- หน้าแรก
- จักรพรรดิขยะไร้พ่าย เริ่มต้นจากการซื้อด่วนพรสวรรค์ร้อยล้าน
- บทที่ 4 - ในถิ่นของข้า ยังไม่ถึงตาเจ้ามากำแหง
บทที่ 4 - ในถิ่นของข้า ยังไม่ถึงตาเจ้ามากำแหง
บทที่ 4 - ในถิ่นของข้า ยังไม่ถึงตาเจ้ามากำแหง
บทที่ 4 - ในถิ่นของข้า ยังไม่ถึงตาเจ้ามากำแหง
สำนักเฉิงเทียน
พลังปราณอันน่าตื่นตะลึงระเบิดพวยพุ่งออกจากร่างของต่งชิง
ระดับพลังทะลวงผ่านขีดจำกัด ก้าวเข้าสู่ขอบเขตตำหนักวิญญาณระดับเก้าได้อย่างราบรื่น
"ราชวงศ์ซูเป็นอย่างไรบ้างแล้ว?"
"เรียนท่านเจ้าสำนัก ภายในครึ่งเดือน ราชวงศ์ซูกวาดล้างห้าราชวงศ์ ล้างเลือดกองทัพทหารหลายแสนนาย ตอนนี้ได้ผนวกรวมห้าราชวงศ์เข้าด้วยกันแล้วขอรับ"
ไม่มีวี่แววของความโกรธเกรี้ยวเลยแม้แต่น้อย
ในสายตาของต่งชิง
สิ่งมีชีวิตทั่วไปก็ไม่ต่างอะไรกับมดปลวก ห้าราชวงศ์ล่มสลาย สำนักเฉิงเทียนก็แค่สนับสนุนราชวงศ์กลุ่มใหม่ขึ้นมาแทนก็สิ้นเรื่อง
ทว่า
ความเกรียงไกรของสำนักไม่อาจล่วงละเมิดได้
"ราชวงศ์ซู ข้าจะให้เจ้ารู้ว่า การท้าทายสำนักเฉิงเทียนจะต้องเจอกับจุดจบเช่นไร"
สิ้นคำกล่าว
ร่างของต่งชิงก็พุ่งทะยานขึ้นฟ้า กลายเป็นแสงสายหนึ่ง มุ่งหน้าไปยังทิศทางของราชวงศ์ซู
ราชวงศ์ซู
ภายในลานเรือน
เวียนมาถึงวันซื้อด่วนประจำรอบเจ็ดวันอีกครั้ง ซูเฉินถือหินวิญญาณไว้ในมือ เฝ้ารอคอยตั้งแต่เนิ่นๆ อยากจะดูว่าครั้งนี้ระบบจะสุ่มสินค้าซื้อด่วนอะไรมาให้
【ระบบตรวจพบว่าครบกำหนดเวลาเจ็ดวันแล้ว ระบบเริ่มสุ่มสินค้าซื้อด่วน】
หน้าต่างระบบปรากฏขึ้นในหัว
ท่ามกลางสายตาอันคาดหวังของซูเฉิน
【สินค้า : กระบี่มารกระหายเลือด】
【ราคา : หินวิญญาณหนึ่งก้อน】
【รายละเอียดสินค้า : กระบี่มารกระหายเลือด หล่อหลอมขึ้นโดยมารคลั่งกระหายเลือดที่ใช้โลหิตหล่อเลี้ยงมานานนับล้านปี มีความสามารถในการดูดกลืนโลหิต เคยสังหารล้างบางสิ่งมีชีวิตทั้งโลก และดูดกลืนโลหิตไปนับไม่ถ้วน】
【ระยะเวลา : สั่งซื้อภายในหนึ่งนาที】
ซูเฉินยังคงคิดอยู่ว่า เมื่อไหร่จะสามารถสุ่มซื้ออาวุธได้เสียที ไม่นึกเลยว่าจะได้ซื้อกระบี่มารกระหายเลือดมาทันใจ นึกอะไรก็ได้สิ่งนั้นจริงๆ
เขาไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย กดซื้อทันที
ในมือพลันปรากฏกระบี่สีแดงเลือดเล่มยาว แผ่กลิ่นอายเย็นเยียบชวนให้ขนลุกซู่ราวกับงูพิษที่กำลังจ้องมองเหยื่อ
ฟุ่บ!
