- หน้าแรก
- ระบบเชฟทะลุมิติ พลิกวิกฤตร้านเจ๊ง
- บทที่ 940 หนูอยากเข้าโรงเรียนอนุบาลค่า
บทที่ 940 หนูอยากเข้าโรงเรียนอนุบาลค่า
บทที่ 940 หนูอยากเข้าโรงเรียนอนุบาลค่า
จ้วงจ้วงถอนหายใจ “โม่โม่ เธอไม่รู้หรอกว่าเราอยู่บ้านต้องทนลำบากแค่ไหน ย่าเราไปฉลองปีใหม่ที่บ้านลุงใหญ่ กับข้าวที่แม่เราทำน่ะ ขนาดเสี่ยวเฮยบ้านเรายังไม่กินเลย”
“เอ๋? แล้วเสี่ยวเฮยยังสบายดีไหม?” โจวโม่โม่เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
จ้วงจ้วงพยักหน้า “สบายดี มันหนีออกจากบ้านไปหาคุณย่าที่บ้านลุงใหญ่แล้วล่ะ อ้วนขึ้นตั้งเยอะแน่ะ”
“พอแล้ว ๆ ไม่ต้องบ่นแล้ว จะกินซาลาเปาอะไรก็บอกคุณน้าเขาไปสิ” แม่จ้วงจ้วงดึงหูจ้วงจ้วงไปนั่งข้าง ๆ พ่อของเขา แล้วกระซิบเตือน “แม่ก็ต้องรักษาหน้าบ้างนะ ถ้าแกยังขืนไปพูดจาส่งเดชที่ไหนอีก วันหลังพวกเรากินซาลาเปา แกก็กินข้าวต้มมันเทศไปเลย ได้ยินไหม?”
“ได้ยินแล้วครับ!” จ้วงจ้วงรีบพยักหน้ารัว ๆ หันไปทำหน้าละเหี่ยใจใส่โจวโม่โม่
แม่จ้วงจ้วงหันไปมองโจวโม่โม่ด้วยรอยยิ้ม เอ่ยชมว่า “โม่โม่ เสื้อใหม่หนูสวยจังเลยนะ น้าว่าหนูดูสูงขึ้นนิดหน่อยด้วย เป็นเด็กดีขึ้นเรื่อย ๆ เลยนะ”
โจวโม่โม่พยักหน้าอย่างว่าง่าย “อื้อ แม่จ้วงจ้วงคะ กับข้าวที่เกอเกอทำอร่อยมากเลยนะคะ มื้อนึงหนูกินตั้งสามชามแน่ะ”
“เอ่อ...” แม่จ้วงจ้วงเหลือบมองสองพ่อลูกที่นั่งร่วมโต๊ะ ถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
“อิจฉาจังเลย เมื่อไหร่เราจะได้มีชีวิตแบบนี้บ้างนะ...” จ้วงจ้วงส่งสายตาอิจฉาตาร้อนมาให้
“แกจะกินซาลาเปากี่ลูก?” แม่จ้วงจ้วงเอ่ยถาม
“สามลูกครับ! ซาลาเปาไส้หมู!” จ้วงจ้วงตอบอย่างไม่ลังเลเลยสักนิด
แม่จ้วงจ้วงสั่งซาลาเปาเสร็จ กวาดสายตามองป้ายรายการอาหารเช้าที่อยู่ข้าง ๆ ราวกับค้นพบทวีปใหม่ “แกดูสิ ที่ร้านก็มีข้าวต้มมันเทศขาย โม่โม่ก็ต้องกินข้าวต้มมันเทศเหมือนกัน เด็กคนอื่นเขาก็กินกันทั้งนั้น ทำไมแกถึงจะกินไม่ได้ล่ะ พี่อิงคะ ขอข้าวต้มมันเทศอีกชามด้วยค่ะ”
“ได้เลยจ้ะ” จ้าวเถี่ยอิงตอบรับ
“ไม่เอา ๆ...” จ้วงจ้วงรีบโบกมือปฏิเสธ ต่อต้านยันเส้นผมเลยทีเดียว
“ต้องเอาสิ ขอข้าวต้มสักชามนี่แหละ! แกกินซาลาเปาตั้งสามลูก ไม่ฝืดคอแย่เหรอ?” แม่จ้วงจ้วงมีท่าทีเด็ดขาด “แกเอาแต่บ่นว่าข้าวต้มมันเทศฝีมือแม่ไม่อร่อย ข้าวต้มมันเทศมันก็มีอยู่แบบเดียวนั่นแหละ ใครทำก็เหมือนกันหมด”
“เฮ้อ...” จ้วงจ้วงถอนหายใจ เหลือบมองพ่อที่กำลังก้มหน้าก้มตาเช็ดฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงอยู่ข้าง ๆ “พ่อ พ่อช่วยจัดการภรรยาพ่อหน่อยได้ไหมเนี่ย”
พ่อจ้วงจ้วงไม่ได้พูดอะไร เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเช็ดโต๊ะลูกเดียว
อุตส่าห์ได้ออกมากินบะหมี่ทั้งที ไอ้ลูกเต่านี่ดันจะมาหาเรื่องให้เขาโดนหางเลขซะงั้น
อีกด้านหนึ่ง บรรดาเจ้าหน้าที่แผนกรักษาความปลอดภัย กำลังสวาปามซาลาเปาร้อน ๆ กันอย่างตะกละตะกลาม ไม่ได้กินมาเกือบครึ่งเดือน คิดถึงรสชาติจะแย่อยู่แล้ว
ซาลาเปานี่มันอร่อยเกินไปแล้ว!
ยังคงเป็นรสชาติเดิม ฝีมือไม่มีตกเลยสักนิด
แป้งซาลาเปานุ่มฟู ไส้หมูก็สดใหม่แสนอร่อย เข้ากันได้ดีสุด ๆ
“อืม ข้าวต้มมันเทศนี่พอมาอยู่ในมือของโจวเยี่ยน รสชาติก็ไม่เหมือนกันจริง ๆ ด้วย! เม็ดข้าวต้มบานกำลังพอดี มันเทศที่นุ่มละมุนก็หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ รสสัมผัสเนียนนุ่มหอมหวาน ไม่ฝืดคอเลยสักนิด” หวังหงเลี่ยงพยักหน้าให้กับข้าวต้มมันเทศชามใหม่ที่เพิ่งนำมาส่งตรงหน้าอย่างต่อเนื่อง ไม่คิดจะปิดบังความชื่นชอบของตัวเองเลย
“ผู้จัดการโรงงาน ข้าวต้มมันเทศมันจะต้มออกมาได้วิเศษขนาดไหนเชียวครับ?” หลัวเว่ยตงชักจะไม่ค่อยเชื่อ มองยังไงนี่มันก็เป็นแค่ข้าวต้มมันเทศธรรมดา ๆ ชามหนึ่ง นอกจากชิ้นมันเทศจะหั่นเล็กไปหน่อยก็เท่านั้นเอง
“คุณนี่ยังไม่เข้าใจ ข้าวต้มมันเทศกินคู่กับหัวไชเท้าดองเปรี้ยวนี่ แล้วก็ซาลาเปาอีกสองลูก เด็ดสุด ๆ ไปเลยล่ะ” หวังหงเลี่ยงพูดยิ้ม ๆ คีบหัวไชเท้าดองเปรี้ยวชิ้นหนึ่งเข้าปาก พยักหน้าหงึกหงัก พึงพอใจเป็นอย่างมาก
“เดี๋ยวผมต้องไปขอคำชี้แนะจากเสี่ยวโจวหน่อยแล้ว ข้าวต้มมันเทศนี่จะดูถูกไม่ได้เลยนะ มีเคล็ดลับซ่อนอยู่จริง ๆ ด้วย”
จ้าวตงกับจูเจ๋อวันนี้มากันแต่เช้า ตอนที่มารายงานตัวเมื่อวานก็นัดแนะกันไว้แล้วว่าเช้านี้จะมากินบะหมี่ พอเดินเข้ามาก็เห็นเจ้าหน้าที่แผนกรักษาความปลอดภัยนั่งอยู่ตั้งสามโต๊ะ บนโต๊ะมีทั้งซาลาเปาและบะหมี่ หวังหงเลี่ยงกับหลัวเว่ยตงก็อยู่ด้วย
“กะจะไม่เก็บเงินไว้ใช้เลยหรือไง กินซาลาเปาคู่กับบะหมี่เนี่ย? นี่มันจะกินดีอยู่ดีเกินไปแล้วมั้ง?!” จ้าวตงเดินเข้ามาร่วมวง เอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม “ผู้จัดการโรงงาน หัวหน้าหลัว! วันนี้ทำไมมาเช้าจังเลยครับ?”
หวังหงเลี่ยงตอบด้วยรอยยิ้ม “แก๊งขโมยที่เข้ามาทำลายสายการผลิตแล้วก็ขโมยชิ้นส่วนเครื่องจักรของโรงงานเรา ถูกจับตัวได้เมื่อคืนนี้น่ะสิ สหายแผนกรักษาความปลอดภัยอดหลับอดนอนเฝ้าโรงงานมาตลอดช่วงที่ผ่านมา ในที่สุดก็จะได้ถอนหายใจโล่งอกกันเสียที เช้านี้ก็เลยพาพวกเขามาเลี้ยงรางวัลหน่อยน่ะ”
“จริงเหรอครับ?!” จ้าวตงแอบประหลาดใจระคนดีใจ
“เยี่ยมไปเลยครับ!” จูเจ๋อก็มีสีหน้าตื่นเต้นเช่นกัน
เรื่องแก๊งขโมยเป็นเหมือนเมฆหมอกที่ปกคลุมอยู่เหนือหัวผู้บริหารโรงงานทอผ้าทุกคน อย่าว่าแต่แผนกรักษาความปลอดภัยเลย ช่วงที่ผ่านมาพวกเขาก็แบกรับความกดดันเอาไว้ไม่ใช่น้อย ๆ
เมื่อวานตอนที่จ้าวตงมาถึงโรงงาน สิ่งแรกที่ทำก็คือเรียกช่างซ่อมมาตรวจสอบและปรับแต่งเครื่องจักรในโรงงานใหม่ทั้งหมด พอแน่ใจว่าเครื่องจักรไม่มีร่องรอยถูกทำลายและไม่มีชิ้นส่วนไหนหายไป ถึงได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ถ้าเครื่องจักรมีปัญหา การผลิตก็จะมีปัญหาตามไปด้วย พวกหัวหน้าแผนกอย่างพวกเขาต้องเป็นคนรับผิดชอบ
“จับได้ที่แผนกไหนครับ? แอบไปขโมยเครื่องจักรใหม่อีกแล้วใช่ไหมครับ?” จ้าวตงเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
บรรดาคนงานโรงงานทอผ้าที่อยู่รอบ ๆ ได้ยินเสียงก็พากันหันมามอง เรื่องที่โรงงานโดนขโมยงัด ทุกคนก็วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา ไม่คิดเลยว่าแก๊งขโมยพวกนี้จะมาจนมุมก่อนวันเปิดโรงงานแค่วันเดียว ช่างเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นยินดีจริง ๆ
“ก็จับได้ที่นี่แหละ” หลัวเว่ยตงบอก
“เอ๋? ที่นี่น่ะเหรอครับ?” จ้าวตงสงสัย ดวงตาเบิกกว้างขึ้นมาทันที “ร้านอาหารโจวเอ้อร์หวาเหรอครับ?”
หลัวเว่ยตงพยักหน้า “ใช่ แก๊งขโมยพวกนี้เปลี่ยนใจกะทันหัน เบนเป้ามาที่ร้านอาหารของโจวเยี่ยนแทน งัดประตูเข้ามาขโมยรถมอเตอร์ไซค์ แถมยังแอบขึ้นไปขโมยทีวีสีบนชั้นสอง แล้วก็ยังพกมีดไปงัดประตูห้องนอนกะจะปล้นเงินอีกด้วย”
“โอ้โห!” ทุกคนได้ยินดังนั้นก็พากันตกใจ ใจหล่นวูบไปตาม ๆ กัน
“แล้วยังไงต่อครับ?” จ้าวตงเอ่ยถาม
หลัวเว่ยตงเล่าต่อ “แล้วพี่อิงก็ชักปืนออกมายืนหยัดต่อสู้ ยิงไปนัดเดียวยิงเอาขโมยสองคนนั้นฉี่ราดตรงนั้นเลย ร่วมมือกับเหล่าโจวและโจวเยี่ยนจับขโมยสองคนที่แอบขึ้นไปบนชั้นสองเอาไว้ได้ พอพวกเราได้ยินเสียงปืน ก็พุ่งออกมาแล้วบังเอิญเจอขโมยอีกสองคนที่กำลังเข็นรถมอเตอร์ไซค์เตรียมจะหนีพอดี ก็เลยปล่อยหมาไล่กวดไปกดตัวเอาไว้ได้ทั้งสองคน รวบยกแก๊งเลย!”
“โอ้โห——พี่อิงดุดันเกินไปแล้ว!” จ้าวตงอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความทึ่ง
สายตาของทุกคนที่มองจ้าวเถี่ยอิงดูเลื่อมใสขึ้นมาอีกหลายส่วน
น้าจ้าวที่ปกติเอะอะก็เรียกเด็กดี แถมยังมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าเสมอ ไม่คิดเลยว่าจะดุดันขนาดนี้!
“แหม ฉันจะไปดุดันอะไรล่ะคะ โชคดีที่หัวหน้าหลัวพาเจ้าหน้าที่แผนกรักษาความปลอดภัยมาช่วยไว้ได้ทันเวลาต่างหากล่ะ ถึงได้ช่วยป้องกันไม่ให้เราต้องสูญเสียทรัพย์สินก้อนโตไปได้” จ้าวเถี่ยอิงพูดยิ้ม ๆ “พวกคุณลองคิดดูสิคะ ปาเข้าไปตีหนึ่งแล้ว พอเสียงปืนดังปุ๊บ หัวหน้าหลัวก็พาคนพุ่งออกมาทันที ขโมยที่ขโมยรถอยู่ข้างล่างยังไม่ทันได้หนีก็โดนจับกดลงกับพื้นแล้ว
นี่แสดงให้เห็นว่าแผนกรักษาความปลอดภัยได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ตอบสนองได้รวดเร็วทันใจ เวลาเข้าเวรก็เตรียมพร้อมตื่นตัวอยู่เสมอ คอยปกป้องทรัพย์สินและความปลอดภัยของโรงงานอยู่ตลอดเวลา
โรงงานทอผ้าของเราใหญ่โตขนาดนี้ ย่อมต้องตกเป็นเป้าหมายของพวกขโมยอยู่แล้ว พ่อหนุ่มพวกนี้ต้องมาทนอดหลับอดนอนเข้าเวรยามและเดินลาดตระเวนทุกวัน ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริง ๆ ค่ะ”
ทุกคนฟังจบ หวังหงเลี่ยงก็นำปรบมือ เสียงปรบมือดังก้องไปทั่วร้านอาหารโจวเอ้อร์หวา
เจ้าหน้าที่หนุ่ม ๆ ของแผนกรักษาความปลอดภัยพากันวางตะเกียบลง รู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก
ความเหนื่อยยากแบบนี้ มันช่างยากที่จะไปอธิบายให้คนนอกฟังได้ ไม่คิดเลยว่าน้าจ้าวจะมองเห็นและเข้าใจ
หลัวเว่ยตงก็รู้สึกซาบซึ้งใจอยู่บ้างเหมือนกัน ช่วงที่ผ่านมาต้องเฝ้าโรงงานทุกวัน ขนาดลูกสาวคนเล็กยังไม่ค่อยสนิทกับเขาเหมือนเมื่อก่อนแล้วเลย ต่อไปนี้ก็จะได้เข้าเวรตามปกติเสียที จะได้มีเวลาอยู่กับภรรยาและลูกให้มากขึ้น
โจวเยี่ยนยืนดูความครึกครื้นอยู่หน้าประตูครัว พอได้ยินดังนั้น สายตาที่มองแม่ตัวเองก็เปลี่ยนไปเลย พูดได้มีระดับจริง ๆ!
หวังหงเลี่ยงเอ่ยปากบอก “เถี่ยอิงพูดได้ดีมาก สหายแผนกรักษาความปลอดภัยของเราในช่วงที่ผ่านมาเจอเรื่องไม่ง่ายเลยจริง ๆ ยืนหยัดทำหน้าที่อย่างเหน็ดเหนื่อยและเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา เมื่อคืนในที่สุดก็ได้ร่วมมือกับครอบครัวของสหายจ้าวเถี่ยอิงรวบแก๊งขโมยพวกนี้จนหมดเกลี้ยง แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง รอให้สถานีตำรวจใหญ่จัดการคดีนี้เสร็จสิ้น ทางโรงงานของเราก็จะมีรางวัลมอบให้ด้วย รับรองว่าจะไม่ทำให้ทุกคนต้องผิดหวังแน่นอน”
ดวงตาของเจ้าหน้าที่แผนกรักษาความปลอดภัยเป็นประกายขึ้นมา นี่มันช่างเป็นเรื่องน่ายินดีที่เกินความคาดหมายเสียจริง
เมื่อวานหัวหน้าหลัวบอกว่า ผู้นำจากสถานีตำรวจใหญ่บอกว่าพวกเขาสร้างผลงานไว้ เผลอ ๆ อาจจะมีรางวัลตอบแทนให้ทีหลังด้วย
แบบนี้ก็เท่ากับว่าได้รับรางวัลสองต่อ ทั้งจากทางโรงงานแล้วก็สถานีตำรวจใหญ่เลยสิ!
“หนูก็เตะคนร้ายไปสองทีเหมือนกันนะคะ! แถมยังส่งสายตาดุดันข่มขวัญพวกมันพร้อมกับแม่ด้วยค่า!” โจวโม่โม่ชูมือเล็ก ๆ ขึ้นมาแล้วบอก
“โม่โม่เก่งจังเลย!” จ้วงจ้วงมองโจวโม่โม่ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเลื่อมใส
ทุกคนได้ยินดังนั้นก็พากันหัวเราะร่วน
“อืม พวกเราก็ต้องเล็งเห็นถึงผลงานอันโดดเด่นของครอบครัวสหายจ้าวเถี่ยอิงด้วยเหมือนกัน รอให้ทางโรงงานพิจารณาเรื่องรางวัลก่อนนะ” หวังหงเลี่ยงพยักหน้ายิ้ม ๆ มองโจวโม่โม่แล้วเอ่ยถาม “โม่โม่ หนูอยากได้รางวัลอะไรจ๊ะ?”
“หนูอยากเข้าโรงเรียนอนุบาลค่า” โจวโม่โม่โพล่งออกมา
หวังหงเลี่ยงพยักหน้ายิ้ม ๆ “ได้เลย! เดี๋ยวกลับไปลุงจะช่วยจัดการให้ โรงเรียนอนุบาลประจำโรงงานของเรากำลังต้องการผู้กล้าตัวน้อยที่เป็นแบบอย่างอย่างโจวโม่โม่อยู่พอดี ก่อนปีใหม่หนูก็เพิ่งจะจับแก๊งลักพาตัวเด็กได้จนได้รับคำชมเชยมานี่นา”
“ค่า” โจวโม่โม่พยักหน้าอย่างว่าง่าย
หวังหงเลี่ยงมองจ้าวเถี่ยอิงแล้วบอก “สหายจ้าวเถี่ยอิง วันที่ 6 มีนาคม คุณพาหนูน้อยโจวโม่โม่ไปสมัครที่โรงเรียนอนุบาลประจำโรงงานได้เลยนะครับ”
“ได้เลยค่ะ! ขอบคุณผู้จัดการโรงงานมากนะคะ!” ดวงตาของจ้าวเถี่ยอิงเป็นประกาย รีบกล่าวขอบคุณทันที
“ขอบคุณค่าคุณลุงผู้จัดการโรงงาน” โจวโม่โม่พูดตาม
“จัดการได้ดีเลยครับ โม่โม่ก็ถึงวัยเข้าโรงเรียนอนุบาลแล้วด้วย” จ้าวตงพยักหน้ายิ้ม ๆ
“โห! โม่โม่ ถ้างั้นวันหลังเธอก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นของเราแล้วสิ!” ดวงตาของจ้วงจ้วงเป็นประกาย “เราอยู่ชั้นอนุบาลหนึ่งห้องสองนะ เธออย่าลืมมาสมัครล่ะ”
บนใบหน้าของบรรดาคนงานต่างก็มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นมา โอกาสที่โจวโม่โม่จะได้ไปเรียนที่โรงเรียนอนุบาล เป็นโอกาสที่เธอคว้ามาด้วยตัวเองแท้ ๆ
บนใบหน้าของโจวเยี่ยนก็มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นมาเช่นกัน เขาหันกลับไปต้มบะหมี่ต่อ
เรื่องที่โจวโม่โม่จะเข้าโรงเรียนอนุบาล หลินจื้อเฉียงใช้เส้นสายจัดการให้เรียบร้อยแล้ว พอถึงเวลาก็แค่ไปสมัครเข้าเรียนเงียบ ๆ ก็พอ
โรงเรียนอนุบาลประจำโรงงาน โดยหลักการแล้วจะรับเฉพาะลูกหลานของคนงานโรงงานทอผ้าเท่านั้น ไม่เปิดรับบุคคลภายนอก ถือเป็นสวัสดิการภายใน
การที่โจวโม่โม่ใช้เส้นสายเข้าไปเรียน ก็อาจจะทำให้ถูกครหาได้
แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนกันแล้ว โจวโม่โม่แค่เอ่ยปากเปรย ๆ ว่าอยากเข้าโรงเรียนอนุบาล ผู้จัดการโรงงานหวังก็รับลูกต่อ จัดการให้เธอได้เข้าเรียนอย่างมีเหตุมีผล
ทีนี้โจวโม่โม่จะไปสมัครเรียนก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว พอไปถึงโรงเรียนอนุบาล ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนเด็กคนอื่นเอาไปพูดลับหลังแล้วล่ะ
ผู้จัดการโรงงานหวังคนนี้ นิสัยใช้ได้เลยจริง ๆ คบหาไว้ไม่เสียหายเลย