เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 : ทูตส่องคันฉ่อง, พิชิตโลหิตแรก, หนึ่งหีบสมบัติ

บทที่ 4 : ทูตส่องคันฉ่อง, พิชิตโลหิตแรก, หนึ่งหีบสมบัติ

บทที่ 4 : ทูตส่องคันฉ่อง, พิชิตโลหิตแรก, หนึ่งหีบสมบัติ


ซูเฉินไม่ใช่คนที่ชอบนั่งรอโชคชะตา เขาชอบเป็นฝ่ายชิงลงมือก่อนเสมอ

เมื่อได้ยินคำพูดของซูเฉิน รูม่านตาของเจิงชิงหวั่นพลันหดวับ นางคิดไม่ถึงเลยว่าจู่ ๆ ซูเฉินจะโพล่งเรื่องนี้ออกมา

"ท่านพี่... ท่านพูดเรื่อง... อะไรกัน!"

ใบหน้าของนางเริ่มแสดงความตื่นตระหนกออกมา เพียงชั่วพริบตานางก็ดูราวกับลูกกวางตัวน้อยที่กำลังเสียขวัญ เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและไม่มั่นคง

"ท่านพี่! คนพวกนั้นจงใจปรักปรำใส่ร้ายข้าชัด ๆ! น้องหญิงผู้นี้อยู่กินกับท่านมาอย่างซื่อสัตย์ ยึดมั่นในหลักจรรยาสตรีมาโดยตลอด วัน ๆ อยู่แต่ในบ้านแทบไม่เคยย่างกรายออกไปไหน หากจะมีออกไปข้างนอกบ้าง ก็เพียงเพื่อออกไปจ่ายตลาดหาซื้อกับข้าวมาดูแลความเป็นอยู่ของคนในบ้านเท่านั้น!"

"คนใจคออำมหิตพวกนั้นกลับกล้ามาใส่ร้ายป้ายสีข้าเช่นนี้ ช่างสวรรค์ไม่มีตาแท้ ๆ!"

ในยามนี้ เจิงชิงหวั่นดูราวกับดอกบัวขาวผู้บริสุทธิ์และน่าเวทนายิ่งนัก

"แสดงได้ดีนี่! เจ้าคงไม่เชื่อล่ะสิว่าข้าจะฆ่าหวังจ้านได้ จริงอยู่ว่าพลังยุทธของข้าสู้มันไม่ได้ แต่ข้าแอบไปซื้อยาสลายเอ็นมาจากตลาดมืด!"

"มันโดนยาสลายเอ็นเข้าไปจนสิ้นเรี่ยวแรง ข้าใช้เพียงดาบเดียวก็ปลิดชีพมันได้แล้ว"

"ฮูหยิน... เจ้าลองบอกข้าทีสิว่า รสชาติของยาสลายเอ็นน่ะมันเป็นอย่างไร?"

ซูเฉินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเจิงชิงหวั่น

"เจ้าวางยาข้า!" สีหน้าของเจิงชิงหวั่นเปลี่ยนไปทันที นางเริ่มรู้สึกว่าร่างกายไร้เรี่ยวแรงจนซวนเซล้มลงไปกองกับพื้น พยายามจะดิ้นรนลุกขึ้นยืนแต่กลับทำไม่ได้แม้แต่น้อย

เมื่อเห็นดังนั้น ซูเฉินก็พุ่งตัวเข้าไปประชิดนางทันที มือข้างหนึ่งคว้าหมับเข้าที่ปากของนางเพื่อป้องกันไม่ให้นางพ่นเข็มเงินหรืออาวุธลับออกมาจากปาก เพราะนิยายกำลังภายในที่เขาเคยดูมามักจะมีลูกไม้นี้เสมอ ในเมื่อตอนนี้เขายังอ่อนแอ ทุกย่างก้าวต้องระวังตัวให้ถึงที่สุด!

หลังจากตรวจสอบจนแน่ใจว่าไม่มีอาวุธลับซ่อนอยู่ในปาก เขาก็คลายใจลง จากนั้นจึงหิ้วร่างของนางขึ้นมามัดติดกับเก้าอี้อย่างช่ำชอง เขาต้องการจะเค้นสอบความลับของฮูหยินผู้นี้ให้กระจ่าง!

"เจ้า!"

ในยามนี้ เจิงชิงหวั่นโกรธจนตัวสั่น

นางไม่คาดคิดเลยว่าจะถูกชายผูนี้ซ้อนแผนจนต้องมาตกอยู่ในสภาพถูกพันธนาการ แววตาของนางลุกโชนด้วยไฟโทสะและเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ นางอุตส่าห์เฝ้าสังเกตซูเฉินมาเป็นเวลานานจนมั่นใจแล้วว่าสามารถควบคุมและใช้ประโยชน์จากเขาได้ เดิมทีนางตั้งใจว่าหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ จะมอบอนาคตที่ดีให้เขาเป็นการตอบแทนแท้ ๆ!