ตวัดกระบี่ออกไป ปราณกระบี่สีเลือดความยาวนับร้อยเมตรพุ่งแหวกอากาศ ซูเฉินสัมผัสได้ว่าเลือดในกายของเขากำลังสั่นเทา ช่างเป็นกระบี่มารกระหายเลือดที่ดุดันเสียจริง
ในตอนนั้นเอง
"ตัวข้าผู้เป็นเจ้าสำนักมาเยือนแล้ว ไอ้เด็กซูเฉิน รีบไสหัวออกมารับความตายเสีย!"
เสียงคำรามแฝงจิตสังหารดังกระหึ่มกึกก้องไปทั่วทั้งในและนอกเมืองหลวง ร่างของต่งชิงลอยเด่นอยู่เหนือท้องฟ้าพระราชวัง ในฐานะเจ้าสำนักเฉิงเทียน ผู้สูงส่งอย่างเขาย่อมไม่มีทางลงมือกับคนธรรมดาแน่นอน
เพิ่งจะขึ้นครองราชย์ ก็กล้าท้าทายสำนักเฉิงเทียนด้วยการทำลายห้าราชวงศ์ เขาจะใช้เลือดของจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ซู เพื่อข่มขวัญหกราชวงศ์ ให้ทุกคนได้รู้ว่าใครคือเจ้านายที่แท้จริง
ครืน! ครืน! ครืน!
เมฆหมอกที่รวมตัวกันมาพร้อมกับจิตสังหารอันหนาวเหน็บ เริ่มกดทับลงมาทั่วทั้งพระราชวังโดยตรง
ทว่า
พระราชวังราวกับมีม่านพลังที่มองไม่เห็นกางกั้นอยู่ ไม่ว่าต่งชิงจะปลดปล่อยแรงกดดันลงมามากเพียงใด ก็ไม่อาจทะลวงม่านพลังนี้ได้ นับประสาอะไรกับการทำลายต้นหญ้าต้นไม้สักต้นในพระราชวัง
ต่งชิงที่แต่เดิมมั่นใจเต็มเปี่ยม สีหน้าเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นมืดทะมึน ราวกับสัมผัสได้ว่าเรื่องราวชักจะไม่ชอบมาพากลเสียแล้ว
"ดัชนีฝังฟ้า หนึ่งดัชนีทำลายขุนเขาแม่น้ำ!"
วิชายุทธ์ประจำสำนักเฉิงเทียน ดัชนีฝังฟ้า
ใช้นิ้วแทนกระบี่ กระแสลมอันน่าสะพรึงกลัวหมุนวนอยู่บนดัชนีกระบี่ พุ่งแหวกอากาศมุ่งหน้าเข้าโจมตีพระราชวังโดยตรง
ปัง!
ดัชนีกระบี่อันดุดันฟาดฟันเข้าใส่ม่านพลังที่มองไม่เห็นอย่างจัง ราวกับหินจมลงก้นทะเล หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
"เป็นถึงเจ้าสำนักเฉิงเทียน กลับกลายเป็นคนหน้าด้านไร้ยางอาย"
"แน่จริงก็ไสหัวออกมาสิ ไอ้สวะที่เก่งแต่หลบซ่อนตัวอยู่ข้างใน เอาแต่พ่นคำโต"
ในใจของเขาเริ่มร้อนรนมากขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่วิชาดัชนีฝังฟ้าที่ปล่อยออกไปยังไม่อาจทะลวงม่านพลังได้ ราชวงศ์ซูแข็งแกร่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
"ในถิ่นของราชวงศ์ซูแห่งนี้ ยังไม่ถึงตาเจ้ามากำแหง"
เสียงเหยียดหยามดังสะท้านน่านฟ้า
ปราณกระบี่สีเลือดขนาดร้อยจั้งพุ่งทะยานขึ้นฟ้า ราวกับมังกรเทพสีเลือดที่กำลังคำรามเกรี้ยวกราด อาละวาดกวาดล้างเมฆหมอกนับหมื่นลี้อย่างบ้าคลั่ง
"แย่แล้ว!"
เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งการดูดกลืนจากปราณกระบี่ ใบหน้าของต่งชิงในยามนี้เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัว เขาพบว่าเลือดในกายเริ่มเดือดพล่าน ไม่สามารถควบคุมได้เลย ราวกับหวาดกลัวปราณกระบี่สีเลือดเป็นอย่างมาก
ต่งชิงที่เพิ่งจะหันหลังกลับ ก็ถูกปราณกระบี่สีเลือดฟันขาดเป็นสองท่อนในพริบตา เลือดสดๆ เพิ่งจะสาดกระเซ็นลงมา ก็ถูกปราณกระบี่สีเลือดดูดกลืนไปจนหมดเกลี้ยง
เจ้าสำนักเฉิงเทียนผู้ยิ่งใหญ่ ยอดฝีมือขอบเขตตำหนักวิญญาณ กลับถูกกระบี่ฟันตายในดาบเดียว
ผู้คนที่อยู่ทั้งในและนอกพระราชวัง เมื่อเห็นภาพที่เกิดขึ้นบนท้องฟ้า ต่างก็กลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อก พวกเขาย่อมรู้ดีว่าใครเป็นคนใช้กระบี่เล่มนี้
แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!
ภายในเรือน
ซูเฉินนอนเอนกายอย่างเกียจคร้านอยู่บนแท่นบรรทมศิลา ต่งชิงที่อยู่ในขอบเขตตำหนักวิญญาณ สำหรับเขาแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับมดปลวก ไม่จำเป็นต้องโผล่หน้าออกไปเลยด้วยซ้ำ แค่กระบี่เดียวก็จัดการได้แล้ว
ในมุมมองของเขา เมื่อเจ้าสำนักเฉิงเทียนตายตกไป สำนักเฉิงเทียนย่อมไม่กล้าเข้ามายุ่งย่ามอีกแน่นอน
"เด็กรับใช้"
"พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท"
"ฝากคำพูดไปบอกสำนักเฉิงเทียน ภายในเวลาเจ็ดวัน ให้ยุบสำนักทิ้งซะ ทุกคนจะต้องออกไปให้หมด ผู้ใดฝ่าฝืน ฆ่า!"
"พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท"
ซูเฉินมองกระบี่มารกระหายเลือดในมือ ก่อนจะลงมือฝึกฝนต่อไป
สำนักกระบี่ สำนักระดับสองแห่งดินแดนรกร้างตะวันออก มียอดฝีมือขอบเจตนภากาศคอยคุ้มครองอยู่หลายคน
เยว่หรูเสวี่ย ภรรยาของต่งชิง เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของเยว่เชียนเกอ เจ้าสำนักกระบี่ เนื่องจากสำนักมีธุระ นางจึงกลับมายังสำนักกระบี่เมื่อสามเดือนก่อน และเพิ่งจะจัดการธุระเสร็จ เตรียมตัวจะเดินทางกลับสำนักเฉิงเทียน
"ท่านพ่อ ข้าขอเป็นตัวแทนของต่งชิง ขอบคุณท่านพ่อนะเจ้าคะ ด้วยความช่วยเหลือจากหญ้าควบแน่นจิตต้นนี้ ข้าเชื่อว่าเขาจะต้องทะลวงขอบเขตตำหนักวิญญาณและรวบรวมขอบเขตควบแน่นจิตได้อย่างราบรื่นแน่นอนเจ้าค่ะ"
เยว่เชียนเกอ เจ้าสำนักกระบี่ ยอดฝีมือขอบเจตนภากาศ
เขาส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
"ลูกสาวโตแล้วก็รั้งไว้ไม่อยู่จริงๆ เจ้าคงอยากจะกลับใจจะขาดแล้วสิ กลับไปเถอะ"
"ขอบคุณเจ้าค่ะท่านพ่อ ข้าลาก่อนนะเจ้าคะ"
ในตอนนั้นเอง
ศิษย์คนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา เมื่อเห็นเยว่หรูเสวี่ย ก็ตกใจจนรีบคุกเข่าลงข้างหนึ่ง น้ำเสียงสั่นเครือเอ่ยว่า "ท่านเจ้าสำนัก สำนักเฉิงเทียนส่งข่าวมาว่า ท่านเจ้าสำนักต่ง..."
