- หน้าแรก
- ทำไมโลกวรยุทธ์ขั้นสูงของข้าถึงเป็นสไตล์อนิเมะไปได้ล่ะเนี่ย
- บทที่ 8 พัฒนาอย่างก้าวกระโดด เลเวล 2 ทั้งคู่
บทที่ 8 พัฒนาอย่างก้าวกระโดด เลเวล 2 ทั้งคู่
บทที่ 8 พัฒนาอย่างก้าวกระโดด เลเวล 2 ทั้งคู่
บทที่ 8 พัฒนาอย่างก้าวกระโดด เลเวล 2 ทั้งคู่
ระบบการฝึกฝนของโลกวันพีซเน้นไปที่ความแข็งแกร่งของร่างกายเป็นหลัก
ไม่ว่าจะเน้นไปที่พลังจากผลปีศาจ ฮาคิทั้งสามรูปแบบ วิชาดาบ หรือวิชาการต่อสู้มือเปล่า
ทั้งหมดล้วนมีพื้นฐานมาจากความแข็งแกร่งของร่างกาย
ยอดฝีมือในโลกวันพีซมีร่างกายที่แข็งแกร่งมาก แต่ก็กินจุมากเช่นกัน
ถ้าไม่มีเนื้อจ้าวทะเลหรือเนื้อสัตว์ประหลาดระดับตำนานทั้งหลายแหล่มาช่วยเติมพลังล่ะก็ กินอาหารธรรมดาให้ตายก็ไม่อิ่มหรอก
เนื้อจ้าวทะเลราคาค่อนข้างแพง
ชั่งละร้อยหยวนเชียวนะ
สำหรับเด็กกำพร้ายากจนอย่างหลัวย่า การเอาเนื้อราคาแพงขนาดนี้มากินเป็นอาหารหลักทุกวันถือว่าฟุ่มเฟือยสุดๆ
แต่หลัวย่าตั้งใจไว้แล้วว่า ตลอดสองเดือนที่เหลือนี้ เขาจะกินแต่เนื้อจ้าวทะเลเป็นอาหารหลัก
เหลือเวลาอีกแค่สองเดือนก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว
เขามีหน้าต่างสถานะวรยุทธ์อยู่ในมือ แน่นอนว่าต้องทุ่มทรัพยากรทั้งหมดที่มีเพื่อพัฒนาฝีมือให้เร็วที่สุด
พอเก่งขึ้นแล้ว เรื่องทรัพยากรก็ไม่ใช่ปัญหา
ช่วงวัยเรียนนี่แหละคือช่วงที่หาทรัพยากรได้ง่ายที่สุด ขอแค่ฉายแววพรสวรรค์ออกมา ก็จะมีคนประเคนทรัพยากรมาให้ถึงที่
แต่ถ้าผ่านช่วงเวลานี้ไป หรือก้าวผ่านเวทีนี้ไปแล้ว
การจะหาทรัพยากรให้ได้ง่ายๆ แบบนี้มันยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขาซะอีก
ระหว่างรอเดลิเวอรี่มาส่ง
หลัวย่าหยิบดาบไม้ที่หัวเตียงขึ้นมาเริ่มแกว่งดาบ
เขาปรับจังหวะการหายใจอย่างเป็นระบบ สองมือเงื้อดาบไม้เล่มเขื่องขึ้นสูง แล้วฟาดลงมาอย่างมั่นคง
การทำแบบนี้ก็ถือเป็นการฝึกวิชาปราณหายใจและวิชาดาบไปในตัว
แน่นอนว่าผลลัพธ์มันสู้การร่ายรำกระบวนท่าแบบเต็มสูบไม่ได้หรอก
แต่ด้วยความที่มีหน้าต่างสถานะวรยุทธ์ หยาดเหงื่อทุกหยดที่เสียไปย่อมแปรเปลี่ยนเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้
ภายใต้ระบบที่ให้ผลตอบแทนที่ชัดเจนขนาดนี้ คนที่ไม่ได้ขยันอะไรมากมายอย่างหลัวย่าก็ยังอดไม่ได้ที่จะฮึดสู้
สูด... ปล่อย... สูด... ปล่อย...
