- หน้าแรก
- ข้าเห็นไอเทมดรอปจากบอสทุกชิ้น
- บทที่ 73 เดิมพันที่ไม่คาดคิด
บทที่ 73 เดิมพันที่ไม่คาดคิด
บทที่ 73 เดิมพันที่ไม่คาดคิด
บทที่ 73 เดิมพันที่ไม่คาดคิด
หลังจากที่เกม 《เทพเกียรติยศ》 เปิดตัวอย่างเป็นทางการ กระแสการพูดถึงเกมนี้ก็ไม่เคยจางหายไปจากสังคมเลย
ไม่ว่าจะเป็นในย่านธุรกิจที่จอแจ หรือตามตรอกซอกซอยที่เงียบสงบ คุณก็จะได้ยินคนพูดคุยเรื่อง 《เทพเกียรติยศ》 กันอยู่เสมอ
เกมฟอร์มยักษ์ข้ามศตวรรษนี้ ใช้เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของมันเข้ายึดครองตลาดเกมและพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งของสื่อทุกสำนักได้อย่างรวดเร็ว
เพราะการมาของเกมนี้ ทำให้ผู้คนเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้สนใจเรื่องซุบซิบดาราหรือข่าวขำขันอะไรพวกนั้นอีกต่อไปแล้ว
พอเปิดแอปข่าวขึ้นมาในแต่ละวัน แทบทุกข่าวก็จะเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเกมนี้ทั้งนั้น
สำหรับคนส่วนใหญ่ ตอนนี้ชีวิตก็มีอยู่แค่วนเวียนไปทำงานแล้วกลับบ้านมาเล่นเกม
หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากงานที่น่าเบื่อหน่ายมาทั้งวัน การเข้าเกมเพื่อผ่อนคลายก็กลายเป็นทางเลือกแรกในชีวิตของพวกเขาไปแล้ว
บางทีหลายคนอาจจะยังไม่รู้ตัวว่า การมาของเกมนี้กำลังทำให้โลกเสมือนในเกมค่อยๆ เข้ามาแทนที่สิ่งต่างๆ ในชีวิตจริงทีละน้อย
และหัวข้อที่ฮิตที่สุดในตอนนี้ ก็หนีไม่พ้นเรื่องระบบสัตว์ขี่ที่เพิ่งเปิดตัว
แตกต่างจากเกมออนไลน์ทั่วไปที่เคยเล่น ซึ่งเราแค่บังคับตัวละครในเกม ต่อให้มีสัตว์ขี่ก็ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรมากมาย
อย่างมากก็แค่พวกสายเติมหนักๆ ขี่สัตว์ขี่หายากๆ หน้าตาเท่ๆ หน่อยแค่นั้นเอง
แต่ที่ต่างจากเกมพวกนั้นก็คือ 《เทพเกียรติยศ》 เป็นเกมโลกเสมือนจริง 100% เลยนะโว้ย!
ทุกสิ่งทุกอย่างในนี้แทบจะไม่ต่างอะไรกับโลกแห่งความเป็นจริงเลย
มีคนตั้งเท่าไหร่ที่ฝันอยากจะขี่ม้าขาวท่องยุทธภพ แก้แค้นทดแทนบุญคุณ?
แล้วมีคนอีกตั้งเท่าไหร่ที่อยากจะขี่สัตว์ขี่ของตัวเอง ทะยานไปทั่วโลกกว้างใหญ่ของทวีปเลฟาห์ม ดื่มด่ำกับธรรมชาติอันงดงาม?
เกรงว่าคงไม่มีใครปฏิเสธเสน่ห์เย้ายวนแบบนี้ได้ลงหรอก
ถึงแม้กฎของเกมที่ประกาศออกมา คนที่จะได้รางวัลสัตว์ขี่จะเป็นแค่คนกลุ่มเล็กๆ ที่อยู่บนยอดพีระมิดก็ตาม
แต่นั่นก็ไม่ได้หยุดยั้งความคลั่งไคล้ของมหาชนได้เลย!
