- หน้าแรก
- จ่ายมาแสนหยวนแล้วผมจะช่วย วิถีการตัดกรรมฉบับปราชญ์เทวดาหน้าเลือด
- บทที่ 67 - ปะทะเดือดโจรร้าย
บทที่ 67 - ปะทะเดือดโจรร้าย
บทที่ 67 - ปะทะเดือดโจรร้าย
บทที่ 67 - ปะทะเดือดโจรร้าย
☆☆☆☆☆
"เหล่าซาน มันอยู่ตรงนี้"
ทันใดนั้น เสียงทุ้มดังลั่นพลันแว่วเข้าหูของเฉินฮ่าวอวี่
เฉินฮ่าวอวี่โผล่หัวออกไปดูแล้วสบถคำหยาบในใจทันที ชายวัยสามสิบกว่าปีท่าทางล่ำสันกำยำราวกริซลีย์กำลังคุกเข่าอยู่กับพื้น สายตาจับจ้องไปยังรถตู้สีแดงที่จอดอยู่ข้างตัวเขา ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหมอนี่คงเป็นเหล่าจางแน่ๆ
หน็อยแน่ะ ฉลาดไม่เบานี่หว่า!
เฉินฮ่าวอวี่ดีดนิ้วเบาๆ เข็มทองคำเล่มหนึ่งพุ่งทะยานออกไป มันปักเข้าที่ซอกคอของเหล่าจางด้วยความเร็วที่ตาเปล่าแทบมองไม่ทัน เหล่าจางร้องอุทานออกมาคำหนึ่งก่อนจะล้มพับลงไปทันที
ในเสี้ยววินาทีที่ซัดเข็มทองคำออกไป เฉินฮ่าวอวี่ก็พุ่งตัวออกไปแล้ว ทันทีที่เหล่าจางล้มลงกับพื้น เขาก็มาปรากฏตัวตรงหน้าอีกฝ่ายเรียบร้อยแล้วก่อนจะเตะเข้าใส่ร่างนั้นอย่างแรง
ด้วยพลังทำลายล้างจากภายในอันมหาศาลของเฉินฮ่าวอวี่ส่งผลให้ร่างของเหล่าจางที่มีน้ำหนักไม่ต่ำกว่าเก้าสิบกิโลกรัมลอยละลิ่วฝ่าสายลมเสียงดังหวีดหวิว พุ่งเข้าหาเหล่าซาน โจรร้ายอีกคนทันที
ปัง!
เหล่าซานเหนี่ยวไกปืนตามสัญชาตญาณ กระสุนเจาะเข้าที่แขนของเหล่าจางเต็มๆ พอสิ้นเสียงปืนเขาถึงเพิ่งสำนึกได้ว่านั่นคือพวกเดียวกัน
"ปัดโธ่เอ๊ย"
ประสบการณ์การต่อสู้ของเหล่าซานโชกโชนอย่างยิ่ง เขาเบี่ยงตัวหลบไปทางซ้ายเพื่อหลีกทางให้ร่างของเหล่าจางผ่านไป ปลายกระบอกปืนเล็งตรงมายังทิศทางที่เฉินฮ่าวอวี่อยู่ทันที ด้วยฝีมือการยิงปืนของเขาในระยะห่างเพียงหกเจ็ดเมตรนี้ เฉินฮ่าวอวี่ไม่มีทางรอดแน่
น่าเสียดายที่เหล่าซานได้พลาดโอกาสเหนี่ยวไกที่ดีที่สุดไปเสียแล้ว เพราะเฉินฮ่าวอวี่ได้พุ่งมาประชิดตัวเขาเรียบร้อยแล้ว มือเรียวแกร่งคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของอีกฝ่าย
กร๊อบ!
กระดูกข้อมือของเหล่าซานถูกเฉินฮ่าวอวี่หักสะบั้นอย่างไร้ปรานี ปืนพกในมือร่วงหล่นลงพื้นทันที
"อ๊าก!"
