- หน้าแรก
- จ่ายมาแสนหยวนแล้วผมจะช่วย วิถีการตัดกรรมฉบับปราชญ์เทวดาหน้าเลือด
- บทที่ 38 - ตอกหน้าลูกคุณหนู
บทที่ 38 - ตอกหน้าลูกคุณหนู
บทที่ 38 - ตอกหน้าลูกคุณหนู
บทที่ 38 - ตอกหน้าลูกคุณหนู
☆☆☆☆☆
"ฮ่าๆๆๆ"
เฉาลี่เสวียหัวเราะลั่น "ตาเฒ่าคนนี้ติดเหล้าหนัก แต่คออ่อนลงทุกวัน เสี่ยวเฉิง อีกสองสามวันแกเป็นตัวแทนฉันไปเชิญอาจารย์แกมากินเหล้าด้วยกันหน่อยนะ ฉันเพิ่งได้เหมาไถเก่าเก็บสามสิบปีมาขวดนึง พอดีเลยจะได้เอาไปแบ่งกันดื่ม"
เฉาเฉิงรับคำ "ไม่มีปัญหาครับ พ่อครับ ผมขอแนะนำให้รู้จักนะครับ นี่คือหมอเฉินฮ่าวอวี่ หมอเทวดาที่รักษาอาการป่วยของยัยหนูจนหายดีครับ"
เฉาลี่เสวียส่งยิ้มทักทาย "หมอเฉิน รบกวนคุณแล้วนะครับ"
เฉาลี่เสวียแตกต่างจากจางยาจือและเฉาไห่ เขาไม่ได้แสดงอาการดูถูกเหยียดหยามเพราะเห็นว่าเฉินฮ่าวอวี่อายุน้อยเลยแม้แต่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นเฉินฮ่าวอวี่ก็ยังสามารถมองเห็นความผิดหวังที่วูบผ่านดวงตาของเขาได้อย่างชัดเจน
สมกับเป็นยอดคนแห่งวงการธุรกิจที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายสิบปี การควบคุมอารมณ์ถือว่าอยู่ในระดับสุดยอดเลยทีเดียว
เฉินฮ่าวอวี่ตอบกลับอย่างไม่ถ่อมตัวและไม่แข็งกร้าวจนเกินไป "คุณเฉา ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ ผมขอตรวจดูขาของคุณหน่อยได้ไหมครับ"
"แน่นอน"
เฉาลี่เสวียเพิ่งจะพูดจบ เฉาไห่ก็พูดแทรกขึ้นมาทันที "พ่อครับ หมอที่พี่ใหญ่หามาคนนี้ยังเด็กเกินไป ถ้าอยู่ในวงการแพทย์แผนจีนก็คงเป็นได้แค่เด็กฝึกงาน ผมว่าเราไม่ควรเสียเวลาเลยดีกว่าครับ"
เฉาเฉิงขมวดคิ้ว "เฉาไห่ แกจงใจจะหาเรื่องหมอเฉิน หรือว่าอยากจะฉวยโอกาสมาหาเรื่องฉันกันแน่"
จางยาจือรีบแก้ต่าง "เสี่ยวเฉิง เสี่ยวไห่ไม่ได้มีเจตนาจะกวนประสาทลูกหรอกนะ เขาแค่กลัวว่าลูกอาจจะโดนคนอื่นหลอกเอาได้น่ะ"
เยี่ยจื้อหยวนช่วยพูดสนับสนุน "คุณน้าครับ ถึงหมอเฉินจะยังหนุ่ม แต่ฝีมือการแพทย์ของเขาเรียกได้ว่าเข้าขั้นเทพเลยนะครับ ลูกสาวผมหาผู้เชี่ยวชาญมาตั้งมากมายก็ยังรักษาไม่หาย แต่หมอเฉินใช้เวลาแค่สิบนาทีก็รักษาจนหายขาดได้ ลองคิดดูสิครับว่าฝีมือเขาจะเก่งกาจขนาดไหน"
เฉาไห่ทำเสียงขึ้นจมูก "พี่เยี่ย หมอนั่นมันก็แค่ฟลุคเท่านั้นแหละครับ ถึงไม่มีมัน อาการซึมเศร้าของลูกสาวพี่ก็คงจะหายเองอยู่แล้ว"
