- หน้าแรก
- เปลี่ยนขยะเป็นยาวิเศษ พิชิตยอดคน
- บทที่ 40 - หลี่เยวี่ยหลิงผู้กลับดำเป็นขาว
บทที่ 40 - หลี่เยวี่ยหลิงผู้กลับดำเป็นขาว
บทที่ 40 - หลี่เยวี่ยหลิงผู้กลับดำเป็นขาว
บทที่ 40 - หลี่เยวี่ยหลิงผู้กลับดำเป็นขาว
"ไอ้ขยะรากวิญญาณสิบธาตุ แกกล้าด่าข้า วันนี้ข้าจะจัดการแกให้พิการไปเลย"
ภายในตำหนักหอภารกิจ หลี่เยวี่ยหลิงตวาดแหวด้วยความโกรธเกรี้ยว พลังปราณเดือดพล่าน พริบตาเดียว งูวารีอีกตัวก็ปรากฏขึ้นมา
"ไอ้หนู แกคงยังไม่เคยฝึกวิชาอาคมเลยล่ะสิ?"
"หึหึ ไม่มีวิชาอาคม มีแต่ตบะขอบเขตกลั่นปราณขั้นห้าแล้วจะทำไม แกก็รอรับความตายได้เลย" หลี่เยวี่ยหลิงแววตาฉายแววฆ่าฟันอย่างอำมหิต
แต่หลี่เยวี่ยหลิงย่อมรู้ดีว่าในสำนักชิงอวิ๋น ต่อให้นางจะมีพ่อหนุนหลัง ก็ไม่มีทางฆ่าเย่ซิงเฉินได้อย่างเด็ดขาด
แต่ถ้าแค่ทำให้เย่ซิงเฉินพิการไป เมื่อมีหลี่ถงอยู่ด้วย แถมยังให้หวังเอ้อร์โก่วไปขอร้องหวังเถิงให้ช่วยพูด นางก็คงไม่ได้รับโทษอะไรมากมายนัก
ข้อดีก็คือไม่เพียงแต่จะได้เอาใจหวังเอ้อร์โก่ว แต่ยังเป็นการประจบหวังเถิงไปด้วยในตัว
"ไอ้หนู ไม่เคยฝึกวิชาอาคม ก็เตรียมตัวโดนซ้อมจนพิการได้เลย"
"ศิษย์พี่หญิงเยวี่ยหลิง จัดการไอ้หมาเวรนี่ให้พิการไปเลย มีข้าอยู่ ท่านไม่โดนลงโทษหรอก" หวังเอ้อร์โก่วแค่นยิ้มเย็น
ผู้คนที่อยู่รอบๆ ก็พากันหัวเราะเยาะเย้ยสะใจ
"ไอ้เด็กนี่มันยังไม่เคยฝึกวิชาอาคมนี่นา งานนี้คงได้จบเห่แน่ วิชาของศิษย์พี่หญิงหลี่เยวี่ยหลิงเป็นถึงวิชาอาคมระดับกลางเลยนะ ไอ้เด็กนี่เสร็จแน่"
"โทษใครไม่ได้หรอกนะ โทษตัวเองที่ดวงซวย ไปหาเรื่องใครไม่หา ดันไปหาเรื่องศิษย์พี่หวังเอ้อร์โก่ว สมน้ำหน้า"
และในจังหวะที่ทุกคนกำลังรอดูเรื่องสนุกอยู่นั้น พลังของเย่ซิงเฉินก็ปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง
พลังปราณธาตุไฟเดือดพล่าน ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของทุกคน
พริบตาเดียว หมาป่าเพลิงตัวหนึ่งก็ถูกเขารวบรวมขึ้นมา
เปลวเพลิงลุกโชนบนร่างหมาป่าเพลิง อานุภาพของมันไม่ได้ด้อยไปกว่าวิชางูวารีของหลี่เยวี่ยหลิงเลยแม้แต่น้อย
"อะไรวะเนี่ย? เจ้านี่มันไม่ได้ฝึกวิชาอาคมไม่ใช่รึไง นี่มันวิชาอาคมระดับกลางชัดๆ เลยนะเนี่ย?"
