- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 795 : การไล่ล่าอย่างกระทันหัน
ตอนที่ 795 : การไล่ล่าอย่างกระทันหัน
ตอนที่ 795 : การไล่ล่าอย่างกระทันหัน
ตอนที่ 795 : การไล่ล่าอย่างกระทันหัน
ภายในถ้ำ
บรรดาคนระดับสูงของแก๊งดาบเพลิงต่างก็พากันหัวเราะต่อและพูดคุยกันขณะกินอาหารอย่างมีความสุข พวกเขาดูเหมือนจะไม่เห็นหัวกองกำลังที่อยู่เบื้องหลังของคนทั้งสองที่ถูกจับตัวมาเลยแม้แต่น้อย
บางทีในสายตาของพวกเขา ในโลกยุคนี้ต่อให้จะมีกองกำลังที่แข็งแกร่งเพียงใด ก็ย่อมไม่มีทางยื่นมือมาจัดการเรื่องที่อยู่ไกลถึงขนาดนี้ได้หรอก
สำหรับพวกเขาการมีชีวิตรอดไปวันๆ ก็เพียงพอแล้ว จะไปสนอะไรให้มากมาย
การหาความสุขใส่ตัวในตอนนี้สิถึงจะเรียกว่าเป็นทางที่ถูกต้อง
ที่อีกฟากหนึ่งของถ้ำ ชายสองคนที่ถูกมัดและทิ้งไว้บนพื้นก็กำลังนอนหมดสติอยู่
การแต่งกายของพวกเขาดูแตกต่างจากผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่อย่างเห็นได้ชัด พวกเขาไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าที่เก่าขาดหรือสกปรกมอมแมมเหมือนที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่เสื้อผ้าของพวกเขากลับดูสะอาดสะอ้านเหมือนผ่านการซักล้างอยู่เป็นประจำ
แถมบนเสื้อผ้าของพวกเขายังมีตราสัญลักษณ์ที่ดูแปลกประหลาดติดอยู่ด้วย
และหากมีผู้รอดชีวิตจากมณฑลกวางตุ้งมาเห็นเข้า ก็ย่อมต้องจำได้ทันทีว่านี่คือตราสัญลักษณ์ของยักษ์ใหญ่อย่างฐานลวี่หยวน!
สองคนนี้คือคนของฐานลวี่หยวน!
และตราสัญลักษณ์นี้ก็มีความพิเศษมาก เพราะมันมีรูปปืนกลและมีดพร้าเพิ่มเข้ามา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่เป็นตัวแทนของทีมต่อสู้แห่งฐานลวี่หยวน!
ชายสองคนนี้ก็คือหลิวชิงและสมาชิกในทีมอีกคนที่กระโดดร่มลงมาจากเรือเหาะที่เสียการควบคุมก่อนหน้านี้นั่นเอง!
พวกเขากลับมาปรากฏตัวอยู่ที่ฐานหลักของแก๊งดาบเพลิง!!
“อือ......”
หลิวชิงครางออกมาอย่างยากลำบาก เขาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดตามจุดต่างๆ ของร่างกาย ในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกสับสนต่อชะตากรรมของพวกเขาทั้งสองคนที่กำลังจะมาถึง
ในวันนั้นเรือเหาะหมายเลข 1 ได้ถูกศัตรูที่ไม่รู้จักซุ่มโจมตี หัวหน้าทีมหลี่และเหยาเหล่ยก็ร่วงหล่นออกจากเรือเหาะไป ส่วนสมาชิกทีมที่เหลือก็สูญเสียการควบคุมเรือเหาะ
หลังจากร่อนไปได้ระยะหนึ่ง ในที่สุดพวกเขาก็ถูกบีบให้ต้องกระโดดร่มออกมา
แต่น่าเสียดายที่สวรรค์ไม่เป็นใจ
เพราะหลังจากถึงพื้นก็มีพวกเขา 4 คนที่หายสาบสูญไป ส่วนคนที่รอดมาได้เมื่อรวมหลิวชิงแล้วก็มีเพียง 3 คนเท่านั้น
หลังจากจัดการศพของเพื่อนร่วมทีมที่เสียชีวิตเสร็จ หลิวชิงและคนที่เหลือก็เริ่มออกเดินทางกลับฐานทันที
ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่คิดจะตามหาหัวหน้าทีมและเหยาเหล่ยที่ร่วงหล่นไปก่อนหน้านี้
แต่พวกเขาจะเอาอะไรไปตามหาล่ะ!?
จะให้ใช้ขาสองข้างเดินคลำทางไปหาเหมือนคนตาบอดงั้นเหรอ?
