เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 795 : การไล่ล่าอย่างกระทันหัน

ตอนที่ 795 : การไล่ล่าอย่างกระทันหัน

ตอนที่ 795 : การไล่ล่าอย่างกระทันหัน


ตอนที่ 795 : การไล่ล่าอย่างกระทันหัน

ภายในถ้ำ

บรรดาคนระดับสูงของแก๊งดาบเพลิงต่างก็พากันหัวเราะต่อและพูดคุยกันขณะกินอาหารอย่างมีความสุข พวกเขาดูเหมือนจะไม่เห็นหัวกองกำลังที่อยู่เบื้องหลังของคนทั้งสองที่ถูกจับตัวมาเลยแม้แต่น้อย

บางทีในสายตาของพวกเขา ในโลกยุคนี้ต่อให้จะมีกองกำลังที่แข็งแกร่งเพียงใด ก็ย่อมไม่มีทางยื่นมือมาจัดการเรื่องที่อยู่ไกลถึงขนาดนี้ได้หรอก

สำหรับพวกเขาการมีชีวิตรอดไปวันๆ ก็เพียงพอแล้ว จะไปสนอะไรให้มากมาย

การหาความสุขใส่ตัวในตอนนี้สิถึงจะเรียกว่าเป็นทางที่ถูกต้อง

ที่อีกฟากหนึ่งของถ้ำ ชายสองคนที่ถูกมัดและทิ้งไว้บนพื้นก็กำลังนอนหมดสติอยู่

การแต่งกายของพวกเขาดูแตกต่างจากผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่อย่างเห็นได้ชัด พวกเขาไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าที่เก่าขาดหรือสกปรกมอมแมมเหมือนที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่เสื้อผ้าของพวกเขากลับดูสะอาดสะอ้านเหมือนผ่านการซักล้างอยู่เป็นประจำ

แถมบนเสื้อผ้าของพวกเขายังมีตราสัญลักษณ์ที่ดูแปลกประหลาดติดอยู่ด้วย

และหากมีผู้รอดชีวิตจากมณฑลกวางตุ้งมาเห็นเข้า ก็ย่อมต้องจำได้ทันทีว่านี่คือตราสัญลักษณ์ของยักษ์ใหญ่อย่างฐานลวี่หยวน!

สองคนนี้คือคนของฐานลวี่หยวน!

และตราสัญลักษณ์นี้ก็มีความพิเศษมาก เพราะมันมีรูปปืนกลและมีดพร้าเพิ่มเข้ามา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่เป็นตัวแทนของทีมต่อสู้แห่งฐานลวี่หยวน!

ชายสองคนนี้ก็คือหลิวชิงและสมาชิกในทีมอีกคนที่กระโดดร่มลงมาจากเรือเหาะที่เสียการควบคุมก่อนหน้านี้นั่นเอง!

พวกเขากลับมาปรากฏตัวอยู่ที่ฐานหลักของแก๊งดาบเพลิง!!

“อือ......”

หลิวชิงครางออกมาอย่างยากลำบาก เขาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดตามจุดต่างๆ ของร่างกาย ในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกสับสนต่อชะตากรรมของพวกเขาทั้งสองคนที่กำลังจะมาถึง

ในวันนั้นเรือเหาะหมายเลข 1 ได้ถูกศัตรูที่ไม่รู้จักซุ่มโจมตี หัวหน้าทีมหลี่และเหยาเหล่ยก็ร่วงหล่นออกจากเรือเหาะไป ส่วนสมาชิกทีมที่เหลือก็สูญเสียการควบคุมเรือเหาะ

หลังจากร่อนไปได้ระยะหนึ่ง ในที่สุดพวกเขาก็ถูกบีบให้ต้องกระโดดร่มออกมา

แต่น่าเสียดายที่สวรรค์ไม่เป็นใจ

เพราะหลังจากถึงพื้นก็มีพวกเขา 4 คนที่หายสาบสูญไป ส่วนคนที่รอดมาได้เมื่อรวมหลิวชิงแล้วก็มีเพียง 3 คนเท่านั้น

หลังจากจัดการศพของเพื่อนร่วมทีมที่เสียชีวิตเสร็จ หลิวชิงและคนที่เหลือก็เริ่มออกเดินทางกลับฐานทันที

ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่คิดจะตามหาหัวหน้าทีมและเหยาเหล่ยที่ร่วงหล่นไปก่อนหน้านี้

แต่พวกเขาจะเอาอะไรไปตามหาล่ะ!?

จะให้ใช้ขาสองข้างเดินคลำทางไปหาเหมือนคนตาบอดงั้นเหรอ?

