- หน้าแรก
- ทำไมโลกวรยุทธ์ขั้นสูงของข้าถึงเป็นสไตล์อนิเมะไปได้ล่ะเนี่ย
- บทที่ 50 เทพไร้รอยตะเข็บ
บทที่ 50 เทพไร้รอยตะเข็บ
บทที่ 50 เทพไร้รอยตะเข็บ
บทที่ 50 เทพไร้รอยตะเข็บ
ปัญหานี้ ต่อให้หลัวย่ามีสูตรโกงอยู่ในมือก็ยังตัดสินไม่ได้
เพราะตอนนี้เขามีหน้าต่างสถานะอาชีพติดตัวอยู่แค่สองอย่างเท่านั้น
หลัวย่าโยนคำถามนี้กลับไปให้คางุยะ
"วิชาไหนฝึกควบกันได้แล้วช่วยเสริมพลังกัน"
"วิชาไหนฝึกแล้วจะตีกันเอง ข้อมูลการฝึกที่สำคัญพวกนี้แหละคือรากฐานของตระกูลใหญ่"
"ข้างนอกน่ะไม่มีข้อมูลพวกนี้หลุดรอดออกมาหรอก"
คางุยะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบต่อคำถามของหลัวย่า
ความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดนั้นชัดเจนแจ่มแจ้ง
คือถ้าอยากรู้ข้อมูลสำคัญพวกนี้ ก็ต้องยอมแลกเปลี่ยนด้วยการเข้าร่วมกองกำลังของนาง
หลัวย่าชำเลืองมองเซี่ยหมีที่ดูท่าทางจะคึกคักขึ้นเรื่อยๆ
ท่านอาจารย์มังกรคนนี้อาจจะยอมตกลงจริงๆ ก็ได้ กะว่ากินอิ่มแล้วก็เผ่นแน่ๆ
นางคือราชันมังกร ถ้าคิดจะใช้แผนการของมนุษย์ธรรมดามาดัดหลังนางล่ะก็ มีหวังได้หน้าหงายกลับมาไม่เป็นท่า
หลัวย่าไม่ได้รังเกียจคางุยะ เขาค่อนข้างจะชอบตัวละครนี้ด้วยซ้ำ
เพียงแต่ตอนนี้เป้าหมายที่นางต้องการดึงเข้าพวกไม่ใช่เขา และเขาก็ไม่จำเป็นต้องเลือกข้างให้เหนื่อย
หรือจะพูดอีกอย่างคือ เขาเลือกข้างไปเรียบร้อยแล้ว
ข้างหลังเขามีตระกูลฟุจิวาระคอยหนุนหลังอยู่
ถึงเลขาธิการชิกะจะเป็นยัยบื้อ แต่คนในตระกูลของนางต้องมีข้อมูลพวกนี้เก็บไว้ในคลังแน่นอน
"ขอเสียงเฮให้ดังสุดเสียง ต้อนรับบุตรแห่งเทพของสาธิตริคไค ยูคิมูระ เซอิจิ"
ระหว่างที่พวกเขากำลังคุยกัน เสียงโห่ร้องก็ดังสนั่นไปทั่วสนามกีฬา
ในช่วงที่สนทนากัน การแข่งคู่มือหนึ่ง คู่มือสอง และเดี่ยวสองจบลงไปแล้ว
ตอนนี้ถึงเวลาของคู่เอกที่ทุกคนรอคอย การชิงชนะเลิศเดี่ยวหนึ่ง
"ในที่สุดก็ถึงตาตัวจริงสักที"
หลัวย่ายืดตัวขึ้นนั่งตรง
ก่อนหน้านี้การแข่งของเท็ตสึกะกับซานาดะมันดุเดือดจนน่าเหลือเชื่อ
ทั้งคู่นับเป็นยอดฝีมือติดท็อปสิบของพวกมัธยมปลายในเมืองแซด
ฝีมือของทั้งคู่อยู่ในระดับสองอย่างมั่นคง ถ้าวัดกันที่ความแกร่งเพียวๆ ในตอนนี้คงเหนือกว่าโจทาโร่อยู่นิดหน่อย
หลัวย่าเดาว่าระดับการต่อสู้จริงของพวกเขาน่าจะแตะระดับสิบห้าขึ้นไป
ส่วนยูคิมูระ เซอิจิ ที่กำลังลงสนาม กับเจ้าเรียวมะพระเอกตามเนื้อเรื่องเดิมในนัดชิงนี้
ฝีมือจะเหนือกว่าพวกเท็ตสึกะไปไกลแค่ไหนกันแน่
พวกเขาจะอยู่ระดับไหนกัน? ใกล้เคียงระดับสามงั้นรึ?