มันเป็นไปไม่ได้หรอก
ความหนาวก็เริ่มเพิ่มขึ้นทุกวันและภัยหนาวก็กำลังจะเข้าสู่ช่วงที่อันตรายที่สุด หากพวกเขายังคงวนเวียนอยู่แถวเมืองเฉวียนโจวต่อไป ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าพวกเขาจะถูกแช่แข็งจนตายอยู่ที่นี่
สู้รีบกลับไปที่ฐานเพื่อตามกำลังเสริมมาช่วยกู้ภัยยังจะดีเสียกว่า
แต่ทว่าพวกที่กระโดดร่มลงมาไม่มีพาหนะติดตัวมาด้วย แม้จะหาจักรยานมาได้สองสามคัน แต่ความเร็วในการเดินทางก็ยังช้าเกินไป
ถนนหนทางในมณฑลฝูเจี้ยนนั้นเดินทางได้ยากลำบาก ทั้งสามคนที่พกสัมภาระมาด้วยจึงใช้เวลาไปเกือบหนึ่งวันเต็มๆ ถึงจะมาถึงเมืองสือไถ
จากนั้นพวกเขาก็มาเจอเข้ากับแก๊งดาบเพลิงที่นี่
กองกำลังที่ดำรงชีวิตอยู่ด้วยการดักปล้นผู้รอดชีวิตที่ผ่านมาและข่มขู่ผู้รอดชีวิตที่อยู่ในเมืองสือไถ
หากมองจากมุมมองของพวกเขาเอง บางทีนี่อาจจะไม่เรียกว่าการกระทำที่เลวร้ายอะไร แต่มันคือวิธีการเอาตัวรอดในยุคสมัยใหม่รูปแบบหนึ่งก็เท่านั้น
สรุปก็คือ
กลุ่มของหลิวชิงทั้งสามคนที่ผ่านมาทางนี้ได้เผชิญหน้ากับแก๊งดาบเพลิง พวกเขาอาศัยอาวุธในมือเข้าต่อสู้และสังหารคนของอีกฝ่ายไปได้ 20 กว่าคน แต่สุดท้ายพวกเขาก็ยังพ่ายแพ้ให้กับจำนวนคนเกือบ 300 คนของพวกมัน
หากเป็นกองกำลังอื่นที่มีคนเพียงไม่กี่สิบคน พวกเขาที่ใช้อาวุธที่พกมาก็อาจจะมีโอกาสฆ่าล้างที่นี่ได้ แต่เมื่อต้องเผชิญกับศัตรูที่มีจำนวนมากกว่าถึง 100 เท่า พวกเขาก็ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะต่อกรด้วยจริงๆ
การสังหารศัตรูไปได้หลายสิบคนก็นับว่าเป็นผลงานจากการงัดทุกกระบวนท่าออกมาใช้แล้ว
และสุดท้ายทั้งสามคนก็ถูกจับเป็นเชลย
กลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าแก๊งดาบเพลิงหลังจากจับตัวพวกเขาได้ แน่นอนว่าพวกมันก็ต้องทุบตีพวกเขาอย่างโหดเหี้ยมและหนึ่งในพวกเขาก็ทนอาการบาดเจ็บไม่ไหวจนเสียชีวิตไปแล้ว
ตอนนี้จึงเหลือเพียงหลิวชิงและเพื่อนร่วมทีมอีกคนที่กำลังถูกสอบสวนและเค้นถามอย่างต่อเนื่องว่าพวกเขามาจากไหน รวมถึงกองกำลังเบื้องหลังพวกเขามีแผนการป้องกันตัวเองยังไงบ้าง สถานการณ์ด้านเสบียงเป็นยังไง รวมถึงข้อมูลลับอื่นๆ อีกมากมาย
ทั้งสองคนก็ย่อมกัดฟันแน่นและไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว
เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากพวกเขาพูดข้อมูลเหล่านี้ออกไป อย่าว่าแต่จะมองหน้าคนในฐานเลย แม้แต่หน้าของครอบครัวและเพื่อนฝูงพวกเขาก็คงจะไม่กล้ามองอีกต่อไป
ต่อให้พูดออกไป ก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่พวกเขาจะถูกคนของแก๊งดาบเพลิงฆ่าปิดปากอยู่ดี
เพราะคนที่หมดคุณค่าแล้วก็ไม่มีความจำเป็นต้องหายใจอีกต่อไป
หลังจากนั้นพวกเขาก็ถูกขังไว้แบบนี้
ตลอดสองวันที่ผ่านมาพวกมันก็มักจะแวะเวียนมาทรมานพวกเขาทั้งสองคนเป็นระยะเพื่อดูว่าพวกเขาจะยอมคายข้อมูลออกมาหรือไม่
“เสี่ยวโจว ยังไหวไหม?”
เปลือกตาของหลิวชิงขยับเล็กน้อย เขาค่อยๆ ลืมตามองเพื่อนร่วมทีมที่อยู่ข้างๆ แต่กลับไม่ได้รับการตอบกลับใดๆ
ลำบากแล้วสิ
เพื่อนร่วมทีมคนสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่ข้างกายคนนี้มีเลือดเปียกโชกไปทั้งตัวแถมร่างกายยังเต็มไปด้วยบาดแผล ในตอนนี้อีกฝ่ายก็หมดสติไปแล้ว ยิ่งสภาพอากาศที่หนาวเย็นแบบนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะอดทนไปได้อีกนานแค่ไหน
ในใจของหลิวชิงก็เริ่มจมดิ่งลงเรื่อยๆ
ในสถานที่แบบนี้ จะยังมีใครมาช่วยชีวิตพวกเขาได้อีก?
