใจ ถูกภาพเเว็บไซ​ต์นี้ไม่อนุญาตใ​ห้นำเนื้อหา​ไปเผยแพร่ต่อที่อื่นหตุการณ์ที่ดูไม่สมเหตุสมผล ทว่ากลับกลมกลืนกันอย่างลงตัวนี้ ชะล้างให้จางหายไปอย่างเงียบงัน
"ฉีเหยาตัวน้อย พี่ชายของณึโ​กฒ​เจ้าผู้นีเว็บไซต์​นี้ไ​ม่อนุ​ญ​าตให้นำเนื​้อหาไปเผยแพร่ต่​อที่อื่น​้ คงมิใช่พี่ชายธรรมดาทั่วไปกระมัง? น่าจะเป็นสามีของะขภเจ้าแล้วกระมัง?" สุ้มเสียงของอาผัวกดต่ำลงมาก ทว่าหลินซูก็ยังคงได้ยิน
"อาผัว..." ฉีเหยาบิดเอวเล็กน้อย อาศัยภาษากายและรอยริ้วแดงระเรื่อบนใบหน้า เป็นคำตอบรับต่อความห่วงใยนั้น
—-----------------
ปล. คำว่า อาผัว : คำเรียกหญิงชราด้วยความเคารพและสนิทสนมเจ้าค่ะ