แล้วไหนจะท่าเทพไร้รอยตะเข็บของเรียวมะอีก
ถ้าเปิดโหมดขึ้นมามันจะสยองขนาดไหน
หลัวย่าชักจะนั่งไม่ติดเก้าอี้ด้วยความตื่นเต้นแล้ว
ไม่ใช่แค่หลัวย่า คางุยะกับเซี่ยหมีก็เลิกคุยกันแล้วหันมาจับจ้องในสนาม
ยูคิมูระ เซอิจิ อาจเป็นเด็กมัธยมปลายที่เก่งที่สุดในเมืองวายแล้วก็ได้
ส่วนเอจิเซ็น เรียวมะ ก็ถูกยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งในรอบสิบปีของเมืองนี้
เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ เรียวมะที่เป็นแค่เด็กปีหนึ่งแต่ก้าวขึ้นมาประจันหน้ากับบุตรแห่งเทพในนัดชิงได้ มันก็พิสูจน์ทุกอย่างในตัวมันเองแล้ว
ในเนื้อเรื่องเดิม การต่อสู้นี้ถือว่ายอดเยี่ยมมาก
ในโลกวรยุทธ์ระดับสูง ทันทีที่ยูคิมูระ เซอิจิ ปรากฏตัว สีหน้าของหลัวย่ากับคางุยะก็เคร่งเครียดขึ้นมาทันที
"พลังจิตวิญญาณเข้มข้นชะมัด"
หลัวย่าพึมพำเสียงต่ำ
พลังจิตวิญญาณของเขาอาจไม่สูงนักถ้าเทียบกับพวกอัจฉริยะสายนี้โดยตรง แต่ถ้าเทียบกับคนทั่วไปก็ถือว่าจัดอยู่ในเกณฑ์ยอดเยี่ยม
เขาจึงสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมา
ยูคิมูระ เซอิจิ เดินลงสนามมาพร้อมกับพลังจิตที่เอ่อล้นราวกับน้ำป่าไหลหลาก
เห็นได้ชัดว่าเขาเหนือกว่าซานาดะ เก็นอิจิโร่ ไปหลายขุม
ส่วนเรียวมะที่ตามลงมากลับไม่มีแรงกดดันแบบนั้น
เรียวมะโดนข่มจนมิดตั้งแต่การต่อสู้ยังไม่เริ่มเสียอีก
สถาณการณ์หลังจากนั้นแทบไม่ต่างจากเนื้อเรื่องเดิม
ลูกเทนนิสของยูคิมูระไม่ได้ดูรุนแรงหรือมีแรงปะทะน่ากลัวเหมือนซานาดะ
แต่ไม่ว่าเรียวมะจะหวดลูกไม้ตายที่เปี่ยมด้วยพลังทำลายล้างออกมาท่าไหน อีกฝ่ายก็หวดกลับไปได้นิ่มๆ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ยูคิมูระเหมือนมหาสมุทรที่กว้างสุดลูกหูลูกตา การโจมตีของเรียวมะเหมือนก้อนหินที่ขว้างลงน้ำ ไม่ได้สร้างระลอกคลื่นอะไรเลย
ในขณะที่กระแสน้ำวนใต้สมุทรกำลังกลืนกินเขาเข้าไปช้าๆ
การเคลื่อนไหวของเรียวมะเริ่มอืดอาดลงเรื่อยๆ
จนในที่สุดเขาก็ยืนบื้ออยู่กับที่ ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่นิดเดียว
"ลบประสาทสัมผัสทั้งห้า"
หลัวย่าพึมพำในใจ
เขาไม่ได้ลงไปแข่งเอง ไม่ได้ประจันหน้ากับยูคิมูระตรงๆ
เลยสัมผัสไม่ได้ว่าเรียวมะกำลังเจออะไรอยู่ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความระแวงของเขาลดลงเลย
ถึงจะมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์บ้าบอรองรับ แต่มันก็แค่การแถเพื่อเพิ่มอรรถรสให้เทนนิสพลังจิตนั่นแหละ
