เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 112: การมาเยือนของหูเลี่ยน่า

ตอนที่ 112: การมาเยือนของหูเลี่ยน่า

ตอนที่ 112: การมาเยือนของหูเลี่ยน่า


เมื่อถังซานเห็นสถานการณ์เบื้องหน้า เขาก็รีบปลดปล่อยพลังวิญญาณพุ่งทะยานเข้าไปสมทบ เพื่อช่วยเหลือไต้มู่ไป๋และอวี้เทียนเหิงที่กำลังถูกสองพี่น้องตระกูลสือกดดันจนต้องถอยร่น!

ถูกต้องแล้ว... วิญญาจารย์สายโจมตีหนักอย่างไต้มู่ไป๋และอวี้เทียนเหิง กลับกำลังถูกวิญญาจารย์สายป้องกันอย่างสองพี่น้องตระกูลสือกดหัวอยู่ฝ่ายเดียว!

เดิมที สายโจมตีหนักควรจะเป็นฝ่ายไล่ต้อนสายป้องกัน ทว่าด้วยช่องว่างของพลังวิญญาณที่ห่างชั้น ผนวกกับการสนับสนุนบัฟเต็มสูบจากเยี่ยหลิงหลิงและหนิงหรงหรงที่อยู่แดนหลัง ทำให้พลังวิญญาณโดยรวมของสองพี่น้องตระกูลสือในยามนี้ พุ่งทะยานขึ้นไปจนเกือบจะแตะระดับราชาวิญญาณ! และนี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้พวกเขาสามารถกดดันสองแนวหน้าของสื่อไหลเค่อได้อย่างราบคาบ

ทางฝั่งสถาบันราชวงศ์เทียนโต่ว เมื่อตู๋กูเยี่ยนเห็นถังซานขยับตัว นางก็พุ่งทะยานออกไปสกัดกั้นเพื่อช่วยเหลือสองพี่น้องตระกูลสือทันที!

ถังซานจ้องมองตู๋กูเยี่ยนที่เข้ามาขวางทางด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ชั่วขณะนั้น แม้แต่มันสมองของทีมอย่างเขาก็ยังคิดหาวิธีทะลวงแนวป้องกันนี้ไม่ออก

ที่ปีกซ้ายขวา อวี้เฟิงกำลังถูกอ้าวซือหลัวกดดันอย่างหนักหน่วงจนแทบจะหยัดยืนไม่อยู่! เดิมทีระดับพลังวิญญาณของอ้าวซือหลัวก็สูงกว่าอวี้เฟิงถึงห้าระดับอยู่แล้ว การถูกไล่ต้อนอยู่ฝ่ายเดียวเช่นนี้ ทำให้อวี้เฟิงสูญเสียความเย่อหยิ่งจองหองในอดีตไปจนหมดสิ้น

ส่วนทางด้านเสียวอู่ แม้จะได้รับความช่วยเหลือจากหม่าหงจวิ้นในการพัวพันจูจู๋ชิงเอาไว้ ทว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีอันเกรี้ยวกราดและรวดเร็วดุจพายุของจูจู๋ชิง ทั้งสองก็ทำได้เพียงกัดฟันกรอด ยืนหยัดต้านทานอย่างยากลำบาก

ทางด้านออสการ์ที่ยืนอยู่แนวหลังสุด เมื่อเห็นเพื่อนร่วมทีมกำลังตกที่นั่งลำบากและต้องทนรับการโจมตีอย่างหนักหน่วง เขาก็ทำได้เพียงรีดเร้นพลังวิญญาณ ผลิตไส้กรอกสารพัดชนิดออกมาอย่างบ้าคลั่ง

ท่ามกลางสมรภูมิที่กำลังติดพันและดุเดือดระหว่างสองสถาบัน... บนอัฒจันทร์ของสถาบันราชวงศ์เทียนโต่ว หูเลี่ยน่าก็ได้ปรากฏตัวขึ้น!

หยางเซียวสัมผัสได้ถึงการมาเยือนของนาง อันที่จริง... การที่เขาจงใจไม่สวมหน้ากากปิดบังใบหน้าในวันนี้ ก็เพื่อดึงดูดสายตาจากขุมอำนาจทั้งหลายที่จ้องจับผิดเขา และเขาก็คาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่า หูเลี่ยน่าจะต้องมาหาเขาอย่างแน่นอน ดังนั้น การปรากฏตัวของนางจึงไม่ได้ทำให้เขาประหลาดใจนัก

หูเลี่ยน่ายืนอยู่เบื้องหลังหยางเซียว นัยน์ตาคู่สวยจับจ้องแผ่นหลังของบุรุษที่นางเฝ้าคะนึงหาอยู่ทุกทิวาราตรีด้วยความรุ่มร้อน

หยางเซียวหมุนตัวกลับมามองนาง พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

"เจ้ามาแล้วหรือ"

สิ้นคำทักทาย หูเลี่ยน่าก็โผเข้ากอดหยางเซียวอย่างสุดกลั้น! หยางเซียวโอบกอดร่างบางของนางไว้ในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยน

หูเลี่ยน่าซุกใบหน้าลงกับแอกแกร่ง กอดเขาแน่นราวกับกลัวว่าเขาจะหายไป นางเอ่ยถามทีละคำด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"ตลอดเวลาที่ผ่านมา... เจ้าหายไปอยู่ที่ไหน? เจ้ารู้ไหมว่าข้าออกตามหาเจ้าตลอด... แต่ข้าก็หาเจ้าไม่พบเลย"

หยางเซียวลูบแผ่นหลังของนางเบาๆ พลางตอบ

"ข้าจะไปที่ไหนได้ล่ะ? ถูกสำนักวิญญาณยุทธ์ตามล่าขนาดนั้น ข้าก็ทำได้แค่หนีหัวซุกหัวซุน หลบซ่อนตัวไปวันๆ"

หูเลี่ยน่าผละออกจากอ้อมอกเขา เงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา

"ข้าขอโทษ... หากวันนั้นข้าไม่เล่นกับไฟ เจ้าก็คงไม่ต้องถูกสำนักวิญญาณยุทธ์ตามล่าแบบนี้"

หยางเซียวยกมือขึ้นเกลี่ยซับน้ำตาให้ดรุณีสาวตรงหน้าอย่างแผ่วเบา

"ข้าไม่เคยโทษเจ้าเลย... เรื่องในตอนนั้น เป็นเพราะข้าหักห้ามใจตัวเองไม่ได้ต่างหาก"

ฉากการโอบกอดอันแสนหวานที่เกิดขึ้นบนอัฒจันทร์ฝั่งเทียนโต่ว ทำเอาขุมอำนาจทุกฝ่ายที่คอยจับตาดูหยางเซียวอยู่ ถึงกับตกตะลึงอ้าปากค้าง!

เดิมที การที่องค์สตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักวิญญาณยุทธ์วิ่งแจ้นมาที่อัฒจันทร์ของเทียนโต่ว ผู้คนก็ไม่ได้แปลกใจเท่าใดนัก เพราะทุกคนรู้ดีว่า ทีมสำนักวิญญาณยุทธ์ถูกทีมราชวงศ์เทียนโต่วเขี่ยตกรอบไปอย่างเจ็บปวด แถมหูเลี่ยน่ายังสลบเหมือดคาเวทีอีกต่างหาก ผู้คนจึงทึกทักไปเองว่า นางคงจะมาเพื่อทวงคืนศักดิ์ศรีที่สูญเสียไป

เพราะใครๆ ก็รู้ว่า สำนักวิญญาณยุทธ์ทุ่มเทเตรียมการสำหรับการประลองครั้งนี้มาอย่างยาวนาน ถึงขั้นฟูมฟักยุคทองที่มีราชาวิญญาณถึงสามคนเพื่อคว้าแชมป์ ทว่ากลับต้องมาพ่ายแพ้พลิกล็อกในรอบรองชนะเลิศ

ทว่า... ภาพที่หูเลี่ยน่าโผเข้ากอดหยางเซียว กลับทุบทำลายจินตนาการของทุกคนจนแตกกระจุย! ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า องค์สตรีศักดิ์สิทธิ์ผู้สูงส่ง จะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับอาจารย์หนุ่มแห่งสถาบันราชวงศ์เทียนโต่วผู้นี้!

---

ณ อัฒจันทร์กิตติมศักดิ์ฝั่งสำนักวิญญาณยุทธ์

ปี่ปี่ตงประทับยืนทอดพระเนตรเหตุการณ์บนอัฒจันทร์เทียนโต่วด้วยสายตานิ่งสงบ

พรหมยุทธ์หอกอสรพิษที่ยืนอยู่เบื้องหลัง ทนเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว เอ่ยถามขึ้น

"องค์พระสันตะปาปา... นี่มันเกิดเรื่องอันใดขึ้นพ่ะย่ะค่ะ?"

ปี่ปี่ตงมิได้ตอบคำถาม พระนางเพียงแค่ปรายพระเนตรเย็นชาตวัดมองพรหมยุทธ์หอกอสรพิษ พรหมยุทธ์หอกอสรพิษพลันตระหนักได้ว่าน้ำเสียงของตนเมื่อครู่อาจล่วงเกินและไร้ความเคารพ จึงรีบค้อมกายลงทันที

"ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะองค์พระสันตะปาปา! กระหม่อมเพียงแค่ร้อนใจไปหน่อย ขอพระองค์โปรดอย่าถือสา"

ในฐานะผู้อาวุโสระดับสูงแห่งสำนักวิญญาณยุทธ์ พรหมยุทธ์หอกอสรพิษย่อมรู้ซึ้งถึงความเด็ดขาดของปี่ปี่ตงเป็นอย่างดี หลังจากการสิ้นพระชนม์ขององค์พระสันตะปาปาองค์ก่อน สตรีตรงหน้าผู้นี้ได้ใช้มาตรการสายฟ้าแลบ กวาดล้างผู้ที่ต่อต้านพระนางจนสิ้นซาก ก่อนจะก้าวขึ้นสู่บัลลังก์พระสันตะปาปาภายใต้การสนับสนุนของเหล่าผู้อาวุโสและมหาปุโรหิตสูงสุด

ปี่ปี่ตงเห็นอีกฝ่ายสำนึกผิด จึงคลายหัวคิ้วที่ขมวดมุ่นลงเล็กน้อย ตรัสเสียงเรียบ

"นี่คือครั้งแรก... และจะเป็นครั้งสุดท้าย เข้าใจหรือไม่?"

