- หน้าแรก
- ผู้ดูแลสวนสัตว์คนนี้ สร้างสำนักอสูรขึ้นมาเฉยเลย
- ตอนที่ 12 ซิงเจี๋ยตามผู้ต้องสงสัยทันแล้ว
ตอนที่ 12 ซิงเจี๋ยตามผู้ต้องสงสัยทันแล้ว
ตอนที่ 12 ซิงเจี๋ยตามผู้ต้องสงสัยทันแล้ว
ตอนที่ 12 ซิงเจี๋ยตามผู้ต้องสงสัยทันแล้ว
เพียงประโยคเดียว ก็ทำให้คนทั้งห้องบัญชาการตึงเครียดขึ้นมาทันที
ซ่งเถี่ยซานลุกพรวดขึ้นยืน
แล้วเดินนำออกไปอย่างรวดเร็ว ทุกคนรีบตามไปทันที
ภายในโถงบัญชาการ ตอนนี้มีจอขนาดใหญ่หลายจอกำลังแสดงภาพอยู่
ทางซ้ายเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดบนถนนสิบตัวที่มุมกล้องเปลี่ยนไปมาไม่หยุด
นี่คือระบบ “ดวงตาสวรรค์” ของฝ่ายจราจรที่ถูกระดมมาใช้งาน
ทางขวาเป็นภาพถ่ายทอดสดจากเจ้าหน้าที่สะกดรอยในรถสามชุด
ภาพทั้งหมดจับไปยังชายสามคนที่ดูเหมือนคนเดินถนนธรรมดา
ชายวัยกลางคนทั้งสามดูไม่ต่างจากคนทั่วไปที่เดินอยู่รอบข้าง
หนึ่งในนั้นยังสวมหูฟัง โยกหัวไปมา ท่าทางสบายใจเป็นที่สุด
แต่ทั้งสามคนกลับเรียกแท็กซี่ริมถนนตามลำดับ
ภายใต้ระบบดวงตาสวรรค์ แท็กซี่ทั้งสามคันมุ่งหน้าไปทางเขตภูเขาทางเหนือของเมืองทั้งหมด
ซ่งเถี่ยซานกำลังจะก้าวขึ้นไปสั่งการ
แต่จู่ ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่ายังมีทีมผู้เชี่ยวชาญอยู่ด้วย
เขาจึงรีบหันไปพูดกับหลิวไห่หมิงว่า
“หัวหน้าหลิว รีบเริ่มปฏิบัติการเถอะ”
หลิวไห่หมิงปรายตามองเขาอย่างเย็นชา
สายตานั้นราวกับกำลังบอกว่า “ฉันต้องให้แกมาสอนด้วยเหรอ?”
เขาเดินไปหน้าคอนโซลบัญชาการอย่างไม่รีบร้อน
แล้วกดอุปกรณ์สื่อสารตัวหนึ่ง
“เจ้าหน้าที่ทุกนายในปฏิบัติการชิงชัยโปรดทราบ”
“ที่นี่คือหลิวไห่หมิง!”
“หน่วยที่หนึ่ง สอง และสาม รีบมุ่งหน้าไปยังเขตภูเขาทางเหนือของเมือง วางกำลังดักไว้ล่วงหน้า!”
“หน่วยที่สี่ เตรียมพร้อมตามเส้นทาง!”
