เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 91 ความรู้คือพลัง

บทที่ 91 ความรู้คือพลัง

บทที่ 91 ความรู้คือพลัง


โม่หลานไม่เคยรู้สึกน้ำลายสออยากได้ความสามารถในการแยกร่างของอาจารย์ใหญ่เท่านี้มาก่อนเลย!

เหล่าแม่มดน้อยยังชอบบ่นว่าเธอขยันเกินเหตุ แต่เธอจะไปเทียบอะไรกับอาจารย์ใหญ่ได้ล่ะ!

โม่หลานอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความอยากรู้ “อาจารย์ใหญ่คะ ความสามารถในการแยกร่างของอาจารย์เป็นเวทมนตร์เหรอคะ? ทำไมหนูถึงไม่เห็นเวทมนตร์ทำนองนี้ใน ‘สารบบเวทมนตร์แม่มด’ เลยล่ะ?”

อามีช่ามองเธอพร้อมกับขยิบตา และถามด้วยน้ำเสียงยั่วยวนว่า “อยากเรียนไหมล่ะ?”

“อยากค่ะ!” โม่หลานพยักหน้าโดยไม่ลังเล

ถ้าเรียนรู้ได้จนสามารถแยกกายเนื้อออกมาเป็นร้อยแปดสิบร่าง ให้ร่างหนึ่งไปเรียนหนังสือ อีกสักสองสามร่างไปอ่านหนังสือ ส่วนร่างที่เหลือก็เอาไปฝึกเวทมนตร์ให้หมด แบบนี้ยังต้องกลัวว่าจะไม่แข็งแกร่งอีกเหรอ?

“ด้วยพรสวรรค์ของเธอ ยังไงก็มีโอกาสอยู่แล้วล่ะ” อามีช่ากล่าวด้วยน้ำเสียงแฝงความนัย

โม่หลานคิดว่าอาจารย์กำลังบอกว่าเธอสามารถเรียนได้ จึงรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที แต่นึกไม่ถึงเลยว่าจะได้ยินคุณอามีช่าพูดต่อว่า “รอให้ถึงวันจบการศึกษาของเธอเสียก่อน แล้วฉันจะบอกให้ฟัง”

โม่หลาน “...”

ช่างเป็นคนที่รู้จังหวะทิ้งปมได้เก่งจริง ๆ!

“เอาล่ะ เอาคัมภีร์แม่มดมานี่สิ!” อามีช่ากล่าว “แบบฝึกหัดพวกนี้ยังไม่ได้สลักอักษรรูนคัดลอกลงไป เดี๋ยวฉันจะช่วยคัดลอกลงไปให้หมด รีบ ๆ อ่านเข้าล่ะ พวกรุ่นพี่ของเธอยังรอเรียนอยู่นะ!”

โม่หลานเรียกคัมภีร์แม่มดของตัวเองออกมาอย่างจนใจ

อามีช่าร่ายเวทคัดลอกระดับสูงสุด เพื่อคัดลอกหนังสือลงในคัมภีร์แม่มดของโม่หลานทีละเล่ม

มันไม่ใช่หนังสือที่ถูกจัดแบ่งหมวดหมู่ไว้เป็นระเบียบเหมือนในห้องสมุด บางครั้งแบบฝึกหัดชุดเดียวก็ต้องใช้เวลาคัดลอกลงไปหลายเล่มกว่าจะเสร็จ

โชคดีที่หน้ากระดาษว่างในคัมภีร์แม่มดของโม่หลานมีเหลือเฟือ ไม่อย่างนั้นคงใส่เข้าไปไม่พอแน่

เหล่าแม่มดน้อยที่กำลังก้มหน้าก้มตาต่อสู้กับแบบฝึกหัดเหลือบไปเห็นโม่หลานบนหน้าชั้นเรียนซึ่งกำลังถูกบัดบังด้วยกองหนังสือตั้งตระหง่านจนแทบจะมิดหัว จึงเกิดความรู้สึกเห็นใจขึ้นมาลึก ๆ

พวกเธอไม่ได้ยินบทสนทนาระหว่างโม่หลานกับคุณอามีช่า

แต่พวกเธอจำคัมภีร์แม่มดของโม่หลานได้ และก็ยังจำตัวหนังสือสยองขวัญคำว่า ‘แบบฝึกหัด’ บนหนังสือพวกนั้นได้เป็นอย่างดี

แม้โม่หลานจะไม่ต้องทำแบบฝึกหัดทฤษฎีเวทมนตร์พื้นฐาน ประวัติศาสตร์แม่มด และประวัติศาสตร์โลกแล้ว แต่อาจารย์ใหญ่กลับคัดลอกแบบฝึกหัดอื่นให้เธอมากยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

และหลังจากที่เธอเดินลงมาจากหน้าชั้นเรียน สายตาของเธอก็ไม่เคยละไปจากคัมภีร์แม่มดอีกเลย

ไม่มีแม่มดน้อยคนไหนสามารถหลบหนีจากการลงทัณฑ์ของแบบฝึกหัดได้พ้นจริง ๆ

จู่ ๆ พวกเธอก็รู้สึกว่าโลกนี้ยุติธรรมขึ้นมาทันที

งานของโม่หลานในตอนนี้ค่อนข้างหนักเอาการ คุณอามีช่าย้ำหลายต่อหลายครั้งให้เธอรีบอ่านให้จบโดยเร็ว จะได้รีบจัดเตรียมแบบฝึกหัดให้แม่มดน้อยชั้นปีอื่น ๆ ต่อไป

ทว่าเธอกลับไม่ได้มีความรู้สึกขุ่นเคืองใจเหมือนที่เหล่าแม่มดน้อยจินตนาการไว้เลย

ในทางกลับกัน เธอกลับอ่านมันอย่างมีความสุขด้วยซ้ำ

เพื่อเป็นการประหยัดเวลาที่เธอจะต้องไปคัดลอกและเปิดหาตำราเรียน อามีช่าจึงแทรกเนื้อหาบทเรียนที่สอดคล้องกับแบบฝึกหัดชุดนี้ไว้ให้เสร็จสรรพ

การที่เธออ่านแบบฝึกหัด ก็เทียบเท่ากับการอ่านตำราทฤษฎีที่มีแบบฝึกหัดสอดแทรกอยู่ ซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยเกร็ดความรู้ใหม่ ๆ มากมาย

แถมยังเป็นวิชาทฤษฎีที่จะได้เรียนในชั้นปีที่สองขึ้นไป ซึ่งตำราเรียนเหล่านั้นล้วนถูกเก็บไว้ในห้องสมุดของชั้นปีสูง ๆ ไม่ใช่สิ่งที่เธอในตอนนี้จะสามารถเข้าถึงได้เลย

แต่ทว่าตอนนี้ เพียงเพราะต้องช่วยอาจารย์ใหญ่อุดรอยรั่วและตรวจสอบแนวคิดในการตั้งโจทย์ว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่ เธอกลับสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ในส่วนนี้ได้แล้ว

ด้วยความสามารถในการจดจำแบบไม่ลืมเลือนของเธอ นี่จึงเท่ากับการเรียนรู้เนื้อหาวิชาทฤษฎีทั้งหมดในอนาคตล่วงหน้าด้วยตัวเองเลยทีเดียว

คุณอามีช่ายังรับปากกับเธออีกว่า หลังจากที่เธอตรวจทานแบบฝึกหัดชุดนี้เสร็จ ต่อจากนี้การบ้านแบบฝึกหัดวิชาทฤษฎีของทุกชั้นปี เธอก็ไม่ต้องทำอีกแล้ว

วิชาทฤษฎีก็แค่ไปร่วมตอบคำถามในห้องเรียน และเข้าร่วมการสอบประจำเดือนก็พอ

และที่สำคัญที่สุดคือ งานตรวจทานนี้มีค่าตอบแทนให้ด้วย แถมยังให้มากถึง 3 เหรียญทองคำแดงเชียวนะ!

แบบนี้มันต่างอะไรกับการเรียนไปได้เงินไปล่ะ?

ดังนั้นโม่หลานจึงอ่านหนังสือด้วยความเต็มใจ และตั้งใจอ่านอย่างจริงจัง

แม่มดน้อยคนอื่น ๆ ล้วนตกอยู่ในความทุกข์ระทม พอได้ยินเสียงระฆังบอกเวลาเที่ยงวันดังขึ้น ก็อดไม่ได้ที่จะโห่ร้องยินดีอยู่ในใจ พร้อมกับเงยหน้าขึ้นไปมองคุณอามีช่า

“เลิกเรียนได้!”

พอคุณอามีช่าเดินจากไป พวกเธอก็วางปากกาลงทันที

“ในที่สุดก็เลิกเรียนสักที!”

“แบบฝึกหัดพรรค์นี้ หมายังไม่ทำเลย!”

“ไม่เคยคิดถึงการเขียนรายงานเท่าวันนี้มาก่อนเลย!”

“โม่หลานนะโม่หลาน เธอไม่เห็นบอกเลยว่าตำราอ่านประกอบที่เธอเตรียมไว้มันจะออกมาเป็นสภาพนี้!”

“หืม? แล้วโม่หลานล่ะ?”

ในที่สุดก็มีแม่มดน้อยคนหนึ่งนึกถึงนักเรียนโม่หลานผู้ประดิษฐ์แบบฝึกหัดขึ้นมาได้

“นั่นไง! ยังนั่งอ่านหนังสืออยู่เลย!” เชอริลบุ้ยปากไปทางด้านหน้า

“โม่หลาน! เลิกเรียนแล้วนะ!” วาชิด้ากอดแบบฝึกหัดเล่มหนึ่ง ลุกขึ้นยืนแล้วเคาะโต๊ะของโม่หลาน

โม่หลานถึงเพิ่งได้สติกลับมาจากหน้าหนังสือ พอเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าคุณอามีช่าไม่อยู่ในห้องเรียนแล้ว “เลิกเรียนแล้วเหรอ?”

เหล่าแม่มดน้อย “...”

ดูเอาเถอะ คุณอามีช่ายัดหนังสือให้เธอตั้งเท่าไหร่เนี่ย ถึงขนาดอ่านจนเบลอไปหมดแล้ว!

“ใช่! เลิกเรียนแล้ว!”

วาชิด้ากางแบบฝึกหัดทฤษฎีเวทมนตร์พื้นฐานในมือลงบนโต๊ะตรงหน้าเธอ “ผู้ประดิษฐ์แบบฝึกหัด คุณโม่หลานผู้แสนน่าสะพรึงกลัว เอ๊ย! ผู้ยิ่งใหญ่ รีบบอกฉันทีสิว่าข้อนี้ต้องทำยังไง?”

“ฉันไม่ได้เป็นคนประดิษฐ์แบบฝึกหัดสักหน่อย...” โม่หลานกล่าวอย่างระอาใจ เธอมองดูโจทย์ข้อที่วาชิด้าชี้ แต่ไม่ได้บอกคำตอบไปตรง ๆ ทว่าเลือกที่จะอธิบายแนวคิดในการแก้โจทย์แทน

วาชิด้ากระจ่างแจ้งในทันที “แบบฝึกหัดบนดาวเคราะห์สีน้ำเงินอาจจะเป็นคนอื่นคิดค้นขึ้น แต่สำหรับแบบฝึกหัดของทวีปวาเลน คนประดิษฐ์ก็ต้องเป็นเธออย่างไม่ต้องสงสัย!

แม่มดน้อยทุกคนจะจดจำชื่อของเธอจารึกไว้ในใจเลยล่ะ!”

ถ้าประโยคสุดท้ายนั่นเธอไม่ได้พูดออกมาแบบกัดฟันกรอด ๆ โม่หลานก็คงจะเชื่อไปแล้วจริง ๆ ว่าอีกฝ่ายกำลังชื่นชมเธอจากใจ

ความปวดหัวและความกลัดกลุ้มของนักเรียนที่มีต่อการบ้าน มีหรือที่โม่หลานจะไม่เข้าใจ

เมื่อมองเห็นสายตาอันแสนตัดพ้อของเหล่าแม่มดน้อย โม่หลานจึงกล่าวขึ้นว่า

“พวกเธอรู้ไหม? ในอดีตชาติที่ฉันจากมา โลกใบนั้น ประเทศแห่งนั้น เคยมีความสงบสุขและเจริญรุ่งเรืองมาก

กฎหมายของประเทศคอยคุ้มครองความปลอดภัยและผลประโยชน์ของทุกคน

ฆาตกร หัวขโมย โจรปล้นทรัพย์ และคนอื่น ๆ ที่ทำร้ายผู้อื่น ล้วนต้องได้รับโทษตามกฎหมายของประเทศ

ไม่ว่าคุณจะแข็งแกร่งหรืออ่อนแอ กฎหมายก็พร้อมที่จะปกป้องคุณเสมอ

การเรียนและการสอบเป็นเส้นทางที่ง่ายที่สุดสำหรับทุกคนในการไขว่คว้าหาเงินตราและสถานะทางสังคม

ถ้าเรียนไม่เก่งนัก อนาคตก็แค่ทำงานเหนื่อยหน่อย หาเงินยากขึ้นอีกนิด แต่เมื่อมีกฎหมายคุ้มครอง คนส่วนใหญ่ก็ยังสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างปลอดภัย

คนส่วนใหญ่เพียงแค่เรียนหนังสือเพื่อให้สอบติดโรงเรียนดี ๆ ได้งานทำดี ๆ และมีชีวิตที่สุขสบายในอนาคต

แต่ทวีปวาเลนไม่เหมือนกัน ที่นี่ผู้แข็งแกร่งคือผู้ที่ได้รับการเคารพ พละกำลังเท่านั้นคือความถูกต้อง

พวกเราเรียน ไม่ใช่เพื่อการใช้ชีวิตเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อการเอาชีวิตรอดต่างหาก

สิ่งที่วิชาทฤษฎีสอน ล้วนเป็นความรู้ที่ขาดไม่ได้ในการทำความเข้าใจโลกใบนี้

ตอนที่เรียนอยู่ในสถาบัน ก็ทำแค่เพียงอ่านหนังสือและทำแบบฝึกหัด

แต่ถ้าเรียนจบไปแล้วต้องเผชิญกับปัญหา ต่อให้อยากเรียนก็ต้องเอาชีวิตให้รอดก่อนถึงจะมีโอกาสนั้น

นับตั้งแต่การปรากฏตัวของจอมมนตรา และดินแดนรกร้างตกเป็นของจอมมนตรากับแม่มด ก็ไม่มีการล่าแม่มดอย่างโจ่งแจ้งอีกแล้วก็จริง

แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าการที่แม่มดออกไปเดินทางข้างนอกนั้น จะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกนะ

หลังเรียนจบไปแล้ว จะไม่มีคุณอามีช่าคอยคุ้มครองอยู่ข้างหลังพวกเราตลอดเวลาอีก

เหล่าจอมมนตราก็ไม่สามารถรับผิดชอบต่อชีวิตของแม่มดทุกคนได้เช่นกัน

ชะตากรรมของพวกเรา ล้วนอยู่ในกำมือของตัวเราเองทั้งสิ้น

ความรู้คือพลัง และเป็นต้นทุนในการเอาชีวิตรอด

ฉันคิดว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่สามารถช่วยให้พวกเราเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และจดจำความรู้ได้มากขึ้น ล้วนเป็นเรื่องที่ดีทั้งนั้นแหละ!”

จบบทที่ บทที่ 91 ความรู้คือพลัง

คัดลอกลิงก์แล้ว