- หน้าแรก
- เอาชีวิตรอดกลางมหาสมุทร พร้อมระบบรางวัลทวีคูณพันล้านเท่า
- บทที่ 27: ฉลามขาวจู่โจม อย่ามารบกวนฉัน (5/5)
บทที่ 27: ฉลามขาวจู่โจม อย่ามารบกวนฉัน (5/5)
บทที่ 27: ฉลามขาวจู่โจม อย่ามารบกวนฉัน (5/5)
บทที่ 27: ฉลามขาวจู่โจม อย่ามารบกวนฉัน (5/5)
ไม่ใช่ว่าหลัวเฟิงขาดแคลนอาหารและเสบียงเหล่านี้ แต่เหตุผลหลักคือเขาไม่ชอบถูกคนอื่นหลอกให้ดูเป็นไอ้งั่งเสียมากกว่า
ด้วยระบบรางวัลทวีคูณพันล้านเท่าระดับเทวะ ต่อให้หลัวเฟิงจะงมได้แค่ฉมวกแทงปลา มันก็อาจกลายสภาพเป็นตรีศูลจ้าวสมุทรได้เลยทีเดียว
แล้วแบบนี้หลัวเฟิงยังจะต้องมานั่งสนใจแผนที่ขุมทรัพย์อะไรนั่นอีกหรือ?
หากได้มา หลัวเฟิงก็อาจจะลองไปค้นหาดู แต่ถ้าไม่ได้ เขาก็ไม่ได้ดิ้นรนอยากจะได้มันขนาดนั้น
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลังจากส่งข้อความเสร็จ หลัวเฟิงก็ปิดหน้าต่างช่องแชตลงทันที
"ไม่สนใจหรอก ก็แค่เศษแผนที่ขุมทรัพย์"
หลังจากเห็นข้อความที่อาชูร่าส่งมา เสี่ยวหวังก็ถึงกับอึ้งไปเลยทีเดียว
เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าอาชูร่าจะปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมาขนาดนี้
ตามหลักการแล้ว อาชูร่าไม่ควรจะประเคนของพวกนี้ให้เขาโดยไม่ทันได้ดูด้วยซ้ำหรอกหรือ?
เขารีบลานส่งข้อความไปหาทันที "เทพอาชูร่า อย่าเพิ่งไปสิ! ฉันยอมให้คุณดูก่อนก็ได้ ตกลงไหม?
ฉันไม่ขอเสบียงเยอะขนาดนั้นแล้วก็ได้ ขอแค่ครึ่งเดียวก็พอ"
ทว่าเขาไม่ได้รับเสียงตอบรับใดๆ กลับมา เพราะหลัวเฟิงได้ออกจากช่องแชตไปแล้วนั่นเอง
บรรดาลูกเรือมุงที่เห็นเหตุการณ์นี้ต่างก็พากันตื่นเต้นขึ้นมา
"ฮ่าฮ่าฮ่า ขำจนปอดจะแหกอยู่แล้ว นายคงไม่ได้คิดว่าเศษแผนที่ขุมทรัพย์ของตัวเองมีค่ามหาศาล จนอยากจะเอามาแลกอาหารตั้งมากมายกับเทพอาชูร่าหรอกนะ?
เทพอาชูร่าขอดูคำอธิบายเศษแผนที่ขุมทรัพย์ของนาย แต่นายกลับไม่ยอมให้ดูแล้วยังจะมาขอแลกเป็นอาหารอีก นี่นายกะจะหลอกต้มเทพอาชูร่าหรือไง?"