คนส่วนใหญ่ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะมีความสามารถพอที่จะคว้าสัตว์ขี่มาครองได้ ที่พวกเขาตื่นเต้นกันก็แค่ดีใจที่รู้ว่าเกมนี้มีระบบสัตว์ขี่ที่ทุกคนใฝ่ฝันก็เท่านั้น
ตอนนี้ยังไม่ได้ ก็ไม่ได้แปลว่าวันข้างหน้าจะหามาไม่ได้สักหน่อย
ขอแค่รู้ว่าในเกมมีของแบบนี้อยู่ สำหรับพวกเขามันก็เป็นข่าวที่น่าตื่นเต้นสุดๆ แล้ว
ในขณะที่ทุกคนกำลังตั้งตารอคอยให้กิจกรรมเริ่มขึ้น บรรดาประธานกิลด์อย่างเซิ่งซื่อจุ้ยกุ่ย ลั่วเสินหลิวเหนียน อ้าวซื่อเจวี๋ยเย่ และหมิงเหมินหล่อลากดิน ก็ทยอยกันมาปรากฏตัวที่หน้าจวนเจ้าเมือง
บาบิลอน เจ้าเมืองเมืองมังกรฟ้า เป็นชายวัยกลางคนที่ดูเหมือนจะอายุราวห้าสิบกว่าปี แต่จริงๆ แล้วอายุมากกว่าหลายร้อยปี
ภายใต้ใบหน้าที่ดูธรรมดาๆ กลับแฝงไปด้วยความน่าเกรงขาม ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกได้ถึงแรงกดดันอันยากจะหยั่งถึง
บาบิลอนที่นั่งเป็นประธานอยู่บนบัลลังก์ เอามือเท้าคาง เหม่อมองลงไปยังพื้นเบื้องล่าง
ที่ด้านล่างบัลลังก์ แม่ทัพสวมเกราะคนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะเอ่ยเตือน:
"ท่านเจ้าเมืองขอรับ บรรดาผู้นำกองกำลังของผู้ถูกเลือกมารออยู่หน้าประตูแล้ว จะให้เรียกเข้ามาเลยไหมขอรับ?"
บาบิลอนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเกียจคร้าน:
"ให้พวกมันรอไปก่อน ข้าจะขอพบเจ้าหนูคนพิเศษคนหนึ่งก่อน"
แม่ทัพคนนั้นได้ยินก็ทำหน้าแปลกใจ
"เจ้าหนูคนพิเศษ... หรือขอรับ?"
ที่หน้าประตูจวน หมิงเหมินหล่อลากดินทนรอไม่ไหว เอ่ยถามทหารยามที่เฝ้าประตู:
"ท่านเจ้าเมืองจะเรียกพวกเราเข้าไปเมื่อไหร่ล่ะเนี่ย? นี่ก็รอมาจะครึ่งชั่วโมงแล้วนะ"
ทหารยามคนนั้นตอบกลับด้วยความรำคาญ:
"อยากรอก็รอ ไม่อยากรอรอก็ไสหัวไป ห้ามส่งเสียงดังเอะอะโวยวายที่นี่!"
"แม่งเอ๊ย เป็นแค่ NPC ทำมากร่งนักเหรอวะ?"
มีคนเพิ่งจะบ่นจบ ก็กลายเป็นแสงสีขาวหายไปในพริบตา
ทหารยามคนนั้นเก็บดาบเข้าฝัก
"ใครกล้าโวยวายอีก ฆ่าทิ้งทันที!"
ทุกคนเหลือบไปเห็นเลเวลที่สูงถึง 40 บนหัวทหารยาม ก็พากันกลืนน้ำลายเอื๊อก
【โลก】 หมิงเหมินหล่อลากดิน: "เกมนี้แม่งโคตรเถื่อนเลยว่ะ แค่ NPC เฝ้าประตูก็ฆ่าคนได้ตามใจชอบแล้ว โคตรน่ากลัว"
ในเมื่อพูดไม่ได้ หมิงเหมินหล่อลากดินก็เลยต้องไประบายอารมณ์ในช่องแชตโลกแทน
ตอนนั้นเอง ก็มีข้อความใหม่เด้งขึ้นมาในช่องแชตโลก
【โลก】 วิหารเทพคนบ้าคลั่ง: "แม่งเอ๊ย ข้าแค่พูดไปประโยคเดียว ฆ่าข้าไม่พอ แม่งยังลดเลเวลข้าไปอีกหนึ่งเวล บัดซบเอ๊ย!"
"ซี๊ดด~"
บรรดาประธานกิลด์ที่รออยู่หน้าจวนเจ้าเมืองต่างสูดปากด้วยความเสียวไส้ แล้วก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก
โหดขนาดนี้เลยเหรอวะเนี่ย?
ทุกคนอดคิดไม่ได้ว่า: ความฉลาดและอิสระของ NPC ในเกมนี้มันจะมากเกินไปหน่อยไหมเนี่ย
ตอนนั้นเอง ร่างร่างหนึ่งก็เดินแหวกวงล้อมมาที่หน้าประตูจวน
ทหารยามที่เมื่อกี้ยังทำหน้าหยิ่งยโสอยู่เลย พอเห็นร่างนั้นก็เปลี่ยนมาทำหน้าประจบสอพลอทันที
"ท่านกษัตริย์เอลฟ์ผู้สูงส่ง ท่านเจ้าเมืองของพวกเรารอท่านมานานแล้ว เชิญด้านในเลยขอรับ!"
