- หน้าแรก
- จักรพรรดิขยะไร้พ่าย เริ่มต้นจากการซื้อด่วนพรสวรรค์ร้อยล้าน
- บทที่ 58 - ขอบเขตสร้างสรรค์พังทลาย ขอบเขตทะลวงความว่างเปล่าก่อตัว
บทที่ 58 - ขอบเขตสร้างสรรค์พังทลาย ขอบเขตทะลวงความว่างเปล่าก่อตัว
บทที่ 58 - ขอบเขตสร้างสรรค์พังทลาย ขอบเขตทะลวงความว่างเปล่าก่อตัว
บทที่ 58 - ขอบเขตสร้างสรรค์พังทลาย ขอบเขตทะลวงความว่างเปล่าก่อตัว
ลานบ้านอันเงียบสงบ
ซูเฉินนั่งเอนกายอย่างเกียจคร้านบนเตียงหินสลักลายมังกร
หยิบองุ่นจากจานมาใส่ปากทีละลูก
หอมหวานชื่นใจ ซ้ำยังมีกลิ่นหอมของกุหลาบแฝงอยู่ด้วย
"องุ่นที่ปลูกในสวนวิญญาณแห่งชีวิตนี่ รสชาติต่างจากองุ่นทั่วไปจริงๆ"
ชื่นชมไม่ขาดปาก
รสชาติมันยอดเยี่ยมจริงๆ
บนพื้นเบื้องหน้า
ซูเหินนั่งขัดสมาธิ กำลังใช้เลือดมังกรสร้างรากฐานให้ร่างกาย
จู่ๆ เขาก็ลืมตาขึ้น รีบคุกเข่าลงด้วยความดีใจ "ฝ่าบาท ข้าสร้างรากฐานสำเร็จแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
ซูเฉินพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
เขายิ้มพลางกล่าวว่า "เจ้าดูดกลืนวิญญาณของฝูจั้งเข้าไป แถมยังใช้เลือดมังกรสร้างรากฐานจนสำเร็จ ข้าเชื่อว่าวิถียุทธ์ในวันข้างหน้าของเจ้า จะต้องรุ่งโรจน์อย่างแน่นอน"
"ขอบพระคุณฝ่าบาทที่ทรงเมตตาพ่ะย่ะค่ะ"
ซูเหินรู้สึกซาบซึ้งใจฝ่าบาทจากใจจริง
เปรียบเสมือนพ่อแม่บังเกิดเกล้าของเขาเลยทีเดียว
ซูเหินแทบไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าจากราชวงศ์ในอดีตที่มีเพียงฝ่าบาทองค์เดียวที่เป็นผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตสร้างรากฐาน บัดนี้ตัวเขาเองก็กลายเป็นยอดฝีมือขอบเขตสร้างรากฐานไปแล้ว มันราวกับเรื่องเพ้อฝันเลยทีเดียว
"ข้าได้แจ้งให้หลงหยวนทราบแล้ว เจ้าสามารถไปทำสัญญากับมังกรทองคำ และกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์มังกรทองคำได้ เขาอยู่ในขอบเขตสร้างสรรค์น่ะ"
"ขอบพระคุณฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ"
"ไปเถอะ"
"กระหม่อมทูลลาพ่ะย่ะค่ะ"
ซูเหินพยายามสะกดกลั้นความดีใจเอาไว้ ค่อยๆ ลุกขึ้นแล้วเดินถอยหลังออกไป
"พรสวรรค์ไม่เลวเลย"
ซูเฉินรู้สึกพอใจในตัวซูเหินมาก
ในสายตาของซูเฉิน ด้วยความช่วยเหลือจากเขา ประกอบกับการทำสัญญากับผู้อาวุโสมังกรทองคำ ซูเหินจะต้องก้าวขึ้นสู่ขอบเขตทะลวงความว่างเปล่าได้อย่างแน่นอนในวันข้างหน้า
เขา สักวันหนึ่งก็ต้องจากไป
เขาต้องรีบปั้นผู้สืบทอดตำแหน่งแต่เนิ่นๆ
ส่วนเขาก็เป็นแค่ไท่ซ่างหวง (พระเจ้าหลวง) อยู่เบื้องหลังราชวงศ์ ก็ไม่เลวเหมือนกัน
ดินแดนรกร้างตะวันออกอันคับแคบแห่งนี้ ไม่อาจเติมเต็มความทะเยอทะยานของซูเฉินได้อีกต่อไป
การทำศึกแผ่นดินใหญ่ เขาต้องการนำพาราชวงศ์ซูไปก้าวขึ้นเป็นผู้ปกครองของแผ่นดินใหญ่นี้
"ข้าเพิ่งได้รับข่าว ว่ามีกองทัพนับสิบล้านคนจากราชวงศ์และสำนักต่างๆ นับพันแห่ง กำลังมุ่งหน้ามาที่ราชวงศ์ของเรา"
"จริงหรือหลอกเนี่ย? ฝ่าบาทยังไม่ทรงทราบเรื่องนี้หรือ?"