"บัดซบ ไอ้ขยะนี่มันฝึกวิชาอาคมมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน"
"มันไปหาวิชาอาคมระดับกลางมาจากไหนวะเนี่ย?" หลี่เยวี่ยหลิงขมวดคิ้วแน่น
ทันใดนั้นเอง พลังปราณธาตุไฟของเย่ซิงเฉินก็พลุ่งพล่านขึ้นอีกครั้ง หมาป่าเพลิงตัวที่สองถูกรวบรวมขึ้นมาติดๆ
"โฮก กรร!"
หมาป่าเพลิงสองตัวคำรามกึกก้อง พุ่งทะยานเข้าใส่งูวารีที่กำลังพุ่งเข้ามาอย่างดุดัน
วินาทีต่อมา การปะทะกันก็เกิดขึ้น มวลอากาศถึงกับสั่นสะเทือน หมาป่าเพลิงและงูวารีกลืนกินกันและกัน ก่อนจะสลายหายไปในอากาศธาตุ
การปะทะกันครั้งนี้ เย่ซิงเฉินและหลี่เยวี่ยหลิงเสมอกัน ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ
แต่ทว่า ด้วยความที่เป็นรากวิญญาณสิบธาตุ การรวบรวมหมาป่าเพลิงถึงสองตัว เย่ซิงเฉินก็รู้สึกได้เลยว่าพลังปราณในตันเถียนถูกสูบไปไม่น้อย
ถ้ายืดเยื้อต่อไป เขาคงสู้หลี่เยวี่ยหลิงไม่ได้แน่
นี่แหละคือข้อเสียของรากวิญญาณหลายธาตุ ยิ่งเขาเป็นถึงรากวิญญาณสิบธาตุด้วยแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
และเมื่อเห็นภาพตรงหน้า แววตาของหลี่เยวี่ยหลิงก็ยิ่งเย็นเยียบลงไปอีก
"ไอ้ขยะ คิดไม่ถึงว่าแกจะมีไม้ตายซ่อนอยู่ วันนี้ข้าจะให้แกได้เห็น..."
"เกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงได้วุ่นวายกันขนาดนี้?"
จู่ๆ ก็มีเสียงดังมาจากหน้าประตู ขัดจังหวะคำพูดของหลี่เยวี่ยหลิง
จากนั้น ร่างของหลี่ถงก็ปรากฏขึ้นภายในหอภารกิจ
เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย เย่ซิงเฉินก็หน้าตึงขึ้นมาทันที
ผีซ้ำด้ามพลอยแท้ๆ เย่ซิงเฉินไม่คิดเลยว่าหลี่ถงจะมาโผล่ที่นี่ด้วย
แต่ถึงอย่างไร ความจริงก็คือความจริง
เห็นๆ กันอยู่ว่าหวังเอ้อร์โก่วเป็นคนปล้นเสบียงของเขา
และยังเป็นฝ่ายลงมือก่อนด้วย
และหลี่เยวี่ยหลิงเองก็เป็นฝ่ายลงมือกับเขาก่อนเช่นกัน
เย่ซิงเฉินรู้ดีว่าหลี่ถงจะต้องเข้าข้างหวังเอ้อร์โก่วและหลี่เยวี่ยหลิงอย่างแน่นอน
แต่ความจริงย่อมชนะทุกสิ่ง ต่อให้อีกฝ่ายจะเข้าข้างแค่ไหน ก็คงไม่กล้าทำอะไรเขามากนัก
ทว่า เหตุการณ์ต่อจากนั้น กลับทำให้ใบหน้าของเย่ซิงเฉินมืดทะมึนลงในทันที
ตอนที่หลี่ถงก้าวเข้ามาในหอภารกิจ
หลี่เยวี่ยหลิงกลับร้องไห้โฮขึ้นมาเสียอย่างนั้น
"ฮือๆ ท่านพ่อ เย่ซิงเฉินไม่เพียงแต่จะปล้นเสบียงของศิษย์น้องเอ้อร์โก่ว แต่มันยังจะทำร้ายข้าด้วย"
ท่ามกลางความตกตะลึงของเย่ซิงเฉิน หลี่เยวี่ยหลิงวิ่งร้องไห้สะอึกสะอื้นไปที่ประตู ฟ้องหลี่ถงด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
น้ำตาจระเข้ไหลรินเป็นสาย
เย่ซิงเฉินถึงกับใบ้กิน นังผู้หญิงคนนี้ช่างเสแสร้งเก่งจริงๆ บีบน้ำตาออกมาได้เป็นเผาเต่าเลย
ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็ลอบด่าในใจ
อะไรนะ? เจ้าบอกว่าเย่ซิงเฉินปล้นเสบียงของหวังเอ้อร์โก่ว? แถมยังตีเจ้าอีก?
