- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 805 : จะยังแย่ได้มากกว่านี้อีกไหม!? ได้สิ!
ตอนที่ 805 : จะยังแย่ได้มากกว่านี้อีกไหม!? ได้สิ!
ตอนที่ 805 : จะยังแย่ได้มากกว่านี้อีกไหม!? ได้สิ!
ตอนที่ 805 : จะยังแย่ได้มากกว่านี้อีกไหม!? ได้สิ!
ช่วงเวลาประมาณ 10 โมงเช้า
เมืองหลงเหยียน
เมืองหลงเหยียนเป็นเมืองที่อยู่ห่างจากเมืองสือไถออกมาเกือบ 100 กิโลเมตร
รถออฟโรดคันหนึ่งก็กำลังขับเคลื่อนอยู่บนถนนแถวนี้ ไม่ต้องถามก็รู้ว่าต้องเป็นพวกเหยาเหล่ยและหลี่ปั๋วเหวินที่เพิ่งจะออกมาจากเมืองสือไถมานั่นเอง
“หัวหน้าทีมครับ พวกเราขับออกมาเป็นร้อยกิโลเมตรแล้ว แถมยังข้ามมาสองเมืองแล้วด้วย พวกแก๊งดาบเพลิงไม่น่าจะตามมาทันแล้วใช่ไหมครับ!?”
หลิวชิงเหลือบมองตัวเลขกิโลเมตรบนมาตรวัดและป้ายบอกทางริมถนนก่อนจะรายงานให้หัวหน้าทีมทราบ
การหลบหนีตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงตอนนี้ถือว่าค่อนข้างราบรื่น ตลอดทางพวกเขายังไม่เจอสถานการณ์ที่พิเศษอะไร
และดูเหมือนว่าสถานการณ์แบบเมืองสือไถจะไม่ได้เกิดขึ้นทุกที่
ผู้รอดชีวิตในเมืองส่วนใหญ่มักจะเคลื่อนไหวเพียงลำพัง ต่อให้มีกองกำลังอยู่บ้างแต่พวกเขาก็คงไม่ทำเรื่องที่เสียสติขนาดนั้น เพราะการจะทำแบบนั้นได้มันต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างทั้งเรื่องชัยภูมิและขนาดของเมืองมาสนับสนุนด้วย
“อืม”
หลี่ปั๋วเหวินตอบรับสั้นๆ
ในตอนนี้สถานการณ์ยังไม่ถือว่าเลวร้ายนัก เมื่อไม่มีศัตรูไล่ตาม อย่างน้อยพวกเขาก็พอจะหายใจหายคอได้บ้าง
เพียงแต่
เมื่อเขามองออกไปที่ท้องฟ้านอกรถ ลางสังหรณ์ที่ไม่ดีก็ได้ปกคลุมอยู่ในใจของเขามาสักพักแล้ว
วันนี้เขามองไม่เห็นแสงแดดเลยแม้แต่นิดเดียว
มันเป็นวันที่ท้องฟ้ามืดครึ้ม
และยิ่งไปกว่านั้น
เพียงแค่แง้มหน้าต่างรถเพียงเล็กน้อยเขาก็สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือก
มันให้ความรู้สึกราวกับว่าหิมะกำลังจะตก?
เขาได้แต่หวังว่ามันจะไม่เป็นแบบนั้น
เขาเหลือบมองแผนที่ที่หามาจากไหนไม่รู้ และประเมินตำแหน่งปัจจุบันของตัวเองคร่าวๆ
ในตอนนี้พวกเขาอยู่บริเวณใจกลางของมณฑลฝูเจี้ยน ขอเพียงข้ามไปอีกประมาณสองร้อยกิโลเมตรพวกเขาก็จะออกจากเขตมณฑลฝูเจี้ยนและเข้าสู่เขตมณฑลกวางตุ้งได้แล้ว!
เมื่อเข้าสู่มณฑลกวางตุ้งแล้ว และขับมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้อีกประมาณ 600 กิโลเมตรพวกเขาก็จะถึงที่ตั้งของฐานลวี่หยวน!
นั่นหมายความว่าพวกเขายังอยู่ห่างจากบ้านอีกแค่ 800 กิโลเมตรเท่านั้น!
