- หน้าแรก
- ข้าเห็นไอเทมดรอปจากบอสทุกชิ้น
- บทที่ 68 คลื่นลูกใหม่ระลอกสอง
บทที่ 68 คลื่นลูกใหม่ระลอกสอง
บทที่ 68 คลื่นลูกใหม่ระลอกสอง
บทที่ 68 คลื่นลูกใหม่ระลอกสอง
ระบบ (กิลด์): เหลือเวลาอีก 11 นาทีก่อนจบศึกป้องกันฐานที่มั่น
เมื่อข้อความนี้เด้งขึ้นมา ทุกคนในอ้าวซื่อเซิ่งถังก็อดยิ้มออกมาไม่ได้
มองดูรอบนอกเมืองที่ว่างเปล่า แทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ ที่นี่ยังเต็มไปด้วยควันไฟแห่ง 'สงคราม'
เมื่อผู้เล่นฝั่งศัตรูคนสุดท้ายล็อกเอาท์ออกไป เสียงโห่ร้องยินดีก็ดังกระหึ่มไปทั่วฐานที่มั่น
แม้จะเป็นแค่เกม แต่ทุกคนที่นี่ต่างก็ภาคภูมิใจและดีใจกับชัยชนะที่ได้มาอย่างยากลำบากครั้งนี้
อีกแค่สิบเอ็ดนาที!
อีกแค่สิบเอ็ดนาที ฐานที่มั่นแห่งแรกของ 《เทพเกียรติยศ》 ก็จะถือกำเนิดขึ้น!
นี่คือช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจของสมาชิกอ้าวซื่อเซิ่งถังทุกคน
แม้จะดีใจ แต่ก็ไม่ได้ดีใจจนลืมตัว
พวกเขาต่างก็รู้ดีว่าชัยชนะครั้งนี้ได้มาเพราะใคร
มองดูแผ่นหลังที่ยืนเคียงข้างกับหัวหน้าเผ่ามนุษย์หมาป่าอยู่นอกเมือง
แสงตะวันยามเย็นสาดส่องลงมา ทอดเงาของแผ่นหลังที่ไม่ได้ดูใหญ่โตอะไรนั้นให้ทอดยาวออกไป
"ในที่สุดก็จบสักที"
หมิงเหมินหล่อลากดินเดินมาข้างหลินอี้ มองดูพวกมนุษย์หมาป่าที่กำลังไล่ฆ่าพวกมอนสเตอร์อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
"พรุ่งนี้ตาข้าป้องกันเมืองบ้าง ข้าว่าพี่คงไม่ใจจืดใจดำทิ้งข้าหรอกนะ?"
"หึ~"
หลินอี้หัวเราะเบาๆ
"คุยกันได้ แต่ราคาต้องสมน้ำสมเนื้อหน่อยนะเว้ย"
"พี่ไม่ได้พูดจริงใช่ไหมเนี่ย?"
หมิงเหมินหล่อลากดินทำหน้าเศร้าทันที
"กิลด์ข้าเพิ่งจะตั้งไข่ มีแต่เรื่องต้องใช้เงิน ตอนนี้ข้ากรอบเป็นข้าวเกรียบแล้วเนี่ย"
"ขอแปะโป้งไว้ก่อนได้ปะ?"
เห็นหมิงเหมินหล่อลากดินทำหน้าตาหน้าสงสาร หลินอี้ก็อดขำไม่ได้
"คิดไม่ถึงเลยนะว่าระดับแกจะมีวันมาร้องไห้ไม่มีเงินกับเขาด้วย!"
จากนั้นหลินอี้ก็พูดต่อ
"ข้าล้อเล่นน่า พี่น้องกันจะมาคิดตังค์อะไรกันเล่า เสียความรู้สึกหมด!"
ตอนนั้นเอง หลินอี้ก็สังเกตเห็นว่าอ้าวซื่อเจวี๋ยเย่พาคนของอ้าวซื่อเซิ่งถังกลุ่มหนึ่งมายืนอยู่ข้างหลัง
อ้าวซื่อเจวี๋ยเย่เดินเข้ามาประสานมือคารวะ
"พี่เฟิงหัว บุญคุณครั้งนี้ข้าจะไม่ลืมเลย!"
"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ถ้าพี่มีเรื่องอะไรให้เซิ่งถังของข้ารับใช้ บอกมาคำเดียวได้เลย!"