เหล่าซานกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ทว่าเขายังคงยกเท้าเตะเข้าใส่เฉินฮ่าวอวี่อย่างสุดแรงเกิด
"ปฏิกิริยาไม่เลวเลยนี่"
เฉินฮ่าวอวี่เอ่ยชมในใจ เขาเบี่ยงตัวหลบลูกเตะของเหล่าซานอย่างพริ้วไหว ก่อนจะวาดฝ่ามือขวาที่แฝงด้วยพลังนุ่มนวลตบเข้าที่หน้าอกของอีกฝ่ายเบาๆ
อั่ก!
ใบหน้าของเหล่าซานซีดเผือดลงทันตา ร่างกายของเขาอ่อนปวกเปียกราวกับกระดูกถูกเปลี่ยนเป็นเส้นบะหมี่ ล้มทรุดลงไปกองกับพื้นทันที
หลังจากจัดการกับเหล่าซานเรียบร้อย เฉินฮ่าวอวี่พลันสัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์อันตรายอย่างรุนแรง เขาเบี่ยงตัวหลบไปทางซ้ายในทันที กระสุนนัดหนึ่งพุ่งเฉียดผ่านหน้าเขาไปอย่างหวุดหวิด เฉินฮ่าวอวี่ถึงกับสัมผัสได้ถึงคลื่นความร้อนจากแรงเสียดสีระหว่างลูกกระสุนกับอากาศ หากประสาทสัมผัสทั้งห้าของเขาไม่ได้ว่องไวกว่าคนทั่วไปหลายสิบเท่าล่ะก็ ป่านนี้หัวของเขาคงถูกกระสุนนัดนี้เป่ากระจุยไปแล้ว
มาเร็วเหลือเกิน!
คนที่ลั่นไกปืนก็คือชายหน้าบากที่เฉินฮ่าวอวี่เห็นบนรถนั่นเอง ตอนนี้ดวงตาของชายหน้าบากเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง ระยะห่างระหว่างพวกเขาทั้งสองไม่ถึงสิบเมตร ทว่าเฉินฮ่าวอวี่กลับหลบกระสุนของเขาพ้นได้อย่างง่ายดาย เรื่องนี้ทำให้มือปืนผู้สะกดคำว่าพลาดไม่เป็นอย่างเขาแทบจะยอมรับไม่ได้
เฉินฮ่าวอวี่ตอบสนองอย่างรวดเร็ว เขาย่อตัวลงต่ำคว้าปืนพกของเหล่าจางที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา
ปัง!
โดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย เฉินฮ่าวอวี่ลั่นไกยิงใส่ชายหน้าบากทันที ทว่าฝีมือการยิงปืนของเขามันห่วยแตกสิ้นดี กระสุนจึงพลาดเป้าไปอย่างน่าเสียดาย
ปัง ปัง ปัง ปัง!
ชายหน้าบากกับโจรร้ายอีกคนที่เพิ่งวิ่งเข้ามาสมทบที่ชื่อต้าไห่สาดกระสุนใส่เฉินฮ่าวอวี่พร้อมกัน เสียงปืนรัวสนั่นจนเฉินฮ่าวอวี่ต้องก้มหัวหลบอยู่หลังซากรถคันหนึ่ง ไม่กล้าโผล่หน้าออกไป
ในจังหวะนั้นเอง เสียงไซเรนของรถตำรวจก็แว่วดังขึ้นจากระยะไกล สีหน้าของชายหน้าบากเปลี่ยนไปทันที เขาเอ่ยขึ้นว่า "ต้าไห่ ไม่ต้องสนใจเหล่าจางกับเหล่าซานแล้ว แกหนีไปก่อนเลย"
ต้าไห่ถามเสียงเครียด "ลูกพี่ แล้วพี่ล่ะ"
ชายหน้าบากตอบเสียงเย็นชา "ข้ามีวิธีเอาตัวรอดของข้า"
เมื่อได้ยินบทสนทนาของทั้งสอง เฉินฮ่าวอวี่ก็เกิดความคิดอันชาญฉลาดขึ้นมาทันที เขารีบถอดเสื้อยืดของตัวเองออกอย่างรวดเร็วก่อนจะตะโกนลั่น "พวกแกไม่มีใครหนีพ้นทั้งนั้นแหละ!"
