- หน้าแรก
- จักรพรรดิขยะไร้พ่าย เริ่มต้นจากการซื้อด่วนพรสวรรค์ร้อยล้าน
- บทที่ 60 - วัฏสงสารแห่งความเป็นตาย ข้าเป็นผู้กำหนด วันนี้ข้าขอตัดสินให้เจ้าเข้าสู่วัฏสงสาร
บทที่ 60 - วัฏสงสารแห่งความเป็นตาย ข้าเป็นผู้กำหนด วันนี้ข้าขอตัดสินให้เจ้าเข้าสู่วัฏสงสาร
บทที่ 60 - วัฏสงสารแห่งความเป็นตาย ข้าเป็นผู้กำหนด วันนี้ข้าขอตัดสินให้เจ้าเข้าสู่วัฏสงสาร
บทที่ 60 - วัฏสงสารแห่งความเป็นตาย ข้าเป็นผู้กำหนด วันนี้ข้าขอตัดสินให้เจ้าเข้าสู่วัฏสงสาร
สามยอดฝีมือขอบเขตทะลวงความว่างเปล่า
ถลึงตาใส่ด้วยความโกรธเกรี้ยว
ซูเฉินอาศัยว่ามีเผ่ามังกรคอยเป็นเบื้องหลัง ถึงได้โอหังและกำแหงเช่นนี้
กระทั่งการผนึกกำลังของสามขุมกำลังระดับสูงสุด ก็ยังไม่เห็นอยู่ในสายตา
นี่มันเป็นการยั่วยุและหยามเกียรติกันชัดๆ
ลงมือพลิกฝ่ามือบดขยี้กองทัพนับสิบล้านต่อหน้าต่อตาพวกเขา
หากพวกเขาเลือกที่จะถอยทัพกลับไป
สามขุมกำลังจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?
ด้วยเหตุนี้
ราชวงศ์ซูจะต้องถูกล้างบาง และยังต้องถูกสังหารหมู่ล้างเมือง เพื่อประกาศศักดาให้ทั่วดินแดนรกร้างตะวันออกได้รับรู้
ก้าวออกไปเพียงก้าวเดียว
ฝูเจินสองมือประสานอินอย่างต่อเนื่อง ปากก็สวดมนต์ไม่หยุด เสียงสวดมนต์ดังกังวานออกมาเป็นระลอกๆ ประกอบกับกลิ่นอายพุทธะอันกว้างใหญ่ไพศาล เริ่มควบแน่นเป็น 'ตราสวัสดิกะพุทธะ' แผ่ซ่านบารมีพุทธะดั่งคลื่นยักษ์ถาโถม
"มังกรฟ้ามหาอำนาจ พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ พระปัญญาบารมีแห่งพุทธะทั้งปวง พุทธะสยบมารร้าย!"
หวึ่ง! หวึ่ง!
เสียงพุทธะดังกึกก้อง!
ตราสวัสดิกะพุทธะขนาดร้อยจั้งที่ควบแน่นจากกลิ่นอายพุทธะ พุ่งเข้าสะกดข่มราวกับพายุบ้าคลั่ง
แรงกดดันจากยอดฝีมือขอบเขตทะลวงความว่างเปล่า ทำให้มังกรเทพและผู้ฝึกยุทธ์มังกรทุกคนรู้สึกอึดอัดอย่างรุนแรง
ซูเฉินระเบิดพลังสร้างเกราะปราณทำลายล้างฟ้าดินขึ้นมา คลุมร่างของทุกคนเอาไว้ในทันที
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
ตราสวัสดิกะพุทธะแต่ละดวงพุ่งกระหน่ำเข้าใส่เกราะปราณอย่างไม่ขาดสาย ราวกับหินที่จมหายลงไปในมหาสมุทร กระทั่งไม่ทำให้เกิดระลอกคลื่นใดๆ ขึ้นมาเลย
หา?
ฝูเจินรู้สึกตกตะลึง เขาไม่คาดคิดเลยว่าซูเฉินจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้
"ขอบเขตทะลวงความว่างเปล่า!"