ฟาดดาบ แล้วก็ฟาดดาบ
หยาดเหงื่อผุดพรายราวกับเม็ดฝน ก่อนจะแตกกระจายไปกับแรงเหวี่ยงของดาบ
กล้ามเนื้อเริ่มล้าจนแทบยกไม่ขึ้น แต่ด้วยแรงใจที่สั่งการ เขาก็ยังคงกวัดแกว่งดาบไม้ในมือต่อไป
ก๊อกๆ
ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง
พนักงานเดลิเวอรี่ก็มาเคาะประตูห้องหลัวย่า
ส่งมอบเนื้อจ้าวทะเลแช่แข็งสิบชั่งให้เขา
หลัวย่าปิดประตู รีบแกะถุงออกอย่างใจจดใจจ่อ
วันนี้เขาเพิ่งทะลวงระดับวิชาปราณหายใจในคาบเรียนวิชาดาบ กลับมาถึงห้องก็ซ้อมดาบต่ออีกครึ่งชั่วโมง ท้องมันก็ร้องประท้วงมาตั้งนานแล้ว
เนื้อจ้าวทะเลแข็งโป๊ก
หลัวย่าขี้เกียจรอให้มันละลาย เลยหยิบก้อนเนื้อขนาดประมาณสองชั่งออกมา
วางเนื้อแช่แข็งลงบนเขียง
ฟืดดด
เขาใช้วิชาปราณหายใจ สูดอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ เพื่อดึงพลังมาเสริมความแข็งแกร่งให้ร่างกาย
มีดอีโต้คมกริบในมือตวัดฟันจนเห็นเป็นภาพติดตา แค่ชั่วอึดใจ เนื้อแช่แข็งบนเขียงก็ถูกหั่นเป็นชิ้นพอดีคำอย่างสวยงาม
ตั้งหม้อต้มน้ำ พอเดือดก็โยนเนื้อลงไป
ต้มจนสุก หลัวย่าก็ปรุงน้ำจิ้มง่ายๆ แล้วจัดการสวาปามทันที
เนื้อจ้าวทะเลนี่มันเด็ดจริงๆ มิน่าล่ะ พวกตัวละครในวันพีซถึงได้กินเนื้อกันอย่างเอร็ดอร่อยขนาดนั้น
อยากรู้จังว่าถ้าเอาวัตถุดิบชั้นยอดแบบนี้ ไปให้พ่อครัวจากโทสึกิปรุง มันจะออกมาสุดยอดขนาดไหนนะ
หลัวย่าคิดไปพลาง จัดการเนื้อสองชั่งจนเกลี้ยงภายในพริบตา
เนื้อจ้าวทะเลอุดมไปด้วยพลังงานมหาศาล กินเข้าไปแค่สองชั่ง หลัวย่าก็รู้สึกจุกแล้ว
เขาปรับจังหวะการหายใจ
ไม่นานก็สัมผัสได้ว่าอาหารในกระเพาะกำลังถูกย่อยอย่างรวดเร็ว
วิชาปราณหายใจนี่มันสารพัดประโยชน์จริงๆ โดยเฉพาะเรื่องการฝึกร่างกาย
ถ้าพูดถึงเรื่องการย่อยอาหาร อาจจะสู้ 'การคืนชีพ' ในโลกวันพีซไม่ได้ แต่ถ้าพูดถึงความครอบคลุมล่ะก็ กินขาด
พอความรู้สึกจุกเริ่มทุเลาลง
หลัวย่าก็เก็บเนื้อที่เหลือเข้าตู้เย็น คว้าดาบไม้แล้วเดินออกจากห้องไป
ห้องแคบเกินไป ซ้อมดาบไม่ถนัด
เขาเดินมาที่ลานกว้างในหมู่บ้าน หามุมเงียบๆ ลับตาคน
แล้วก็เริ่มร่ายรำกระบวนท่าดาบปราณวารี
มีลุงๆ ป้าๆ นั่งจับกลุ่มคุยกันอยู่แถวนั้น พอเห็นหลัวย่าซ้อมดาบก็ไม่ได้มีท่าทีแปลกใจอะไร
ในยุคพลังยุทธ์ขั้นสูงแบบนี้ ภาพแบบนี้ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดามากๆ
"ปราณวารี กระบวนท่าที่หนึ่ง ดาบผ่าวารี"
"กังหันน้ำ"
"กระแสน้ำร่ายรำ"
"คลื่นตีกลับ"
หลัวย่าร่ายรำกระบวนท่าวิชาดาบปราณวารีซ้ำแล้วซ้ำเล่าในลานกว้าง
ตั้งแต่กระบวนท่าที่หนึ่ง ดาบผ่าวารี ไปจนถึงกระบวนท่าที่สี่ คลื่นตีกลับ
นี่คือกระบวนท่าทั้งหมดของปราณวารีที่เขาฝึกสำเร็จในตอนนี้
ยิ่งฝึกซ้ำบ่อยเท่าไหร่ ความชำนาญก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น
และด้วยความช่วยเหลือจากหน้าต่างสถานะวรยุทธ์ ประสิทธิภาพในการซึมซับและพัฒนาของหลัวย่าก็ยิ่งพุ่งกระฉูดจนน่าตกใจ
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป
【ความชำนาญวิชาปราณวารีเพิ่มขึ้น 1】
【ความชำนาญวิชาดาบปราณวารีเพิ่มขึ้น 1】
หน้าต่างสถานะปรากฏขึ้น แจ้งเตือนว่าเขาแข็งแกร่งขึ้นอีกขั้นแล้ว
"เยี่ยม"
หลัวย่าปาดเหงื่อบนหน้าผากลวกๆ
บอกตามตรง ตอนนี้เขาเหนื่อยสายตัวแทบขาดแล้ว
ถ้าไม่ได้เนื้อจ้าวทะเลช่วยเติมพลังไว้ล่ะก็ เขาคงล้มพับไปตั้งนานแล้ว
แต่ตอนนี้ หน้าอกเขายังคงกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง นัยน์ตาเปล่งประกายเจิดจ้า
ความชำนาญวิชาดาบปราณวารีขาดอีกแค่แต้มเดียวก็จะขึ้นเลเวล 2 แล้ว
ถ้าวิชาปราณหายใจกับวิชาดาบขึ้นเลเวล 2 ทั้งคู่ พลังต่อสู้ต้องเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดแน่นอน
หลัวย่าแกว่งดาบไม้ต่อไป หยาดเหงื่อที่กระเด็นกลางอากาศถูกดาบไม้ฟันขาดกระจุย
เขาพยายามรักษาจังหวะการหายใจให้มั่นคงที่สุด
วิชาปราณหายใจสามารถดึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในร่างกายออกมาได้ ถ้าได้สารอาหารที่เพียงพอ ยิ่งฝึกก็ยิ่งแข็งแกร่ง
ดูอย่างพ่อของทันจิโร่สิ ผอมแห้งแรงน้อย ป่วยหนักใกล้ตาย
แต่พอใช้วิชาปราณตะวัน ก็สามารถเต้นรำท่ามกลางพายุหิมะได้ข้ามวันข้ามคืน
หัวใจสำคัญอยู่ที่การหายใจ
การซ้อมกระบวนท่าเดิมซ้ำๆ มันน่าเบื่อก็จริง แต่ความรู้สึกที่ได้เห็นตัวเองแข็งแกร่งขึ้นทุกวินาทีมันช่างหอมหวานเหลือเกิน
ในที่สุด
หน้าต่างสถานะวรยุทธ์ก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
【ความชำนาญวิชาดาบปราณวารีเพิ่มขึ้น 1】
ในเสี้ยววินาทีนั้น ข้อมูลมหาศาลก็ไหลบ่าเข้ามาในหัวหลัวย่า ก่อนจะจัดเรียงตัวใหม่อย่างเป็นระเบียบ