พูดจบเขาก็โยนเสื้อยืดไปทางด้านซ้าย ส่วนตัวจริงพุ่งทะยานออกไปจากทางขวา
โจรร้ายทั้งสองหลงกลตามคาด พวกเขาเหนี่ยวไกยิงใส่เสื้อยืดที่ลอยอยู่กลางอากาศทันที กว่าจะรู้ตัวว่าพลาดท่าก็สายเกินไปเสียแล้ว
ปัง!
เฉินฮ่าวอวี่ลั่นไกเจาะเข้าที่ต้นขาของต้าไห่อย่างแม่นยำ ต้าไห่ครางอึดอัดในลำคอพลันล้มฟุบลงกับพื้น เลือดสีแดงฉานไหลทะลักออกมาไม่หยุด
เฉินฮ่าวอวี่เล็งปืนไปทางชายหน้าบากอีกนัด ทว่าพอกดไกกลับพบว่ากระสุนหมดเสียแล้ว
"พับผ่าสิ"
เฉินฮ่าวอวี่สบถอุทาน เขาตัดสินใจใช้ท่าเท้าเซียวเหยาอันเลื่องชื่อสะท้านแผ่นดินของปรมาจารย์เซียวเหยาเมื่อพันปีก่อน พุ่งทะยานเข้าหาชายหน้าบากราวกับสายฟ้าแลบ
ระยะห่างสิบกว่าเมตรถูกร่นระยะลงในชั่วพริบตา เฉินฮ่าวอวี่มาปรากฏตัวตรงหน้าของชายหน้าบากราวกับภูตผี
"แกไปลงนรกซะเถอะ!"
ชายหน้าบากโกรธจัด รีบหันปากกระบอกปืนเล็งใส่เฉินฮ่าวอวี่ทันที
ทว่ายังไม่ทันจะได้เหนี่ยวไก ง่ามมือของเขากลับพลันรู้สึกปวดเสียวแปรบขึ้นมา ปืนพกในมือร่วงหล่นลงพื้นทันที ชายหน้าบากถึงเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าบนข้อมือของตัวเองถูกปักด้วยเข็มทองคำที่มีขนาดเล็กราวกับเส้นขนวัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้
ชายหน้าบากรีบดึงเข็มทองคำออก เขารู้ตัวทันทีว่าวันนี้ได้มาเจอกับยอดฝีมือเข้าให้แล้ว จึงไม่กล้าประมาทอีกต่อไป เขาโคจรพลังเปิดฉากใช้มวยปาจี๋ที่ร่ำเรียนฝึกปรือมานานกว่าสิบปี ชกหมัดตรงเข้าใส่เฉินฮ่าวอวี่อย่างดุดัน รุนแรง กระแสลมหมัดฉีกกระชากอากาศ พลังทำลายล้างอันแข็งแกร่งดุดันแผ่ซ่านจนเกิดเสียงระเบิดดังเปรี้ยะๆ ในชั้นบรรยากาศ
พลังระเบิดหมัดช่างรุนแรงเหลือเกิน!
หมอนี่คงจะเป็นยอดฝีมือที่บรรลุพลังอ้านจิ้นระดับสุดยอดแน่ๆ เฉินฮ่าวอวี่ประเมินฝีมือของชายหน้าบากในใจทันที ก่อนจะพุ่งตัวเข้าปะทะอย่างไม่เกรงกลัว
ในยุคสมัยที่ศิลปะการต่อสู้เสื่อมถอยเช่นนี้ ยอดฝีมือระดับอ้านจิ้นถือเป็นบุคลากรระดับแถวหน้าของวงการมวยโบราณอย่างแท้จริง แม้จะย้อนกลับไปในยุคสาธารณรัฐจีนก็ตาม พวกเขาก็ยังจัดเป็นยอดฝีมือที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ยอดมวยเอกที่ผู้คนรู้จักกันดีอย่างฮั่วหยวนเจี่ยหรือหวงเฟยหงเอง ก็มีระดับพลังฝึกปรืออยู่ที่ขั้นอ้านจิ้นเท่านั้น
ช่างน่าเสียดายเหลือเกิน!