ในอุปกรณ์สื่อสารมีเสียงตอบรับดังขึ้นเป็นระยะ
เนื่องจากภารกิจจับกุมถูกวางแผนในเวลาค่อนข้างกระชั้นชิด
วิธีที่ดีที่สุดที่ทีมผู้เชี่ยวชาญกับสถานีตำรวจเมืองอวิ๋นไห่คิดออกได้
ก็คือไปดักซุ่มบนภูเขาล่วงหน้า
เมื่อครู่ที่พวกเขาประชุมกัน ก็เพื่อหาวิธีที่ดีกว่านี้
แต่น่าเสียดายที่เวลาไม่คอยใคร
พวกเขาจึงทำได้เพียงใช้แผนนี้ไปก่อน
พวกเขาไม่สามารถเข้าไปวางกำลังในหมู่บ้านบนเขาโดยตรงได้
เพราะหากจู่ ๆ มีคนแปลกหน้าจำนวนมากทะลักเข้าไปในหมู่บ้าน ย่อมทำให้แก๊งของป้าหงระแวงแน่นอน
และไม่อาจสะกดรอยตามบนถนนภูเขายามค่ำคืนได้เช่นกัน เพราะเสี่ยงถูกจับได้ง่ายเกินไป
ดังนั้น หลังจากยืนยันเส้นทางโดยคร่าว ๆ ของพวกเขาแล้ว จึงทำได้เพียงวางกำลังดักซุ่มเป็นวงกว้างล่วงหน้า
ใช้กำลังคนแทนกล้องวงจรปิด คอยตรวจสอบเส้นทางเป็นช่วง ๆ
ค่อย ๆ ไล่ตรวจสอบเส้นทางของพวกเขาทีละขั้น
จากนั้นจึงให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ด้านหน้ามากกว่า ล็อกตำแหน่งของพวกเขาให้แม่นยำขึ้น
แม้นี่จะเป็นวิธีที่ค่อนข้างทื่อและโง่เขลา
แต่มันก็เป็นวิธีเดียวที่พวกเขามีอยู่ในตอนนี้
ชั่วขณะนั้น เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการจำนวนมากรีบเข้าไปในเขตภูเขาทางเหนือก่อนผู้ต้องสงสัยทั้งสามคน
พวกเขาปลอมตัวเป็นแรงงานชาวบ้านที่นั่งรถสามล้อเครื่องกลับมา ระหว่างทางก็กระโดดลงจากรถแยกย้ายกันไป แล้วซ่อนตัวตามสองข้างทาง
ไม่นานนัก
แท็กซี่ที่ผู้ต้องสงสัยทั้งสามนั่งมาก็มาถึงนอกถนนวงแหวนรอบสามทางเหนือ
แต่กลับเลี้ยวไปทางตะวันออกทั้งหมด มุ่งตรงไปยังภูเขาตะวันออกนอกถนนวงแหวนรอบสามทางตะวันออก
คนทั้งศูนย์บัญชาการต่างเดือดดาลขึ้นมาในทันที
สีหน้าของหลิวไห่หมิงก็เปลี่ยนไปเช่นกัน แต่เขายังสงบสติอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว
“หน่วยที่ห้า หน่วยที่หก!”
“เป้าหมายเปลี่ยนทิศไปทางภูเขาตะวันออกแล้ว เริ่มปฏิบัติการทันที!”
ความจริงพวกเขายังมีไพ่ใบสุดท้ายอยู่
นั่นคือจับผู้ต้องสงสัยกลางทางโดยตรง แล้วใช้กำลังบังคับให้เขาพาไปตามคำสั่งในข้อความ
หรือยึดโทรศัพท์มือถือของพวกเขา แล้วถอดรหัสภาษาลับ
แต่โอกาสสำเร็จล้วนต่ำมาก
ในเมื่อพวกเขาคิดถึงเรื่องนี้ได้ แก๊งของป้าหงที่รอบคอบขนาดนั้น ย่อมต้องคิดถึงเช่นกัน
อีกทั้งพวกค้ามนุษย์ล้วนเป็นคนโหดเหี้ยมไร้ปรานี หากความผิดถูกพิสูจน์จริง โดยพื้นฐานก็หนีไม่พ้นโทษประหาร
ดังนั้นพวกมันย่อมสู้ตายอย่างแน่นอน
ครอบครัวของพวกมันก็อาจตกอยู่ในมือป้าหงและพวกเช่นกัน ต่อให้ถูกจับก็ไม่มีทางยอมขายพวกพ้องง่าย ๆ
ไพ่ใบสุดท้ายนี้ จึงเป็นทางเลือกที่เลวร้ายที่สุดในบรรดาทางเลือกทั้งหมด