ความสิ้นหวังในใจของเขาเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น
การที่มาอยู่ในยุคสมัยแบบนี้ เขาเองก็เตรียมใจที่จะเสียสละตัวเองไว้ทุกเมื่อแล้ว
แต่ที่น่าเสียดายก็คือเขายังไม่ได้มีภรรยาเลย อุตส่าห์โตมาขนาดนี้แต่กลับยังเป็นหนุ่มซิงอยู่เลย
ขาดทุนย่อยยับจริงๆ
เขาหวนนึกถึงช่วงเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา การได้ออกไปบุกตะลุยตามที่ต่างๆ พร้อมกับเพื่อนร่วมทีม มันเหนือกว่าจินตนาการตอนเป็นโอตาคุไปไกลลิบ ชีวิตแบบนี้เขาเองก็ไม่เคยกล้าแม้แต่จะคิดเลย
ลาก่อนนะ
โดรนของฉัน โมเดลกั้นดั้มของฉันและของสะสมอนิเมะที่ฉันรัก
หวังว่าในอนาคตตอนที่คนในฐานมาเก็บกวาดของดูต่างหน้าของฉัน พวกเขาจะดูแลพวกแกเป็นอย่างดีนะ
ในใจของหลิวชิงก็เริ่มคิดถึงทุกอย่างในฐานลวี่หยวน
เขาไม่มีญาติพี่น้องอยู่ในฐาน ในแผนการตามหาญาติเขานั้นไม่พบตัวญาติคนไหนเลย เขาจึงอยู่อย่างโดดเดี่ยวมาโดยตลอด มีเพียงของสะสมสมัยเป็นโอตาคุและเพื่อนร่วมทีมเท่านั้นที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขามาโดยตลอด
ดูเหมือนว่าชีวิตของเขาคงจะต้องจบลงเพียงเท่านี้แล้ว
ไม่มีน้ำไม่มีอาหาร แถมยังต้องโดนหมัดและเท้าของพวกแก๊งดาบเพลิงเป็นระยะๆ คาดว่าไม่เกินสองวันเขาก็คงต้องตายตามไป
งั้นก็ให้มันจบลงแบบนี้แหละ
เมื่อเทียบกับผู้รอดชีวิตคนอื่นที่ตายไปตั้งแต่คืนแห่งการกลายพันธุ์ หรือคนที่ตายเพราะสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายในภายหลัง อย่างน้อยเขาก็เคยได้ทำอะไรให้ถึงที่สุดมาก่อนแล้ว
ชีวิตนี้ของเขาก็นับว่าไม่ขาดทุนเท่าไหร่แล้ว
หากในอนาคตยังมีโอกาสได้กลับไปที่ฐาน เขาคงจะต้องรีบหาแฟนให้ได้สักคนจริงๆ
ไม่สิ!
อย่างน้อยต้องสองคน!
เขาจะชดเชยสิ่งที่ยังไม่ทันได้เพลิดเพลินในอดีตกลับมาให้หมด!
แต่จะยังมีโอกาสนั้นไหมนะ?
หลิวชิงหลับตาลงอีกครั้ง พยายามผ่อนลมหายใจให้ช้าลง ในขณะที่ในหัวยังคงคิดฟุ้งซ่านต่อไป
......
อีกสถานที่หนึ่งในเมืองสือไถ
เหยาเหล่ยและหลี่ปั๋วเหวินที่เพิ่งจะเปลี่ยนเส้นทางมาก็ได้เจอกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดอีกครั้ง!
หลังจากพวกเขาเปลี่ยนเส้นทางมาได้สักพัก จู่ๆ ก็มีคนไล่ตามพวกเขามา!
มีรถยนต์สามคันกำลังขับไล่ตามพวกเขา!
“พวกเราไม่มีอาวุธ หาวิธีสลัดพวกมันให้พ้น หรือไม่ก็หาชัยภูมิที่ได้เปรียบในการต่อสู้กับศัตรูให้เจอ!”
ตรงเบาะข้างคนขับ หลี่ปั๋วเหวินจ้องมองกลุ่มคนที่กำลังไล่ตามมาด้วยสายตาเย็นชาพลางพูดประโยคนี้ออกมา
รถยนต์สามคันที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นพยายามจะขับชนเพื่อให้รถของพวกเขาหยุดนิ่ง แต่โชคดีที่เหยาเหล่ยมีทักษะการขับรถที่ยอดเยี่ยมเธอจึงหลบหลีกมาได้
แต่ทว่าฝ่ายตรงข้ามกลับมีปืน!
ดังนั้นมันจึงไม่มีทางเลยที่พวกเขาที่มีแต่มือเปล่าและอาวุธเย็นจะสู้กับคนพวกนี้ได้!
ต้องหาวิธีจัดการคนพวกนี้ให้ได้!