"กระหม่อมทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ"

ปี่ปี่ตงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะตรัสถาม

"เจ้ารู้เรื่องวิญญาจารย์หนุ่มที่ไปมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับองค์สตรีศักดิ์สิทธิ์เมื่อหนึ่งปีก่อนหรือไม่?"

พรหมยุทธ์หอกอสรพิษตอบรับทันที

"อ้อ! ไอ้สารเลวที่พรากความบริสุทธิ์ขององค์สตรีศักดิ์สิทธิ์ และถูกสำนักวิญญาณยุทธ์ของเราตั้งค่าหัวตามล่านั่นเอง! แต่ได้ยินมาว่าการตามล่าสองครั้งที่ผ่านมาคว้าน้ำเหลวหมดเลยนี่พ่ะย่ะค่ะ ทั้งๆ ที่ครั้งแรกนำทีมโดยระดับมหาปราชญ์วิญญาณ และครั้งที่สองนำทีมโดยระดับวิญญาณพรหมยุทธ์แท้ๆ"

กล่าวถึงตรงนี้ พรหมยุทธ์หอกอสรพิษก็เบิกตากว้าง คล้ายเพิ่งปะติดปะต่อเรื่องราวบางอย่างได้ เขารีบกราบทูล

"องค์พระสันตะปาปา... หรือว่า... อาจารย์คุมทีมของสถาบันราชวงศ์เทียนโต่วผู้นั้น ก็คือชายคนนั้น!?"

ปี่ปี่ตงเหยียดยิ้ม

"เจ้าก็ยังไม่ถึงกับโง่เขลาเกินไปนัก... ถูกต้องแล้ว ชายที่กำลังกอดกับนาน่าอยู่นั่นแหละ คือเป้าหมายการตามล่าของเรา"

พรหมยุทธ์หอกอสรพิษจ้องมองปี่ปี่ตงด้วยความตื่นตะลึง ข้อมูลที่เพิ่งได้รับทำเอาสมองของเขาประมวลผลแทบไม่ทัน ทว่าด้วยความเป็นห่วงในตัวหูเลี่ยน่า เขาจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม

"แล้ว... องค์พระสันตะปาปา จะปล่อยให้พวกเรายืนดูอยู่เฉยๆ แบบนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ?"

ปี่ปี่ตงไม่สนใจคำถามนั้น พระนางตรัสต่อ

"เจ้ารู้หรือไม่ว่าเขาชื่อหยางเซียว?"

พรหมยุทธ์หอกอสรพิษพยักหน้า ปี่ปี่ตงจึงตรัสประโยคถัดมาที่สั่นสะเทือนวงการ

"แล้วเจ้ารู้หรือไม่ ว่าตอนนี้หยางเซียวบรรลุถึงระดับใดแล้ว?... ข้าจะบอกให้เอาบุญ บัดนี้เขาคือยอดฝีมือระดับจักรพรรดิวิญญาณ ยิ่งไปกว่านั้น... สัดส่วนวงแหวนวิญญาณของเขา ยังวิปริตเฉกเช่นเดียวกับจูจู๋ชิง!"

เพล้ง!

ราวกับมีอสนีบาตฟาดเปรี้ยงลงกลางใจ พรหมยุทธ์หอกอสรพิษถึงกับอ้าปากค้าง! ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น... ทว่าเหล่าวิญญาจารย์ระดับสูงของสำนักวิญญาณยุทธ์ที่อยู่บนอัฒจันทร์ และได้ยินพระดำรัสนี้ ต่างก็ตกตะลึงจนแทบสิ้นสติ!

ต้องเข้าใจก่อนว่า ผู้ที่มีวงแหวนวิญญาณระดับหมื่นปีในวงที่สี่เฉกเช่นจูจู๋ชิงนั้น มีเพียงถังซานอีกคนเดียวที่พวกเขาเคยเห็น ทว่าบัดนี้... หยางเซียวกลับกลายเป็นสัตว์ประหลาดอีกคนที่ครอบครองวงแหวนวิญญาณสุดวิปริตนี้!

นี่มันหมายความว่าอย่างไร!? บนแผ่นดินนี้มีอัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่ครอบครองวงแหวนวิญญาณระดับนี้มากเพียงใดกันแน่? ขนาดยุคทองที่สำนักวิญญาณยุทธ์ภาคภูมิใจหนักหนา ยังไม่มีใครสามารถทัดเทียมสัดส่วนวงแหวนวิญญาณระดับนี้ได้เลยแม้แต่คนเดียว!

จบบทที่ ตอนที่ 112: การมาเยือนของหูเลี่ยน่า

คัดลอกลิงก์แล้ว