- หน้าแรก
- เปลี่ยนขยะเป็นยาวิเศษ พิชิตยอดคน
- บทที่ 70 - แผนการ
บทที่ 70 - แผนการ
บทที่ 70 - แผนการ
บทที่ 70 - แผนการ
เสียงร้องเร่ขายของเย่ซิงเฉินดึงดูดผู้คนกลุ่มใหญ่ให้เข้ามามุงดูอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นว่ามีโอสถระดับสูงจริงๆ ผู้คนก็เริ่มแย่งกันซื้อทันที
บางคนถึงกับตะโกนด้วยความตื่นเต้น
"ศิษย์พี่ ในที่สุดท่านก็หลอมโอสถกลั่นปราณระดับสูงออกมาได้เสียที ข้ารอท่านมาตั้งนานแล้วนะ"
"ศิษย์พี่ท่านนี้ ช่วงนี้ท่านไม่มาตลาดเลย ไปทำอะไรมาหรือ?"
……
ผู้คนต่างพากันรุมซื้ออย่างไม่ขาดสาย โอสถของเย่ซิงเฉินถูกขายไปเกินครึ่งอย่างรวดเร็ว
โดยเฉพาะโอสถกลั่นปราณระดับสูง ยิ่งเป็นที่ต้องการอย่างมาก
โอสถกลั่นปราณระดับสูงทั้งสิบเม็ด ถูกกว้านซื้อไปจนหมดเกลี้ยงในพริบตา
ความจริงแล้ว โอสถกลั่นปราณระดับสูงนี้ เย่ซิงเฉินสามารถใช้วิธีเปิดประมูลให้ผู้ที่เสนอราคาสูงสุดได้ไป แต่เขาไม่อยากเสียเวลา จึงเลือกที่จะขายในราคาเดิม
เพียงไม่ถึงสองชั่วยาม โอสถที่เย่ซิงเฉินเตรียมมาก็แทบจะขายหมดเกลี้ยง เหลือเพียงโอสถเสริมกระดูกระดับสูงสองเม็ดสุดท้ายที่ยังไม่ได้ขายออกไป
ทว่า ในขณะที่เย่ซิงเฉินเพิ่งหยิบมันออกมา ก็มีคนเดินเข้ามาสอบถามทันที
แต่ในจังหวะนั้นเอง
ม่านตาของเย่ซิงเฉินก็หดเกร็งลง เขาเหลือบไปเห็นหวังเอ้อร์โก่วและหลี่เยวี่ยหลิงกำลังเดินตรงมาทางเขาจากระยะไม่ไกล
"ฮ่าๆ น้องชาย เจ้ามาขายโอสถอีกแล้วหรือ อย่าคิดว่าใส่หน้ากากแล้วข้าจะจำเจ้าไม่ได้นะ เจ้าก็คือน้องชายเย่ซิงเฉินของข้าใช่ไหมล่ะ?" หวังเอ้อร์โก่วเดินตรงดิ่งเข้ามา กระชากหน้ากากของเย่ซิงเฉินออก
ทันใดนั้น ใบหน้าอันหล่อเหลาก็ปรากฏแก่สายตาทุกคน
"เย่ซิงเฉิน? ไอ้เศษสวะรากวิญญาณสิบธาตุนั่นน่ะนะ?"
"บ้าเอ๊ย นึกไม่ถึงเลยว่าไอ้เศษสวะรากวิญญาณสิบธาตุคนนั้นจะเป็นอัจฉริยะนักหลอมโอสถ ช่างคาดไม่ถึงจริงๆ"
"นึกไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าเจ้านี่จะมีวิชาหลอมโอสถที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ โคตรอัจฉริยะเลยให้ตายสิ"
"ที่แท้อัจฉริยะนักหลอมโอสถคนนี้ก็คือเย่ซิงเฉินนี่เอง ได้ยินมาว่าคราวที่แล้วที่ไปหอคุมกฎสายใน เกือบจะเอาชีวิตไม่รอด แถมยังบาดเจ็บสาหัสอีก หายเร็วขนาดนี้เลยรึ?"