"ปล่อยข้านะ!"

เจิงชิงหวั่นพยายามดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อจะหลุดจากพันธนาการ ทว่าในยามที่ร่างกายนางไร้ซึ่งกำลัง และซูเฉินมัดเชือกไว้อย่างแน่นหนา ยิ่งนางดิ้นรน ใบหน้าของนางก็ยิ่งแดงซ่าน ร่างกายที่บดเบียดกับเส้นเชือกทำให้การหายใจเริ่มติดขัด ทรวงอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง ภาพที่เห็นนั้นแฝงไปด้วยความเย้ายวนอย่างถึงที่สุด

ทว่าในระหว่างนั้น ดวงตาหงส์ของเจิงชิงหวั่นกลับทอประกายหยาดเยิ้มออกมา ซูเฉินที่สบตาเข้าพอดีรู้สึกประหนึ่งสมองเริ่มมึนงง คล้ายกับกำลังจะหมดสติ ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ความรู้สึกเย็นเยียบสายหนึ่งก็แล่นพล่านขึ้นมาในสมองแทนที่ความมึนงงนั้นทันที

"หืม! วิชามารสะกดจิตงั้นรึ!"

ซูเฉินไม่ได้แสดงอาการตื่นรู้ขึ้นมาในทันที เขาแสร้งทำเป็นหนังตาตก เลื่อนลอยคล้ายคนกำลังตกอยู่ในภวังค์เพื่อจะดูว่านางจะเล่นลูกไม้อะไรต่อ

'ความมึนงงแบบนี้... ทุกครั้งที่เจ้าร่างเดิมเข้าหอกับนาง มักจะมีอาการเช่นนี้ปรากฏขึ้นเสมอสินะ?' ในตอนนี้ ความทรงจำบางส่วนของร่างเดิมผุดขึ้นมาในหัว

'อย่าบอกนะว่าที่ผ่านมา เจ้าร่างเดิมไม่เคยได้ร่วมหอกับนางเลยสักครั้ง! ช่างน่าเวทนาแท้ ๆ!'

ซูเฉินลอบไว้อาลัยให้เจ้าร่างเดิมในใจครู่หนึ่ง

"ซูเฉิน ปล่อยข้า!" ในตอนนั้นเอง เสียงของเจิงชิงหวั่นก็ดังขึ้นข้างหู น้ำเสียงนั้นอ่อนหวานและนุ่มนวล เต็มไปด้วยแรงดึงดูดที่ทำให้คนฟังรู้สึกอยากทำตามคำสั่งโดยไม่รู้ตัว

ซูเฉินแค่นยิ้มเยาะในใจ เขาแสร้งทำเป็นหนังตาห้อยต่ำ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นเตรียมจะแก้เชือกให้ เมื่อเห็นการกระทำนั้น ดวงตาของเจิงชิงหวั่นก็ฉายแววผู้ชนะออกมาวูบหนึ่ง!

'รอให้ข้าหลุดไปได้ก่อนเถอะ ข้าจะจัดการเจ้าให้สาสม!'

นางคิดด้วยความแค้นเคือง ตั้งใจว่าพอซูเฉินแก้เชือกให้จนพอจะมีแรงกลับมาบ้าง นางจะสั่งสอนเขาให้รู้สำนึก และต้องทำให้เขาชดใช้กับสิ่งที่ทำลงไปในคืนนี้ รวมถึงเรื่องการฆ่าคนที่เขาพูดถึง นางก็ต้องการรู้รายละเอียดที่ชัดเจนด้วย

"หือ!"

ทว่าในขณะที่เจิงชิงหวั่นกำลังจมอยู่ในภวังค์ความคิด นางกลับรู้สึกได้ว่ามีมือใหญ่คู่หนึ่งบีบเค้นลงบนจุดที่ไม่สมควรจะถูกแตะต้อง มือคู่นั้นออกแรงบีบอย่างหนักหน่วงราวกับกำลังขยำหมั่นโถว ในวินาทีนั้นสติของนางพลันกลับคืนมา ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและโทสะพลางจ้องเขม็งไปที่ซูเฉิน

ในยามนี้ แววตาของซูเฉินกลับคืนสู่ความแจ่มใสเยือกเย็น เขากำลังมองนางด้วยสายตาที่แฝงความนัยบางอย่าง!

"เมื่อก่อนตอนจะร่วมหอ เจ้ามักจะใช้วิธีนี้จัดการกับข้าสินะ แต่น่าเสียดาย... ตอนนี้มันใช้ไม่ได้ผลแล้ว!"