ร่างกายของเขากระโดดลอยตัวขึ้นสูงโดยอัตโนมัติ
ทะยานไปในอากาศอย่างแผ่วเบาราวกับนกนางแอ่น
"ปราณวารี กระบวนท่าที่ห้า หยาดฝนแห่งความเมตตา"
ไม่ว่าจะเป็นความเร็วในการร่วงหล่นหรือความเร็วในการตวัดดาบ ล้วนดูนุ่มนวลและเชื่องช้า
แต่พอหลัวย่าเท้าแตะพื้น
กิ่งไม้ขนาดเท่าแขนที่อยู่ข้างหลังก็ขาดร่วงลงมา
ทั้งๆ ที่ใช้ดาบไม้ฟัน แต่รอยตัดกลับเรียบกริบราวกับถูกมีดคมๆ เฉือน
ปราณวารี กระบวนท่าที่ห้า
ตอนนี้หลัวย่าตัวเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ หอบหายใจแฮ่กๆ แต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ
กระบวนท่าของวิชาดาบปราณวารียิ่งอยู่หลังๆ ก็ยิ่งรุนแรงและฝึกยากขึ้นเรื่อยๆ
ร่างเดิมฝึกมาตั้งสามปี ก็ยังติดแหงกอยู่ที่กระบวนท่าที่สี่ เหมือนกับที่วิชาปราณหายใจติดอยู่ที่ระดับหนึ่งนั่นแหละ
แต่ตัวเขาเองเพิ่งจะใช้เวลาแค่บ่ายเดียว เต็มที่ก็แค่สี่ห้าชั่วโมง
ก็สามารถทะลวงผ่านคอขวดทั้งสองอย่างที่กักขังร่างเดิมเอาไว้ได้แล้ว
โดยเฉพาะวิชาดาบ ที่กระโดดจากความชำนาญแค่หกแต้ม ขึ้นมาเป็นเลเวล 2 ได้ในพริบตา
ถือว่าพัฒนาได้เร็วโคตรๆ
วิชาปราณหายใจก็มีความชำนาญเพิ่มขึ้นมาอีกนิดหน่อย
ตอนนี้อยู่ที่
【วิชาปราณวารี เลเวล 2 (3/20)】
ดูจากความเร็วในการพัฒนาตอนนี้แล้ว หลัวย่ามั่นใจว่าไม่เกินสามถึงห้าวัน เขาจะต้องทะลวงวิชาปราณหายใจขึ้นเลเวล 3 ได้แน่
เลเวล 3 ก็คือระดับที่สามตามที่ครูสอนดาบบอกนั่นแหละ เป็นระดับที่เน้นการยืดระยะเวลาการใช้การเพ่งจิตรวมปราณออกไปให้นานที่สุด เพื่อก้าวไปสู่การเพ่งจิตรวมปราณต่อเนื่องอย่างสมบูรณ์แบบ
ช่วงนี้แหละที่ร่างกายจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
ถ้าเป็นในโลกดาบพิฆาตอสูร ระดับนี้ก็ถือว่าเป็นยอดฝีมือระดับล่างๆ ได้แล้ว
อย่างทันจิโร่ พระเอกของเรื่อง ตอนที่ฆ่าอสูรมือไปจนถึงตอนปราบอสูรข้างแรมที่ภูเขาแมงมุมนาตากุโมะ ก็อยู่ประมาณระดับนี้แหละ
พอฝึกการเพ่งจิตรวมปราณต่อเนื่องสำเร็จ ก็ถือว่าเก่งระดับเสาหลักในช่วงก่อนยุคไทโชได้เลย
แถมให้อีกนิด ตามที่หลัวย่ารู้ ระดับพลังที่ท่านยอร์มุนกานด์เปิดเผยให้คนอื่นเห็นในตอนนี้ ก็คือวิชาปราณหายใจระดับสามนี่แหละ
พูดง่ายๆ ก็คือ ถ้าฝึกถึงระดับนี้ได้ ก็มีโอกาสสูงปรี๊ดที่จะได้รับทรัพยากรจากโรงเรียน