นี่ไม่ใช่ระยะทางที่เป็นเส้นตรง แต่เป็นระยะทางตามเส้นทางถนน
หากเป็นช่วงก่อนวันสิ้นโลก พวกเขาก็น่าจะเดินทางถึงจุดหมายปลายทางได้ในวันเดียว
แต่นั่นมันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในตอนนี้
ถนนหนทางตามเมืองต่างๆ ในประเทศจีนล้วนเต็มไปด้วยสิ่งกีดขวาง และถนนในหลายพื้นที่ก็เกิดการทรุดตัวหรือมีดินถล่มปิดกั้นเส้นทางไปตั้งแต่แผ่นดินไหวครั้งก่อน
บ่อยครั้งที่พวกเขาจำเป็นต้องอ้อมเส้นทางหรือต้องเคลียร์สิ่งกีดขวางถึงจะเดินทางต่อไปได้
อย่างมณฑลกวางตุ้ง พวกเขาก็ต้องรอจนกระทั่งมีกองกำลังขนาดใหญ่อย่างฐานลวี่หยวนปรากฏขึ้นมา ถนนหนทางจึงเริ่มมีการส่งคนไปเคลียร์และกลับมาเปิดเส้นทางเชื่อต่อระหว่างเมืองอีกครั้ง
แต่มณฑลฝูเจี้ยนในตอนนี้เห็นได้ชัดว่ายังไม่มีกองกำลังแบบนั้นปรากฏขึ้น แล้วนับประสาอะไรกับการเคลียร์ถนนข้ามมณฑลแบบนี้
“พวกเราเหลือมน้ำมันอีกเท่าไหร่?”
จู่ๆ หลี่ปั๋วเหวินก็เอ่ยถามขึ้นมา
หลิวชิงก็รีบก้มดูมาตรวัดน้ำมันทันที ก่อนที่สีหน้าของเขาจะถอดสีแล้วพูดว่า
“เหลือระยะทางที่วิ่งได้อีกแค่ประมาณ 100 กิโลเมตรเท่านั้นครับ!”
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของทุกคนบนรถต่างก็ดูย่ำแย่ลงทันที
ระยะทางแค่นี้ไม่เพียงพออย่างแน่นอน!
“ขับต่อไปเถอะ ระหว่างทางก็ค่อยดูว่าจะพอหาน้ำมันจากที่ไหนได้บ้าง!”
หลี่ปั๋วเหวินเรียกสติกลับมาและพูดออกมาทันที
แม้ว่าความเป็นไปได้นั้นจะริบหรี่มากก็ตาม
ยิ่งวันสิ้นโลกผ่านไปนานเท่าไหร่ ความเป็นไปได้ที่จะมีน้ำมันหลงเหลืออยู่ในรถข้างนอกก็น้อยลงมากเท่านั้น
นี่คือของดีที่สามารถนำไปแลกเปลี่ยนเป็นเสบียงหรือแม้แต่อาหารจำนวนเล็กน้อยกับกองกำลังบางแห่งได้ ผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่ย่อมไม่มีทางปล่อยผ่านมันไปแน่นอน
หลิวชิงพยักหน้าและตั้งใจขับรถต่อไป
บรรยากาศภายในรถก็กลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง
การหลบหนีในครั้งนี้ถูกกำหนดไว้แล้วว่าไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
เมื่อวานเหยาเหล่ยขับรถออฟโรด 7 ที่นั่งคันนี้หนีการไล่ล่าของแก๊งดาบเพลิงไปทั่ว มันก็ย่อมต้องใช้น้ำมันไปมหาศาลอยู่แล้ว ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้
แถมรถคันนี้ยังเป็นตัวกินน้ำมันอีก ภายนอกมีการติดตั้งแผ่นเหล็กขนาดใหญ่และคานเหล็กกันกระแทกไว้หลายจุด หากไม่มีพละกำลังที่เพียงพอมันก็ย่อมขับเคลื่อนไม่ได้ แต่ก็เพราะสิ่งเหล่านี้เหยาเหล่ยถึงรอดจากการไล่ล่าของพวกแก็งดาบเพลิงมาได้
