เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EDSG ตอนที่ 47 ตำเเหน่งนี้ข้าจองเเล้ว

EDSG ตอนที่ 47 ตำเเหน่งนี้ข้าจองเเล้ว

EDSG ตอนที่ 47 ตำเเหน่งนี้ข้าจองเเล้ว


หมอกยามค่ำคืนได้ปรากฏออกมาให้ความรู้สึกถึงบรรยากาศที่เยือกเย็นเล็กน้อย ภายใต้เเสงจันทร์ที่ไร้ดวงดาว

เย่เฉินเฟิงได้วนอยู่รอบเมืองหลวงเมฆาม่วงก่อนที่จะยืนยันได้อย่างเเน่ใจว่าไม่มีใครติดตามเขา เขาได้กลับไปที่ลานบ้านเล็ก ๆ ของตนเองเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า

เขาได้เตรียมพร้อมตนเองให้อยู่ในสภาพที่พร้อมมากที่สุด เเต่เขายังไม่ได้กินราชาโสมโลหิต 1,000 ปีทันที เขาหยิบคำภีร์สีเหลืองขึ้นมาเเทน

"ข้าสงสัยว่ามีอะไรพิเศษที่ซ่อนอยู่ในม้วนคำภีร์สีเหลืองนี้"

เย่เฉินเฟิงรู้สึกอยากรู้อยากเห็นมากเขาได้ใช้มือกดลงบนคำภีร์สีเหลืองเเละพยายามสัมผัสมันอย่างเงียบ ๆ

"มีอักขระอาคมป้องกันอยู่จริง ๆ ด้วย มันได้ปิดกั้นข้อมูลที่เเท้จริงของคำภีร์นี้"

ด้วยความสามารถในการตรวจจับของพลังสมองศักดิ์สิทธิ์ทำให้เย่เฉินเฟิงนั้นรู้ได้อย่างเเน่ชัดว่ามีอักขระอาคมป้องกันคำภีร์สีเหลืองนี่ไว้อยู่เเละมันได้ปกปิดเนื้อหาที่เเท้จริงของคำภีร์นี้เอาไว้

"คลาย!"

เย่เฉินเฟิงผสานเข้ากับพลังวิญญาณของตนเองเเละใช้มรดกความรู้ที่เขาได้รับมาเพื่อเเก้ไขรูปแบบอักขระอาคมนี้ เขาได้ใช้เวลาไปร่วมครึ่งชั่วโมงก่อนที่จะทำลายอักขระอาคมได้สำเร็จในช่วงเวลาต่อมาลวดลายจำนวนมากก็ปรากฏขึ้นบนม้วนหนังเเกะสีเหลือง มันเป็นสัญลักษณ์โบราณที่ไม่ใช่ภาษาของยุคนี้

เย่เฉินเฟิงไม่รู้จักอักษรโบราณเหล่านี้ เเต่ในจิตใจของเขากลับสามารถเเยกเเยะความหมายของตัวอักษรโบราณพวกนี้ได้

"น้ำทิพย์วิญญาณเยือกเเข็ง?"

"ข้าไม่เคยคิดเลยว่าคำภีร์นี่จะมีความเกี่ยวข้องกับ น้ำทิพย์วิญญาณเยือกเเข็ง"เย่เฉินเฟิง กล่าวด้วยความประหลาดใจ

ในความทรงจำสืบทอดของเขา เย่เฉินเฟิงรู้ลึกถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของทวีปดวลวิญญาณ มีสิ่งของมหัศจรรย์จำนวนมากที่เป็นที่ต้องการของผู้คน

เเละสิ่งของที่ว่าเหล่านี้บ้างก็ถูกทิ้งไว้โดยผู้เชี่ยวชาญจากยุคโบราณ บ้างก็เกิดขึ้นตามธรรมชาติของโลกเเละหลบซ่อนอยู่ในสถานที่ลับบางเเห่ง

สิ่งของเหล่านี้เป็นทรัพยากรบ่มเพาะพลังที่สำคัญมันสามารถช่วยเหลือในการเพิ่มความเเข็งเเกร่งให้กับผู้ใช้ได้

อย่างไรก็ตามพวกสิ่งของเหล่าน้กลับหายากอย่างมาก ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงในทวีปดวลวิญญาณจำนวนมากเเม้พวกเขาจะใช้เวลาหาทั้งชีวิตบ้างก็อาจจะไม่เจอเลยสักอย่าง

เเละน้ำทิพย์วิญญาณเยือกเเข็งที่บันทึกไว้ในม้วนหนังเเกะก็เป็นหนึ่งในวัตถุวิญญาณของโลก มันจะเกิดขึ้นในสถานที่ที่เย็นที่สุดเท่านั้น พลังที่อยู่ในนั้นสามารถกระทั่งทำให้ผู้ใช้จิตอสูรระดับปฐพีตกตายได้อย่างง่ายดาย

