- หน้าแรก
- ยอดกวีขยี้บัลลังก์
- บทที่ 1201 - ความจริงที่แสนโหดร้าย
บทที่ 1201 - ความจริงที่แสนโหดร้าย
บทที่ 1201 - ความจริงที่แสนโหดร้าย
บทที่ 1201 - ความจริงที่แสนโหดร้าย
หลี่จื้อฟังแล้วถึงกับตกตะลึงไปเลย ตอนแรกที่ได้ยินเขายังรู้สึกดีใจอยู่เลย นึกว่าพี่เขยจะต้องมีวิธีอย่างแน่นอน พอได้ยินผลลัพธ์ในตอนท้ายก็ถึงกับอึ้งกิมกี่ไปเลย
ที่บอกว่าไม่ได้จริงจังคืออะไรกัน? เขาก็พูดออกจะจริงจังขนาดนั้นแท้ๆ!
"ไป ลองวิชายิงธนูของเจ้าดูก่อน! ทำตัวให้กระปรี้กระเปร่าหน่อย เตรียมพร้อมง้างธนูได้ทุกเมื่อ!" ซูเฉิงกำชับ
หลี่จื้อที่กำลังบ่นอุบอิบอยู่ในใจ พอได้ยินคำพูดนี้ก็ตาสว่างขึ้นมาทันที หลังจากเข้าไปในป่าแล้ว ดวงตากลอกกลิ้งไปมา เตรียมพร้อมยิงธนูอยู่ตลอดเวลา
ส่วนซูเฉิงกลับไม่ได้ถือแม้แต่ธนู ปล่อยม้าเดินไปตามใจอยู่ข้างกายหลี่จื้อ ดูไม่เหมือนมาล่าสัตว์ แต่เหมือนมาเที่ยวชมภูเขาและสายน้ำเสียมากกว่า
กระต่ายป่าตัวหนึ่งตกใจพุ่งพรวดออกมาจากด้านหน้า หลี่จื้อที่กำลังคึกคักพอได้ยินเสียงก็สะดุ้งราวกับตกใจ รีบยกมือดึงลูกธนูออกจากซองด้านหลัง แล้วพาดลงบนคันธนูขนาดเล็ก
การพาดศรและง้างธนูทำได้อย่างต่อเนื่องในรวดเดียว ทว่าลูกธนูกลับไม่ได้ถูกยิงออกไป
เพราะว่ากระต่ายป่าตัวนั้นหายวับไปอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว
หลี่จื้อดึงคันธนูจนใบหน้าเล็กๆ แดงก่ำ ไม่รู้ว่าควรจะยิงลูกธนูดอกนี้ออกไปหรือควรจะเก็บกลับมาดี
ซูเฉิงรู้สึกขบขันเล็กน้อย "เอาล่ะ เลิกดึงได้แล้ว เก็บลูกธนูกลับมาเถอะ ลูกธนูของเจ้าสั่งทำพิเศษเชียวนะ อย่าให้เสียของเลย"
หลี่จื้อเก็บลูกธนูกลับมาด้วยความเก้อเขิน เขารู้สึกเสียหน้าจนกลายเป็นความโกรธ "กระต่ายตัวนี้วิ่งเร็วกว่าปกติไปหน่อยมั้ง!"
ซูเฉิงหัวเราะ "กระต่ายทุกตัวก็วิ่งเร็วแบบนี้ทั้งนั้นแหละ ดังนั้น เจ้าก็ต้องเร็วกว่านี้ถึงจะถูก"
หลี่จื้อได้ยินดังนั้นก็พยักหน้า จากนั้นเส้นประสาทก็ตึงเครียดขึ้นไปอีก
เมื่อมีเสียงกุ๊กๆ ดังขึ้น ไก่ฟ้าสีสันสดใสตัวหนึ่งก็บินขึ้นไปเกาะบนกิ่งไม้
ดวงตาของหลี่จื้อเป็นประกาย เขาใช้มือและเท้าอย่างคล่องแคล่วดึงลูกธนูและง้างคันศร
เสียงฟุ่บดังขึ้น ลูกธนูถูกยิงออกไปแล้ว
สำเร็จแล้ว! หลี่จื้อตื่นเต้นจนแทบจะกรีดร้อง ทว่าก็ต้องหยุดชะงักไปเสียดื้อๆ
เพราะลูกธนูดอกนี้พลาดเป้า
ส่วนไก่ฟ้าก็บินเข้าไปในป่าจนมองไม่เห็นแล้ว ได้ยินเพียงเสียงกุ๊กๆๆ ดังแว่วมา
ความล้มเหลวติดต่อกันถึงสองครั้งทำให้หลี่จื้อรู้สึกท้อแท้และไม่ยินยอม "ข้าอุตส่าห์ฝึกมาอย่างดีแท้ๆ ระยะแค่นี้ยังไงก็ต้องยิงโดนสิ!"
