- หน้าแรก
- ข้าเห็นไอเทมดรอปจากบอสทุกชิ้น
- บทที่ 86 เฟิงหัวคนไหน?
บทที่ 86 เฟิงหัวคนไหน?
บทที่ 86 เฟิงหัวคนไหน?
บทที่ 86 เฟิงหัวคนไหน?
กลางดึก หลินอี้นอนอยู่บนเตียง สายตาเหม่อมองเพดานอย่างเลื่อนลอย
ตอนที่ได้ยินชื่อถงเล่าถึงอาการป่วยของน้องสาว หลินอี้เลยใช้ข้ออ้างว่าพอจะรู้เรื่องแพทย์แผนจีนอยู่บ้าง ขอจับชีพจรให้
แต่สิ่งที่หลินอี้ไม่คาดคิดคือ ทันทีที่มือสัมผัสแขนของเด็กหญิง ก็มีแรงดูดมหาศาลราวกับไร้ก้นบึ้งส่งมาจากในตัวของเธอ
แรงดูดอันน่ากลัวนี้เปรียบเสมือนคนที่ใกล้ตายเพราะขาดน้ำในทะเลทราย จู่ๆ ก็เจอบ่อน้ำใส จึงกลืนกินพลังงานจากในตัวของหลินอี้อย่างบ้าคลั่ง
ในจังหวะที่หลินอี้กำลังกังวลว่าตัวเองจะตายเพราะเหตุนี้ไหม ก็มีความรู้สึกเย็นวาบพุ่งเข้าสู่สมอง ทำให้หลินอี้ได้สติกลับมาทันที และรีบชักมือกลับ
แรงดูดอันน่ากลัวนั้นก็หายวับไปทันทีที่เขาชักมือกลับเช่นกัน
แต่ในชั่วพริบตานั้น จิตใต้สำนึกที่แฝงไปด้วยการอ้อนวอนก็ส่งกลับมาที่สมองของหลินอี้ด้วย
แต่หลินอี้ก็ไม่ได้เสียใจกับการตัดสินใจของตัวเองเพราะการอ้อนวอนนั้น
เพราะแค่การสัมผัสเพียงชั่วพริบตาเมื่อกี้ สำหรับหลินอี้มันเหมือนผ่านความเป็นความตายมาเลย
หลินอี้รู้ดีว่า ถ้าปล่อยให้อีกฝ่ายดูดต่อไป ขืนเป็นแบบนั้น เขาคงไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองตายยังไง
……
"ว้าว พี่เฟิง หนูรู้สึกสบายขึ้นจริงๆ ด้วย พี่เก่งจังเลย!"
เมื่อมองดูเด็กหญิงที่ใบหน้าเริ่มมีเลือดฝาดกลับมาบ้าง หลินอี้ไม่ได้แสดงความหวาดกลัวในใจออกมา แต่กลับยิ้มและพูดว่า: "เห็นไหม พี่บอกแล้วว่าไม่ได้โกหก"
"อืมๆ ขอบคุณนะพี่เฟิง จื่อซินไม่ได้รู้สึกสบายแบบนี้มานานแล้ว"
หลินอี้ลูบหัวเล็กๆ ของเด็กหญิงด้วยความเอ็นดู แล้วพูดว่า:
"พี่เฟิงจะต้องรักษาหนูให้หายแน่นอน หนูเชื่อพี่เฟิงไหม?"
"นอกจากพี่ชายหนูแล้ว พี่เฟิงเป็นคนแรกที่ห่วงใยจื่อซินจริงๆ หนูรู้สึกได้ เพราะงั้นพี่เฟิงพูดอะไรหนูก็เชื่อ"
"ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเป็นเด็กดีนะ พี่เฟิงจะไม่ทำให้หนูผิดหวังแน่นอน"
"อืม!"