"สามีข้าเป็นอะไร? พูดมา!"
เมื่อเห็นศิษย์มีท่าทีอึกอัก เยว่หรูเสวี่ยก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาทันที หรือว่าสามีของนางจะเกิดเรื่อง?
"เรียนคุณหนู ท่านเจ้าสำนักต่งเสียชีวิตแล้วขอรับ ศพถูกแขวนประจานอยู่หน้าประตูเมืองหลวงของราชวงศ์ซู"
เสียชีวิต? ศพถูกแขวนประจานหน้าประตูเมืองหลวง?
เยว่หรูเสวี่ยเซถอยหลังไปหลายก้าว ราวกับไม่อยากจะเชื่อความจริงข้อนี้ ใบหน้าซีดเผือด จิตสังหารอันไร้ขีดจำกัดแผ่ซ่านออกมา หนาวเหน็บจนชวนให้ขนลุก
"ใครเป็นคนทำ?"
"ราชวงศ์ซูขอรับ"
"ราชวงศ์ซู? หนึ่งในหกราชวงศ์สาขาย่อยของสำนักเฉิงเทียนน่ะหรือ?"
"ใช่แล้วขอรับ"
เยว่หรูเสวี่ยคิดอย่างไรก็คิดไม่ตก สามีของนางอยู่ในขอบเขตตำหนักวิญญาณระดับแปด และกำลังจะก้าวเข้าสู่ระดับเก้า อีกทั้งยังมีบารมีของสำนักกระบี่คอยหนุนหลัง ใครกันที่ขวัญกล้าเทียมฟ้า กล้าลงมือกับสำนักเฉิงเทียน
ก็แค่ราชวงศ์สาขาย่อยภายใต้สังกัดสำนักเท่านั้น ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดก็เป็นแค่ขอบเขตสร้างรากฐาน
"หรูเสวี่ย เจ้าใจเย็นๆ ก่อน"
"ท่านพ่อ ความแค้นที่ฆ่าสามีข้ายิ่งใหญ่เทียมฟ้า ข้าต้องล้างแค้นด้วยมือตัวเอง ข้าจะไปล้างเลือดราชวงศ์ซู ให้พวกมันทุกคนตายตกตามสามีข้าไป"
เยว่เชียนเกอก็โกรธเกรี้ยวไม่แพ้กัน ดังคำกล่าวที่ว่า จะตีสุนัขก็ต้องดูหน้าเจ้าของ ทั้งที่รู้ว่าเบื้องหลังสำนักเฉิงเทียนคือสำนักกระบี่ แต่ก็ยังกล้าฆ่าคนแล้วนำศพไปแขวนประจาน แสดงว่าไม่ได้เห็นสำนักกระบี่อยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
ทว่าท่ามกลางความโกรธเกรี้ยว เยว่เชียนเกอกลับมีสติเยือกเย็นมาก ในมุมมองของเขา คนที่สามารถสังหารยอดฝีมือขอบเขตตำหนักวิญญาณระดับแปดได้ ย่อมต้องเป็นยอดฝีมือขอบเขตควบแน่นจิตอย่างแน่นอน
"หรูเสวี่ย ให้ผู้อาวุโสเจี้ยนชือ(ผู้งมงายกระบี่)เดินทางกลับไปเป็นเพื่อนเจ้าเถิด"
เจี้ยนชือ ยอดฝีมือขอบเจตนภากาศระดับหนึ่ง พลังเพียงพอที่จะกวาดล้างราชวงศ์ใดราชวงศ์หนึ่งได้อย่างง่ายดาย ต่อให้เป็นขอบเขตควบแน่นจิตระดับเก้า ก็ไม่อาจต้านทานกระบี่ของเขาได้แม้แต่ดาบเดียว
"ขอบคุณเจ้าค่ะท่านพ่อ ลูกขอตัวก่อน"
"ระวังตัวด้วย"
"เจ้าค่ะ"
(จบแล้ว)