สิ้นเสียงของอ้าวซื่อเจวี๋ยเย่ เสียงสนับสนุนก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังทันที:
"ประธานพูดถูก ต่อไปศัตรูของเทพเฟิงหัว ก็คือศัตรูของเซิ่งถังเรา"
"ใครกล้ามีเรื่องกับพี่ ก็เท่ากับมีเรื่องกับเซิ่งถังเรา ทุกคนว่าไง?"
"ใช่!" ทุกคนตะโกนตอบรับพร้อมกัน
"ก็ใช่น่ะสิ ใครจะไปกลัวใครวะ แค่เกมเอง สู้ไม่ถอยอยู่แล้วโว้ย!"
"ถึงเซิ่งถังเราจะไม่รวยล้นฟ้าเหมือนพวกราชวงศ์เซิ่งซื่อกับลั่วเสิน แต่เรื่องความสามัคคี เราไม่เป็นรองใครแน่!"
"โดนพวกมันกดหัวมาไม่รู้กี่เกมแล้ว ชินซะแล้วล่ะ ฮ่าๆๆ"
"พูดก็พูดเถอะ พวกมันแกล้งเรามาตั้งหลายปี เราก็ยังอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้นี่นา เนอะ"
……
มองดูรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคนกลุ่มนี้ บางทีนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่เขาเลือกช่วยพวกเขาก็ได้มั้ง
ในสิบอันดับกิลด์ที่ชื่อเสียงดีที่สุดเมื่อชาติที่แล้ว ก็มีแค่อ้าวซื่อเซิ่งถังนี่แหละที่ทำให้ผู้คนยอมรับนับถือได้มากที่สุด
ขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน จู่ๆ วิลแมนก็ตัวเกร็ง ขนตั้งชัน ใบหน้าดุร้าย
หลินอี้สังเกตเห็นท่าทีแปลกๆ จึงมองไปทางค่ายกลเทเลพอร์ตด้วยความสงสัย
ตอนนั้นเอง กลุ่มหมอกควันสีดำก็ค่อยๆ ลอยออกมาจากประตูมิติ
หลินอี้เพ่งมองดู แล้วก็ต้องตกใจสุดขีด
มารหมอก เลเวล 65
ผู้บังคับบัญชาเผ่ามาร/บอส
หลินอี้ยังไม่ทันได้ชื่นชมชุดระดับตำนานอันเปล่งประกายของมัน ก็เห็นเพียงเงาร่างสายหนึ่งพุ่งเข้ามาหาตรงหน้าในพริบตา
ผ่านม่านหมอกสีดำ ดวงตาอันเย็นชาคู่หนึ่งก็ปรากฏขึ้นในสายตาของหลินอี้
หลินอี้ตกใจสุดขีด ในชั่วพริบตานั้น ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว
เป้าหมายของมันคือเขา!
เพียงชั่วพริบตา หลินอี้ก็รู้สึกเหมือนร่างกายถูกอะไรบางอย่างพันธนาการเอาไว้ พร้อมกับแรงดึงดูดมหาศาลที่กระชากตัวเขาไป
"อ๊าก!"
จังหวะที่หลินอี้กำลังสับสนและตกใจอยู่นั้น
"ปัง!" เสียงปะทะดังสนั่น
กรงเล็บหมาป่าตะปบเข้าใส่กลุ่มหมอกสีดำอย่างจัง แรงดึงดูดที่รั้งร่างของหลินอี้ไว้ก็หายไปในทันที
แต่ด้วยแรงสั่นสะเทือนจากการปะทะ หลินอี้ก็กระเด็นถอยหลังไปหลายก้าวกว่าจะตั้งหลักได้
พร้อมกันนั้น เสียงร้อนรนของวิลแมนก็ดังขึ้น:
"ข้าสัมผัสได้ว่าเป้าหมายของมันคือเจ้า รีบหนีไป!"
เป้าหมายคือข้า?
อะไรวะเนี่ย!
ตอนนี้พวกอ้าวซื่อเจวี๋ยเย่เพิ่งจะได้สติจากความตกตะลึง
หมิงเหมินหล่อลากดินกับคนอื่นๆ อยากจะถามเหลือเกินว่า นี่มันเกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย?
บอสเลเวล 60 กว่า มาหาเรื่องผู้เล่นเลเวลแค่สิบกว่าๆ เนี่ยนะ?