"เจ้าคิดว่าจะเป็นไปได้เหรอที่จะไม่ทรงทราบ?"
"แล้วทำไมราชวงศ์ถึงยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลยล่ะ"
"เหลวไหล กองทัพนับสิบล้านคนแล้วไง? มีฝ่าบาทคอยคุ้มกันอยู่ ต่อให้มีกองทัพนับร้อยล้านคน ฝ่าบาทก็สามารถพลิกฝ่ามือบดขยี้พวกมันได้สบายๆ จะไปกลัวทำไม"
หากเป็นเมื่อก่อน
อย่าว่าแต่กองทัพนับสิบล้านเลย แค่กองทัพนับล้าน ก็เพียงพอที่จะทำให้ราชวงศ์ซูหวาดผวาได้แล้ว
แต่ทว่าบัดนี้
นับตั้งแต่ที่ซูเฉินผงาดขึ้นมา กวาดล้างสำนักเฉิงเทียนและสำนักกระบี่ไปอย่างราบคาบ ก็ได้มอบความมั่นใจอันเปี่ยมล้นให้กับคนทั้งราชวงศ์ ต่อให้จะมีกองทัพมากมายมหาศาลขนาดไหนมาบุก ฝ่าบาทของพวกเขาก็สามารถจัดการได้อย่างง่ายดาย
ทั่วทั้งเมืองหลวงไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ที่ผิดปกติ ทุกอย่างยังคงดำเนินไปตามปกติเหมือนเช่นทุกวัน
ยิ่งเป็นเช่นนี้ ผู้คนก็ยิ่งไม่รู้สึกกังวล
วันรุ่งขึ้น
แสงแรกแห่งอรุณเบิกฟ้า แหวกม่านเมฆหมอกสาดส่องลงมายังผืนปฐพี
ครืน! ครืน! ครืน!
กองทัพขนาดมหึมาเหยียบย่ำพื้นดิน ค่อยๆ เคลื่อนพลเข้ามาใกล้ ทั่วทั้งผืนปฐพีสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ฝุ่นควันตลบอบอวลแผ่ขยายออกไป
ห่างจากราชวงศ์ประมาณห้าร้อยเมตร กองทัพนับสิบล้านคนก็หยุดเคลื่อนพล
ฝูเจิน ท่านเจ้าอาวาสแห่งสำนักพุทธะสวรรค์
ตงหยู ผู้นำเผ่าโบราณสำเนียงสวรรค์
ซือหม่าอ้าวเทียน ผู้นำเผ่าโบราณกระดูกสวรรค์
สามยอดฝีมือขอบเขตทะลวงความว่างเปล่าลอยตัวอยู่กลางอากาศ สายตาที่มองไปยังราชวงศ์ซูเบื้องหน้า ล้วนแฝงไว้ด้วยความโลภและจิตสังหารอย่างไม่ปิดบัง
ในโลกของดินแดนรกร้างตะวันออก กฎแห่งการเอาชีวิตรอดขั้นพื้นฐานที่สุดก็คือ ผู้แข็งแกร่งคือผู้รอด ผู้แพ้คือเหยื่อ
หากเจ้าอ่อนแอ เจ้าก็จะถูกกลืนกิน
หากเจ้าแข็งแกร่ง เจ้าก็สามารถทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ
นี่แหละคือความจริงอันโหดร้าย
การผงาดขึ้นอย่างแข็งแกร่งของราชวงศ์ซู ได้สร้างความปั่นป่วนให้กับความสงบสุขของดินแดนรกร้างตะวันออกอย่างรุนแรง โดยเฉพาะเผ่าโบราณกระดูกสวรรค์และสำนักพุทธะสวรรค์ พวกเขารู้สึกว่าอำนาจของตนถูกท้าทายอย่างหนัก ประกอบกับที่สำนักพุทธะสวรรค์ต้องการครอบครองกระดูกราชันศักดิ์สิทธิ์ ทำให้สามฝ่ายตัดสินใจผนึกกำลังกันชั่วคราว
ลำพังแค่ราชวงศ์ซู ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นผนึกกำลังกันเลย ขุมกำลังระดับสูงสุดแห่งใดแห่งหนึ่ง ก็สามารถกวาดล้างราชวงศ์ซูได้อย่างง่ายดายแล้ว
แต่ทว่า เบื้องหลังราชวงศ์ซู กลับมีเผ่ามังกรหนุนหลังอยู่ ที่สำคัญที่สุดคือ หลงหยวน ผู้นำเผ่ามังกร ก็เป็นถึงยอดฝีมือขอบเขตทะลวงความว่างเปล่าด้วยเช่นกัน
มีเพียงการผนึกกำลังของยอดฝีมือขอบเขตทะลวงความว่างเปล่าทั้งสามคนเท่านั้น จึงจะมีความหวังในการสยบหลงหยวน และกวาดล้างราชวงศ์ซูได้
"ซูเฉิน หลงหยวน จงออกมาเดี๋ยวนี้!"
