เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 380 เรียนภาษาซีไม่รู้เรื่อง

บทที่ 380 เรียนภาษาซีไม่รู้เรื่อง

บทที่ 380 เรียนภาษาซีไม่รู้เรื่อง  


เมื่อหลัวเย่กลับมาถึง เขาก็พบว่ามีเพียงเสิ่นเฉียวคนเดียวที่อยู่ในหอพัก

"เอ๊ะ พี่ชุยก็ไม่อยู่ด้วยเหรอ"

การที่หลี่ฮ่าวหยางไม่อยู่เป็นเรื่องที่พวกเขาชินแล้ว แต่การที่หวังต้าชุยไม่อยู่นี่สิ ถือเป็นเรื่องที่น่าตกใจจริงๆ

"เขามีกิจกรรมของชมรมอนิเมะน่ะ"

"มิน่าล่ะ"

พี่ชุยสมกับฉายาโอตาคุประจำห้อง 515 จริงๆ เขามีหรือจะพลาดยังกิจกรรมของชมรมอนิเมะไปได้

จะว่าไปแล้ว ช่วงนี้ต้วนจื้อ ประธานชมรมอนิเมะเพิ่งจะเริ่มคบหาดูใจกับใครบางคน ทำเอาเหล่าโอตาคุในชมรมต่างพากันร้องไห้ฟูมฟายด้วยความโศกเศร้า

แต่สิ่งที่หาได้ยากยิ่งก็คือหวังต้าชุยกลับไม่รู้สึกเศร้าเลยสักนิด เพราะเขาได้ตัดสินใจไปแล้วว่าในหัวใจของเขามีเพียงคนเดียวเท่านั้น

พูดถึงเรื่องนี้ เมื่อวันศุกร์ที่แล้วหวังต้าชุยชวนคาเวียร์ออกไปเดตไม่สำเร็จ แต่คราวนี้พอมีวันหยุดยาวสามวัน เขาก็ตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะชวนเธอออกไปเที่ยวให้ได้

ไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ!

"ฉันล่ะอยากรู้จริงๆ ว่าเมื่อไหร่พี่ชุยจะรู้ตัวสักทีว่าคาเวียร์ก็คืออวี๋ชิวอวี่"

เมื่อได้ยินดังนั้น เสิ่นเฉียวก็ไม่ได้ตอบอะไร ทว่ากลับเผยรอยยิ้มอย่างมีเลศนัย ราวกับว่าเขามองทะลุปรุโปร่งไปหมดทุกอย่างแล้ว

เมื่อเห็นดังนั้น หลัวเย่จึงไม่พูดเรื่องของหวังต้าชุยต่อ แต่เปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปที่เสิ่นเฉียวแทน แล้วเอ่ยถาม "ดาราหนุ่ม วันหยุดนี้นายมีแผนจะทำอะไรล่ะ"

"อืม พ่อแม่ของเสี่ยวเหล่ย ฉันยังต้องไปเยี่ยมพวกเขาน่ะ"

"จริงด้วยสิ"

ตอนนี้ในเมื่อเสี่ยวเหล่ยยังไม่ฟื้น และญาติคนอื่นๆ ก็พากันตีตัวออกห่าง จึงมีเพียงเสิ่นเฉียวคนเดียวเท่านั้นที่จะไปเยี่ยมพวกเขาในวันหยุดพิเศษนี้ได้

ในบรรดาสมาชิกหอพัก 515 ทั้งหมด ยกเว้นหลัวเย่ที่มาจากต่างมณฑลแล้ว อีกสามคนที่เหลือล้วนเป็นคนในมณฑลนี้ทั้งสิ้น

และบ้านของเสิ่นเฉียวก็อยู่ห่างจากเมืองเจียงเฉิงไปสามร้อยกิโลเมตร เขาจึงวางแผนที่จะนั่งรถไฟความเร็วสูงกลับบ้านในวันหยุดนี้

แน่นอนว่าเขาจะต้องพาเสี่ยวเหล่ยไปด้วย ตอนนี้สัญญาณชีพของเสี่ยวเหล่ยคงที่แล้ว เธอดูเหมือนแค่กำลังหลับสนิท และสามารถเดินทางด้วยรถเข็นได้แล้ว