"ที่เจ้ายิงคือเป้านิ่ง แต่นี่ยิงสิ่งมีชีวิต มันมีความแตกต่างกันนะ สิ่งมีชีวิตมันเคลื่อนไหวได้ เจ้าต้องกะเกณฑ์ล่วงหน้าด้วย" ซูเฉิงอธิบาย แม้ว่าวิชายิงธนูของเขาจะไม่ได้เรื่อง แต่ถ้าให้พูดอธิบายก็ไม่มีปัญหา
"แล้วจะทำยังไงดีล่ะ? ข้าอุตส่าห์คุยโวโอ้อวดกับเสด็จแม่และสื่อจื่อไว้แล้วนะ!" หลี่จื้อพูดอย่างท้อแท้
จะทำยังไงดีล่ะ? ควรทำยังไงดี? หลี่จื้อพยายามใช้สมองน้อยๆ ขบคิด ทันใดนั้นก็นึกถึงคำพูดที่พี่สี่เคยบอกเขาก่อนหน้านี้ ดวงตาจึงเป็นประกายขึ้นมา เขากล่าวด้วยความหวังว่า "ถ้าโชคดีเจอหมีสักตัวก็คงดี หมีตัวใหญ่ขนาดนั้น แถมยังวิ่งไม่เร็ว ข้าต้องยิงโดนแน่ๆ!"
ซูเฉิงฟังแล้วก็หัวเราะก๊ากทันที "เจ้ายิงน่ะยิงโดนแน่ แต่หมีมันหนังหนาเนื้อหยาบ ด้วยแรงของเจ้านะ ต่อให้เจ้ายิงมันจนกลายเป็นเม่น คาดว่าไอ้หมีนั่นมันก็คงยังกระโดดโลดเต้นได้สบายๆ"
หลี่จื้อได้ยินแล้วก็รู้สึกแย่ลงไปอีก ก่อนมาเขามีความมั่นใจเต็มเปี่ยม คิดว่าจะได้ของรางวัลกลับไปเต็มคันรถ พอมาตอนนี้กลับพบว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเลยสักนิด เขาจึงรู้สึกเหมือนถูกตอกย้ำอย่างหนัก
"อย่าเพิ่งท้อไปเลย ตอนแรกๆ ก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น ฝึกบ่อยๆ เดี๋ยวก็ดีเอง" ซูเฉิงยิ้มพร้อมกับปลอบใจ
ทว่าหลี่จื้อยังคงมีสีหน้าอมทุกข์ รีบถามว่า "แล้วถ้าวันนี้ข้าฝึกไม่สำเร็จสักทีล่ะ จะทำยังไง?"
"วางใจเถอะน่า แมวตาบอดยังมีโอกาสเจอหนูตายเลย เจ้าคงไม่แย่ไปกว่าแมวตาบอดหรอกมั้ง?" ซูเฉิงปลอบใจต่อ
หลี่จื้อพยักหน้า พูดก็ถูกนะ แมวตาบอดยังเจอหนูตายได้เลย ต่อให้เขาเดาสุ่มก็น่าจะได้เหยื่อมาสักตัวสิน่า?
หมูป่าตัวหนึ่งพุ่งพรวดออกมาจากป่า หลี่จื้อฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้ง ดึงลูกธนูและง้างคันศรอย่างคล่องแคล่ว
"ยิงโดนแล้ว! ยิงโดนแล้ว! ข้ายิงโดนแล้ว..." หลี่จื้อตะโกนลั่นด้วยความตื่นเต้น
หมูป่าตัวใหญ่ขนาดนั้น ถ้ายิงไม่โดนก็คงจะเกินไปหน่อย ถึงจะเป็นอย่างนั้น พอยิงโดนแล้วหลี่จื้อก็ยังตื่นเต้นอยู่ดี แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักงัน
เพราะหมูป่าตัวนั้นหายไปแล้ว แม้ว่าที่ก้นของมันจะมีลูกธนูปักอยู่ แต่หมูป่าตัวนั้นก็วิ่งเร็วมาก ดูเหมือนว่ามันยังคงกระโดดโลดเต้นได้สบายๆ
หมูป่าตัวนั้นวิ่งหายไปทั้งๆ ที่มีลูกธนูปักอยู่ที่ก้น...