มันเป็นไปไม่ได้หรอก

ความหนาวก็เริ่มเพิ่มขึ้นทุกวันและภัยหนาวก็กำลังจะเข้าสู่ช่วงที่อันตรายที่สุด หากพวกเขายังคงวนเวียนอยู่แถวเมืองเฉวียนโจวต่อไป ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าพวกเขาจะถูกแช่แข็งจนตายอยู่ที่นี่

สู้รีบกลับไปที่ฐานเพื่อตามกำลังเสริมมาช่วยกู้ภัยยังจะดีเสียกว่า

แต่ทว่าพวกที่กระโดดร่มลงมาไม่มีพาหนะติดตัวมาด้วย แม้จะหาจักรยานมาได้สองสามคัน แต่ความเร็วในการเดินทางก็ยังช้าเกินไป

ถนนหนทางในมณฑลฝูเจี้ยนนั้นเดินทางได้ยากลำบาก ทั้งสามคนที่พกสัมภาระมาด้วยจึงใช้เวลาไปเกือบหนึ่งวันเต็มๆ ถึงจะมาถึงเมืองสือไถ

จากนั้นพวกเขาก็มาเจอเข้ากับแก๊งดาบเพลิงที่นี่

กองกำลังที่ดำรงชีวิตอยู่ด้วยการดักปล้นผู้รอดชีวิตที่ผ่านมาและข่มขู่ผู้รอดชีวิตที่อยู่ในเมืองสือไถ

หากมองจากมุมมองของพวกเขาเอง บางทีนี่อาจจะไม่เรียกว่าการกระทำที่เลวร้ายอะไร แต่มันคือวิธีการเอาตัวรอดในยุคสมัยใหม่รูปแบบหนึ่งก็เท่านั้น

สรุปก็คือ

กลุ่มของหลิวชิงทั้งสามคนที่ผ่านมาทางนี้ได้เผชิญหน้ากับแก๊งดาบเพลิง พวกเขาอาศัยอาวุธในมือเข้าต่อสู้และสังหารคนของอีกฝ่ายไปได้ 20 กว่าคน แต่สุดท้ายพวกเขาก็ยังพ่ายแพ้ให้กับจำนวนคนเกือบ 300 คนของพวกมัน

หากเป็นกองกำลังอื่นที่มีคนเพียงไม่กี่สิบคน พวกเขาที่ใช้อาวุธที่พกมาก็อาจจะมีโอกาสฆ่าล้างที่นี่ได้ แต่เมื่อต้องเผชิญกับศัตรูที่มีจำนวนมากกว่าถึง 100 เท่า พวกเขาก็ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะต่อกรด้วยจริงๆ

การสังหารศัตรูไปได้หลายสิบคนก็นับว่าเป็นผลงานจากการงัดทุกกระบวนท่าออกมาใช้แล้ว

และสุดท้ายทั้งสามคนก็ถูกจับเป็นเชลย

กลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าแก๊งดาบเพลิงหลังจากจับตัวพวกเขาได้ แน่นอนว่าพวกมันก็ต้องทุบตีพวกเขาอย่างโหดเหี้ยมและหนึ่งในพวกเขาก็ทนอาการบาดเจ็บไม่ไหวจนเสียชีวิตไปแล้ว

ตอนนี้จึงเหลือเพียงหลิวชิงและเพื่อนร่วมทีมอีกคนที่กำลังถูกสอบสวนและเค้นถามอย่างต่อเนื่องว่าพวกเขามาจากไหน รวมถึงกองกำลังเบื้องหลังพวกเขามีแผนการป้องกันตัวเองยังไงบ้าง สถานการณ์ด้านเสบียงเป็นยังไง รวมถึงข้อมูลลับอื่นๆ อีกมากมาย

ทั้งสองคนก็ย่อมกัดฟันแน่นและไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว

เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากพวกเขาพูดข้อมูลเหล่านี้ออกไป อย่าว่าแต่จะมองหน้าคนในฐานเลย แม้แต่หน้าของครอบครัวและเพื่อนฝูงพวกเขาก็คงจะไม่กล้ามองอีกต่อไป

ต่อให้พูดออกไป ก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่พวกเขาจะถูกคนของแก๊งดาบเพลิงฆ่าปิดปากอยู่ดี

เพราะคนที่หมดคุณค่าแล้วก็ไม่มีความจำเป็นต้องหายใจอีกต่อไป

หลังจากนั้นพวกเขาก็ถูกขังไว้แบบนี้

ตลอดสองวันที่ผ่านมาพวกมันก็มักจะแวะเวียนมาทรมานพวกเขาทั้งสองคนเป็นระยะเพื่อดูว่าพวกเขาจะยอมคายข้อมูลออกมาหรือไม่

“เสี่ยวโจว ยังไหวไหม?”

เปลือกตาของหลิวชิงขยับเล็กน้อย เขาค่อยๆ ลืมตามองเพื่อนร่วมทีมที่อยู่ข้างๆ แต่กลับไม่ได้รับการตอบกลับใดๆ

ลำบากแล้วสิ

เพื่อนร่วมทีมคนสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่ข้างกายคนนี้มีเลือดเปียกโชกไปทั้งตัวแถมร่างกายยังเต็มไปด้วยบาดแผล ในตอนนี้อีกฝ่ายก็หมดสติไปแล้ว ยิ่งสภาพอากาศที่หนาวเย็นแบบนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะอดทนไปได้อีกนานแค่ไหน

ในใจของหลิวชิงก็เริ่มจมดิ่งลงเรื่อยๆ

ในสถานที่แบบนี้ จะยังมีใครมาช่วยชีวิตพวกเขาได้อีก?