เฉินฮ่าวอวี่ยืนนิ่ง มองดูการแสดงของสองแม่ลูกด้วยแววตาสนุกสนาน มุมปากยกยิ้มขึ้นมานิดๆ
เขารู้ดีว่าที่สองแม่ลูกทำแบบนี้ ไม่ใช่เพราะอยากจะขัดขวางไม่ให้เขาตรวจขาของเฉาลี่เสวียหรอก แต่ทำไปเพื่อปูทางไว้สำหรับการโจมตีเฉาเฉิงในภายหลังต่างหาก
ถ้าเฉาเฉิงดึงดันจะให้เขาตรวจ แล้วเขาเกิดรักษาขาของเฉาลี่เสวียไม่ได้ขึ้นมา สองคนนี้ก็จะได้ทีเยาะเย้ยถากถางเฉาเฉิงต่อหน้าเฉาลี่เสวีย และทำให้เฉาลี่เสวียรู้สึกผิดหวังในตัวลูกชายคนโต
จางยาจือรู้ดีว่าเรื่องแค่นี้ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับเฉาเฉิงมากนัก แต่ถ้าความผิดหวังมันสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บวกกับเสียงกระซิบข้างหมอนของเธอ ผลลัพธ์มันก็จะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
"อะแฮ่ม"
เฉินฮ่าวอวี่กระแอมเบาๆ "พวกคุณพ่นน้ำลายกันจบหรือยังครับ"
เฉาไห่ชะงักไปนิด คาดไม่ถึงว่าเฉินฮ่าวอวี่จะกล้าพูดจาขวานผ่าซากแบบนี้ เขาตวาดเสียงกร้าว "แกหมายความว่าไง"
เฉินฮ่าวอวี่ชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว "ผมใช้เวลาแค่หนึ่งนาทีก็รู้แล้วว่าขาของคุณเฉาจะรักษาได้หรือไม่ ถ้าเมื่อกี้คุณไม่อ้าปากขัด ป่านนี้ผมก็คงตรวจเสร็จไปแล้ว คุณว่าคำพูดของคุณเมื่อกี้มันคือเรื่องไร้สาระไหมล่ะ นอกจากจะทำให้เสียเวลาแล้ว มันยังมีประโยชน์อะไรอีกไหม"
เฉาไห่โกรธจนหน้าแดงก่ำ แผดเสียงลั่น "ใครจะไปรู้ล่ะว่าแกมีแผนร้ายอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า"
เยี่ยจื้อหยวนขมวดคิ้วแน่น "คุณอาเฉาครับ หมอเฉินเป็นคนอุตส่าห์เชิญมา ผมไม่เคยมีความคิดที่จะทำร้ายคุณอาเลยนะครับ"
ฉลาดมาก
เฉินฮ่าวอวี่อดที่จะชื่นชมเยี่ยจื้อหยวนในใจไม่ได้
การไม่ปะทะคารมกับเฉาไห่ตรงๆ แต่เลือกที่จะไปแสดงความไม่พอใจกับคนกุมอำนาจตัวจริงอย่างเฉาลี่เสวีย มิน่าล่ะเยี่ยจื้อหยวนถึงพาโรงแรมฮุ่ยหวงให้เจริญรุ่งเรืองได้ขนาดนี้ ทั้งอีคิวและไอคิวถือว่าล้ำเลิศจริงๆ
คนระดับเฉาลี่เสวียมีหรือจะมองเกมไม่ออก แค่ปรายตามองแวบเดียวเขาก็รู้ทันความคิดของทุกคนแล้ว เขาพูดด้วยสีหน้ารู้สึกผิด "จื้อหยวน หมอเฉิน เสี่ยวไห่ยังเด็ก ไม่รู้จักคิด พูดจาไม่เข้าหูไปบ้าง พวกคุณอย่าถือสาเขาเลยนะครับ"