หากไม่ใช่เพราะเสิ่นเฉียวเพิ่งจะอยู่แค่ปีหนึ่งและยังไม่สามารถเช่าบ้านได้ล่ะก็ อาการของเสี่ยวเหล่ยก็ถือว่าเข้าเกณฑ์ที่สามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว

ไม่นานนัก หวังต้าชุยก็กลับมาที่หอพักด้วยสีหน้าเบิกบานใจ แถมยังสวมชุดคอสเพลย์ที่เพิ่งซื้อมาใหม่อีกด้วย

เมื่อเห็นเขากำลังอวดโฉมและคิดว่าตัวเองหล่อเหลาเอาการ หลัวเย่ก็เอ่ยอย่างจนคำพูด "ชุดหน่วยสำรวจพอมาอยู่บนตัวนายแล้ว ดูเหมือนไททันวิปริตไม่มีผิด"

"นายว่าไงนะ"

รอยยิ้มของหวังต้าชุยแข็งค้างอยู่บนใบหน้า เขาเบิกตากว้างจ้องเขม็งไปที่หลัวเย่

ฝ่ายหลังหันหน้าหนี แสร้งทำเป็นไม่ได้พูดอะไรออกไป และเริ่มก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์ของตัวเอง

ส่วนเสิ่นเฉียวก็กำลังวางแผนสำหรับช่วงสองสามวันข้างหน้า จึงไม่มีเวลามาสนใจหวังต้าชุย

เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจ หวังต้าชุยก็เลิกวอแว เขานั่งลงบนเก้าอี้ของหลี่ฮ่าวหยาง นั่งไขว่ห้าง แล้วเอ่ยขึ้น "เย่ว่าจื่อ นายช่วยชวนคาเวียร์ออกไปเที่ยวให้ฉันหน่อยได้ไหม"

"ได้สิ"

หลัวเย่ตกลงรับปากโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย

ท้ายที่สุดแล้ว ตอนที่พี่ชุยช่วยเขาจีบรุ่นพี่นางฟ้า เขาก็ไม่เคยอิดออดเลยสักนิด

ในงานปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ถ้าไม่ใช่เพราะเสียงตะโกนของเขา ต่อให้หลัวเย่จะสามารถจีบรุ่นพี่นางฟ้าได้สำเร็จ แต่มันก็คงต้องถูกยืดเยื้อออกไปอีกนานแน่ๆ

หลัวเย่ส่งข้อความหาถังเอินฉีโดยตรง เพื่อขอให้เธอช่วยเหลือ

อีกฝ่ายตอบกลับมาว่า "โอเค"

จะว่าไปแล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเธอกับเกาอวี่หมิงไปออดิชั่นบทมา และผู้กำกับเฉียนก็ประทับใจในบุคลิกและฝีมือการแสดงของถังเอินฉีเป็นอย่างมาก โดยกล่าวว่าเธอคือคนที่เขากำลังตามหาอยู่พอดี

ส่วนเกาอวี่หมิง แม้ว่าเขาจะมีข้อบกพร่องอยู่บ้างเล็กน้อย แต่เขาก็ยังผ่านเกณฑ์มาตรฐานสำหรับบทพระเอก และหากได้รับการฝึกฝนอีกสักหน่อย เขาก็สามารถสร้างผลงานที่ดีออกมาได้

ที่สำคัญที่สุดคือ เกาอวี่หมิงได้ร่วมลงทุนด้วยเม็ดเงินจำนวนหนึ่งให้กับทีมงานสร้างที่ไม่ได้ร่ำรวยอะไรอยู่แล้ว ส่งผลให้เขากลายเป็นแขกวีไอพีของทีมงานทั้งกองถ่ายไปโดยปริยาย

แม้แต่ผู้กำกับเฉียน ซึ่งปกติมักจะเข้มงวดและจริงจังกับการแสดง ก็ยังเอ่ยปากชมเขาไม่ขาดปาก