มีวิชาฝีมือล้ำเลิศขนาดนี้แทนที่จะไปรับใช้ชาติในกองทัพ กลับมาผันตัวเป็นโจรร้ายคอยปล้นฆ่า ช่างเป็นการทำลายของมีค่าอย่างน่าเวทนาแท้ๆ
ตึง!
ฝ่ามือของเฉินฮ่าวอวี่เข้าปะทะกับกำปั้นของชายหน้าบากจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ชายหน้าบากรู้สึกว่าพลังหมัดอันดุดันของตนเองในยามที่สัมผัสถูกฝ่ามือของเฉินฮ่าวอวี่นั้น ราวกับจมหายลงไปในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ดับวูบสูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย
"มวยไทเก๊ก!"
ชายหน้าบากล่าถอยไปสามก้าวพลันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
"ผิดแล้ว นี่คือมวยไร้ลักษณ์ต่างหาก" เฉินฮ่าวอวี่เอ่ยยิ้มๆ "เข้ามาอีกรอบสิ!"
ร่างกายของเฉินฮ่าวอวี่พริ้วไหวดั่งสายลม พลังทำลายล้างลึกล้ำประดุจมหาสมุทร เขาวาดฝ่ามือออกไปหนึ่งครั้ง พลังลมปราณหลั่งไหลทับซ้อนกดทับเข้าหาชายหน้าบากระลอกแล้วระลอกเล่า ความจริงแล้วด้วยฝีมือของเฉินฮ่าวอวี่ในตอนนี้ เพียงกระบวนท่าเดียวเขาก็สามารถสยบชายหน้าบากลงได้แล้ว ทว่าเขาไม่อยากให้การต่อสู้นี้จบลงเร็วเกินไปนัก เนื่องจากในสังคมยุคปัจจุบัน โอกาสที่จะได้พบเจอยอดฝีมือมวยโบราณนั้นช่างยากเย็นแสนเข็ญ ต่อให้โชคดีได้เจอกันก็คงไม่มีใครบ้าพอจะมาประมือต่อสู้ตัดสินเป็นตายกันเช่นนี้ ดังนั้น ชายหน้าบากคนนี้จึงเปรียบเสมือนคู่ซ้อมชั้นยอดที่หาได้ยากยิ่งสำหรับเฉินฮ่าวอวี่
การปะทะกันแบบตาต่อตาฟันต่อฟันเมื่อครู่นี้ เฉินฮ่าวอวี่ใช้พลังไปเพียงหนึ่งส่วนเท่านั้น หากเขาลงมือเต็มที่ ชายหน้าบากคงไม่ได้จบลงแค่การถอยหลังไปเพียงสามก้าวแน่ๆ
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพลังฝ่ามืออันถาโถมดั่งคลื่นยักษ์พังทลายขุนเขา ชายหน้าบากพลันรู้สึกหายใจติดขัดจนแทบจะหยุดหายใจ สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง หรือว่าไอ้หนุ่มนี่จะบรรลุระดับพลังอ้านจิ้นเหมือนกัน? ไม่เช่นนั้น พลังทำลายล้างของเขาจะแข็งแกร่งขนาดนี้ได้อย่างไร? ทว่าอายุเขาเพิ่งจะเท่าไหร่เอง มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน?
ชายหน้าบากคิดทบทวนในใจอย่างรวดเร็ว ทว่าท่วงท่าของเขากลับไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย เท้าขวากระทืบลงพื้นอย่างแรง ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวพร้อมกับวาดศอกเหล็กฟาดฟันเข้าใส่ ลมหมัดหวีดหวิวพุ่งตรงเข้าหาหน้าอกของเฉินฮ่าวอวี่ ท่วงท่านี้เป็นการจู่โจมแบบแลกชีวิต วัดดวงว่าเฉินฮ่าวอวี่จะไม่ยอมเสี่ยงชีวิตแลกกับเขา
"ยอดเยี่ยมมาก"
เฉินฮ่าวอวี่เอ่ยชมคำหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนจากเกมรุกเป็นรับทันที สกัดกั้นศอกเหล็กของอีกฝ่ายไว้ได้อย่างมั่นคง
[จบแล้ว]