"ที่แท้เจ้าก็เป็นยอดฝีมือขอบเขตทะลวงความว่างเปล่าอย่างแท้จริง!"
ไม่ใช่แค่ฝูเจินเท่านั้น
แม้แต่ซือหม่าอ้าวเทียนและตงหยูที่อยู่เบื้องหลัง ก็ยังรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก
ไม่มีใครคาดคิดเลย
ว่าซูเฉินจะเป็นยอดฝีมือขอบเขตทะลวงความว่างเปล่าอย่างแท้จริง
ซูเฉินอายุเท่าไหร่กันเชียว?
ถึงยี่สิบหรือยัง?
จักรพรรดิองค์ใหม่ที่เพิ่งขึ้นครองราชย์ ผ่านไปเพียงไม่กี่เดือน ก็สามารถนำพาราชวงศ์ปลายแถวให้ผงาดขึ้นมาได้อย่างแข็งแกร่ง ส่วนตัวเขาก็บรรลุถึงขอบเขตทะลวงความว่างเปล่า นี่เขาได้รับวาสนาที่ทวนลิขิตฟ้าขนาดไหนกัน ถึงสามารถมาได้ไกลถึงเพียงนี้
"ฝ่าบาทจงเจริญ!"
"ฝ่าบาทจงเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี!"
ผู้ฝึกยุทธ์มังกรนับหมื่นคนแผดเสียงร้องด้วยความตื่นเต้น จักรพรรดิของพวกเขาก็เป็นถึงยอดฝีมือขอบเขตทะลวงความว่างเปล่า ซึ่งถือเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในดินแดนรกร้างตะวันออก
ภายใต้การนำของฝ่าบาท ราชวงศ์จะต้องผงาดขึ้นเป็นผู้ปกครองดินแดนรกร้างตะวันออกได้อย่างแน่นอน
"อมิตาภพุทธะ ประสิกซูถือเป็นอัจฉริยะในรอบหมื่นปีที่หาตัวจับได้ยากยิ่ง เหตุใดจึงต้องมาทำลายอนาคตของตนเองด้วย สู้ยอมวางดาบลง และเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ อาตมาขอรับปากว่า หากประสิกซูยอมบวชเป็นศิษย์พุทธศาสนา อาตมาจะเสนอชื่อให้ประสิกซูได้ไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์พุทธะบนแผ่นดินใหญ่ ในวันข้างหน้า ประสิกซูจะต้องได้เป็นพระอริยสงฆ์อย่างแน่นอน"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้
ใบหน้าของซูเฉินก็มืดครึ้มลงทันที ไอ้โล้นเฒ่านี่ตั้งใจจะให้เขาโกนหัวบวชเป็นพระชัดๆ
"ไอ้โล้นเฒ่า มึงกล้ามาเสนอให้นายท่านของข้าไปเป็นพระงั้นเหรอ ถ้ามึงกล้าไปเที่ยวหอนางโลมหาผู้หญิง ข้าก็จะยอมบวชเป็นมังกรสงฆ์ให้ เอาไหมล่ะ?"
"ฮ่าฮ่าฮ่า พระไปหาผู้หญิง"
"ท่านผู้นำเผ่า ไม่แน่ไอ้โล้นเฒ่านี่ อาจจะแอบไปเที่ยวหอนางโลมทุกคืนเลยก็ได้ เป็นขาประจำของหอนางโลมเลยล่ะ"
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังกึกก้องไปทั่ว ทั้งมังกรเทพและผู้ฝึกยุทธ์ต่างก็ไม่ปิดบังความขบขันเลยแม้แต่น้อย
การมีนายท่านและผู้นำเผ่าคอยคุ้มครองอยู่ พวกเขาไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวสามขุมกำลังระดับสูงสุดเลยสักนิด
"บังอาจ! ศักดิ์ศรีของพุทธศาสนา ไม่ใช่สิ่งที่พวกเจ้าจะมาย่ำยีได้ตามใจชอบ อาตมาจะส่งพวกเจ้าลงนรกอเวจีให้หมด"
ฝูเจินถูกกระตุ้นจนโกรธจัด
เขาไม่ได้ดูมีเมตตาเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไป ใบหน้าที่เคยเปี่ยมด้วยความเมตตากลับแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาและเคร่งเครียด
ในฐานะท่านเจ้าอาวาสแห่งสำนักพุทธะสวรรค์ ซ้ำยังเป็นยอดฝีมือขอบเขตทะลวงความว่างเปล่า การถูกเยาะเย้ยและเหยียดหยามอย่างเปิดเผยเช่นนี้ เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อนเลยในชีวิต
เขาปลดลูกประคำออกจากคอ แล้วซัดพุ่งออกไปข้างหน้าอย่างรุนแรง ลูกประคำที่แตกสลายกลายเป็นปราณพุทธะดั่งกระบี่แหลมคม พุ่งเข้าใส่ผู้ฝึกยุทธ์มังกรและมังกรเทพทุกคน
"หึ!"