น้ำเสียงของเขาแฝงการล้อเลียน ในขณะที่มือยังคงออกแรงบีบเค้นหนักขึ้น

"บอกข้ามา เจ้าเป็นใคร!"

"ไม่อย่างนั้น ข้าจะสังหารเจ้าเสียเหมือนที่ฆ่าหวังจ้าน!"

"โบราณว่าไว้ ร่วมหมอนหนึ่งคืน ผูกพันร้อยวัน เจ้าเองคงไม่อยากตายไปทั้งอย่างนี้หรอกกระมัง!"

น้ำเสียงของซูเฉินเย็นเยียบ แววตาฉายจิตสังหารออกมาสายหนึ่ง เขาจะไม่ยอมให้สิ่งอันตรายอยู่ข้างกายเด็ดขาด อันตรายใด ๆ ต้องถูกกำจัดทิ้งตั้งแต่เนิ่น ๆ!

เคร้ง!

ซูเฉินคว้าดาบเหล็กกล้าที่วางไว้บนโต๊ะขึ้นมา จากนั้นใช้ปลายดาบอันแหลมคมจ่อไปที่ทรวงอกของนาง ปลายดาบทิ่มทะลุเนื้อผ้าเข้าไปจรดที่ผิวหนัง จนมีหยดเลือดซึมออกมาเล็กน้อย

ในวินาทีนั้น เจิงชิงหวั่นสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ปลายดาบที่ทิ่มแทงผิวหนังแม้จะไม่เจ็บปวดมากนัก แต่มันกลับให้ความรู้สึกว่าซูเฉินจะแทงดาบทลวงอกนางจริง ๆ และที่สำคัญคือ มือที่ถือดาบของเขานั้นนิ่งสนิทและมั่นคงยิ่งนัก ในสายตาของนางตอนนี้ ซูเฉินกลายเป็นอีกคนหนึ่งที่นางไม่รู้จักไปเสียแล้ว

"ข้ามาจาก... หอส่องคันฉ่อง! เป็นทูตส่องคันฉ่อง!"

เจิงชิงหวั่นยอมเปิดปากออกมา ในสถานการณ์เช่นนี้ นางทำได้เพียงบอกข้อมูลที่มีประโยชน์ต่ออีกฝ่ายเพื่อรักษาชีวิตไว้เท่านั้น

"หอส่องคันฉ่อง!"

รูม่านตาของซูเฉินหดตัวเล็กน้อย สถานที่ที่เขาอยู่ตอนนี้คือ 'ราชวงศ์ต้าโจว'

ราชวงศ์ต้าโจวมีขุมอำนาจหลักอยู่สามฝ่าย ฝ่ายแรกคือ 'มือปราบหกห้อง' ทำหน้าที่ดูแลคดีอาญาและรักษาความสงบเรียบร้อยทั่วแผ่นดิน ที่ว่าการที่เขาทำงานอยู่ตอนนี้ก็สังกัดอยู่ภายใต้หน่วยงานนี้ ซึ่งทำงานร่วมกับฝ่ายปกครองท้องถิ่น

ส่วนอีกสองขุมอำนาจใหญ่ ฝ่ายหนึ่งคือ 'หน่วยพิทักษ์สันติ' ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนาน ก่อตั้งโดยปฐมจักรพรรดิแห่งต้าโจว มีหน้าที่ถวายความอารักขาและสืบสวนจับกุมนักโทษสำคัญ มีอำนาจพิเศษถึงขนาดจับกุมหรือสอบสวนขุนนางระดับสูงได้โดยตรงไม่ต้องรอรับสั่ง หรือที่เรียกว่า 'ดาบอาญาสิทธิ์ฟันก่อนรายงานทีหลัง'

และฝ่ายสุดท้ายคือฝ่ายที่ลึกลับที่สุด นั่นคือ 'หอส่องคันฉ่อง'

หอส่องคันฉ่องก่อตั้งโดยจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน เป็นหน่วยงานที่รับใช้พระจักรพรรดิโดยตรง ผู้นำสูงสุดคือหัวหน้าขันทีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดข้างกายฮ่องเต้ ยามนี้อำนาจของหน่วยงานนี้กำลังพุ่งทะยานจนแทบจะแซงหน้าหน่วยพิทักษ์สันติไปแล้ว

ซูเฉินคิดไม่ถึงเลยว่า เจิงชิงหวั่นตรงหน้าจะเป็นคนของหอส่องคันฉ่อง!

"แล้วเจ้ามาทำอะไรที่นี่ ทำไมต้องปลอมตัวมาเป็นคู่หมั้นของข้าด้วย!"