ฉากนี้ทำไมมันเหมือนกำลังถ่ายหนังอยู่เลยวะ พยายามสร้างบทให้พระเอกโดดเด่นซะงั้น?
แล้วหลังจากนี้พระเอกก็จะพลิกสถานการณ์ ด้วยท่าทีอันสง่างาม แล้วก็กระทืบอีกฝ่ายจมดินใช่ไหมล่ะ!
ยังไม่ทันที่ทุกคนจะได้บ่นในใจ เสียงหัวเราะเยือกเย็นก็ดังขึ้นข้างๆ
"คิ คิ คิ คิ"
กลุ่มหมอกควันสีดำนั่น ค่อยๆ กลายร่างเป็นสิ่งมีชีวิตเผ่ามารตัวสีม่วงเข้ม สูงสองเมตร หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน
"เผ่ามนุษย์หมาป่าของพวกแกไม่ได้ถูกฝ่าบาทของข้าสูบวิญญาณไปตั้งแต่หลายร้อยปีก่อนแล้วหรือไง? ทำไมถึงได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกล่ะ?"
วิลแมนจ้องมองร่างตรงหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ในความทรงจำที่เลวร้ายที่สุดที่เขาไม่อยากนึกถึง เขากำลังจะได้เห็นเผ่าพันธุ์ของตัวเองถูกมันฆ่าตายอย่างเลือดเย็น ก่อนที่ตัวเองจะถูกสูบวิญญาณออกจากร่าง
เดิมทีเขาคิดว่าความทรงจำนี้จะถูกกาลเวลากลืนหายไปตามประวัติศาสตร์ซะอีก
แต่คิดไม่ถึงเลยว่า วันนี้มันจะเกิดขึ้นอีกครั้งโดยที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัว
"เป็นแกเอง!"
ความเคียดแค้นอย่างรุนแรงปะทุออกมาจากร่างของวิลแมน เขาพุ่งเข้าใส่ร่างนั้นด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบในพริบตา
พวกหมิงเหมินหล่อลากดินยืนงงเป็นไก่ตาแตก
"นี่มันสถานการณ์อะไรกันวะ?"
ตอนนี้หลินอี้สับสนไปหมดแล้ว
ไม่มีใครอยากรู้เท่าหลินอี้อีกแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น คำพูดของผู้บังคับบัญชาเผ่ามารมันหมายความว่าไง?
มันรู้เรื่องที่เผ่ามนุษย์หมาป่าถูกล้างเผ่าพันธุ์ได้ยังไง?
หรือว่าฝ่าบาทที่มันพูดถึง ก็คือไอ้เผ่ามารมีปีกที่เขาเห็นในภาพลวงตาตอนนั้น?
แล้วทำไมมันถึง... เดี๋ยวนะ เป้าหมายของมันคือข้าเหรอ?
หลินอี้เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ รู้สึกเสียวสันหลังวาบ
"ไม่มั้ง? จะน่ากลัวไปแล้วนะเว้ย!"
ตอนนั้นเอง จู่ๆ ร่างร่างหนึ่งก็ตกลงมาไม่ไกลจากหลินอี้นัก
"ตู้ม" เสียงดังสนั่น
ฝุ่นควันคลุ้งกระจาย เศษหินปลิวว่อน
เสียงอันอ่อนแรงของวิลแมนดังออกมาจากม่านฝุ่นควัน
"ท่านผู้มีพระคุณ รีบหนีไป มันจะจับท่านไปที่เผ่ามาร!"
หลินอี้ไม่มีเวลาให้คิดอะไรมาก สิ่งแรกที่คิดได้คือต้องล็อกเอาท์ทันที
"ติ๊ง!"
ระบบ: คุณอยู่ในสถานะพิเศษ ไม่สามารถตัดการเชื่อมต่อเพื่อออกจากเกมได้ โปรดออกจากฉากปัจจุบันก่อน
"แม่งเอ๊ย!"
ทำไมถึงมีระบบบ้าบอที่ไม่ให้ออกเกมด้วยวะเนี่ย?!
ในชั่วพริบตานั้น ความรู้สึกถูกพันธนาการก็กลับมาอีกครั้ง
ส่วนหมิงเหมินหล่อลากดินที่ยืนอยู่ข้างๆ เห็นหลินอี้ถูกพันธนาการ ก็ไม่มีเวลามาคิดแล้วว่านี่มันกำลังเล่นบทไหนอยู่
ทำได้แค่ตอบสนองไปตามสัญชาตญาณ
"ลมหายใจมังกรอัคคี!"
