- หน้าแรก
- คู่มือรนหาที่ตายฉบับตัวร้าย จบเห่เมื่อแฟนเก่าพร้อมใจกันเหมาบทนางเอก
- บทที่ 26 พ่อของซ่งมู่เอ๋อร์
บทที่ 26 พ่อของซ่งมู่เอ๋อร์
บทที่ 26 พ่อของซ่งมู่เอ๋อร์
"แม่ของคุณออกมาแล้ว"
หลินชูเสวี่ยลืมตาขึ้นทันที
ฉันมานอนหลับอยู่ในอ้อมแขนของไอ้บ้านี่ได้ยังไง
เมื่อกี้เขาพูดว่าอะไรนะ แม่ฉันเหรอ
เธอตื่นเต็มตา รีบผละออกจากโจวฉีหลินแล้ววิ่งไปที่เตียงผู้ป่วย
โจวฉีหลินก็เดินตามไปเช่นกัน
หลินชูเสวี่ยเรียก "แม่คะ เป็นยังไงบ้าง"
แม่หลินไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ
หลินชูเสวี่ยหันขวับไปมองหมอ ขอบตาแดงก่ำ "หมอซ่งคะ แม่ฉัน..."
หมอซ่งถอดหน้ากากอนามัยออก ส่ายหน้าและถอนหายใจยาว "พวกเราพยายามอย่างเต็มที่แล้ว"
หลินชูเสวี่ยรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่า ร่างกายโอนเอนไปมา
"การผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี" จู่ๆ หมอซ่งก็หัวเราะขึ้นมา "เป็นไง ผมมีอารมณ์ขันใช่ไหมล่ะ"
โจวฉีหลิน "..."
บ้าเอ๊ย ใครสอนให้แกพูดจาแบบนี้วะ
ถ้าคนเป็นโรคหัวใจมาได้ยินเข้า คงได้ลงไปนอนคุยกับรากมะม่วงไปแล้ว
หลินชูเสวี่ยอึ้งไปสองวินาที ก่อนจะตั้งสติได้ ขาของเธออ่อนระทวย
"แล้วทำไมแม่ฉันยังไม่ฟื้นอีกล่ะคะ"
หมอซ่งรีบตอบ "เดี๋ยวพอยาชาหมดฤทธิ์ก็ฟื้นแล้วครับ แต่โรคนี้ยังรักษาไม่หายขาดหรอกนะ ต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลต่อไปก่อน"
โจวฉีหลินโอบไหล่หลินชูเสวี่ย "เอาละ ในเมื่อปลอดภัยแล้ว เราก็ไปกันเถอะ"
หลินชูเสวี่ยงุนงง "แต่... แม่ฉันยังไม่ฟื้นเลยนะคะ"
หมอซ่งขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ "คุณเป็นแฟนประสาอะไรฮะ แม่ยายยังไม่ทันฟื้นก็คิดจะพาลูกสาวเขาหนีไปแล้วเหรอ"
หลินชูเสวี่ยหน้าแดง รีบอธิบาย "หมอซ่งคะ เขาไม่ใช่แฟนฉันค่ะ..."
หมอซ่งแค่นเสียงเย็นชา "ทำไมคุณยังจะปกป้องเขาอยู่อีก ดูเขาสิ มีอะไรคู่ควรกับคุณบ้าง คุณทั้งใจดี สวย ชอบช่วยเหลือคนอื่น เคารพผู้ใหญ่ รักเด็ก แต่เขาล่ะ จิตใจโหดเหี้ยมเกินไป ไอหนุ่ม แกอาจจะมีเงินทองกองโต แต่แล้วยังไงล่ะ แกรู้จักโจวฉีหลินไหม องค์รัชทายาทแห่งตระกูลโจว หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ เขามีเงินทองเหลือเฟือ แต่ไม่ใช่ว่าเขาเป็นแค่เศษสวะที่ทุกคนรังเกียจหรอกเหรอ"
หลินชูเสวี่ยตกใจ รีบห้าม "หมอซ่งคะ อย่าพูดอีกเลยค่ะ"
"ทำไมจะพูดไม่ได้" หมอซ่งพูดด้วยความชอบธรรม "ไอ้สวะโจวฉีหลินสมควรโดนทุกคนรังเกียจแล้ว ถุย ฉันได้ยินมาว่าเขาถูกผู้ชายที่ชื่อเย่หลงเฉินแย่งคู่หมั้นไปกลางงานด้วยนี่ หึ สมน้ำหน้า"
บอดี้การ์ดที่ยืนอยู่ด้านข้างกรูกันเข้าไปล้อมหมอซ่งทันที
หลินชูเสวี่ยรีบอธิบายกับโจวฉีหลิน "นายน้อยโจวคะ โปรดอย่าเข้าใจผิดนะคะ หมอซ่งแค่พูดไปเรื่อย เขาไม่ได้ตั้งใจจะเจาะจงคุณหรอกค่ะ"
โจวฉีหลินไม่พูดอะไร
ส่วนหมอซ่งตัวสั่นเป็นลูกนก
คนตรงหน้าคือโจวฉีหลินงั้นเหรอ
"ชูเสวี่ย" หมอซ่งตบต้นขาตัวเองฉาดใหญ่ "ผมบอกคุณมาตลอดใช่ไหม นายน้อยโจวเป็นคนสุดยอดมาก นอกจากจะหล่อแล้ว เขายังเป็นคนดี มีความรู้ความสามารถ เรื่องบนเตียงก็รู้ใจผู้หญิง เรื่องนอกเตียงก็รู้ใจเรื่องรองเท้า คุณช่างโชคดีจริงๆ ที่ได้อยู่กับเขา ถ้าผมมีลูกสาว ผมคงอยากยกให้เขาเลยแหละ"
หลินชูเสวี่ย "แต่คุณก็มี..."