"อืม!"
กษัตริย์เอลฟ์!
บรรดาประธานกิลด์ถึงกับอ้าปากค้างกับร่างที่ดูเย็นชาและสูงส่งที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน
ในเกมออนไลน์ทั่วไป เผ่าเอลฟ์ถือเป็นเผ่าพันธุ์ที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดเผ่าหนึ่ง ทุกคนก็คงจะชินตากันแล้ว
แต่นี่เป็นครั้งแรกเลยนะเว้ยที่ได้เห็นกษัตริย์เอลฟ์ตัวเป็นๆ!
พวกผู้หญิงที่มาด้วยอย่างเซี่ยไห่ถังของเมืองมายาน้ำแข็งหิมะ ยิ่งมองก็ยิ่งตาเป็นประกายปิ๊งๆ
ปฏิกิริยาแรกของทุกคนเมื่อเห็นกษัตริย์เอลฟ์องค์นี้คือ:
โคตรหล่อ!
กษัตริย์เอลฟ์องค์นี้เหมือนกับงานศิลปะชิ้นเอก ทุกสัดส่วนบนร่างกายไม่มีตรงไหนที่ดูเกินพอดีเลย ทุกอย่างมันดูสมบูรณ์แบบ ไร้ที่ติสุดๆ
เห็นทุกคนทำหน้าเอ๋อ หลินอี้ในร่างกษัตริย์เอลฟ์กะจะแกล้งหยอกพวกนั้นสักหน่อย
แต่ตอนนั้นเอง ก็มีเสียงดังมาจากในจวน
"ท่านกษัตริย์เอลฟ์ ท่านเจ้าเมืองรอท่านอยู่นานแล้วขอรับ"
หลินอี้ก็เลยต้องพับเก็บความคิดแผลงๆ นั้นไป แล้วหันหลังเดินเข้าจวนไป
พอหลินอี้ก้าวเข้าจวน ก็ได้ยินเสียงทุ้มกังวานดังขึ้น
"เผ่าเอลฟ์ยอมให้ผู้ถูกเลือกต่างเผ่ามาเป็นหัวหน้าเผ่าได้ด้วยรึนี่ ช่างเป็นเรื่องแปลกประหลาดในรอบพันปีจริงๆ!"
หลินอี้เงยหน้ามองขึ้นไปบนบัลลังก์
บาบิลอน เลเวล 75 เจ้าเมืองเมืองมังกรฟ้า
ยังไม่ทันที่หลินอี้จะได้พูดอะไร บาบิลอนก็ลุกขึ้นยืนด้วยความประหลาดใจ
"คิดไม่ถึงเลยว่าท่านคือผู้สืบทอดของท่านมหาปราชญ์คาร์ซ่า มิน่าล่ะ มิน่าล่ะ"
ในฐานะที่เป็นหนึ่งในบุคคลระดับตำนานของเผ่ามนุษย์ที่มีอยู่เพียงหยิบมือ การที่เขาสามารถมองทะลุร่างจำแลงของตนได้ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจสำหรับหลินอี้เลย
สำหรับสุดยอดฝีมือที่รอดชีวิตมาจากสงครามต่อต้านเผ่ามารจนถึงปัจจุบัน หลินอี้รู้สึกเคารพยำเกรงจากใจจริง จึงทำความเคารพอย่างนอบน้อม:
"คารวะท่านเจ้าเมือง"
"ฮ่าๆๆ ไม่ต้องมากพิธีหรอก!"
บาบิลอนหัวเราะร่วน เดินลงบันไดมาหาหลินอี้แล้วพูดว่า:
"วันนี้ท่านมาในฐานะกษัตริย์เอลฟ์ ในฐานะกษัตริย์เอลฟ์ ฐานะของท่านกับข้าถือว่าเท่าเทียมกัน เรื่องพิธีรีตองพวกนี้ต่อไปก็ไม่ต้องทำหรอก"
บาบิลอนโอบไหล่หลินอี้อย่างเป็นกันเองแล้วพูดต่อ:
"และจุดประสงค์ที่ท่านมาในวันนี้ ข้าก็พอจะรู้แล้ว"
ไม่รู้ว่าบาบิลอนหยิบกิ่งไม้ธรรมดาๆ กิ่งหนึ่งออกมาจากไหน แล้วพูดว่า:
"ของชิ้นนี้อยู่กับข้าก็ไม่มีประโยชน์อะไร ในเมื่อเผ่าเอลฟ์ซึ่งเคยเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของข้ากำลังเดือดร้อน ข้าย่อมไม่นิ่งดูดายอยู่แล้ว"
พอได้ยินคำพูดนี้ หลินอี้ยังไม่ทันได้ดีใจ บาบิลอนก็เบรกหัวทิ่ม: "แต่ว่า!"