คราวนี้หลี่จื้อถึงกับทรุด กระต่ายป่าและไก่ฟ้าเขาก็ยิงไม่โดน หมูป่าตัวใหญ่ก็จริง เขายิงโดนได้ แต่แรงของเขาน้อยเกินไปยิงมันไม่ตาย สถานการณ์ตอนนี้จึงน่าอึดอัดใจมาก
"พี่เขย ท่านก็มาช่วยกันสิ! ข้ายิง ท่านก็ยิง สรุปคืออย่าปล่อยให้เหยื่อหนีไปได้ก็พอ!" หลี่จื้อยุยง
"เอาสิ!" ซูเฉิงพยักหน้ารับอย่างยินดี จะให้มาเสียหน้าต่อหน้าเด็กน้อยอย่างหลี่จื้อก็คงไม่ดี ซูเฉิงจึงไม่ได้หยิบธนู แต่เตรียมจะใช้ปืนไฟแทน
ไก่ฟ้าตัวหนึ่งกระพือปีกบินออกมาจากด้านหน้า ซูเฉิงชักปืนไฟออกมาทันที เสียงปังดังขึ้น ไก่ฟ้าก็ร่วงหล่นลงมาตามเสียงนั้น
แต่กลับไม่มีใครสนใจไก่ฟ้าตัวนั้น เพราะม้าตัวเล็กที่หลี่จื้อขี่อยู่ส่งเสียงร้องและกำลังจะพุ่งออกไป
เนื่องจากไม่เคยได้ยินเสียงปืนไฟมาก่อน เสียงปืนไฟที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันจึงทำให้ม้าตัวน้อยของหลี่จื้อตกใจ
กอปรกับทักษะการขี่ม้าของหลี่จื้อก็ยังไม่ชำนาญ จึงไม่สามารถควบคุมมันได้เลย
เรื่องเกิดขึ้นไวมาก ซูเฉิงที่อยู่ข้างๆ ยกมือขึ้นกดลงไปอย่างแรง กดม้าตัวเล็กที่กำลังจะกระโดดพยศให้สงบลงได้สำเร็จ
เหล่าองครักษ์ที่อยู่ด้านข้างต่างก็เหงื่อตกด้วยความตกใจ แต่หลี่จื้อกลับไม่ได้ตื่นตระหนก ซ้ำยังตะโกนด้วยความตื่นเต้นว่า "หล่อระเบิดไปเลย!"
คำพูดนี้เขาก็แอบเรียนมาจากซูเฉิง แถมยังนำมาใช้ได้คล่องปากเสียด้วย
ซูเฉิงส่ายหน้าเล็กน้อย "ลืมไปว่าม้าของเจ้าไม่เคยได้ยินเสียงปืนไฟ เกือบทำม้าตื่นเสียแล้ว ฉีกเศษผ้ามาอุดหูม้าไว้เถอะ"
องครักษ์รีบลงจากม้ามาจูงม้าตัวเล็ก แล้วใช้เศษผ้าอุดหูของมันไว้
แต่หลี่จื้อไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้ เขาจ้องมองปืนไฟในมือของซูเฉิงด้วยดวงตาที่เป็นประกาย เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าปืนไฟจะใช้ล่าสัตว์ได้ด้วย
แถมท่าทางตอนชักปืนออกมายิงเมื่อครู่นี้มันช่างเท่บาดใจเหลือเกิน!
เมื่อเทียบกันแล้ว การดึงลูกธนูและง้างคันศรดูทึ่มๆ ไปเลย
"พี่เขย ข้าขอลองดูบ้างได้ไหม?" หลี่จื้อถามอย่างอดใจรอไม่ไหว
"ได้สิ!" ซูเฉิงพูดจบก็โยนปืนไฟและถุงกระสุนในมือให้หลี่จื้อ ที่อานม้าของเขายังมีปืนไฟสั้นเสียบอยู่อีกกระบอกหนึ่ง และองครักษ์คนสนิทด้านหลังก็ยังสะพายปืนไฟยาวไว้อีก
แต่ในป่าเขาแห่งนี้ ระยะยิงของปืนไฟสั้นก็เพียงพอแล้ว
หลี่จื้อรับปืนไฟมาประคับประคองราวกับของล้ำค่า ในเมื่อยิงธนูไม่ได้เหยื่อ แต่ถ้าใช้ปืนไฟก็น่าจะได้ล่ะนะ
"ถึงเจ้าจะใช้ปืนไฟเป็น แต่ก็ยังไม่ชำนาญ ความแม่นยำก็ยังไม่ดี อยากจะยิงให้โดนก็ไม่ง่ายนักหรอก" ซูเฉิงยิ้ม
"ก็ยังดีกว่าใช้ธนูล่ะนะ วันนี้ข้าจะต้องได้เหยื่อกลับไปสักตัวให้ได้ ไม่อย่างนั้นสื่อจื่อได้หัวเราะเยาะข้าแน่!" หลี่จื้อพูดด้วยสีหน้ามุ่งมั่น จะให้เสียหน้าต่อหน้าน้องสาวไม่ได้เด็ดขาด
ตอนมา เขาคิดว่าจะได้ของกลับไปเต็มคันรถ แต่ตอนนี้เขาคิดแค่ว่าอย่างน้อยขอให้ได้เหยื่อสักตัวก็พอ
ถ้าได้เหยื่อตัวใหญ่หน่อยก็ยิ่งดี
ซูเฉิงหัวเราะ "เรื่องนี้จัดการง่าย เดี๋ยวหาหมูป่าหรืออะไรสักตัว แล้วให้องครักษ์ล้อมไว้ เจ้าแค่ลั่นไกก็พอแล้ว"
เมื่อเวลาผ่านไป เสียงปังๆๆ ของปืนไฟก็ดังก้องกังวานไปทั่วผืนป่าอย่างต่อเนื่อง
(จบแล้ว)