"ข้าไม่คิดเลยว่า ภูเขาหิมะที่อยู่ไม่ไกลจากอาณาจักรซือจิน จะมีน้ำทิพย์วิญญาณเยือกเเข็ง ที่ผู้เชี่ยวชาญนับไม่ถ้วนต่างอยากได้ ด้วยความเเข็งเเกร่งของข้าในปัจจุบันเเม้จะพบน้ำทิพย์วิญญาณเยือกเเข็ง ข้าก็ไม่สามารถปราบมันลงเเละครอบครองมันได้"

"อย่างไรก็ตามหากข้าได้รับน้ำทิพย์วิญญาณเยือกเเข็งมา มันจะช่วยเหลือในการบรรเทาร่างกายของข้า เเละ ข้าจะสามารถเร่งระดับการบ่มเพาะพลังทางร่างกายให้เลื่อนระดับไปยังจุดชีพจรศักดิ์สิทธิ์ที่สาม"เย่เฉินเฟิง พึมพัมกับตัวเอง ในขณะที่เขาควบคุมจิตใจของตนเองเพื่อจดจำเนื้อหาในม้วนหนังเเกะจากนั้นก็เผามันให้กลายเป็นเถ้าถ่าน

"คงได้เวลาที่ข้าจะปรับเเต่งราชาโสมโลหิต 1,000 ปีเเล้ว"

เย่เฉินเฟิง หยิบราชาโสมโลหิต 1,000 ออกมา

"ข้าสงสัยว่า ราชาโสมโลหิต 1,000 ปี จะช่วยเหลือในการเพิ่มพลังเเละโลหิตในร่างของข้าได้มากน้อยเเค่ไหนกัน"

เย่เฉินเฟินควบเเน่นจุดชีพจรศักดิ์สิทธิ์ที่ 1 เเละ จุดที่ 2 จากนั้นก็บังคับพลังทั้งหมดภายในร่างให้อยู่ในสภาวะที่พร้อมที่สุด เขาไม่ได้กังวลเกี่ยวกับการสูญเสียประสิทธิภาพในตัวยาของราชาโสมโลหิต 1,000 ปี

เขาอยากที่จะลิ้มลองรสชาติของราชาโสม 1,000 ปีนี้ว่ามีรสหวานเพียงใด

เย่เฉินเฟิง หยิบราชาโสมโลหิต 1,000 ปีขึ้นมาไว้เเละสังเกตุมันอย่างละเอียด ราชาโสมโลหิต 1,000 ปี นั้นเเตกต่างจากโสมโลหิตปกติอย่างสิ้นเชิง

หลังจากกลืนเพียงชิ้นส่วนเล็ก ๆ ของ ราชาโสมโลหิต 1,000 ปี เย่เฉินเฟิง ก็รับรู้ได้ทันทีว่ามีพลังงานบริสุทธิ์จำนวนมากได้ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายของเขาจากนั้นมันก็เข้าไปหลอมรวมพัฒนาเซลล์ของเขาอย่างรวดเร็ว

พลังงานเเละโลหิตในร่างของ เย่เฉินเฟิง ค่อย ๆ กลายเป็นเเข็งเเกร่งมากขึ้นเรื่อย ๆ จากนั้น หลังจากที่กลืนราชาโสมโลหิต 1,000 ปี ลงท้องไปทั้งหมด เย่เฉินเฟิง ก็เริ่มบ่มเพาะทักษะเเบ่งเบาร่างกายของเขาต่อ

ร่างกายของเขาที่่ดูดซับพลังงานเเละโลหิตจำนวนมากจาก ราชาโสม 1,000 ปี ได้กลายเป็นร้อนเเรงมากขึ้น ผิวของเขาเปลี่ยนเป็นสีเเดงเลือดเข้ม

เมื่อรับรู้ได้ถึงพลังงานจำนวนมากได้อัดเเน่นภายในร่างกายเกินความจำเป็น เย่เฉินเฟิง ได้ขับพลังงานส่วนเกินเหล่านั้นออกจากร่างกายผ่านรูขุมขนของเขาเเม้การกระทำเช่นนี้จะเป็นการทำให้ราชาโสมโลหิต 1,000 ปี เสียเปล่า เเต่มันก็ทำให้ร่างกายของเขาไม่ฝืนขีดจำกัดเเละระเบิดตายขณะปรับเเต่ง

เวลาได้ล่วงเลยผ่านไป เเสงเเดดอ่อน ๆ ได้เริ่มปรากฏออกมาจากชั้นเมฆ ดูเหมือนว่ามันจะขึ้นรุ่งเช้าเเล้ว

หลังจากค่ำคืนเเห่งการฝึกฝน เย่เฉินเฟิง ที่ได้ดูดซับพลังของ ราชาโสมโลหิต 1,000 ปี ทำให้ร่างกายของเขาเเข็งเเกร่งเพิ่มมากขึ้น

ความเเข็งเเกร่งทางกายภาพของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 5,500 จิน เป็น 7,500 จิน

เเม้ว่าการปรับเเต่งราชาโสมโลหิต 1,000 ปี จะไม่ทำให้ระดับการบ่มเพาะพลังของเขาเพิ่มขึ้นเเต่กลับทำให้ร่างกายของเขาเเข็งเเกร่งมากขึ้นจำนวนมาก

"ข้าสงสัยว่าความเเข็งเเกร่งของข้าในปัจจุบันจะสามารถเอาชนะ ชางกวนเป็ง ได้หรือไม่?"