หลังออกจากถนนวงแหวนรอบสามทางตะวันออก
ทั้งสามคนก็แยกกันลงจากรถ
จากนั้นทยอยไปเอารถจักรยานไฟฟ้าคนละคันจากลานจอดรถหน้าประตูโรงงานแห่งหนึ่งริมวงแหวนรอบสาม
ที่นี่คือบริเวณสุดท้ายที่ยังมีกล้องดวงตาสวรรค์หนาแน่น
และตั้งแต่ตรงนี้เป็นต้นไป หากมุ่งหน้าไปทางตะวันออก ก็จะมีแต่ถนนสายเล็กเต็มไปหมด แทบไม่มีกล้องวงจรปิดเลย
ถัดไปก็มีเพียงบริเวณหมู่บ้านบนเขาที่คนอาศัยหนาแน่นเท่านั้นที่มีอุปกรณ์กล้องวงจรปิดกระจัดกระจายอยู่บ้าง
แต่โดยพื้นฐานแล้ว แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะถ่ายเบาะแสอะไรได้
“ทุกหน่วยโปรดทราบ เป้าหมายเข้าสู่เขตภูเขาแล้ว”
ทุกคนตื่นตัวขึ้นทันที
ภาพของผู้ต้องสงสัยทั้งสามค่อย ๆ หายไปจากจอในโถงบัญชาการ
สิ่งที่เข้ามาแทนคือภาพที่ส่งกลับมาจากเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการชิงชัยซึ่งพกอุปกรณ์สื่อสารแบบเรียลไทม์
ส่วนใหญ่เป็นถนนภูเขาท่ามกลางความมืด ภาพพร่าเลือนจนแยกแยะได้ยาก
บางคนซุ่มเข้าที่เรียบร้อยแล้ว บางคนยังอยู่ระหว่างเร่งเดินทาง
ไม่นาน ผู้ต้องสงสัยคนแรกก็ถูกเจ้าหน้าที่ที่ซุ่มอยู่ถ่ายภาพไว้ได้
ตามมาด้วยคนที่สอง และคนที่สาม
เจ้าหน้าที่ซุ่มดักจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ่ายภาพร่องรอยการเคลื่อนไหวของผู้ต้องสงสัยได้
แล้วส่งกลับมายังโถงบัญชาการ ก่อนส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการด้านหน้า
ในโถงบัญชาการ ในที่สุดก็มีเสียงถอนหายใจโล่งอกดังขึ้นหลายครั้ง
ขอแค่วิธีนี้ใช้ได้ก็พอ
ในใจของพวกเขาเกิดความหวังอันยิ่งใหญ่ขึ้นมา
“หน่วยที่หนึ่ง สอง สาม และสี่ ถอนกำลังกลับ”
“เริ่มโอบล้อมภูเขาตะวันออก”
หลิวไห่หมิงเริ่มสั่งการตามแผนที่วางไว้
เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการทั้งหมดขยับกำลังกันอย่างเร่งรีบและเป็นระบบ
ผู้ต้องสงสัยทั้งสามเดินทางต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่าหนึ่งชั่วโมงเต็ม
เวลาล่วงเลยมาถึงห้าทุ่มห้าสิบนาที
ผู้ต้องสงสัยทั้งสามเข้าสู่หมู่บ้านแห่งหนึ่งพร้อมกัน
และหมู่บ้านแห่งนี้บังเอิญมีกล้องวงจรปิด!
ทุกคนตื่นตัวขึ้นมาทันที
บางคนถึงขั้นตื่นเต้นเล็กน้อย!
หรือว่าจุดหมายจะอยู่ในหมู่บ้านนี้?
หลิวไห่หมิงรีบสั่งให้ทุกหน่วยเตรียมกำลังติดอาวุธ รอคำสั่งบุกจู่โจมได้ทุกเมื่อ
ผู้ต้องสงสัยทั้งสามนำรถจักรยานไฟฟ้าไปจอดไว้ในลานบ้านชาวนาแห่งหนึ่ง
ทุกคนต่างคิดว่าน่าจะเป็นที่นี่
แต่ใครจะคิดว่า ทั้งสามกลับวางรถไว้แล้วเดินออกมา
พวกเขาเดินไปตามทางเล็ก ๆ อีกช่วงหนึ่ง ก่อนจะปีนขึ้นภูเขาไปทันที!
แถมยังแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทางราวกับฝูงนกแตกรัง!
สีหน้าของหลิวไห่หมิงเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง
กวนซีฮุ่ยถามด้วยความสงสัยเล็กน้อย
“เกิดอะไรขึ้น? พวกเราถูกจับได้แล้วเหรอ?”
หลิวไห่หมิงขมวดคิ้วเงียบ
เขาเสียจังหวะไปหมดแล้ว
แต่ซ่งเถี่ยซานกลับสบตากับหลัวหู่และคนอื่น ๆ
เขาไม่คิดว่าปฏิบัติการถูกเปิดโปง
เจ้าหน้าที่ทุกคนในปฏิบัติการชิงชัยล้วนเป็นยอดฝีมือที่ซ่งเถี่ยซานคัดเลือกมาด้วยตัวเอง เขามั่นใจในตัวพวกเขาอย่างมาก
เพียงแต่แก๊งของป้าหงนี้เจ้าเล่ห์เกินไปจริง ๆ!
ถึงกับระมัดระวังตัวถึงขั้นนี้
มิน่าเล่าถึงอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ได้
บนถนนสายเล็กยังสะกดรอยตามได้ยากขนาดนั้น
เมื่ออีกฝ่ายปีนขึ้นเขาไป นั่นก็เท่ากับสูญเสียทัศนวิสัยโดยสมบูรณ์
ในเมื่อพวกมันเลือกปีนเขา แสดงว่าต้องเลือกภูมิประเทศที่คุ้นเคยเป็นพิเศษ
เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการไม่คุ้นเคยกับทางบนเขา หากตามไปอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า ไม่เพียงอันตราย แต่ยังเสี่ยงถูกเปิดโปงได้ง่าย
ยิ่งไปกว่านั้น ยังแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะไล่ตามเงาร่างของพวกมันในความมืดมิดกว้างใหญ่เช่นนี้
เป็นไปตามคาด
หลิวไห่หมิงสั่งให้เจ้าหน้าที่บางคนที่อยู่ใกล้ลองสะกดรอยตาม
แต่กลับหาร่องรอยของผู้ต้องสงสัยไม่พบแล้ว
เวลาเหมือนหยุดนิ่งลง
ทั้งโถงบัญชาการเงียบจนน่ากลัว
ทุกคนต่างหันไปมองหลิวไห่หมิง
ใบหน้าของหลิวไห่หมิงเขียวคล้ำ
แต่เขายังคงฝืนทำท่าทางมั่นใจอยู่ภายนอก
แล้วหันไปพูดกับซ่งเถี่ยซานว่า
“ผู้การซ่ง ทางผมมีสายสำคัญจากทางมณฑลโทรเข้ามา”
“ผมขอตัวไปรับโทรศัพท์ก่อน”
“ตรงนี้ฝากคุณจัดการต่อแล้วกัน! ติดตามต่อไป น่าจะยังได้อะไรอยู่บ้าง”
พูดจบ เขาก็ก้าวยาว ๆ เดินออกไปด้านนอกทันที
คนของสถานีตำรวจเมืองอวิ๋นไห่เดือดพล่านด้วยความโกรธในพริบตา!
โดยเฉพาะหลัวหู่ เขากำหมัดแน่นจนข้อนิ้วลั่นกรอบแกรบ
หากไม่ใช่เพราะยังมีสติยับยั้งอยู่เพียงเสี้ยวเดียว เขาคงซัดหมัดใส่หน้าหลิวไห่หมิงไปแล้ว!
นี่มันผู้เชี่ยวชาญบ้าบออะไรกัน?
พอมีโอกาสสร้างผลงานก็แย่งสั่งการ!