"แกรู้ส้นตีนอะไร ได้ยินมาว่าไอ้เด็กนี่ถูกเฉินหว่านอวิ๋น ศิษย์อัจฉริยะแห่งยอดเขาอัคคีวิญญาณพาตัวไปรักษา ช่างเป็นไอ้หนุ่มที่ดวงดีจริงๆ"
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังอื้ออึงขึ้นมาทันที
ส่วนหลี่เยวี่ยหลิงก็หยิบโอสถเสริมกระดูกระดับสูงสองเม็ดบนโต๊ะขึ้นมา
"ศิษย์น้องเย่ โอสถเสริมกระดูกระดับสูงสองเม็ดนี้ เจ้าคงจะยกให้ข้าใช่ไหม?" หลี่เยวี่ยหลิงยิ้มหยัน
"ศิษย์พี่ชอบก็เอาไปเถอะ" เย่ซิงเฉินไม่มีความคิดที่จะปฏิเสธเลยแม้แต่น้อย เขามองเห็นทะลุปรุโปร่งแล้วว่า ชายหญิงคู่นี้ชักจะเหิมเกริมหนักขึ้นทุกวัน
"หึหึ ศิษย์น้องเย่ช่างรู้จักโอนอ่อนผ่อนตามจริงๆ" หลี่เยวี่ยหลิงยิ้มเยาะ ก่อนจะเก็บโอสถเสริมกระดูกระดับสูงทั้งสองเม็ดใส่กระเป๋าไปอย่างหน้าตาเฉย
"น้องชาย ครั้งนี้ขายโอสถได้แต้มสมทบกับหินวิญญาณมาเท่าไหร่ เอาป้ายประจำตัวมาให้พี่โก่วดูหน่อยสิ" หวังเอ้อร์โก่วเล็งไปที่ป้ายประจำตัวของเย่ซิงเฉิน
"พี่โก่ว ข้าโอนให้ท่านสองร้อยแต้ม ท่านเอาไปใช้เถอะ ส่วนที่เหลือข้าต้องเก็บไว้ซื้อสมุนไพรมาหลอมโอสถระดับสูงให้พวกท่านนะ" เย่ซิงเฉินทำตัวลู่ตามลม
"ฮ่าๆ น้องชายช่างรู้ใจจริงๆ ข้าล่ะชอบใจนัก" หวังเอ้อร์โก่วไม่คิดเลยว่า ตอนนี้เย่ซิงเฉินจะรู้จักดูตาม้าตาเรือได้ถึงขนาดนี้
หรือว่าไอ้เด็กนี่จะไม่เคียดแค้นเขาแล้วงั้นรึ?
แต่ต่อให้เคียดแค้นแล้วจะทำอะไรเขาได้ล่ะ?
หวังเอ้อร์โก่วฉีกยิ้มกริ่ม รีบหยิบป้ายประจำตัวของตนเองออกมา
เพียงไม่นาน ป้ายประจำตัวของเขาก็มีแต้มสมทบเพิ่มขึ้นมาสองร้อยแต้ม
"ข้าก็ขอสองร้อยแต้มสมทบด้วย" หลี่เยวี่ยหลิงเองก็หยิบป้ายประจำตัวออกมา จ้องมองเย่ซิงเฉินด้วยสายตาหยอกล้อ
"ได้เลยศิษย์พี่ เดี๋ยวข้าจัดการให้"
จากนั้น เย่ซิงเฉินก็โอนแต้มสมทบให้หลี่เยวี่ยหลิงอีกสองร้อยแต้มอย่างเด็ดขาด
ภายนอกดูเด็ดขาด แต่สมุดจดบัญชีแค้นในใจนั้นกองเป็นภูเขาเลากาแล้ว
"หึหึ ศิษย์น้องเย่ช่างว่านอนสอนง่ายจริงๆ" เมื่อเห็นว่าเย่ซิงเฉินโอนอ่อนผ่อนตามให้ตนถึงเพียงนี้ หลี่เยวี่ยหลิงก็หลุดปากเอ่ยประโยคที่ทำเอาเย่ซิงเฉินแทบคลื่นไส้
"เอาล่ะ น้องชาย เจ้าก็ตั้งใจฝึกฝนเข้าล่ะ วันหลังพวกเราจะมาเอาโอสถนะ ตามสบายเลย"
เมื่อได้ผลประโยชน์จนเป็นที่พอใจแล้ว หวังเอ้อร์โก่วก็โบกมือยิ้มร่า แล้วเดินจากไปพร้อมกับหลี่เยวี่ยหลิง
ผู้คนที่ยืนดูเหตุการณ์ต่างก็รู้สึกเห็นใจเย่ซิงเฉิน
เพราะในตลาดสายนอกแห่งนี้ มีคนมากมายที่เคยถูกหวังเอ้อร์โก่วขูดรีดมาแล้วทั้งนั้น