แถมบางครั้งที่เวลาที่พวกเขาเจอซอมบี้ขวางทางอยู่บนถนน พวกเขาก็สามารถใช้รถชนมันให้กระเด็นออกไปได้เลย โดยไม่ต้องกังวลว่ารถจะได้รับความเสียหายจนพังหรือไม่
ก็ได้แต่บอกว่ามันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย
หลี่ปั๋วเหวินนั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับ ฉินว่านเจียงก็นั่งอยู่ที่เบาะหลังแถวที่สองของรถ ซึ่งเหยาเหล่ยก็นั่งอยู่ในแถวนี้เช่นกัน ส่วนเสี่ยวเฟยและเสี่ยวอวิ๋นสองพี่น้องไปนั่งอยู่ที่แถวที่สาม
หลังจากมีการพูดคุยกันสั้นๆ เมื่อกี้ ทุกคนต่างก็รับรู้ถึงสถานการณ์ที่แต่ละคนเพิ่งจะเผชิญมา
กลุ่มของเสี่ยวเฟยทั้งสามคนได้ตัดสินใจที่จะตามพวกเหยาเหล่ยไปยังสถานที่ที่เรียกว่าฐานลวี่หยวน
ซึ่งนี่เป็นชื่อที่พวกเขาเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก
และดูเหมือนว่าจะเป็นสถานที่ที่แข็งแกร่งมากๆ
พวกเหยาเหล่ยไม่ได้แนะนำรายละเอียดของฐานลวี่หยวนให้พวกเขาฟังมากนัก เพียงแต่บอกว่าหากไปถึงที่นั่นก็รับรองได้ว่าจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน
‘ที่แท้เธอก็มาจากสถานที่ที่ชื่อว่าฐานลวี่หยวนนี่เองสินะ’
ฉินว่านเจียงแอบชำเลืองมองหญิงสาวที่อยู่ข้างกายแวบหนึ่ง ก่อนจะคิดอยู่ในใจเงียบๆ
ที่นั่นมันเป็นสถานที่แบบไหนกันนะ?
ทำไมถึงได้บ่มเพาะคนอย่างเหยาเหล่ย และคนอีกสองคนที่ดูไม่ธรรมดาเหมือนกันออกมาได้?
ได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้พวกเขายังมีเพื่อนร่วมทีมที่มาทำภารกิจที่มณฑลฝูเจี้ยนด้วยกันอีกหลายคน เพียงแต่ดูเหมือนว่าจะพลัดหลงและมีคนตายไปบ้างแล้ว
เพียงแต่
จากสายตาที่เหยาเหล่ยแอบมองหัวหน้าทีมของเธอเป็นระยะๆ พี่ฉินก็พอจะเข้าใจอะไรบางอย่างแล้ว
เธอเป็นผู้หญิงที่มีเจ้าของหัวใจแล้ว
เมื่อนึกถึงพละกำลังที่แข็งแกร่งระดับนั้นของหัวหน้าทีมหลี่ การที่เธอจะชื่นชมผู้ที่แข็งแกร่งกว่าก็ย่อมเป็นเรื่องที่ปกติมาก
เขาหัวเราะเยาะตัวเองในใจและรู้สึกตลกที่ก่อนหน้านี้ตัวเองเคยคิดไปเองฝ่ายเดียว
เทียบไม่ได้เลยจริงๆ
งั้นก็ขอให้เธอมีความสุขก็แล้วกัน
“ทุกคนดูสิ!! ข้างนอกหิมะตกแล้ว!!”
จู่ๆ หลิวชิงที่กำลังขับรถอยู่ก็ตะโกนประโยคที่ทำให้ทุกคนใจคอไม่ดีออกมา!
หิมะตกแล้ว!
ในเวลาแบบนี้เนี่ยนะ!
และแน่นอนว่า ในไม่ช้าทุกคนก็เริ่มเห็นเกล็ดหิมะบนกระจกหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ
อุณหภูมิในตอนกลางวันมักจะสูงกว่าตอนกลางคืนเล็กน้อย แต่ในตอนนี้ที่แม้จะเป็นตอนกลางวันมันก็ยังต่ำถึง -5 ถึง -6 องศา ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีหิมะตกจริงๆ!
แย่แล้ว!