ดูเหมือนว่าเหตุผลที่ผู้กำกับเฉียนเป็นทุกข์ใจมาโดยตลอด ไม่ใช่เพราะเขาหานักแสดงไม่ได้ แต่เป็นเพราะเงินทุนยังไม่พร้อมต่างหาก

นอกจากนี้ ค่าตัวของถังเอินฉียังเพิ่มขึ้นจาก 500 หยวนเป็น 800 หยวนต่อวันด้วย เหตุผลหลักๆ ก็เป็นเพราะเธอมีความสามารถมากพอ และผู้กำกับเฉียนก็รู้สึกว่าเธอคู่ควรกับราคานี้

แน่นอนว่า ถังเอินฉีและเกาอวี่หมิงไปทำงานเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เท่านั้น และเนื่องจากมันเป็นมินิซีรีส์ ระยะเวลาในการถ่ายทำจึงไม่ได้ยาวนานอะไรนัก

หลังจากช่วยหวังต้าชุยชวนคาเวียร์ออกมาได้สำเร็จ หลัวเย่ก็ส่งข้อความเข้าไปในแชตกลุ่ม

หลัวเย่: @หลี่ฮ่าวหยาง เอาเส้นหมี่ไก่ตุ๋นหวงเหมินที่นึง

หลี่ฮ่าวหยาง: หือ

เสิ่นเฉียว: @หลี่ฮ่าวหยาง ข้าวหน้าขาไก่

หวังต้าชุย: @หลี่ฮ่าวหยาง โค้ช ฉันเอาบะหมี่เนื้อ

...

เมื่อหลี่ฮ่าวหยางกลับมาในตอนค่ำ เขาก็หิ้วข้าวกล่องมื้อเย็นจากหน้าประตูโรงเรียนกลับมาด้วยสามกล่อง

ขณะที่กำลังโซ้ยบะหมี่เนื้อ หวังต้าชุยก็เอ่ยถาม "เย่ว่าจื่อ โค้ชเขามีแฟน แต่เขาก็ยังซื้อข้าวกลับมาเผื่อพวกเราบ่อยๆ นายเองก็มีแฟนเหมือนกัน แล้วทำไมฉันถึงไม่เคยเห็นนายทำอะไรเพื่อหอพักเราบ้างเลยวะ"

"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ"

หลัวเย่ถึงกับอึ้งกิมกี่

แค่นั่งกินข้าวเฉยๆ ก็ยังโดนพาดพิงอีกจนได้

"แล้วนายล่ะ ไม่ใช่ว่านายบอกว่าที่ยังโสดก็เพราะไม่อยากมีแฟนหรอกเหรอ แล้วตอนนี้เกิดอยากจะมีขึ้นมาแล้วไง ทำไมยังต้องมาขอให้ฉันช่วยชวนสาวให้อีกวะ" หลัวเย่สวนกลับ

ทันทีที่คำพูดเหล่านี้หลุดออกมา หวังต้าชุยก็ถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว

ใบหน้าของเขาแดงซ่านขึ้นมาเล็กน้อย เขาแสร้งทำเป็นเมินเฉยแล้วเอ่ยว่า "นั่นก็เพราะฉันไม่มีช่องทางติดต่อของเธอต่างหากล่ะ"

เมื่อได้ยินดังนั้น หลัวเย่ก็ถึงกับพูดไม่ออก

ขนาดช่องทางติดต่อยังไม่มี แล้วนายกำลังจีบใครอยู่วะเนี่ย

ค่ำคืนนี้ค่อยๆ ผ่านพ้นไปท่ามกลางบรรยากาศอันคึกคักของวันหยุดที่กำลังจะมาเยือน

วันรุ่งขึ้น ดวงอาทิตย์ลอยเด่นอยู่กลางแจ้ง ดันอุณหภูมิของเมืองเจียงเฉิงทั้งเมืองให้พุ่งสูงขึ้น จนเกือบจะแตะยี่สิบองศาเซลเซียสแล้ว

นี่เพิ่งจะเป็นแค่วันที่สองของเดือนเมษายนเท่านั้น

ความหนาวเหน็บของฤดูหนาวมลายหายไปจนหมดสิ้น และกลิ่นอายของฤดูใบไม้ผลิก็ค่อยๆ จางหายไปเช่นกัน