ในสายตาของพวกเขา เย่ซิงเฉินยังถือว่าโชคดีที่ยอมจ่ายสี่ร้อยแต้มสมทบเพื่อยุติปัญหา
คนดวงซวยบางคนนั่นสิที่น่าสมเพช บางทีก็ถูกหวังเอ้อร์โก่วขูดรีดจนหมดตัวเลยก็มี
เพราะศิษย์สายนอกทุกคนต่างก็รู้ดีถึงเบื้องหลังของหวังเอ้อร์โก่ว ดังนั้นต่อให้หวังเอ้อร์โก่วจะทำเรื่องเลวทรามแค่ไหน ศิษย์สายนอกก็ทำอะไรเขาไม่ได้อยู่ดี
บางคนก็เคยคิดจะไปฟ้องหอคุมกฎสายในเหมือนกัน แต่หวังเอ้อร์โก่วก็แค่ขูดรีดแต้มสมทบของพวกเขา หอคุมกฎคงไม่ถึงขั้นขับไล่หวังเอ้อร์โก่วออกจากสำนักชิงอวิ๋นหรอก
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้หนุนหลังของหวังเอ้อร์โก่วก็คือหวังเถิง อัจฉริยะศิษย์สายในแห่งสำนักชิงอวิ๋น
ต่อให้ไปฟ้องหอคุมกฎ แล้วทำให้หวังเอ้อร์โก่วถูกลงโทษสถานเบา สิ่งที่จะตามมาก็คือการแก้แค้นที่หนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม
ดังนั้น ตราบใดที่ศิษย์สายนอกเหล่านี้ยังไม่อยากถูกไล่ออกจากสำนักชิงอวิ๋น พวกเขาก็ทำได้เพียงยอมโอนอ่อนผ่อนตามให้หวังเอ้อร์โก่วเท่านั้น
ที่สำคัญก็คือ นอกจากหวังเอ้อร์โก่วจะทำร้ายเย่ซิงเฉินอย่างโหดเหี้ยมแล้ว กับศิษย์สายนอกคนอื่นๆ เขาก็แค่ขูดรีดแต้มสมทบเท่านั้น
จึงไม่มีใครยอมเสี่ยงเอาตัวไปฟ้องหอคุมกฎสายในเพื่อเล่นงานหวังเอ้อร์โก่วจริงๆ หรอก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อได้เห็นชะตากรรมของเย่ซิงเฉินที่ไปฟ้องหอคุมกฎในครั้งนี้แล้ว เหล่าศิษย์สายนอกก็ยิ่งล้มเลิกความคิดที่จะไปพึ่งพาหอคุมกฎสายในอย่างสิ้นเชิง
เมื่อเห็นหวังเอ้อร์โก่วเดินลับสายตาไป เย่ซิงเฉินก็ไม่ได้รั้งอยู่นานนัก
ครั้งนี้ โอสถกลั่นปราณระดับสูงทั้งสิบเม็ด เขาขายตามราคาของหอโอสถเป๊ะๆ
นั่นคือเม็ดละ 90 แต้มสมทบ
สิบเม็ดก็คือ 900 แต้มสมทบ
ส่วนโอสถกลั่นปราณระดับกลาง ราคาที่หอโอสถคือ 30 แต้มสมทบต่อเม็ด
แต่ในตลาดลานกว้างนี้ คงไม่มีใครยอมซื้อโอสถกลั่นปราณระดับกลางในราคาเต็มแน่ ดังนั้น เขาจึงขายในราคาเม็ดละ 28 แต้มสมทบ
รวมแล้วได้ 644 แต้มสมทบ
เมื่อคำนวณดูแล้ว โอสถกลั่นปราณทำรายได้ให้เขาถึง 1,544 แต้มสมทบ
ส่วนโอสถเสริมกระดูกนั้นกลับได้ไม่มากนัก
เพราะราคาของโอสถเสริมกระดูกถูกกว่าโอสถกลั่นปราณมาก
โอสถเสริมกระดูกระดับสูงทั้งยี่สิบสี่เม็ด ราคาที่หอโอสถคือ 48 แต้มต่อเม็ด
เขาจึงหั่นราคาลงเหลือเม็ดละ 45 แต้ม
มีสองเม็ดถูกหวังเอ้อร์โก่วฉกไป