เปลวเพลิงรูปหัวมังกรพุ่งเข้าใส่ผู้บังคับบัญชาเผ่ามาร
"Miss"
"รนหาที่ตาย!"
ผู้บังคับบัญชาเผ่ามารแค่ยกมือขึ้น หมิงเหมินหล่อลากดินก็กลายเป็นแสงสีขาวหายไปโดยไม่ทันได้ตั้งตัว
อ้าวซื่อเจวี๋ยเย่ตะโกนด้วยความโกรธ
"ช่วยคน!"
แม้จะรู้ดีถึงความห่างชั้นของพลัง แต่อ้าวซื่อเจวี๋ยเย่ก็ไม่คิดจะใช้สกิล ทำเพียงแค่สาดเวทมนตร์โจมตีธรรมดาใส่ผู้บังคับบัญชาเผ่ามาร
"Miss"
ในขณะเดียวกัน เวทมนตร์เกือบร้อยสายก็พุ่งเข้าใส่ผู้บังคับบัญชาเผ่ามารราวกับห่าฝน
"Miss"
ตัวอักษร "Miss" ลอยขึ้นมาจากตัวของผู้บังคับบัญชาเผ่ามารไม่ขาดสาย
"ไอ้พวกแมลงน่ารำคาญ!"
"ชาร์จ!"
"กระแทกโล่!"
พวกนักรบพากันใช้สกิลเข้าพุ่งชนผู้บังคับบัญชาเผ่ามารอย่างต่อเนื่อง
หลินอี้รู้สึกว่าร่างกายเป็นอิสระ ผู้บังคับบัญชาเผ่ามารปล่อยหลินอี้ลง แล้วหันไปจัดการพวกอ้าวซื่อเจวี๋ยเย่ด้วยความรำคาญ
"ไปลงนรกซะให้หมด!"
กลุ่มหมอกสีดำปกคลุมร่างของคนเหล่านั้นในพริบตา วินาทีต่อมา พวกอ้าวซื่อเจวี๋ยเย่ก็ไปโผล่ที่จุดเกิดในฐานที่มั่น ต่างคนต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
หลินอี้ที่หลุดพ้นจากการควบคุมมาได้ รีบสั่งให้มังกรปฐพีใช้สกิลโจมตีใส่ผู้บังคับบัญชาเผ่ามารทันที
"พุ่งชนป่าเถื่อน!"
แต่มังกรปฐพีที่เพิ่งจะโชว์ความโหดไปเมื่อกี้ กลับถูกผู้บังคับบัญชาเผ่ามารใช้นิ้วเดียวหยุดเอาไว้ได้
"ไม่รู้จักประมาณตน!"
"-66666"
ตายคาที่!
มังกรปฐพีที่เพิ่งจะสร้างชื่อเสียงให้หลินอี้ กลับถูกฆ่าตายอย่างง่ายดายซะงั้น!
หลินอี้ไม่มีเวลามานั่งเสียดาย รีบกดกลับเมืองทันที
ระบบ: คุณถูกล็อกเป้าหมายเป็นพิเศษ ไม่สามารถใช้ฟังก์ชันกลับเมืองได้ โปรดออกจากพื้นที่นี้ก่อน
"เชี่ย ระบบห่วยแตกอะไรวะเนี่ย!"
หลินอี้รู้สึกเหมือนตัวเองจะบ้าตาย!
กลับเมืองไม่ได้ งั้นข้ายอมตายกลับไปเลยก็ได้โว้ย!
"กระสุนมนตรา"
"ปัง!"
"-1"
ผู้บังคับบัญชาเผ่ามารลูบหัวที่โดนกระสุนมนตราระเบิดใส่เบาๆ แล้วแสยะยิ้ม
"อยากตายงั้นรึ? มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก!"
ผู้บังคับบัญชาเผ่ามารเอื้อมมือจะมาจับตัวหลินอี้
ตอนนั้นเอง พวกมนุษย์หมาป่าที่กำลังไล่ฆ่าพวกมอนสเตอร์ระดับล่างอยู่ ต่างก็หันกลับมาพุ่งเข้าใส่ผู้บังคับบัญชาเผ่ามาร
"ฮึ!"