เมื่อนึกถึงเด็กหนุ่มที่ร้องไห้ดีใจอยู่หน้าวิลล่า ตอนนี้หลินอี้ที่นอนอยู่บนเตียงกลับไม่ได้มีความมั่นใจและนิ่งสงบเหมือนตอนนั้น
มีเพียงคนที่เคยสัมผัสด้วยตัวเองเท่านั้นถึงจะเข้าใจว่าสถานการณ์ตอนนั้นมันน่าหวาดเสียวแค่ไหน
ถ้าไม่ใช่เพราะความรู้สึกเย็นวาบที่เข้ามาเตือนสติให้สมองกลับมาแจ่มใสได้ทันท่วงที ผลลัพธ์สุดท้ายก็คงไม่จบลงแบบนี้แน่
หลังจากผ่านเหตุการณ์นี้ไป ตราบใดที่ยังไม่มีความมั่นใจมากพอ หลินอี้ก็ไม่กล้าลองเสี่ยงทำอะไรบุ่มบ่ามแบบนี้อีกแล้ว
แต่ข้อดีคือ เรื่องนี้ทำให้หลินอี้รู้ว่าจะต้องจัดการกับอาการป่วยของเด็กหญิงยังไง
และในขณะเดียวกันก็ทำให้หลินอี้รู้ว่า ในตัวของเด็กหญิงยังมีจิตใต้สำนึกอีกสายหนึ่งซ่อนอยู่
ดูจากการแสดงออกของเด็กหญิงแล้ว ตัวเธอเองก็คงไม่รู้ตัวแน่ๆ หลินอี้ก็อยากรู้เหมือนกันว่า จิตใต้สำนึกสายนี้มาจากตาสองสีของเธอหรือเปล่า?
…………
ในขณะเดียวกัน ที่วิลล่าอีกหลังหนึ่ง หวังซือเจี๋ยมองดูยุงที่ถูกมือน้อยๆ จับปีกไว้ด้วยความตกตะลึง "จื่อซิน หนูทำได้ยังไงน่ะ?"
เด็กหญิงทำหน้างงๆ มองพี่ชาย "หนูเห็นมันบินไปบินมาอยู่ตรงหน้า แถมบินช้ามากๆ ด้วย หนูก็เลยยื่นมือไปจับมันมาไง"
หวังซือเจี๋ยมองน้องสาวตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ จู่ๆ ก็มียุงอีกลัวบินโฉบผ่านหน้าไป
หวังซือเจี๋ยรีบชี้ไปที่ยุงตัวนั้นแล้วพูดว่า: "ตัวนี้ล่ะ หนูจับได้ไหม"
เด็กหญิงไม่ได้คิดอะไรมาก ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของหวังซือเจี๋ย เด็กหญิงเพียงแค่ยื่นมือออกไป ก็สามารถจับยุงที่บินวนอยู่ตรงหน้าได้อย่างง่ายดาย "พี่ดูสิ จับได้แล้ว"
"พวกมันโง่จัง บินช้ามากเลย"
…………
"ลุงมั่นคง รีบขวางมันไว้ อย่าให้มันหนีไปได้!"
ณ ป่าลึกในหมู่บ้านเริ่มต้นแห่งหนึ่ง นักเวทชายที่ชื่อ ฉิงอี้จ้านเกอ กำลังชี้ไปยังก็อบลินแบกห่อผ้าใบเล็กอยู่ไม่ไกล พร้อมกับตะโกนเสียงดังด้วยความตื่นเต้น
"มันหนีไม่รอดหรอก!"
ตอนนั้นเอง ชายร่างสูงใหญ่ก็พุ่งพรวดออกมาจากพุ่มไม้ด้านข้าง "พุ่งชน!"
"-21"
ดาบใหญ่ตวัดลงมา ก็อบลินที่กำลังวิ่งหนีล้มลุกคลุกคลานกระเด็นลอยละลิ่วไปทันที มันร่วงลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้า ร้องโอดโอย "พวกมนุษย์จอมเจ้าเล่ห์ กล้าลอบโจมตีท่านอายินุงั้นรึ!"
เมื่อเห็นเหตุการณ์นี้ ฉิงอี้จ้านเกอก็ตะโกนลั่น: "สวยงาม!"
จากนั้นก็ร่ายเวทใส่ก็อบลินที่ล้มอยู่กับพื้น:
"บอลไฟยักษ์!"
"-35"
"-2"
……
"อ๊าก! พวกแกกล้ารังแกท่านอายินุผู้ยิ่งใหญ่ พวกแกรู้ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น"
ก็อบลินร้องโอดโอย กระโดดเด้งดึ๋งขึ้นมาจากพื้น
"เกิดอะไรขึ้นงั้นรึ?"
โจรคนหนึ่งโผล่มาด้านหลังก็อบลินอย่างรวดเร็ว "ลอบโจมตีเงา"
"-39" คริติคอล~ "ปัดโธ่เว้ย!"
ก็อบลินที่โกรธจัดโยนห่อผ้าที่กำไว้แน่นทิ้ง หันไปตวาดใส่พวกเขาทั้งสามคน:
"พวกแกตายแน่!"