อีกไม่นาน ฤดูร้อนก็จะมาเยือนอย่างเป็นทางการ

สมาชิกหอพัก 515 ทั้งสี่คนกำลังเรียนอยู่ในห้องเรียนวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์

หลัวเย่มองดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้าด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ พลางทำโจทย์ที่อาจารย์สั่งในคาบเรียน

การใช้คำสั่งภาษาซีเพื่อควบคุมโปรแกรมต่างๆ งั้นเหรอ

หลัวเย่เริ่มรู้สึกสนใจขึ้นมา

ทว่าภายในเวลาเพียงสามนาที ความอยากรู้อยากเห็นของเขาก็มลายหายไปจนหมดสิ้น

เพราะเขาเรียนไม่รู้เรื่องเลยจริงๆ

นี่มันอะไรกันเนี่ย ยากเกินไปแล้ว

เขารีบส่งข้อความหารุ่นพี่นางฟ้า เพื่อถามว่าตรงนี้ต้องป้อนคำสั่งอย่างไร

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่ารุ่นพี่นางฟ้าจะยังตื่นไม่เต็มตา เธอคงจะกลับไปนอนต่อหลังจากออกกำลังกายตอนเช้าเสร็จแน่ๆ

เมื่อเห็นช่องแชตไร้การตอบกลับมาเนิ่นนาน หลัวเย่ก็ก้มหน้าลง ถอนหายใจ แล้วเอ่ยอย่างจนปัญญา "ถ้าไม่มีรุ่นพี่ ฉันก็คงเป็นแค่ไอ้ห่วยในสายวิทยคอมฯ จริงๆ นั่นแหละ"

เนื่องจากเขาเป็นนักเขียนนิยาย ความเร็วในการพิมพ์ของเขาจึงไวมาก ไวเสียจนคนอื่นคิดว่าเขาเป็นเซียนคอมพิวเตอร์ระดับปรมาจารย์

อย่างไรก็ตาม เขาก็แค่พิมพ์เก่งอย่างเดียวเท่านั้นแหละ

อีกด้านหนึ่ง ความเร็วในการพิมพ์ของถังเอินฉีกลับเชื่องช้ามาก สายตาและมือของเธอแทบจะต้องทำงานประสานกัน เธอต้องหาให้เจอก่อนว่าปุ่มที่ต้องการอยู่ตรงไหน ถึงจะกดแป้นพิมพ์ลงไปได้

เธอไม่คุ้นชินกับแป้นพิมพ์เอาเสียเลย ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยได้ใช้คอมพิวเตอร์สักเท่าไหร่

แต่ทว่าตัวอักษรทุกตัวที่เธอพิมพ์ลงไป กลับทำให้หลี่ปิงพยักหน้าหงึกหงักด้วยความชื่นชม

เธอเป็นเด็กที่มีแววดีมากจริงๆ

ในขณะเดียวกัน เสิ่นเฉียวก็ทำงานที่ได้รับมอบหมายในคาบเสร็จเรียบร้อยแล้ว

แม้ว่าทักษะการเรียนรู้ของเขาจะไม่ดีเท่าถังเอินฉี แต่เขาก็ได้เปรียบตรงที่พิมพ์ได้เร็วกว่าเธอนั่นแหละ

ในที่สุด บนหน้าจอโทรศัพท์ของหลัวเย่ รุ่นพี่นางฟ้าก็ตอบข้อความกลับมา

คุณนายโจว: เรื่องนี้ง่ายมาก... เดี๋ยวฉันจะสอนวิธีทำให้เอง

ต่อมา เมื่อมองดูข้อความที่เธอส่งมารัวๆ หลัวเย่ก็คลี่ยิ้มบางๆ ออกมา

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่เขามักจะรู้สึกว่าสิ่งที่รุ่นพี่นางฟ้าสอน มันเข้าใจง่ายกว่าเสมอ

จบบทที่ บทที่ 380 เรียนภาษาซีไม่รู้เรื่อง

คัดลอกลิงก์แล้ว