พวกมนุษย์หมาป่าที่เลเวลเฉลี่ยแค่ 20 กว่าๆ พอเจอผู้บังคับบัญชาเผ่ามาร ก็ถูกจัดการเรียบภายในพริบตาเดียว
วิลแมนปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าหลินอี้
"ข้ารับปากกับท่านผู้พยากรณ์ไว้แล้วว่าจะต้องปกป้องท่าน ท่านรีบหนีไปเถอะ!"
ตอนที่หมิงเหมินหล่อลากดินกับพวกอ้าวซื่อเซิ่งถังถูกฆ่าตาย หลินอี้ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเท่าไหร่
แต่พอเห็นพวกมนุษย์หมาป่าที่แห่กันเข้ามา 'รนหาที่ตาย' อย่างไม่กลัวเกรง หลินอี้ก็เบิกตากว้าง ตะโกนเสียงหลง
"อย่าเข้ามา พวกนายจะตายกันหมดนะ!"
หมิงเหมินหล่อลากดินกับคนอื่นๆ ตายแล้วยังฟื้นได้ แต่ถ้าพวกมนุษย์หมาป่าตายแล้วตายเลยนะเว้ย!
"เพื่อเกียรติยศของบรรพบุรุษ พวกข้าไม่กลัวตายหรอก!"
วิลแมนทิ้งท้ายไว้แค่นั้น แล้วก็พุ่งเข้าใส่ผู้บังคับบัญชาเผ่ามาร
วินาทีที่วิลแมนพุ่งตัวออกไป หลินอี้รู้สึกเหมือนตัวเองได้ย้อนกลับไปในหุบเขานั้นอีกครั้ง
ตอนนั้นพ่อของเขาก็ทำแบบนี้แหละ รู้ทั้งรู้ว่าต้องตายแน่ๆ แต่ก็ยังพุ่งเข้าไปอย่างไม่ลังเล
มองดูวิลแมนถูกผู้บังคับบัญชาเผ่ามารต่อยจนกระเด็น
มองดูเผ่ามนุษย์หมาป่าที่พากันตายไปทีละคนๆ เหมือนแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ
มองดูรอยยิ้มอันเหี้ยมเกรียมบนใบหน้าของผู้บังคับบัญชาเผ่ามาร ที่ราวกับกำลังเสพติดความสุขจากการฆ่าฟัน
สีหน้าของหลินอี้เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
"ข้าจะไปกับแก เลิกฆ่าฟันกันสักที"
ในหลุมลึก วิลแมนพยายามพยุงตัวลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก
"ไม่ ท่านไปกับมันไม่ได้"
เขาเช็ดเลือดที่มุมปาก
"พวกข้าตายได้ แต่ท่านห้ามตายเด็ดขาด!"
วิลแมนหันไปสั่งมนุษย์หมาป่าตัวหนึ่ง
"เจ้ารีบพาท่านผู้มีพระคุณหนีไป"
"คิดจะหนีรึ?"
ผู้บังคับบัญชาเผ่ามารพุ่งไปอยู่ตรงหน้ามนุษย์หมาป่าตัวนั้นในพริบตา จัดการฆ่ามันทิ้ง แล้วแสยะยิ้มเย็นเยียบ
"ถึงเวลาจบเกมปาหี่นี่สักที"
ตอนนั้นเอง แสงสว่างวาบก็เปล่งประกายขึ้นรอบตัวหลินอี้
ผู้บังคับบัญชาเผ่ามารสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ โกรธจัด
"บัดซบ!"
เมื่อผู้บังคับบัญชาเผ่ามารใช้ความเร็วสูงสุดในชีวิตพุ่งเข้าไปคว้าตัวหลินอี้ แต่กลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า
ท่ามกลางสายตาของทุกคน หลินอี้กลายเป็นแสงระยิบระยับหายไปในอากาศ
ระบบ: สัตว์อัญเชิญเอฟลาร่าใช้ทักษะลับ "เคลื่อนย้ายดารา" โดยการสังเวยตัวเอง
ระบบ: สร้างการเชื่อมต่อสำเร็จ กำลังเทเลพอร์ต
ระบบ: เทเลพอร์ตเสร็จสิ้น
ท่ามกลางความมึนงง หลินอี้เหมือนได้ยินเสียงหัวเราะใสๆ ของเอฟลาร่า พร้อมกับประโยคที่ว่า
"ลาก่อนค่ะเจ้านาย เอฟลาร่าจะคิดถึงเจ้านายนะคะ"
………………