จังหวะที่ทุกคนคิดว่าก็อบลินเข้าสู่โหมดคลุ้มคลั่งและกำลังจะปล่อยท่าไม้ตาย
กลับเห็นก็อบลินทิ้งห่อผ้า แล้วมุดหนีเข้าพุ่มไม้ข้างๆ ไปด้วยความเร็วแสง พร้อมตะโกนทิ้งท้าย:
"ท่านอายินุจะกลับมาคิดบัญชีกับพวกแกแน่!"
ทั้งสามคนยืนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก อึ้งไปพักใหญ่
"อะแฮ่ม~"
ฉิงอี้จ้านเกอพูดขึ้น: "นึกว่าเจ้านั่นจะปล่อยท่าไม้ตายซะอีก ตกใจหมดเลย"
ตอนนั้นเอง โจรที่ชื่อ เซียวเหอ ก็เดินไปที่ห่อผ้าแล้วพูดว่า:
"ไม่นึกเลยว่าก่อนจะออกจากหมู่บ้านเริ่มต้น จะยังได้เจอมอนสเตอร์ระดับแรร์อีก นี่ถือว่าเป็นของขวัญอำลาจากหมู่บ้านเริ่มต้นหรือเปล่าเนี่ย?"
เซียวเหอนั่งยองๆ ลงไปล้วงของในห่อผ้า ส่วนอีกสองคนก็ไม่ได้สนใจ และไม่มีท่าทีว่าจะห้ามปราม
สำหรับทั้งสามคนที่สนิทกันมากแล้ว ใครเก็บก็เหมือนกัน
มองดูข้อความแจ้งเตือนไอเทมเด้งขึ้นมาในช่องแชตปาร์ตี้:
ไม้เท้าทับทิม เลเวล 8 (แรร์)
กางเกงขายาวทนทาน เลเวล 9 (ธรรมดา)
แหวนแตกหัก เลเวล 10 (ธรรมดา)
เศษผ้า x5 ม้วนคาถาดันเจี้ยนถ้ำก็อบลิน x1 "ไม่เลวเลยแฮะ มีอาวุธระดับแรร์ด้วย"
เซียวเหอโยนไม้เท้าทับทิมให้ฉิงอี้จ้านเกอ
"กางเกงตัวนี้บวกพลังกาย ลุงมั่นคง เอาไปนะ"
กางเกงขายาวทนทานถูกส่งให้นักรบที่ชื่อ มั่นคงดั่งขุนเขา
สุดท้าย แหวนแตกหักวงนั้น เขาก็เก็บไว้เอง
"บวกความว่องไวแค่สองแต้ม อันนี้ฉันขอเก็บไว้เองแล้วกัน"
สุดท้าย เซียวเหอก็หยิบม้วนคาถาที่ดูเก่าๆ ขาดๆ ออกมา ทำหน้าแปลกใจนิดๆ:
"เป็นม้วนคาถาดันเจี้ยนด้วยแฮะ!"
ฉิงอี้จ้านเกอรับม้วนคาถามาดู ขมวดคิ้ว "เป็นดันเจี้ยนแบบปาร์ตี้หกคน ลงได้ครั้งเดียวซะด้วย"
ฉิงอี้จ้านเกอหันไปถามความเห็นของทั้งสองคน:
"อันนี้ฉันขอซื้อต่อในราคาหมื่นนึงนะ แบ่งให้พวกนายคนละห้าพัน โอเคไหม?"
เซียวเหอส่ายหน้าปฏิเสธ: "นี่มันดันเจี้ยนหกคนไม่ใช่เหรอ ฉันก็อยากไปเปิดหูเปิดตาเหมือนกัน"
"รู้ว่านายเป็นคนของกิลด์ใหญ่ ฉันก็จะไม่แย่งหรอก พอเข้าไปแล้ว นอกจากอุปกรณ์ที่เหมาะกับฉัน ที่เหลือยกให้พวกนายหมดเลย เป็นไง?"