เสียงตะโกนดังกึกก้องทะลวงผ่านชั้นมิติ ไปดังกังวานก้องอยู่เหนือชั้นเมฆนับหมื่นลี้ของเมืองหลวง
ภายในพระราชวัง
ซูเฉินนั่งขัดสมาธิ เพิ่งจะกลืนกินสมุนไพรวิญญาณหลายสิบต้นที่เพิ่งเก็บเกี่ยวมาจากสวนวิญญาณแห่งชีวิตไปหมาดๆ พร้อมกับขอเลือดบริสุทธิ์จากหลงหยวนมาดื่มด้วย
วิถีเต๋าในร่างกำลังปั่นป่วน พลังแห่งการหลอมรวมของกระดูกราชันศักดิ์สิทธิ์ ไหลเวียนไปทั่วทุกอณูในร่างกาย
ที่สำคัญที่สุดคือ
ภายใต้การเสริมพลังจากพรสวรรค์ร้อยล้าน ซูเฉินกำลังทุ่มเทกำลังทั้งหมด เพื่อทะลวงเข้าสู่ขอบเขตทะลวงความว่างเปล่า
"ขอบเขตสร้างสรรค์พังทลาย ขอบเขตทะลวงความว่างเปล่าก่อตัว!"
เสียงอันเย็นชาไร้อารมณ์ดังขึ้นช้าๆ
จากนั้นไม่นาน
เบื้องหลังของซูเฉินก็ปรากฏหลุมดำจำลองขึ้นมา แผ่ซ่านกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวออกมาอย่างต่อเนื่อง
เขาสามารถทะลวงขอบเขตสร้างสรรค์ และก้าวเข้าสู่ขอบเขตทะลวงความว่างเปล่าได้สำเร็จ ระดับพลังก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
ขอบเขตทะลวงความว่างเปล่าขั้นหนึ่ง!
ขอบเขตทะลวงความว่างเปล่าขั้นสอง!
ขอบเขตทะลวงความว่างเปล่าขั้นสาม!
ขอบเขตทะลวงความว่างเปล่าขั้นเก้า!
ขอบเขตทะลวงความว่างเปล่าขั้นสูงสุด!
ห่างจากหกขอบเขตผู้สูงส่งเพียงก้าวเดียวเท่านั้น
ซูเฉินค่อยๆ ลืมตาขึ้น เงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้า ตามทิศทางของเสียงที่ดังก้องกังวานลงมาจากชั้นเมฆ
'ซูเฉิน หลงหยวน จงออกมาเดี๋ยวนี้!'
สามขุมกำลังระดับสูงสุดมาถึงแล้ว ซูเฉินลุกขึ้นยืนพลางบิดขี้เกียจสุดตัว เขายิ้มแล้วกล่าวว่า "สวรรค์ทำบาปยังพอรอดได้ แต่ทำตัวเองย่อมไม่อาจรอด ในเมื่อพวกเจ้ารีบร้อนอยากจะตายนัก ข้าก็จะสงเคราะห์ให้พวกเจ้าเอง"
(จบแล้ว)