ซูเฉินถามต่อ ปลายดาบที่จ่ออยู่เริ่มเพิ่มน้ำแรงขึ้น ฐานะของอีกฝ่ายไม่ธรรมดาเลย การฆ่านางทิ้งอาจเป็นทางออกที่ง่ายที่สุด แต่เขาจำเป็นต้องรู้จุดประสงค์ที่นางเข้าหาเขาก่อน

"ข้ามาที่นี่เพื่อทำการทดสอบเลื่อนขั้นเป็นทูตส่องคันฉ่อง... ที่เลือกเจ้าก็เพราะเห็นว่าเจ้าควบคุมง่าย ไม่มีจุดประสงค์อื่นแอบแฝง หากเจ้าช่วยข้าทำภารกิจทดสอบนี้จนสำเร็จ ข้าสามารถช่วยให้เจ้าขึ้นเป็นหัวหน้ามือปราบเขตเมืองใต้ได้!"

"ส่วนภารกิจทดสอบของข้าคืออะไรนั้น ข้าบอกเจ้าไม่ได้! ข้าไม่มีเจตนาร้ายต่อเจ้าจริง ๆ เดิมทีข้าตั้งใจว่าหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจจะช่วยผลักดันเจ้าสักครั้ง หากมีข้าคอยหนุนหลัง เจ้าจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งอย่างแน่นอน!"

ในชั่วพริบตานั้น เจิงชิงหวั่นสัมผัสได้ถึงแรงกดที่ปลายดาบของซูเฉินที่เริ่มหนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ นางใจหายวาบ ลางสังหรณ์ไม่ดีพลุ่งพล่านขึ้นมาทันที นางไม่ลังเลอีกต่อไป รีบตะโกนบอกข้อเสนอออกมาอย่างรวดเร็ว

มือของซูเฉินชะงักไปเล็กน้อย การมีคนใหญ่คนโตหนุนหลังย่อมช่วยให้การทำงานราบรื่น และเจิงชิงหวั่นยังเป็นคนของหอส่องคันฉ่องอีกด้วย

ในเมื่อเป็นหน่วยงานที่ทรงอิทธิพลที่สุดข้างกายฮ่องเต้ หากมีนางคอยช่วยเหลือ เขาจะสามารถคว้าอำนาจมาไว้ในมือได้ง่ายขึ้น และเขายังอยากจะรอดูอีกว่าเบื้องหลังของเจิงชิงหวั่นนั้นกำลังวางแผนจะทำอะไรกันแน่

ยิ่งไปกว่านั้น หากฆ่านางทิ้ง คนจากหอส่องคันฉ่องย่อมต้องตามสืบมาถึงตัวเขาแน่!

ถึงตอนนั้น เขาคงต้องเผชิญกับความยุ่งยากใหญ่หลวง เขาไม่เคยดูแคลนความสามารถของหน่วยงานลับระดับนี้ ไม่ว่าจะจัดการอย่างไร การฆ่าคนย่อมทิ้งร่องรอยไว้เสมอ

ประกอบกับเขายังไม่รู้จักโลกใบนี้ดีพอ เพราะความทรงจำของร่างเดิมเป็นเพียงคนในเมืองเล็ก ๆ หลังจากชั่งน้ำหนักดูแล้ว การสังหารเจิงชิงหวั่นในตอนนี้อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดจริง ๆ

"ข้าปล่อยเจ้าก็ได้ แต่เจ้าต้องจ่ายค่าตอบแทนที่สาสม!"

สายตาของซูเฉินกวาดมองไปทั่วเรือนร่างของนาง

"ค่าตอบแทน... อะไร?" เมื่อเห็นสายตาของซูเฉิน เจิงชิงหวั่นก็ชะงักไป ก่อนที่ใบหน้าจะแดงก่ำด้วยความอับอาย

"เจ้าคิดจะทำอะไร!"

"ทำอะไรน่ะรึ? ก็ทำให้เจ้าทำหน้าที่ภรรยาให้สมบูรณ์อย่างไรเล่า!" ซูเฉินเผยแววตาเจ้าเล่ห์ออกมาวูบหนึ่ง ก่อนจะอุ้มร่างของเจิงชิงหวั่นเดินตรงเข้าไปยังห้องหอนอนด้านใน

"เจ้า!"

เจิงชิงหวั่นโกรธจนหน้าดำหน้าแดง แต่ร่างกายกลับไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะขัดขืน!

ค่ำคืนนั้น... หอเล็กสดับพิรุณวสันต์ !

[โฮสต์พิชิตโลหิตแรก (เสียพรหมจรรย์ครั้งแรก) สำเร็จ! มอบรางวัลเป็น 'หีบสมบัติไอเทม' ระดับเงิน 1 กล่อง!]

จบบทที่ บทที่ 4 : ทูตส่องคันฉ่อง, พิชิตโลหิตแรก, หนึ่งหีบสมบัติ

คัดลอกลิงก์แล้ว