ในเมื่อเป็นดันเจี้ยนหกคน ความยากก็คงไม่ใช่น้อยๆ
ถ้าเข้าไปจริงๆ ก็คงต้องพึ่งพาระดับบิ๊กบอสในกิลด์ของฉิงอี้จ้านเกอนั่นแหละ
สิ่งที่เซียวเหอคิดก็คือ ในเมื่อเป็นดันเจี้ยนระดับแรร์ ของดีข้างในก็ต้องมีเยอะแน่ๆ
การที่ตัวเองได้ตามหลังระดับบิ๊กบอสอย่างฉิงอี้จ้านเกอไปเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ ยังไงก็ต้องคุ้มกว่ารับเงินห้าพันอยู่แล้ว
ฉิงอี้จ้านเกอเข้าใจความคิดของเซียวเหอดี
ในเมื่อของชิ้นนี้เป็นของที่ทั้งสามคนช่วยกันตีมา การที่เซียวเหอจะคิดแบบนี้ก็ไม่แปลก
จากนั้น ฉิงอี้จ้านเกอก็หันไปมองนักรบที่ชื่อ มั่นคงดั่งขุนเขา
"แล้วลุงมั่นคงล่ะ?"
ม้วนคาถาใบเดียวมีมูลค่าถึงหนึ่งหมื่น ทำเอาฟางเจิ้งหรงตกใจไม่น้อย
ผ่านการเล่นเกมและทำความเข้าใจมาหลายวัน ฟางเจิ้งหรงก็พอจะเข้าใจเรื่องราวบางอย่างในแวดวงเกมมาบ้าง
ฟางเจิ้งหรงรู้ดีว่า ในสายตาของคนมีเงิน อุปกรณ์และไอเทมหายากบางชิ้นในเกมสามารถขายได้ราคาแพงลิ่ว
แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเจอคนยอมจ่ายเงินถึงหนึ่งหมื่นเพื่อซื้อของที่เขาตีได้
ถึงแม้เขาจะได้ส่วนแบ่งแค่ห้าพัน แต่มันก็ทำให้ฟางเจิ้งหรงรู้สึกทึ่งสุดๆ
ต้องรู้ไว้นะว่า ถ้าตอนนั้นเขาเลือกไปเป็นยาม เงินเดือนรวมสวัสดิการทุกอย่างยังได้แค่ห้าพันกว่าๆ เองนะ!
ตอนแรกฟางเจิ้งหรงกะจะตอบตกลงไปเลย เพราะสำหรับเขาที่ยังไม่ค่อยเข้าใจเกมเท่าไหร่ ไม่มีทางเข้าใจมูลค่าที่แท้จริงของมันได้หรอก
แต่ตอนนั้นเอง ฟางเจิ้งหรงเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ ท่ามกลางสายตาประหลาดใจของทั้งสองคน เขาจึงพูดว่า:
"เรื่องเกมนี้ฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ เอาแบบนี้ดีไหม ฉันขอไปถามเพื่อนในเมืองหลักก่อนว่าเขาอยากได้ไหม ได้หรือเปล่า?"
ยังดีที่ฉิงอี้จ้านเกอก็เป็นคนตรงไปตรงมา
"ได้สิ งั้นพวกเราไปเมืองหลักด้วยกันเลย"
เซียวเหอดูจะรีบร้อนนิดหน่อย:
"ในที่สุดก็ได้ออกจากหมู่บ้านเริ่มต้นซะที รีบไปกันเถอะ"
เมื่อทั้งสามคนเดินทางเข้ามาในเมืองมังกรฟ้าด้วยกัน ก็ต้องตกตะลึงกับความเจริญรุ่งเรืองของเมืองมังกรฟ้า
ตอนนั้นเอง ฉิงอี้จ้านเกอก็นึกขึ้นมาได้ เลยถามว่า:
"จริงสิ ลุงมั่นคง เพื่อนของนายชื่ออะไรนะ? ถ้าฝีมือดี ฉันสามารถตัดสินใจรับพวกนายเข้าศาลาคุณธรรมได้เลยนะ!"
"หัวหน้าครอบครัวพายุคลั่งในศาลาคุณธรรมเป็นเพื่อนฉันเอง เห็นแก่หน้าฉัน เข้าไปอยู่กิลด์นั้นน่าจะได้สิทธิพิเศษระดับสมาชิกระดับหัวกะทิเลยนะ"
ตอนที่รู้วิธีเพิ่มเพื่อนจากเซียวเหอ ฟางเจิ้งหรงก็ตอบไปส่งๆ: "อ้อ เขาชื่อเฟิงหัวน่ะ"
เซียวเหอ:
"ชื่อเฟิงหัวเหรอ? ทำไมชื่อนี้ฟังดูคุ้นหูจัง!"
ฉิงอี้จ้านเกอทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก มองนักรบมือใหม่ที่ดูไม่รู้เรื่องอะไรเลย แล้วถามเสียงอ่อยๆ: "เฟิงหัวคนไหน?"
…………