"ใช่ๆๆ อย่าพูดจาเหลวไหล" หมอซ่งรีบขัดจังหวะหลินชูเสวี่ย
หมอซ่งมองโจวฉีหลินด้วยความระมัดระวัง
เมื่อกี้เขาก็แค่พูดไปอย่างนั้นแหละ
ไปมีเรื่องกับตระกูลใหญ่โตขนาดนั้น เขาที่เป็นแค่หัวหน้าแพทย์ จะเอาอะไรไปสู้ล่ะ
โจวฉีหลินแค่นเสียงเยาะ
เขาไม่ได้อยากทำให้หมอคนนี้ลำบากใจหรอก แต่เขาต้องรักษาภาพลักษณ์ตัวร้ายไว้ ถ้าปล่อยหมอซ่งไปง่ายๆ แบบนี้ เขาจะไม่กลายเป็นคนดีไปเลยเหรอ
เขายื่นเท้าออกไป "ขัดรองเท้าให้ฉันสิ"
สีหน้าหมอซ่งแข็งค้าง
ต่อหน้าเพื่อนร่วมงานมากมาย ให้เขามาขัดรองเท้าให้ไอ้สวะโจวฉีหลินเนี่ยนะ...
แล้วต่อไปเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนในโรงพยาบาลล่ะ
หลินชูเสวี่ยเข้าใจดีว่าหมอซ่งเป็นหมอที่ดี และเคยช่วยเหลือเธอมามากเกินพอแล้ว
เธอไม่พูดพร่ำทำเพลง คุกเข่าลง หยิบทิชชู่ออกมา แล้วช่วยโจวฉีหลินเช็ดรองเท้าทันที
โจวฉีหลินก้มตัวลง ยื่นมือไปคว้าหางม้าของหลินชูเสวี่ยแล้วดึงเธอขึ้นมา "ไม่เลว เห็นแก่เธอนะ ครั้งนี้ฉันจะปล่อยเขาไป"
หมอซ่งถอนหายใจด้วยความโล่งอก
โจวฉีหลินพูดต่อ "ไปเฝ้าแม่เธอซะ พอเธอฟื้นแล้ว ก็มาหาฉันที่รถ ฉันจะรอเธออยู่ที่นั่น"
ขณะที่พูด เขาก็มองไปที่บอดี้การ์ดสองคนที่อยู่ข้างๆ "พวกแกสองคน จับตาดูเธอไว้ให้ดี อย่าให้หนีไปได้ ถ้ามีผู้ต้องสงสัยเข้ามาใกล้เธอ... พวกที่ชอบยิ้มมุมปาก หรือพวกที่พูดจาอวดดี ชนิดที่เห็นแล้วอยากจะพุ่งเข้าไปสั่งสอน แจ้งฉันทันที"
ถึงบอดี้การ์ดสองคนจะงงๆ แต่ก็พอเข้าใจความหมาย
พวกเขารีบพยักหน้ารับทันที
จากนั้นโจวฉีหลินก็หันหลังเดินจากไป
หมอซ่งปาดเหงื่อบนหน้าผาก มองหลินชูเสวี่ยด้วยความขอบคุณ "ชูเสวี่ย ครั้งนี้ขอบคุณมากนะ"
หลินชูเสวี่ยส่ายหน้า "ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณกับพี่มู่เอ๋อร์ ถ้าตอนนั้นเธอไม่ได้ขับรถตำรวจรีบพาแม่ฉันมาส่งโรงพยาบาลให้ทันเวลา ป่านนี้ฉันกับแม่คงตายจากกันไปนานแล้ว อ้อ เมื่อหลายวันก่อน ฉันบังเอิญเจอผู้ชายคนนึงที่บริษัทชื่อหูเกอ ถึงเขาจะหล่อมาก แต่ก็อายุ 44 แล้ว ไม่รู้ว่าใช่คนที่พี่มู่เอ๋อร์ตามหาอยู่หรือเปล่า"
หมอซ่งนึกถึงลูกสาวที่หมกมุ่นอยู่แต่กับเรื่องผู้ชายแล้วก็ถอนหายใจ
เป็นถึงตำรวจแท้ๆ หาคนในเครื่องแบบเดียวกันมาเป็นแฟนก็น่าจะดีกว่าตั้งเยอะ
เธอดันไปคบกับไอ้หนุ่มยากจนที่ไม่มีอะไรเลยสักอย่าง