สมกับเป็นยอดคนในวงการธุรกิจ พวกที่ประสบความสำเร็จระดับนี้ล้วนแต่เป็นยอดมนุษย์กันทั้งนั้นแหละ
พวกตัวละครระดับบิ๊กบอสที่โง่เง่าเต่าตุ่นเหมือนในนิยายทะลุมิติหมอเทวดาน่ะ ไม่มีทางมีอยู่จริงในโลกความจริงหรอก
เพราะคนที่มีทั้งไอคิวและอีคิวต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ไม่มีทางก้าวขึ้นมาอยู่ในจุดที่มีทั้งสถานะและบารมีแบบนี้ได้
แต่เฉาไห่นี่สิ ดูเหมือนพวกตัวร้ายกระจอกๆ ที่มักจะโดนพระเอกตบหน้าโชว์พาวอยู่บ่อยๆ
ส่วนจางยาจือก็ถือว่าเก่งกว่าลูกชายอย่างเฉาไห่ขึ้นมาหน่อย อย่างน้อยก็พอมีเล่ห์เหลี่ยมอยู่บ้าง แต่น่าเสียดายที่วิสัยทัศน์คับแคบ ใจคอคับแคบเกินไป ทำให้คนอื่นเดาทางได้ง่าย
ถ้าให้ไปอยู่ในซีรีส์ชิงดีชิงเด่นในวังหลัง คนที่มีสมองแบบจางยาจือคงอยู่รอดได้ไม่เกินสามตอนหรอก
เฉินฮ่าวอวี่ยิ้มบางๆ "คุณเฉาครับ สิ่งที่อยู่ในใจของคุณชายรองเฉา มันฟ้องอยู่บนหน้าหมดแล้วแหละครับ ทุกคนเขาก็ดูออก คุณไม่ต้องเสียเวลาแก้ตัวแทนหรอกครับ ผมแค่อยากจะถามคำถามเดียว ตกลงคุณจะยอมให้ผมตรวจขาคุณไหมครับ"
เฉาลี่เสวียถกขากางเกงขึ้น ตอบอย่างไม่ลังเล "แน่นอนสิครับ หมอเฉิน รบกวนด้วยนะครับ"
เฉินฮ่าวอวี่เดินเข้าไปใกล้รถเข็นของเฉาลี่เสวีย ย่อตัวลงนั่งแล้วพพิจารณาดูอย่างละเอียด ก็พบว่าภายนอกไม่ได้มีอาการผิดปกติอะไรเลย
ถ้าเป็นคนธรรมดาที่ต้องนั่งรถเข็นมานานกว่าห้าปี ป่านนี้กล้ามเนื้อคงลีบแบนไปหมดแล้ว
เห็นได้ชัดว่าเฉาลี่เสวียคงจะจ้างผู้เชี่ยวชาญมานวดขาให้เป็นประจำ ถึงได้รักษาสภาพกล้ามเนื้อไว้ได้ดีขนาดนี้
เฉินฮ่าวอวี่ชูนิ้วชี้กับนิ้วกลางขึ้นมา กดลงไปที่จุดไท่ซีตรงน่องของเฉาลี่เสวีย พลังเวทสายบางๆ สายหนึ่งก็พุ่งผ่านจุดไท่ซีเข้าไปในเส้นลมปราณของเขาอย่างรวดเร็ว
เฉาลี่เสวียเหมือนจะสัมผัสได้ถึงกระแสความร้อนนั้น แววตาของเขาจึงฉายแววประหลาดใจออกมา
นี่มันลมปราณในตำนานหรือเปล่าเนี่ย
เฉาลี่เสวียที่ตอนแรกแค่กะจะลองให้รักษาดูแบบส่งๆ เริ่มมีความหวังในตัวเฉินฮ่าวอวี่เพิ่มขึ้นมานิดหน่อยแล้ว
หลังจากตรวจเช็กเส้นลมปราณที่ขาของเฉาลี่เสวียเสร็จ เฉินฮ่าวอวี่ก็ดึงมือกลับแล้วลุกขึ้นยืน
พอเห็นว่าเฉินฮ่าวอวี่เอาแต่ขมวดคิ้วแน่นและไม่ยอมพูดอะไร เฉาไห่ก็พ่นลมออกจมูกอย่างเหยียดหยาม "ผมบอกแล้วไงว่าเสียเวลาเปล่า"
เฉาลี่เสวียตวาดเสียงกร้าว "หุบปากเดี๋ยวนี้"