มารดามันเถอะ พวกข้าไม่เห็นจะเห็นเลย มีแต่เจ้าที่เป็นคนเริ่มก่อน หวังเอ้อร์โก่วเป็นคนปล้นของคนอื่นต่างหาก
นังผู้หญิงคนนี้จะตอแหลเกินไปแล้วนะ? ไร้ยางอายสิ้นดี
แต่ทว่า แม้ทุกคนจะแอบด่าหลี่เยวี่ยหลิงในใจ แต่ภายนอกกลับไม่มีใครกล้าแสดงออกอะไร
พวกเขาก็เหมือนกับเย่ซิงเฉินนั่นแหละ ไม่มีใครกล้าล่วงเกินหลี่เยวี่ยหลิง
ดังนั้น แม้จะเห็นหลี่เยวี่ยหลิงกลับดำเป็นขาวอย่างหน้าไม่อาย ก็ไม่มีใครกล้ายื่นมือเข้ามาช่วยพูดให้เย่ซิงเฉินเลย
อีกอย่าง ความเป็นความตายของเย่ซิงเฉิน ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพวกเขาเสียหน่อย
เมื่อหวังเอ้อร์โก่วเห็นหลี่เยวี่ยหลิงเล่นละครฉากนี้ เขาก็ถึงกับแอบยิ้ม
บัดซบ นังผู้หญิงคนนี้แสดงเก่งชะมัด ฮ่าฮ่า แต่ก็ดีแล้ว ต้องแบบนี้สิ ถึงจะมีข้ออ้างเอาไว้จัดการไอ้ขยะนี่
แค่ครึ่งปี มันกลับทะลวงถึงขอบเขตกลั่นปราณขั้นห้าได้ บนตัวมันมีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่?
หวังเอ้อร์โก่วคิดในใจ
ส่วนภายนอกก็แกล้งเล่นตามน้ำไป
"ผู้อาวุโสหลี่ ท่านต้องลงโทษไอ้ขยะนี่ให้หนักเลยนะ มันบังอาจมาปล้นเสบียงของข้า มันสมควรตายจริงๆ"
"ดี ดีมาก ข้าคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะมีคนกำแหงขนาดนี้"
หลี่ถงแค่นยิ้มเย็น ในใจเขารู้แจ้งเห็นจริงราวกับกระจก ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเป็นหวังเอ้อร์โก่วและหลี่เยวี่ยหลิงที่เป็นฝ่ายหาเรื่องเย่ซิงเฉินก่อน
แต่แล้วจะทำไมล่ะ?
ในฐานะผู้อาวุโสสายนอก ทุกอย่างย่อมขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเขา
หลี่ถงมองปราดเดียวก็รู้ระดับตบะของเย่ซิงเฉิน
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีตบะขอบเขตกลั่นปราณขั้นห้า และเกือบจะก้าวเข้าสู่ขั้นหก หลี่ถงก็รู้สึกได้เลยว่าวาสนาที่เย่ซิงเฉินได้รับมานั้นต้องไม่ธรรมดาแน่
ทว่า แม้หลี่ถงจะนึกอยากได้ แต่ก็ไม่กล้าลงมืออย่างโจ่งแจ้งขนาดนี้
แต่วันนี้ ต่อให้ฆ่าเย่ซิงเฉินไม่ได้ หลี่ถงก็ตั้งใจจะสั่งสอนให้เย่ซิงเฉินหลาบจำจนลืมไม่ลง
ดังนั้น หลี่ถงจึงแกล้งทำเป็นโกรธจัด
"เย่ซิงเฉิน แกบังอาจปล้นชิงทรัพย์สินของเพื่อนร่วมสำนัก แถมยังทำร้ายศิษย์พี่หญิงร่วมสำนักอีก แกมีความผิดอะไร จงรับสารภาพมาซะ!"
"คุกเข่าลง!!"