"ไม่นึกเลยว่าจะได้มาเห็นเรื่องตลกขบขันขนาดนี้ตั้งแต่มาถึงโลกใบนี้
ทำหยั่งกับว่าเศษแผนที่ขุมทรัพย์นั่นเป็นของล้ำค่านักหนา
โดยไม่รู้เลยสักนิดว่า ในสายตาของเทพอาชูร่า การจะเอาเศษแผนที่ขุมทรัพย์ง่อยๆ มาทำให้เขาสนใจนั้นมันเป็นไปไม่ได้เลยสักนิด
ถ้ามีแผนที่ขุมทรัพย์แบบฉบับสมบูรณ์ อันนั้นถึงจะพอเตะตาเทพอาชูร่าได้บ้าง"
"เทพอาชูร่าสมชื่อจริงๆ พวกเราต้องไม่ยอมให้พวกที่จงใจปั่นราคาโก่งของทำสำเร็จ แค่เศษแผนที่ยังกล้าเอามาขายแพงขนาดนี้ กว่าจะรวบรวมชิ้นส่วนอื่นครบก็ไม่รู้ชาติไหน"
เสี่ยวหวังถึงกับหน้าชาเมื่อได้เห็นความคิดเห็นของทุกคน เขาไม่คาดคิดเลยว่าการกระทำของตนจะไปจุดชนวนความไม่พอใจและเสียงเยาะเย้ยจากผู้คนได้ขนาดนี้
วินาทีนั้น เสี่ยวหวังก็รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง
หากเขาดันไปล่วงเกินเทพบุตรคนนี้เข้าล่ะก็ ชีวิตวันข้างหน้าของเขาคงต้องพบกับความยากลำบากอย่างสาหัสเป็นแน่
เพราะถึงแม้ปกติแล้วเทพอาชูร่ามักจะชอบอวดรวยทำตัวหรูหรา แต่เขาก็นำอาหารและเสบียงต่างๆ มาแลกเปลี่ยนกับทุกคนจริงๆ
หลายคนจึงยังคงสนับสนุนเทพอาชูร่าอย่างเหนียวแน่น
ตอนนี้ เขาจำเป็นต้องหาวิธีแก้ไขสถานการณ์ให้ได้
เขาก้มมองเศษแผนที่ขุมทรัพย์ในมือ กัดฟันกรอด และในที่สุดก็ตัดสินใจทำบางอย่าง
หลังจากปิดช่องแชตไปแล้ว หลัวเฟิงก็เริ่มต้นมหกรรมการงมของครั้งใหญ่ของเขาต่อ
"ได้รับไม้: +1"
รางวัลทวีคูณพันเท่า:
"ได้รับไม้: +1000"
"ได้รับพลาสติก: +3"
รางวัลทวีคูณร้อยเท่า:
"ได้รับพลาสติก: +300"
หลังจากงมวัสดุได้จำนวนหนึ่ง หลัวเฟิงก็อยากจะตรวจสอบสถานการณ์ของถังเสวี่ยอิงเสียหน่อย
เวลาผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว ถังเสวี่ยอิงก็ยังไม่ส่งข้อความมาหาเขาเลย หรือว่าแพของเธอยังลอยไปไม่ถึงหีบสมบัติเรืองแสงนั่นกันนะ?
ตอนนี้ก็ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว ถังเสวี่ยอิงน่าจะอาบน้ำเสร็จแล้วล่ะมั้ง
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลัวเฟิงก็หยิบกล้องโทรทรรศน์ระดับตำนานของเขาออกมาอีกครั้ง
ตอนนี้ระยะเวลาการใช้งานฟังก์ชันของกล้องโทรทรรศน์ระดับตำนานเหลืออยู่เพียง 5 นาที 20 วินาทีเท่านั้น
หลัวเฟิงจำเป็นต้องใช้มันอย่างประหยัดที่สุด
เพราะถึงอย่างไรในแต่ละวันเขาก็มีเวลาให้ใช้งานเพียงแค่นี้ หากหลัวเฟิงใช้จนหมด เขาก็ต้องรอจนถึงวันพรุ่งนี้กว่าจะได้เวลาสิบนาทีกลับคืนมา
เมื่อหลัวเฟิงส่องกล้องโทรทรรศน์ระดับตำนาน ภาพตรงหน้าก็เริ่มแปรเปลี่ยนไป
และเมื่อหลัวเฟิงได้เห็นภาพที่ปรากฏ เขาก็ถึงกับตกตะลึงไปทันที
ทันใดนั้น สีหน้าของหลัวเฟิงก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วและกลายเป็นตึงเครียดอย่างหนัก
เพราะเมื่อเขามองตรงไปยังหีบสมบัติทองแดงเรืองแสงนั่นโดยสัญชาตญาณ เขากลับพบว่า
ฉลามขาวตัวหนึ่งที่ว่ายวนอยู่รอบหีบสมบัติเรืองแสงได้หายตัวไปแล้ว
เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ หลัวเฟิงก็คิดในใจว่าแย่แล้ว ฉลามขาวตัวนี้จะหายไปเฉยๆ โดยไม่มีสาเหตุได้อย่างไร?
ดังนั้น หลัวเฟิงจึงเริ่มสอดส่ายสายตามองหาฉลามขาวตัวนี้ไปทั่วทิศทาง
ในตอนนั้นเอง ฉลามขาวก็โผล่ขึ้นมาจากใต้ทะเลลึกและเริ่มว่ายตรงเข้าไปหาแพของถังเสวี่ยอิง
เมื่อเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว หลัวเฟิงก็ตระหนักได้ในทันทีว่าถังเสวี่ยอิงกำลังจะตกอยู่ในอันตราย
วินาทีนี้ เขาไม่สนอะไรอีกต่อไปแล้ว
เขารีบส่งข้อความหาถังเสวี่ยอิงทันที "ตอนนี้เธอเข้าไปใกล้ของเรืองแสงนั่นหรือยัง?"
ถังเสวี่ยอิงที่ได้ยินหลัวเฟิงถามเรื่องนี้อีกครั้ง ก็เริ่มรู้สึกสงสัยขึ้นมา ของเรืองแสงชิ้นนี้มันมีความพิเศษอะไรซ่อนอยู่กันแน่?
เธอจึงลุกขึ้นยืนแล้วมองไปในทิศทางนั้น ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยปาก สีหน้าของเธอก็แปรเปลี่ยนเป็นหวาดกลัวสุดขีด
"ฉันยังไม่ได้เข้าไปใกล้เลย ฉันแค่... กรี๊ดดด! มีฉลามกำลังว่ายมาทางนี้!"
เมื่อเห็นฉลามขาวตัวนี้กำลังว่ายตรงเข้ามา ถังเสวี่ยอิงก็ตกใจกลัวจนเสียสติและกรีดร้องออกมาลั่น
หลัวเฟิงมองเห็นถังเสวี่ยอิงที่กำลังตื่นตระหนกสุดขีด จนเกิดการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่ยากจะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้
ภาพนั้นทำเอาหัวสมองของหลัวเฟิงขาวโพลนไปชั่วขณะ
โชคดีที่หลัวเฟิงเป็นคนที่เคยผ่านเรื่องราวหนักหนามาบ้างแล้ว เขาจึงดึงสติกลับมาได้ในเวลาเพียงเสี้ยววินาที
เขารีบพูดขึ้นว่า "เธอไม่ได้สังเกตเห็นว่าแพกำลังลอยเข้าไปใกล้ของเรืองแสงนั่น
ถ้าอย่างนั้น บอกฉันมาสิว่าตอนนี้ฉลามขาวอยู่ทิศไหนของเธอ
หลังจากฉันส่งหอกระดับมหากาพย์ให้เธอแล้ว เธอแค่ทำตามที่ฉันบอกก็พอ
ฉันเคยฆ่าฉลามขาวมาแล้ว ฉันมีประสบการณ์"
เมื่อได้ยินหลัวเฟิงพูดแบบนี้ ถังเสวี่ยอิงก็เลิกสงสัยว่าทำไมหลัวเฟิงถึงรู้ได้ทันที
ในเวลานี้ เธอรู้ดีว่ามีเพียงการเชื่อฟังคำแนะนำของหลัวเฟิงเท่านั้น ถึงจะช่วยให้เธอรอดพ้นจากอันตรายนี้ไปได้
เพราะขนาดตัวของฉลามขาวตัวนี้ มันใหญ่กว่าตัวที่เธอเคยเจอมาก่อนหน้านี้ถึงสองเท่า
หากแพของเธอถูกฉลามขาวตัวนี้พุ่งชนเข้าล่ะก็ ทั้งเธอและแพคงจะพลิกคว่ำจมลงไปในทะเลเป็นแน่
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ถังเสวี่ยอิงก็รีบลงมือทำตามทันที
โชคดีที่ชุดที่เธอสวมใส่อยู่ตอนนี้เป็นเพียงแค่ชุดนอน จึงไม่ได้รุ่มร่ามจนเกินไปนัก"