จางยาจือรีบดึงแขนเฉาไห่ไว้ เฉาไห่ก้มหน้าลง ไม่กล้าปริปากพูดอะไรอีก แต่ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น
เฉาเฉิงเอ่ยถาม "หมอเฉินครับ ขาของพ่อผมพอจะรักษาได้ไหมครับ"
เฉินฮ่าวอวี่นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดคำพูดออกมาสองคำ "ยากมาก"
เฉาไห่หัวเราะเยาะ "ผมกะไว้แล้วเชียวว่าต้องลงเอยแบบนี้"
แต่ดวงตาของเฉาเฉิงกลับเปล่งประกายขึ้นมา "หมอเฉิน คุณบอกว่ารักษายาก ไม่ได้บอกว่ารักษาไม่ได้ ใช่ไหมครับ"
เฉินฮ่าวอวี่พยักหน้า "ถูกต้องครับ คุณชายใหญ่เฉา ไอคิวของคุณสูงกว่าน้องชายคุณเยอะเลยนะ"
เยี่ยจื้อหยวนเผลอหลุดขำออกมา พลางคิดในใจว่าคุณหมอเฉินคนนี้ไม่ยอมเสียเปรียบใครจริงๆ ด้วย
แต่พอนึกถึงวิธีการอันลึกลับเหนือธรรมชาติของเขาแล้ว เยี่ยจื้อหยวนก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดามาก
มังกรที่ผงาดอยู่บนฟ้า จะยอมให้ปลาไหลบนดินมาท้าทายอำนาจได้ยังไงล่ะ
เฉาไห่ชี้หน้าเฉินฮ่าวอวี่แล้วตวาดลั่น "มึงกล้าพูดแบบนี้อีกทีสิ"
เฉินฮ่าวอวี่ยักไหล่ "ขอโทษทีนะ ผมขอถอนคำพูดเมื่อกี้ นอกจากคุณจะไอคิวต่ำแล้ว อีคิวของคุณก็ต่ำติดดินเหมือนกัน ผมก็บอกอยู่ว่ารักษาขาพ่อคุณได้ คุณยังจะมาทำกร่างใส่ผมอีก คุณว่าสมองของคุณโดนลาเตะมาหรือเปล่าล่ะ"
จางยาจือคว้าแขนเฉาไห่เอาไว้แน่น "หมอเฉิน คุณรักษาขาของสามีฉันได้จริงๆ เหรอคะ"
เฉินฮ่าวอวี่ไม่ได้ตอบคำถาม แต่กลับย้อนถามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "คุณผู้หญิงจาง คุณอยากให้ผมรักษาขาของคุณเฉาให้หายจริงๆ หรือเปล่าครับ"
พอจางยาจือได้ยินแบบนั้น ก็ตอบกลับอย่างไม่ลังเล "แน่นอนสิคะ"
เฉินฮ่าวอวี่มองเธอด้วยสายตาลึกล้ำ "ถ้างั้นก็รบกวนคุณพาคุณชายรองเฉาออกไปจากห้องรับแขกทีเถอะครับ เขาทำตัวน่ารำคาญจริงๆ"
เฉาไห่แผดเสียง "มึงอยากโดนตบใช่ไหม"
เฉาเฉิงตวาดลั่น "ที่แกเอาแต่ตั้งแง่สงสัยในฝีมือของหมอเฉินครั้งแล้วครั้งเล่า ก็เพราะว่าฉันเป็นคนพาเขามาใช่ไหม ตอนนี้ขาของพ่อมีหวังจะรักษาหายแล้ว แกยังจะมาก่อกวนอีก ตกลงแกต้องการอะไรกันแน่"
เสียงตวาดนั้นดังกึกก้องราวกับฟ้าผ่า ทำเอาหูของทุกคนอื้ออึงไปหมด
สายตาอันดุดันและกลิ่นอายความน่าเกรงขามของเฉาเฉิง ทำเอาบรรยากาศในห้องรับแขกหนักอึ้งขึ้นมาทันตาเห็น
[จบแล้ว]