ซูเฉินแค่นเสียงเย็นชา พลางเอ่ย "เจ้ายังไม่มีสิทธิ์ส่งใครไปลงนรก แต่ข้า สามารถกำหนดความเป็นตายของเจ้า และส่งเจ้าเข้าสู่วัฏสงสารได้"
เสียงแค่นนี้ ดังระเบิดขึ้นในหัวของฝูเจิน ราวกับมหาสมุทรที่ถูกแหวกออก กลืนกินวิญญาณของเขาอย่างบ้าคลั่ง
ร่างกายสั่นสะท้าน นัยน์ตาของฝูเจินเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว เขาจ้องมองชายหนุ่มเบื้องหน้าอย่างไม่วางตา แทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่า พลังฝีมือของอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้
ลูกประคำที่แตกสลายกลายเป็นปราณพุทธะดั่งกระบี่แหลมคม ถูกกักขังลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ พร้อมกับส่งเสียงร้องโหยหวน ราวกับถูกพลังบางอย่างสะกดข่มเอาไว้
"วัฏสงสารแห่งความเป็นตาย ข้าเป็นผู้กำหนด วันนี้ข้าขอตัดสินให้เจ้าเข้าสู่วัฏสงสาร"
อักขระศักดิ์สิทธิ์วัฏสงสารแผ่ซ่านออกไปในทันที กลายเป็นกลิ่นอายแห่งความเป็นตายและควบแน่นเป็นวิถีแห่งวัฏสงสาร พุ่งทะยานออกจากหัวของซูเฉิน ทะลวงผ่านห้วงมิติวัฏสงสาร และแทรกซึมเข้าสู่หัวของฝูเจินในชั่วพริบตา
"วัฏสงสารแห่งความเป็นตาย!"
เสียงร้องด้วยความหวาดผวาดังกึกก้องไปทั่วฟ้า
แววตาของฝูเจินหม่นแสงลงในทันที ร่างกายของเขาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นกลิ่นอายสองสาย สีดำและสีขาว แสงสว่างจางๆ อาบไล้ไปทั่วร่าง ท่ามกลางสายตาอันตื่นตะลึงของทุกคน ร่างกายของฝูเจินก็ค่อยๆ เลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย
"ขอบเขตทะลวงความว่างเปล่าขั้นสูงสุด!"
"เข้าถึงวัฏสงสารแห่งความเป็นตาย!"
มองดูฝูเจินถูกวัฏสงสารแห่งความเป็นตายลบล้างไปต่อหน้าต่อตา ไม่ว่าจะเป็นตงหยูหรือซือหม่าอ้าวเทียน ต่างก็รู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก
ขอบเขตทะลวงความว่างเปล่าขั้นหนึ่งกับขอบเขตทะลวงความว่างเปล่าขั้นสูงสุด มันต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยทีเดียว
ซูเฉินไม่ใช่ยอดฝีมือขอบเขตทะลวงความว่างเปล่าธรรมดา แต่เป็นขอบเขตทะลวงความว่างเปล่าขั้นสูงสุด ห่างจากขอบเขตผู้สูงส่งเพียงก้าวเดียวเท่านั้น ซึ่งถือเป็นตัวตนที่อยู่บนจุดสูงสุดของดินแดนรกร้างตะวันออกอย่างแท้จริง มิน่าล่ะซูเฉินถึงไม่เกรงกลัวการผนึกกำลังของสามขุมกำลังระดับสูงสุดเลยแม้แต่น้อย
อาศัยว่ามีเผ่ามังกรคอยหนุนหลังงั้นหรือ?