ขายไปได้ยี่สิบสองเม็ด ได้มา 990 แต้มสมทบ
สรุปแล้ว การมาขายโอสถในครั้งนี้ เขาทำเงินได้ถึง 2,534 แต้มสมทบ
แต่กลับโดนหวังเอ้อร์โก่วกับหลี่เยวี่ยหลิงรีดไถไปอีกสี่ร้อยแต้ม
ตอนนี้เขาเหลือแต้มสมทบเพียง 2,134 แต้มเท่านั้น
ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจ แต่ตอนนี้เย่ซิงเฉินก็ทำได้เพียงกลืนเลือดตัวเองลงคอไปก่อน
เมื่อเดินออกจากตลาด เย่ซิงเฉินก็มุ่งตรงไปยังหอโอสถทันที
ในเมื่อเขาตั้งใจจะหลอมโอสถผสานวิญญาณอีกหนึ่งร้อยห้าสิบแปดเตาที่เหลือให้เสร็จ
เขาก็จำเป็นต้องมีแต้มสมทบให้มากกว่านี้
สมุนไพรสำหรับหลอมโอสถผสานวิญญาณหนึ่งเตา ในกรณีที่ไม่มีดอกผสานวิญญาณ ก็ยังมีราคาถึงชุดละ 30 แต้มสมทบ ดังนั้น เย่ซิงเฉินจึงยังต้องหลอมโอสถไปขายในตลาดให้มากกว่านี้
สมุนไพรโอสถผสานวิญญาณหนึ่งชุด ราคา 30 แต้มสมทบ ถ้าหนึ่งร้อยห้าสิบแปดชุด คำนวณดูแล้วก็ไม่ใช่เงินน้อยๆ เลย
เพราะเขาต้องใช้เตาหลอมสามสมบัติสมปรารถนายกระดับสมุนไพรพวกนี้ให้กลายเป็นสมุนไพรระดับสูงทั้งหมดเสียก่อน ถึงจะคู่ควรกับดอกผสานวิญญาณระดับสูงที่เขามีอยู่
มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น อัตราการหลอมโอสถผสานวิญญาณระดับสูงให้สำเร็จถึงจะมีสูงที่สุด
เพราะสมุนไพรที่ซื้อมาจากหอโอสถสายนอก ล้วนเป็นสมุนไพรระดับต่ำทั้งสิ้น
ดังนั้น เขาจึงต้องซื้อสมุนไพรมากกว่าเดิมถึงหกเท่าตัว
สมุนไพรโอสถผสานวิญญาณหนึ่งชุด ราคา 30 แต้มสมทบ ถ้าหนึ่งร้อยห้าสิบแปดชุด ก็คือ 4,740 แต้มสมทบ
ถ้าหกเท่า ก็จะตกอยู่ที่ 28,440 แต้มสมทบ (หมายเหตุ: จากต้นฉบับจีนคำนวณตัวเลขผิดพลาด โดยคำนวณได้ 14,220 แต่ที่ถูกต้องคือ 28,440)
นับว่าโชคดีที่เขามีเตาหลอมสามสมบัติสมปรารถนา ไม่อย่างนั้น สำหรับเขาในตอนนี้ มันคงเป็นตัวเลขที่สูงทะลุฟ้าแน่ๆ
ถ้าไม่มีเตาหลอม เขาคงทำได้แค่มุ่งหน้าไปรับภารกิจที่หอภารกิจเท่านั้น
อีกอย่าง หลายปีมานี้ เขาไม่เคยไปรับเสบียงและทรัพยากรของตนที่หอภารกิจสายนอกเลย หากไปเบิกมาเก็บสะสมไว้ตลอดหลายปีก็คงมีจำนวนไม่น้อย
แต่คิดไปก็เปล่าประโยชน์ ของพวกนั้นคงถูกไอ้ชั่วหวังเอ้อร์โก่วฮุบไปตั้งนานแล้ว เขาจะได้อะไรอีกล่ะ
เขาจึงทำได้เพียงหลอมโอสถไปขายที่ตลาดเพื่อแลกเป็นแต้มสมทบเท่านั้น
โชคดีที่พริบตาเดียวเขาก็หาแต้มสมทบได้กว่าสองพันแต้มแล้ว
เมื่อมีเตาหลอมสามสมบัติสมปรารถนาอยู่ การหาแต้มสมทบหมื่นกว่าแต้ม ดูเหมือนก็ไม่ได้ยากเย็นจนเกินไปนัก
(จบแล้ว)