หวังจะฮุบความดีความชอบก้อนใหญ่ที่สุดไว้กับตัว
แต่พอเห็นว่าสถานการณ์ไม่สำเร็จ ก็รีบโยนความผิดให้แพะรับบาปทันที?
ยังกล้าพูดอย่างหน้าไม่อายอีกว่าติดตามต่อไปน่าจะมีผลลัพธ์?
ทุกคนหันไปมองซ่งเถี่ยซาน
ทว่าซ่งเถี่ยซานกลับมีสีหน้าสงบนิ่ง
เขาเดินอย่างมั่นคงไปยังหน้าคอนโซลบัญชาการ
“ผมคือซ่งเถี่ยซาน ทุกหน่วยหยุดการติดตาม”
เขาไม่อาจปล่อยให้ลูกน้องสะกดรอยตามต่อไปอีกได้
ขอเพียงผู้ต้องสงสัยวิ่งไปอีกช่วงหนึ่ง แล้วหมอบนิ่งอยู่กับที่
เจ้าหน้าที่ที่ตามต่อก็จะเปลี่ยนจากฝ่ายมืดกลายเป็นฝ่ายสว่างได้ง่ายมาก
ไม่เพียงปฏิบัติการจะล้มเหลว เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการยังอาจได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตด้วย
ความผิดในวันนี้ ความจริงเขาเตรียมใจรับไว้ตั้งแต่แรกแล้ว
ในเมื่อสุดท้ายก็ต้องแบกรับมันอยู่ดี ก็ไม่จำเป็นต้องให้พี่น้องของเขาเสียสละอย่างไร้ค่าอีก
หลัวหู่ร้อนใจอย่างยิ่ง
หลิวไห่หมิงสั่งให้ติดตามต่อ แต่ซ่งเถี่ยซานกลับสั่งหยุดติดตาม
นี่ไม่เท่ากับเข้าทางอีกฝ่ายพอดีหรือ!
เมื่อภารกิจล้มเหลว หลิวไห่หมิงจะโยนความผิดทั้งหมดให้ซ่งเถี่ยซานทันทีว่าไม่ทำตามคำสั่งของเขา
แต่ซ่งเถี่ยซานเพียงยกมือขึ้นเล็กน้อยห้ามเขาไว้
ท่าทางดูหมดอาลัยตายอยากอยู่บ้าง
ขุนนางใหญ่กว่าหนึ่งขั้น ก็กดคนให้ตายได้
วันนี้เขาเพิ่งได้ลิ้มรสความหมายของคำนี้อย่างแท้จริง
ความอันตรายและความชั่วร้ายที่ซ่อนอยู่ภายในนั้น รวมถึงความจำใจไร้อำนาจ ยิ่งทำให้เขาเกิดความรู้สึกอ่อนแรงลึก ๆ ในใจ!
ทั้งโถงบัญชาการราวกับถูกเมฆหมอกหม่นหมองปกคลุม
หัวใจของทุกคนหนักอึ้งเป็นอย่างยิ่ง
ทุกคนกำลังรอให้ซ่งเถี่ยซานประกาศคำสั่งที่ทำให้คนสิ้นหวังนั้นออกมา
ในเวลานี้ หลัวหู่ที่กำลังโกรธจัด พลันรู้สึกว่าโทรศัพท์สั่น
เขาหยิบขึ้นมาดู เป็นข้อความหนึ่ง
เมื่อเปิดอ่าน ดวงตาของเขาก็สว่างวาบทันที!
เขาหันไปทางซ่งเถี่ยซาน แล้วกดเสียงต่ำพูดว่า
“ผู้การซ่ง เป็นซิงเจี๋ย!!”
ซ่งเถี่ยซานขมวดคิ้วแน่นทันที
หลัวหู่นี่ชักจะเกินไปใหญ่แล้ว
นี่มันสถานการณ์แบบไหนกัน ยังจะช่วยลูกชายไม่เอาไหนของเขาก่อเรื่องอีก!
“เขาเป็นอะไร?”
“ซิงเจี๋ยบอกว่าเขาตามผู้ต้องสงสัยทันแล้ว!”