การค่อยๆ ลอกประสาทสัมผัสของฝ่ายตรงข้ามออกทีละอย่างในระหว่างการต่อสู้
นี่คือทักษะที่น่าสยองที่สุดในการต่อสู้
เรียวมะมีพลังจิตอยู่ในระดับสองแน่นอน แต่น่าจะยังด้อยกว่าเท็ตสึกะและซานาดะ
แต่คนระดับนี้กลับโดนยูคิมูระสอยร่วงอย่างรวดเร็ว
สมกับเป็นบอสใหญ่ที่เก่งจนหลุดโลกจริงๆ
"เอาล่ะ จะเริ่มเปิดโปรแกรมโกงหรือยัง"
หลัวย่าจ้องมองลงไปในสนามอย่างตั้งใจ
จ้องมองยูคิมูระฝั่งตรงข้ามที่ยังมีรอยยิ้มบางๆ เหมือนผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่า
"กำลังจะจบแล้ว"
"ไม่ระคายมือบุตรแห่งเทพเลยจริงๆ"
คางุยะเอ่ยชมด้วยความประทับใจ
บุตรแห่งเทพเก่งกว่าที่นางคิดไว้มาก
ทักษะจิตวิญญาณที่ลึกลับและทรงพลังขนาดนี้ บดขยี้อัจฉริยะอย่างเรียวมะได้สบายมือ
หลัวย่าที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ เกือบหลุดขำ
พอคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้เขาก็แทบจะกลั้นไม่อยู่
และแล้ว
ภายใต้สายตาของหลัวย่า
เรียวมะที่กำลังจะพ่ายแพ้ก็เริ่มเปลี่ยนแปลง
เขาเริ่มมีแสงสว่างวาบออกมาจากร่าง
ถ้าอาหารไม่เรืองแสงก็ไม่ใช่ของดี
นักเทนนิสที่ไม่เรืองแสงก็ไม่มีทางเป็นที่หนึ่งได้เหมือนกัน
เรียวมะตะโกนชื่อท่าแห่งความสุขและแรงบันดาลใจออกมาแล้วพุ่งเข้าใส่
แสงสว่างนั่นเจิดจ้าจนผู้ชมทั้งสนามแทบตาบอด
"นี่มันอะไรกัน"
คางุยะรีบยกมือบังตา น้ำเสียงของนางสั่นไหวเป็นครั้งแรก
"ขีดจำกัดเทพไร้รอยตะเข็บงั้นเรอะ"
แสงแห่งรักที่แผ่ออกมาจากคนที่สนุกกับเทนนิสจนถึงก้นบึ้งของหัวใจ และสนุกไปกับมันอย่างเต็มที่
นั่นคือคำอธิบายตามเนื้อเรื่องเดิม
แต่สำหรับหลัวย่ามันคือเรื่องไร้สาระทั้งเพ
มันก็แค่สู้ไม่ได้แล้วเปิดโปรแกรมโกงดื้อๆ
เรียวมะไม่ได้แปลงร่างเป็นอุลตร้าแมนเพราะแสงนั่นหรอก แต่ในระดับมัธยมปลายตอนนี้เขาก็ไร้คู่ต่อสู้แล้ว
"เจ้าสัมผัสได้ถึงความสุขของเทนนิสไหม"
แสงจางลง เหลือเพียงเรียวมะที่มีรัศมีเรืองรองรอบตัว
เหมือนโงกุนที่บรรลุแก่นแท้แห่งอัตนิยม แค่ยืนเฉยๆ กลิ่นอายผู้ชนะก็แผ่ไปทั่วสนาม
ปัง
เพียงแค่การหวดครั้งเดียว ก็เจาะทะลุการป้องกันพลังจิตที่เหมือนมหาสมุทรของยูคิมูระจนพินาศ
ตูม
ลูกเทนนิสพุ่งเหมือนลูกปืนใหญ่ อัดพื้นสนามที่เสริมความแกร่งพิเศษจนระเบิดเป็นหลุมยักษ์
แรงลมเกรี้ยวกราดพัดมาถึงอัฒจันทร์จนหลัวย่าและผู้ชมคนอื่นสัมผัสได้ถึงความรุนแรงได้อย่างชัดเจน
นี่แหละคือพลังทำลายของเทนนิสสังหารภายใต้การเสริมพลังของเทพไร้รอยตะเข็บ