ทุกคนต่างรู้ดีว่าสถานการณ์เริ่มไม่ดีแล้ว
ในตอนนี้พวกเขากำลังอยู่ระหว่างการหลบหนี การจะข้ามมณฑลเป็นระยะทาง 700-800 กิโลเมตรไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ภายในวันเดียวอย่างแน่นอน ต่อให้หิมะไม่ตกอย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาถึง 2-3 วัน
หากต้องมาเจอกับหิมะบนท้องถนนอีก เวลาที่จะต้องใช้ก็อาจจะต้องถูกยืดออกไปอย่างไม่มีกำหนด!
“ขับอย่างระมัดระวังไปก่อน! ถ้าหิมะยังตกไม่หยุด เดี๋ยวพวกเราค่อยหาที่จอดริมถนนแล้วรีบใส่โซ่กันลื่นที่ล้อกัน!”
หลี่ปั๋วเหวินที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับก็กำชับด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดได้เกิดขึ้นจนได้
เส้นทางกลับบ้านในครั้งนี้ดูเหมือนจะไม่ราบรื่นอย่างที่คิดไว้จริงๆ แต่ในตอนนี้สิ่งที่ทำได้ก็มีเพียงการก้มหน้าก้มตาบึ่งรถมุ่งหน้าไปยังทิศทางของฐานต่อไปเท่านั้น
เสบียงอาหารที่พวกเขามีอยู่ในตอนนี้ก็ไม่ได้มีมากนัก ตอนที่บุกเข้าไปช่วยคนในฐานหลักของแก๊งดาบเพลิง พวกเขาก็ไม่ได้หยิบอะไรติดไม้ติดมือมาด้วย
ส่วนอาหารของพวกเสี่ยวเฟยและพวกหลิวชิงก็ถูกอีกฝ่ายกวาดเอาไปจนหมดเกลี้ยงตั้งนานแล้ว
ในตอนนี้จึงเหลือเพียงเสบียงจำนวนเล็กน้อยที่หลี่ปั๋วเหวินกับเหยาเหล่ยได้รับส่วนแบ่งมาจากการสำรวจเมื่อวานซืนเท่านั้น
ต่อให้ทั้ง 6 คนจะประหยัดกันแค่ไหน แต่ก็คาดว่าคงจะประทังไปได้อีกไม่เกิน 2 มื้อ!
ขาดเสบียง ขาดน้ำมัน แถมยังมาเจอเข้ากับหิมะตกอีก
จะยังแย่ได้มากกว่านี้อีกไหมนะ?
“ทุกคนเกาะไว้ให้แน่น!! ข้างหน้ามีซอมบี้สองตัวขวางทางอยู่ ผมจะชนมันไปเลย!”
หลิวชิงคำรามลั่นพร้อมกับเหยียบคันเร่งจนมิดและพุ่งเข้าใส่ซอมบี้ทั้งสองตัวที่เดินมาอยู่กลางถนนโดยไม่ทราบสาเหตุ!
“โครม โครม!!”
เสียงทึบๆ ดังขึ้นสองครั้ง โชคดีที่ด้านหน้ารถมีการติดตั้งคานกันกระแทกไว้ คนในรถจึงสัมผัสได้เพียงแค่ร่างกายสั่นสะเทือนเล็กน้อยก่อนจะกลับมาเป็นปกติ
ซอมบี้ทั้งสองตัวก็ถูกแรงปะทะมหาศาลจากรถออฟโรดชนจนร่างแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ
“ระวังหน่อยนะ! พอหิมะตกก็จะไม่มีแสงแดด อีกไม่นานซอมบี้คงออกมาเดินเพ่นพ่านมากกว่านี้!”
หลี่ปั๋วเหวินโยนข่าวร้ายชิ้นใหม่ที่ทำให้ทุกคนมีสีหน้าย่ำแย่ออกมาอีกครั้ง!
สถานการณ์ที่เลวร้ายยิ่งกว่าได้ปรากฏขึ้นแล้ว!
พวกซอมบี้ที่เดิมทีควรจะกลัวแสงแดดในตอนกลางวัน ตอนนี้กลับเริ่มทยอยกันออกมาเพราะความมืดครึ้มของวันที่มีหิมะตก!