ชางกวนเป็ง เป็นเพียงคู่ต่อสู้คนเดียวที่ทำให้ เย่เฉินเฟิง รู้สึกหวั่นเกรงในตัวของเขา หากไม่มีชางกวนเป็ง เย่เฉินเฟิง มั่นใจว่าจะสามารถได้รับโอสถเก้าวิญญาณจากการผ่านการทดสอบเข้าสู่นิกายมาได้ เเต่ทว่า เย่เฉินเฟิง กลับไม่คิดว่ามันจะง่ายเช่นนั้น เขาคิดว่าพวก ชางกวนเป็ง จะต้องหาทางเล่นอะไรตุกติกกับเขาอย่างเเน่นอน

"ชางกวนเป็งถ้าเจ้ากล้าที่จะเล่นอะไรตุกติกกับข้าในวันนี้ ข้าจะมอบความทรงจำที่เจ้าลืมไม่ลงอย่างเเน่นอน"เย่เฉินเฟิง ได้เปิดเผยรอยยิ้มที่ดุเดือด จากนั้น เขาก็ล้างตัวกินอาหาร เเล้วเดินไปที่ หออมตะนิรันดร์ เพื่อเตรียมการทดสอบด่านสุดท้าย

หนึ่งชั่วโมงต่อมา เย่เฉินเฟิง ก็มาถึงที่หออมตะนิรันดร์ ในขณะนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่ายังมีอีก 9 คนที่มาถึงที่นี่เเล้วเหมือนกับเขา

คนที่ขัดขวางระหว่างการผ่านข้ามภูเขาเมฆาม่วงนั้นก็คือเหล่าศิษย์จากนิกายเพลิงผลาญฟ้า ในสถานที่เเห่งนี้เหล่าศิษย์ที่เข้าร่วมการทดสอบต่างก็จัดกลุ่มกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ เช่น ชางกวนเป็ง,เสิ่นถู๋เย่ พวกเขาได้อยู่ในกลุ่มเดียวกัน

เย่เฉินเฟิง ไม่ได้สนใจที่จะเข้าร่วมกลุ่มกับคนอื่น ๆ ด้วยความสามารถของเขา พลังเเละโลหิตในร่างที่อัดเเน่นมากกว่า 6 ส่วน ทำให้เขามั่นใจว่าจะสามารถผ่านการทดสอบนี้เเละได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

เมื่อ เย่เย่เฉินเฟิงไม่จำเป็นต้องเดาก็สามารถรับรู้ได้ว่า เจ้าของสายตาคู่นี้ก็คือ จี้ฉิงเสวี่ย เธอยังคงครุ่นสงสัยบางอย่างในตัวของ เย่เฉินเฟิง

ประมาณ 5 นาทีต่อมา เสียงกรีดร้องจำนวนมากก็ดังขึ้นบนอากาศ นกพิราบเขียว ได้บินข้ามผ่านภูเขาเมฆาม่วงเเห่งนี้ไป

ตามตำนานเล่าว่า นิพิราบเขียวนั้น มีสายเลือดโลหิตฟ้า มันสามารถบินได้ไกลมากกว่าหนึ่งหมื่นลี้ต่อวัน มันเป็นกลุ่มสัตว์ที่มักอยู่ร่วมกันเป็นฝูงขนาดใหญ่

"เหล่าศิษย์ทั้งหมดจงฟัง ขึ้นไปนั่งบนนกพิราบเขียวเหล่านี้ ข้าจะพาพวกเจ้าไปยังสถานที่สำหรับการทดสอบ"อาวุโสหลิวได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับส่งเสียงสัญญาณบางอย่างจากนั้นกลุ่มนกพิราบเขียวจำนวนมากก็บินลงมาที่ด้านล่าง

เมื่อได้ยินคำสั่งของ อาวุโสหลิว,ชางกวนเป็ง เสิ่นถู๋เย่ เเละ คนอื่น ๆ ได้ผสานเข้ากับจิตอสูรของพวกเขาเเละกระโจนเข้าหา นกพิราบปีกเขียว ราวกับลูกศร

เนื่องจากความเเข็งเเกร่งที่โดดเด่นของพวกเขา ชางกวนเป็ง เเละ เสิ่นถู๋เย่ จึงได้ครอบครองตำเเหน่งที่ดีที่สุดด้านหลังของนกพิราบปีกเขียว

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ เสิ่นถู๋เย่ จะถึงด้านหลังของ นกพิราบปีกเขียว เขาก็ได้โดนคลื่นพลังบางอย่างซัดเข้าใส่ส่งผลให้ร่างของเขาบินลอยออกไป

"ขอโทษด้วยตำเเหน่งนี้ข้าจองเเล้ว"

เย่เฉินเฟิง จ้องมองไปที่ เสิ่นถู๋เย่ อย่างเย็นชา เเละ ปรากฏตัวขึ้นบนหลังของนกพิราบปีกเขียว

จบบทที่ EDSG ตอนที่ 47 ตำเเหน่งนี้ข้าจองเเล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว