- หน้าแรก
- แม่มดฝึกหัด ขอจัดเต็ม
- บทที่ 91 ความรู้คือพลัง
บทที่ 91 ความรู้คือพลัง
บทที่ 91 ความรู้คือพลัง
โม่หลานไม่เคยรู้สึกน้ำลายสออยากได้ความสามารถในการแยกร่างของอาจารย์ใหญ่เท่านี้มาก่อนเลย!
เหล่าแม่มดน้อยยังชอบบ่นว่าเธอขยันเกินเหตุ แต่เธอจะไปเทียบอะไรกับอาจารย์ใหญ่ได้ล่ะ!
โม่หลานอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความอยากรู้ “อาจารย์ใหญ่คะ ความสามารถในการแยกร่างของอาจารย์เป็นเวทมนตร์เหรอคะ? ทำไมหนูถึงไม่เห็นเวทมนตร์ทำนองนี้ใน ‘สารบบเวทมนตร์แม่มด’ เลยล่ะ?”
อามีช่ามองเธอพร้อมกับขยิบตา และถามด้วยน้ำเสียงยั่วยวนว่า “อยากเรียนไหมล่ะ?”
“อยากค่ะ!” โม่หลานพยักหน้าโดยไม่ลังเล
ถ้าเรียนรู้ได้จนสามารถแยกกายเนื้อออกมาเป็นร้อยแปดสิบร่าง ให้ร่างหนึ่งไปเรียนหนังสือ อีกสักสองสามร่างไปอ่านหนังสือ ส่วนร่างที่เหลือก็เอาไปฝึกเวทมนตร์ให้หมด แบบนี้ยังต้องกลัวว่าจะไม่แข็งแกร่งอีกเหรอ?
“ด้วยพรสวรรค์ของเธอ ยังไงก็มีโอกาสอยู่แล้วล่ะ” อามีช่ากล่าวด้วยน้ำเสียงแฝงความนัย
โม่หลานคิดว่าอาจารย์กำลังบอกว่าเธอสามารถเรียนได้ จึงรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที แต่นึกไม่ถึงเลยว่าจะได้ยินคุณอามีช่าพูดต่อว่า “รอให้ถึงวันจบการศึกษาของเธอเสียก่อน แล้วฉันจะบอกให้ฟัง”
โม่หลาน “...”
ช่างเป็นคนที่รู้จังหวะทิ้งปมได้เก่งจริง ๆ!
“เอาล่ะ เอาคัมภีร์แม่มดมานี่สิ!” อามีช่ากล่าว “แบบฝึกหัดพวกนี้ยังไม่ได้สลักอักษรรูนคัดลอกลงไป เดี๋ยวฉันจะช่วยคัดลอกลงไปให้หมด รีบ ๆ อ่านเข้าล่ะ พวกรุ่นพี่ของเธอยังรอเรียนอยู่นะ!”
โม่หลานเรียกคัมภีร์แม่มดของตัวเองออกมาอย่างจนใจ
อามีช่าร่ายเวทคัดลอกระดับสูงสุด เพื่อคัดลอกหนังสือลงในคัมภีร์แม่มดของโม่หลานทีละเล่ม
มันไม่ใช่หนังสือที่ถูกจัดแบ่งหมวดหมู่ไว้เป็นระเบียบเหมือนในห้องสมุด บางครั้งแบบฝึกหัดชุดเดียวก็ต้องใช้เวลาคัดลอกลงไปหลายเล่มกว่าจะเสร็จ
โชคดีที่หน้ากระดาษว่างในคัมภีร์แม่มดของโม่หลานมีเหลือเฟือ ไม่อย่างนั้นคงใส่เข้าไปไม่พอแน่
เหล่าแม่มดน้อยที่กำลังก้มหน้าก้มตาต่อสู้กับแบบฝึกหัดเหลือบไปเห็นโม่หลานบนหน้าชั้นเรียนซึ่งกำลังถูกบัดบังด้วยกองหนังสือตั้งตระหง่านจนแทบจะมิดหัว จึงเกิดความรู้สึกเห็นใจขึ้นมาลึก ๆ
พวกเธอไม่ได้ยินบทสนทนาระหว่างโม่หลานกับคุณอามีช่า
แต่พวกเธอจำคัมภีร์แม่มดของโม่หลานได้ และก็ยังจำตัวหนังสือสยองขวัญคำว่า ‘แบบฝึกหัด’ บนหนังสือพวกนั้นได้เป็นอย่างดี
แม้โม่หลานจะไม่ต้องทำแบบฝึกหัดทฤษฎีเวทมนตร์พื้นฐาน ประวัติศาสตร์แม่มด และประวัติศาสตร์โลกแล้ว แต่อาจารย์ใหญ่กลับคัดลอกแบบฝึกหัดอื่นให้เธอมากยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
และหลังจากที่เธอเดินลงมาจากหน้าชั้นเรียน สายตาของเธอก็ไม่เคยละไปจากคัมภีร์แม่มดอีกเลย
ไม่มีแม่มดน้อยคนไหนสามารถหลบหนีจากการลงทัณฑ์ของแบบฝึกหัดได้พ้นจริง ๆ
จู่ ๆ พวกเธอก็รู้สึกว่าโลกนี้ยุติธรรมขึ้นมาทันที
งานของโม่หลานในตอนนี้ค่อนข้างหนักเอาการ คุณอามีช่าย้ำหลายต่อหลายครั้งให้เธอรีบอ่านให้จบโดยเร็ว จะได้รีบจัดเตรียมแบบฝึกหัดให้แม่มดน้อยชั้นปีอื่น ๆ ต่อไป
ทว่าเธอกลับไม่ได้มีความรู้สึกขุ่นเคืองใจเหมือนที่เหล่าแม่มดน้อยจินตนาการไว้เลย
ในทางกลับกัน เธอกลับอ่านมันอย่างมีความสุขด้วยซ้ำ
เพื่อเป็นการประหยัดเวลาที่เธอจะต้องไปคัดลอกและเปิดหาตำราเรียน อามีช่าจึงแทรกเนื้อหาบทเรียนที่สอดคล้องกับแบบฝึกหัดชุดนี้ไว้ให้เสร็จสรรพ
การที่เธออ่านแบบฝึกหัด ก็เทียบเท่ากับการอ่านตำราทฤษฎีที่มีแบบฝึกหัดสอดแทรกอยู่ ซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยเกร็ดความรู้ใหม่ ๆ มากมาย
แถมยังเป็นวิชาทฤษฎีที่จะได้เรียนในชั้นปีที่สองขึ้นไป ซึ่งตำราเรียนเหล่านั้นล้วนถูกเก็บไว้ในห้องสมุดของชั้นปีสูง ๆ ไม่ใช่สิ่งที่เธอในตอนนี้จะสามารถเข้าถึงได้เลย
แต่ทว่าตอนนี้ เพียงเพราะต้องช่วยอาจารย์ใหญ่อุดรอยรั่วและตรวจสอบแนวคิดในการตั้งโจทย์ว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่ เธอกลับสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ในส่วนนี้ได้แล้ว
ด้วยความสามารถในการจดจำแบบไม่ลืมเลือนของเธอ นี่จึงเท่ากับการเรียนรู้เนื้อหาวิชาทฤษฎีทั้งหมดในอนาคตล่วงหน้าด้วยตัวเองเลยทีเดียว
คุณอามีช่ายังรับปากกับเธออีกว่า หลังจากที่เธอตรวจทานแบบฝึกหัดชุดนี้เสร็จ ต่อจากนี้การบ้านแบบฝึกหัดวิชาทฤษฎีของทุกชั้นปี เธอก็ไม่ต้องทำอีกแล้ว
วิชาทฤษฎีก็แค่ไปร่วมตอบคำถามในห้องเรียน และเข้าร่วมการสอบประจำเดือนก็พอ
และที่สำคัญที่สุดคือ งานตรวจทานนี้มีค่าตอบแทนให้ด้วย แถมยังให้มากถึง 3 เหรียญทองคำแดงเชียวนะ!
แบบนี้มันต่างอะไรกับการเรียนไปได้เงินไปล่ะ?
ดังนั้นโม่หลานจึงอ่านหนังสือด้วยความเต็มใจ และตั้งใจอ่านอย่างจริงจัง
แม่มดน้อยคนอื่น ๆ ล้วนตกอยู่ในความทุกข์ระทม พอได้ยินเสียงระฆังบอกเวลาเที่ยงวันดังขึ้น ก็อดไม่ได้ที่จะโห่ร้องยินดีอยู่ในใจ พร้อมกับเงยหน้าขึ้นไปมองคุณอามีช่า
“เลิกเรียนได้!”
พอคุณอามีช่าเดินจากไป พวกเธอก็วางปากกาลงทันที
“ในที่สุดก็เลิกเรียนสักที!”
“แบบฝึกหัดพรรค์นี้ หมายังไม่ทำเลย!”
“ไม่เคยคิดถึงการเขียนรายงานเท่าวันนี้มาก่อนเลย!”
“โม่หลานนะโม่หลาน เธอไม่เห็นบอกเลยว่าตำราอ่านประกอบที่เธอเตรียมไว้มันจะออกมาเป็นสภาพนี้!”
“หืม? แล้วโม่หลานล่ะ?”
ในที่สุดก็มีแม่มดน้อยคนหนึ่งนึกถึงนักเรียนโม่หลานผู้ประดิษฐ์แบบฝึกหัดขึ้นมาได้
“นั่นไง! ยังนั่งอ่านหนังสืออยู่เลย!” เชอริลบุ้ยปากไปทางด้านหน้า
“โม่หลาน! เลิกเรียนแล้วนะ!” วาชิด้ากอดแบบฝึกหัดเล่มหนึ่ง ลุกขึ้นยืนแล้วเคาะโต๊ะของโม่หลาน
โม่หลานถึงเพิ่งได้สติกลับมาจากหน้าหนังสือ พอเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าคุณอามีช่าไม่อยู่ในห้องเรียนแล้ว “เลิกเรียนแล้วเหรอ?”
เหล่าแม่มดน้อย “...”
ดูเอาเถอะ คุณอามีช่ายัดหนังสือให้เธอตั้งเท่าไหร่เนี่ย ถึงขนาดอ่านจนเบลอไปหมดแล้ว!
“ใช่! เลิกเรียนแล้ว!”
วาชิด้ากางแบบฝึกหัดทฤษฎีเวทมนตร์พื้นฐานในมือลงบนโต๊ะตรงหน้าเธอ “ผู้ประดิษฐ์แบบฝึกหัด คุณโม่หลานผู้แสนน่าสะพรึงกลัว เอ๊ย! ผู้ยิ่งใหญ่ รีบบอกฉันทีสิว่าข้อนี้ต้องทำยังไง?”
“ฉันไม่ได้เป็นคนประดิษฐ์แบบฝึกหัดสักหน่อย...” โม่หลานกล่าวอย่างระอาใจ เธอมองดูโจทย์ข้อที่วาชิด้าชี้ แต่ไม่ได้บอกคำตอบไปตรง ๆ ทว่าเลือกที่จะอธิบายแนวคิดในการแก้โจทย์แทน
วาชิด้ากระจ่างแจ้งในทันที “แบบฝึกหัดบนดาวเคราะห์สีน้ำเงินอาจจะเป็นคนอื่นคิดค้นขึ้น แต่สำหรับแบบฝึกหัดของทวีปวาเลน คนประดิษฐ์ก็ต้องเป็นเธออย่างไม่ต้องสงสัย!
แม่มดน้อยทุกคนจะจดจำชื่อของเธอจารึกไว้ในใจเลยล่ะ!”
ถ้าประโยคสุดท้ายนั่นเธอไม่ได้พูดออกมาแบบกัดฟันกรอด ๆ โม่หลานก็คงจะเชื่อไปแล้วจริง ๆ ว่าอีกฝ่ายกำลังชื่นชมเธอจากใจ
ความปวดหัวและความกลัดกลุ้มของนักเรียนที่มีต่อการบ้าน มีหรือที่โม่หลานจะไม่เข้าใจ
เมื่อมองเห็นสายตาอันแสนตัดพ้อของเหล่าแม่มดน้อย โม่หลานจึงกล่าวขึ้นว่า
“พวกเธอรู้ไหม? ในอดีตชาติที่ฉันจากมา โลกใบนั้น ประเทศแห่งนั้น เคยมีความสงบสุขและเจริญรุ่งเรืองมาก
กฎหมายของประเทศคอยคุ้มครองความปลอดภัยและผลประโยชน์ของทุกคน
ฆาตกร หัวขโมย โจรปล้นทรัพย์ และคนอื่น ๆ ที่ทำร้ายผู้อื่น ล้วนต้องได้รับโทษตามกฎหมายของประเทศ
ไม่ว่าคุณจะแข็งแกร่งหรืออ่อนแอ กฎหมายก็พร้อมที่จะปกป้องคุณเสมอ
การเรียนและการสอบเป็นเส้นทางที่ง่ายที่สุดสำหรับทุกคนในการไขว่คว้าหาเงินตราและสถานะทางสังคม
ถ้าเรียนไม่เก่งนัก อนาคตก็แค่ทำงานเหนื่อยหน่อย หาเงินยากขึ้นอีกนิด แต่เมื่อมีกฎหมายคุ้มครอง คนส่วนใหญ่ก็ยังสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างปลอดภัย
คนส่วนใหญ่เพียงแค่เรียนหนังสือเพื่อให้สอบติดโรงเรียนดี ๆ ได้งานทำดี ๆ และมีชีวิตที่สุขสบายในอนาคต
แต่ทวีปวาเลนไม่เหมือนกัน ที่นี่ผู้แข็งแกร่งคือผู้ที่ได้รับการเคารพ พละกำลังเท่านั้นคือความถูกต้อง
พวกเราเรียน ไม่ใช่เพื่อการใช้ชีวิตเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อการเอาชีวิตรอดต่างหาก
สิ่งที่วิชาทฤษฎีสอน ล้วนเป็นความรู้ที่ขาดไม่ได้ในการทำความเข้าใจโลกใบนี้
ตอนที่เรียนอยู่ในสถาบัน ก็ทำแค่เพียงอ่านหนังสือและทำแบบฝึกหัด
แต่ถ้าเรียนจบไปแล้วต้องเผชิญกับปัญหา ต่อให้อยากเรียนก็ต้องเอาชีวิตให้รอดก่อนถึงจะมีโอกาสนั้น
นับตั้งแต่การปรากฏตัวของจอมมนตรา และดินแดนรกร้างตกเป็นของจอมมนตรากับแม่มด ก็ไม่มีการล่าแม่มดอย่างโจ่งแจ้งอีกแล้วก็จริง
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าการที่แม่มดออกไปเดินทางข้างนอกนั้น จะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกนะ
หลังเรียนจบไปแล้ว จะไม่มีคุณอามีช่าคอยคุ้มครองอยู่ข้างหลังพวกเราตลอดเวลาอีก
เหล่าจอมมนตราก็ไม่สามารถรับผิดชอบต่อชีวิตของแม่มดทุกคนได้เช่นกัน
ชะตากรรมของพวกเรา ล้วนอยู่ในกำมือของตัวเราเองทั้งสิ้น
ความรู้คือพลัง และเป็นต้นทุนในการเอาชีวิตรอด
ฉันคิดว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่สามารถช่วยให้พวกเราเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และจดจำความรู้ได้มากขึ้น ล้วนเป็นเรื่องที่ดีทั้งนั้นแหละ!”