เป็นเรื่องตลกสิ้นดี
เขาจำเป็นต้องพึ่งพาเผ่ามังกรเป็นเบื้องหลังงั้นหรือ?
มิน่าล่ะเผ่ามังกรถึงยอมลดตัวมาสวามิภักดิ์ต่อราชวงศ์ซู ที่แท้ระดับพลังของซูเฉินก็แข็งแกร่งจนน่าสะพรึงกลัวขนาดนี้นี่เอง
ซ้ำยังสามารถเข้าถึงพลังวัฏสงสารแห่งความเป็นตายในตำนานได้อีกด้วย พลังที่ดูเลือนลางและเคยได้ยินแต่ในตำนาน แม้จะได้เห็นกับตาตัวเอง ทั้งสองก็ยังแทบไม่อยากจะเชื่อเลย
หนี!
เมื่อเห็นฝูเจินไม่อาจต้านทานซูเฉินได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว
หากพวกเขาต้องสู้ตัวต่อตัว ไม่มีใครมั่นใจเลยว่าจะสามารถเอาชนะฝูเจินได้
นั่นก็หมายความว่า
พวกเขาก็ไม่อาจต้านทานซูเฉินได้แม้แต่กระบวนท่าเดียวเช่นกันงั้นหรือ?
น่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว?
ยิ่งคิดก็ยิ่งหวาดกลัว สมองของพวกเขาสองคนต้องมีปัญหาแน่ๆ ที่มารนหาที่ตายกับยมทูตตนนี้ ในเมื่อไม่มีที่ให้ซื้อยาแก้เสียใจ ก็ทำได้เพียงแค่รีบหนีกลับไปที่เผ่าให้เร็วที่สุด
เงียบกริบดุจป่าช้า!
ผู้ฝึกยุทธ์และมังกรเทพทุกคนต่างก็ปิดปากเงียบสนิท พวกเขาจ้องมองฝ่าบาทด้วยความเลื่อมใสศรัทธา นี่แหละคือจักรพรรดิของพวกเขา นึกย้อนไปตอนที่ฝ่าบาทเพิ่งขึ้นครองราชย์ ราชวงศ์ต้องเผชิญกับศึกทั้งในและนอก ประเทศชาติแทบจะล่มสลาย แต่ผ่านไปเพียงไม่กี่เดือน ราชวงศ์ซูก็สามารถก้าวขึ้นไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดของดินแดนรกร้างตะวันออกได้ ราวกับความฝันเลยทีเดียว
ขณะที่ทั้งสองคนกำลังหันหลังเตรียมจะหลบหนี ก็สัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันเยือกเย็นที่ถาโถมเข้ามา ทำให้พวกเขาถึงกับขนลุกซู่ และไม่กล้าขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
พวกเขารู้สึกได้โดยสัญชาตญาณว่า หากขืนขยับตัวเพียงนิดเดียว ก็จะต้องรับจุดจบเดียวกับท่านเจ้าอาวาสฝูเจินแน่ๆ พลังวัฏสงสารแห่งความเป็นตายที่ซูเฉินใช้ออกมาเมื่อครู่นี้ ช่างน่าสะพรึงกลัวจนพวกเขาไม่อาจต้านทานได้เลย
"ฝ่าบาทซู พวกเรามีตาหามีแววไม่ ที่ล่วงเกินท่านไป ขอฝ่าบาทซูโปรดเมตตาและอย่าได้ถือสาพวกเราเลย โปรดปล่อยพวกเราไปเถิด ข้า ซือหม่าอ้าวเทียน ขอสาบานตรงนี้เลยว่า นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เผ่าโบราณกระดูกสวรรค์ของข้า จะไม่เป็นศัตรูกับราชวงศ์ซูอีกต่อไป"
(จบแล้ว)