แล้วดูตอนนี้สิ ไอ้เด็กนั่นหนีไปแล้ว แล้วเธอก็ออกตามหาไปทั่วเหมือนคนบ้า
มาคิดดูแล้ว หาคนเสเพลอย่างโจวฉีหลินยังดีกว่าซะอีก อย่างน้อยก็ตามหาตัวเจอ
"เฮ้อ อย่าบอกเธอเลยดีกว่า" หมอซ่งส่ายหน้า "เธอตามหามาสองปีแล้ว อย่าไปให้ความหวังลมๆ แล้งๆ กับเธอเลย"
หลินชูเสวี่ยพยักหน้ารับ
ทั้งสองคนช่วยกันเข็นแม่หลินเข้าไปในห้องพักผู้ป่วย
ไม่นานนัก แม่หลินก็ค่อยๆ ฟื้นขึ้นมา
เมื่อเห็นลูกสาว เธอก็จับมือลูกสาวไว้ด้วยความปวดใจ น้ำเสียงแหบพร่า
"ลูกเอ๋ย... แม่จะไม่รักษาแล้วนะ... แม่ไม่อยากเป็นตัวถ่วงลูกอีกแล้ว..."
น้ำตาของหลินชูเสวี่ยไหลรินออกมาทันที
"แม่ พูดอะไรแบบนั้นล่ะคะ"
เธอบีบมือแม่ไว้แน่น เสียงสะอื้นไห้
"ถ้าไม่มีแม่ แล้วหนูจะพยายามทำงานหนักไปเพื่ออะไรล่ะคะ"
เธอปาดน้ำตาแล้วฝืนยิ้ม
"แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ หนูมีแฟนแล้ว เขาเป็นคนรวยมาก ค่าผ่าตัดครั้งนี้เขาก็เป็นคนจ่ายให้ค่ะ"
แม่หลินจู่ๆ ก็มีท่าทีกระสับกระส่ายขึ้นมา
"ลูก... ลูกไม่ได้ไปทำอะไร... เพื่อแลกกับค่ารักษาของแม่ใช่ไหม..."
"เปล่าค่ะ" หลินชูเสวี่ยรีบขัดจังหวะ "เขารักหนูมาก แล้วหนูก็มีความสุขมากด้วย ดูสิคะ เขายังส่งบอดี้การ์ดมาคอยดูแลหนูตั้งสองคนแหนะ"
เธอชี้ไปที่ชายชุดดำสองคนที่ยืนอยู่หน้าประตู
ในที่สุดแม่หลินก็รู้สึกเบาใจลงบ้าง ขอบตาของเธอเริ่มเปียกชื้น
"ดีแล้ว... ดีแล้วล่ะลูก... มีคนดูแลหนูแบบนี้ ต่อให้แม่ต้องตาย แม่ก็นอนตายตาหลับแล้ว..."
"แม่คะ แม่จะต้องหายดีแน่นอนค่ะ"
แม่หลินเพิ่งจะผ่านการผ่าตัดมา ต้องการการพักผ่อน ไม่นานเธอก็หลับไปอีกครั้ง
หลินชูเสวี่ยกำชับให้พยาบาลช่วยดูแลแม่ให้ดี จากนั้นก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องพักผู้ป่วย
พอเดินมาถึงหน้าประตู
เธอก็ได้ยินบอดี้การ์ดสองคนที่ยืนอยู่หน้าประตูซุบซิบกัน
"ตอนนายน้อยมา เขาบอกว่าความปลอดภัยต้องมาก่อน ห้ามฝ่าไฟแดงเด็ดขาด เขาบ่นอะไรก็ไม่รู้ว่าเขาต้องตายด้วยน้ำมือพระเอกอะไรสักอย่าง จะมาตายเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ไม่ได้ แต่เมื่อกี้ตอนมาโรงพยาบาล เขากลับสั่งให้ฝ่าไฟแดงมาเลย มันเกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย"
"ไปๆ ไปเลย นายน้อยใช่คนที่พวกเราจะเอามานินทาได้เหรอ พูดอีกคำเดียวสิ ดูซิว่าฉันจะต่อยฟันแกร่วงไหม"