ความสิ้นหวังในใจของเขาเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น

การที่มาอยู่ในยุคสมัยแบบนี้ เขาเองก็เตรียมใจที่จะเสียสละตัวเองไว้ทุกเมื่อแล้ว

แต่ที่น่าเสียดายก็คือเขายังไม่ได้มีภรรยาเลย อุตส่าห์โตมาขนาดนี้แต่กลับยังเป็นหนุ่มซิงอยู่เลย

ขาดทุนย่อยยับจริงๆ

เขาหวนนึกถึงช่วงเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา การได้ออกไปบุกตะลุยตามที่ต่างๆ พร้อมกับเพื่อนร่วมทีม มันเหนือกว่าจินตนาการตอนเป็นโอตาคุไปไกลลิบ ชีวิตแบบนี้เขาเองก็ไม่เคยกล้าแม้แต่จะคิดเลย

ลาก่อนนะ

โดรนของฉัน โมเดลกั้นดั้มของฉันและของสะสมอนิเมะที่ฉันรัก

หวังว่าในอนาคตตอนที่คนในฐานมาเก็บกวาดของดูต่างหน้าของฉัน พวกเขาจะดูแลพวกแกเป็นอย่างดีนะ

ในใจของหลิวชิงก็เริ่มคิดถึงทุกอย่างในฐานลวี่หยวน

เขาไม่มีญาติพี่น้องอยู่ในฐาน ในแผนการตามหาญาติเขานั้นไม่พบตัวญาติคนไหนเลย เขาจึงอยู่อย่างโดดเดี่ยวมาโดยตลอด มีเพียงของสะสมสมัยเป็นโอตาคุและเพื่อนร่วมทีมเท่านั้นที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขามาโดยตลอด

ดูเหมือนว่าชีวิตของเขาคงจะต้องจบลงเพียงเท่านี้แล้ว

ไม่มีน้ำไม่มีอาหาร แถมยังต้องโดนหมัดและเท้าของพวกแก๊งดาบเพลิงเป็นระยะๆ คาดว่าไม่เกินสองวันเขาก็คงต้องตายตามไป

งั้นก็ให้มันจบลงแบบนี้แหละ

เมื่อเทียบกับผู้รอดชีวิตคนอื่นที่ตายไปตั้งแต่คืนแห่งการกลายพันธุ์ หรือคนที่ตายเพราะสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายในภายหลัง อย่างน้อยเขาก็เคยได้ทำอะไรให้ถึงที่สุดมาก่อนแล้ว

ชีวิตนี้ของเขาก็นับว่าไม่ขาดทุนเท่าไหร่แล้ว

หากในอนาคตยังมีโอกาสได้กลับไปที่ฐาน เขาคงจะต้องรีบหาแฟนให้ได้สักคนจริงๆ

ไม่สิ!

อย่างน้อยต้องสองคน!

เขาจะชดเชยสิ่งที่ยังไม่ทันได้เพลิดเพลินในอดีตกลับมาให้หมด!

แต่จะยังมีโอกาสนั้นไหมนะ?

หลิวชิงหลับตาลงอีกครั้ง พยายามผ่อนลมหายใจให้ช้าลง ในขณะที่ในหัวยังคงคิดฟุ้งซ่านต่อไป

......

อีกสถานที่หนึ่งในเมืองสือไถ

เหยาเหล่ยและหลี่ปั๋วเหวินที่เพิ่งจะเปลี่ยนเส้นทางมาก็ได้เจอกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดอีกครั้ง!

หลังจากพวกเขาเปลี่ยนเส้นทางมาได้สักพัก จู่ๆ ก็มีคนไล่ตามพวกเขามา!

มีรถยนต์สามคันกำลังขับไล่ตามพวกเขา!

“พวกเราไม่มีอาวุธ หาวิธีสลัดพวกมันให้พ้น หรือไม่ก็หาชัยภูมิที่ได้เปรียบในการต่อสู้กับศัตรูให้เจอ!”

ตรงเบาะข้างคนขับ หลี่ปั๋วเหวินจ้องมองกลุ่มคนที่กำลังไล่ตามมาด้วยสายตาเย็นชาพลางพูดประโยคนี้ออกมา

รถยนต์สามคันที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นพยายามจะขับชนเพื่อให้รถของพวกเขาหยุดนิ่ง แต่โชคดีที่เหยาเหล่ยมีทักษะการขับรถที่ยอดเยี่ยมเธอจึงหลบหลีกมาได้

แต่ทว่าฝ่ายตรงข้ามกลับมีปืน!

ดังนั้นมันจึงไม่มีทางเลยที่พวกเขาที่มีแต่มือเปล่าและอาวุธเย็นจะสู้กับคนพวกนี้ได้!

ต้องหาวิธีจัดการคนพวกนี้ให้ได้!

จบบทที่ ตอนที่ 795 : การไล่ล่าอย่างกระทันหัน

คัดลอกลิงก์แล้ว