หลินอี้รู้สึกเหมือนโดนน้ำเย็นสาดเข้าให้
"แต่อะไรครับ?"
บาบิลอนยิ้ม:
"ข้าคงจะให้ท่านง่ายๆ ไม่ได้หรอก เอาเป็นว่าเรามาเล่นเกมกันสักเกมดีกว่า ถ้าท่านชนะ ข้าจะยกให้"
เล่นเกมเหรอ?
ง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?
ก่อนมา หลินอี้ยังคิดอยู่เลยว่า การจะได้ของสิ่งนี้มา คงต้องทำเควสต์ระดับโคตรยาก หรือต้องผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน ถึงจะได้มาครอบครอง แบบนั้นมันถึงจะสมกับพล็อตเรื่องหน่อย
แต่สุดท้ายกลับได้ยินแค่ประโยคว่า มาเล่นเกมกันเถอะ?
หลินอี้อยากรู้เหลือเกิน
"เกมอะไรครับ รบกวนท่านเจ้าเมืองช่วยชี้แจงด้วย!"
บาบิลอนมองออกไปนอกประตูจวน
"กิจกรรมที่จวนเจ้าเมืองประกาศเมื่อกี้นี้ ท่านคงรู้เรื่องแล้วใช่ไหม?"
หลินอี้ก็ได้ยินประกาศจากระบบมาแล้วเหมือนกัน
"ทราบแล้วครับ!"
เมื่อกี้หลินอี้ยังสงสัยอยู่เลยว่าทำไมกิจกรรมนี้ถึงเริ่มเร็วกว่าชาติที่แล้ว
บาบิลอนหัวเราะลั่น:
"ถ้างั้นตอนนี้ท่านกับข้าก็เลือกกิลด์จากนอกประตูมาคนละกิลด์ แล้วมาดูกันว่ากิลด์ที่ใครเลือกจะได้อันดับหนึ่ง คนนั้นก็คือผู้ชนะ แน่นอนว่า ขอยกเว้นอ้าวซื่อเซิ่งถังนะ"
"ถ้าท่านชนะ..."
บาบิลอนแกว่งกิ่งของต้นไม้โลกในมือ
"ของชิ้นนี้ก็เป็นของท่าน"
หลินอี้มองบิ๊กระดับตำนานตรงหน้าด้วยความอึ้ง ทึ่ง เสียว นั่นมันกิ่งของต้นไม้โลกเลยนะโว้ย เอามาเดิมพันกันง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?
บาบิลอนมองหลินอี้
"ทำไม ไม่กล้าเหรอ?"
หลินอี้ได้สติกลับมาทันที
"ข้ารับคำท้า!"
"ดี!"
บาบิลอนร้องเสียงหลง แล้วหันมามองหลินอี้
"ในเมื่อเป็นการเดิมพัน มันก็ต้องมีทั้งแพ้และชนะ แล้วถ้าท่านแพ้ล่ะ?"
หลินอี้ชะงัก เกือบจะหลุดปากพูดออกไปแล้วว่า ข้าไม่มีทางแพ้หรอก
แต่คิดไปคิดมา ขืนไปปักธงแบบนั้น ถ้าเกิดแพ้ขึ้นมาจริงๆ ล่ะ?
หน้าแตกหมอไม่รับเย็บกันพอดี
สงบเสงี่ยมไว้ดีกว่า
ในเมื่อบาบิลอนพูดมาขนาดนี้ หลินอี้ก็ไม่ได้โง่นี่นา
"ข้าว่าในใจท่านเจ้าเมืองคงมีคำตอบที่ต้องการอยู่แล้วใช่ไหมครับ"
บาบิลอนหัวเราะร่า
"ฉลาด!"
ตอนนั้นเอง หญิงสาวที่แต่งตัวสวยงามก็เดินออกมาจากด้านข้างของโถงใหญ่ เธอทำความเคารพแบบขุนนางให้หลินอี้แล้วพูดว่า:
"คารวะท่านกษัตริย์เอลฟ์"
ไจน่า เลเวล 30 องค์หญิงหกแห่งเมืองมังกรฟ้า
หลินอี้งงเป็นไก่ตาแตก:
"นี่คือ?"
บาบิลอนยิ้มแล้วตอบว่า:
"ถ้าท่านแพ้ ท่านต้องแต่งงานกับลูกสาวข้า"
"เชี่ย!"
………………