หลี่ถงตวาดลั่น แรงกดดันอันมหาศาลระดับขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลาย พุ่งเข้ากดทับเย่ซิงเฉินอย่างรุนแรง
ตู้ม ตู้ม ตู้ม
เย่ซิงเฉินรู้สึกราวกับมีเสียงฟ้าผ่าดังกึกก้องอยู่ในหู
ร่างกายของเขาถูกกดทับจนทรุดลงไปกองกับพื้นอย่างแรง
"ผู้อาวุโสหลี่ หวังเอ้อร์โก่วเป็นคนปล้นเสบียงของข้าก่อน และหลี่เยวี่ยหลิงก็เป็นคนลงมือกับข้าก่อนด้วย" เย่ซิงเฉินรีบแย้ง
"โอ้? มีใครเป็นพยานได้บ้าง? ข้าเห็นแค่แกกำลังทำร้ายลูกสาวข้าจนนางร้องไห้โฮ แกนี่มันเด็กเมื่อวานซืนจริงๆ ถึงกับกล้ากลับกลอกเปลี่ยนผิดให้เป็นถูกเชียวรึ?"
ตู้ม!
แรงกดดันของหลี่ถงโถมทับลงมาอีกระลอก
เย่ซิงเฉินพยายามโคจรพลังปราณต่อต้าน แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกตะลึงก็คือ ภายใต้แรงกดดันนี้ พลังปราณของเขาไม่สามารถขับเคลื่อนได้เลยแม้แต่น้อย
เวลานี้ เขาไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะขัดขืน
นี่หรือคือแรงกดดันของขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลาย?!
มันช่างน่าสะพรึงกลัวอะไรเช่นนี้
นี่เป็นครั้งแรกที่เย่ซิงเฉินได้สัมผัสกับความรู้สึกนี้ นี่แหละคือความห่างชั้นของระดับตบะ
ตอนนี้ขอเพียงหลี่ถงต้องการ เขาก็สามารถทำให้เย่ซิงเฉินตกตายตกไปได้ในพริบตา
ไม่ใช่ว่าหลี่ถงไม่อยากทำ แต่หลี่ถงไม่กล้าต่างหาก ล้อเล่นหรือเปล่า ต่อหน้าคนตั้งมากมาย ต่อให้เย่ซิงเฉินจะปล้นเสบียงของหวังเอ้อร์โก่วจริงๆ
หรือลงมือกับหลี่เยวี่ยหลิงก่อนจริงๆ แล้วจะทำไมล่ะ!?
ความผิดพวกนี้มันไม่ได้ถึงตายเสียหน่อย
ถ้าเขาขืนลงมือฆ่าแกงอย่างโจ่งแจ้งแบบนี้ หากหอคุมกฎสายในลงมาตรวจสอบ ต่อให้หลี่ถงมีสิบชีวิตก็คงไม่พอชดใช้
ทว่า แม้จะฆ่าไม่ได้ แต่ก็สามารถลงโทษสถานหนักกับเย่ซิงเฉินได้นี่
เมื่อเห็นสภาพอันน่าสมเพชของเย่ซิงเฉิน ผู้คนที่อยู่ในตำหนักต่างก็รู้สึกหวาดหวั่นกันไปตามๆ กัน
นี่มันจงใจเล่นงานเย่ซิงเฉินชัดๆ
แต่ทว่า แม้ทุกคนในตำหนักจะรู้ดีแก่ใจ แต่ก็ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรเลย
และเย่ซิงเฉินก็รู้ดีว่า ไม่ว่าเขาจะพูดยังไง วันนี้หลี่ถงก็คงไม่มีทางปล่อยเขาไปแน่
"ผู้อาวุโสหลี่ ข้าจะไปที่หอคุมกฎ!"
ทันทีที่เย่ซิงเฉินพูดจบ หลี่ถงก็ชะงักไป แรงกดดันที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ถูกรั้งกลับไปกว่าแปดเก้าส่วนในพริบตา
เย่ซิงเฉินในฐานะศิษย์สายนอก แน่นอนว่าไม่สามารถเข้าไปในสายในได้ตามอำเภอใจ แต่เขาสามารถไปที่หอภารกิจสายในได้
ขอเพียงศิษย์สายนอกเอ่ยปากว่าจะไปที่หอคุมกฎ และเรื่องไปถึงหอคุมกฎ หอคุมกฎก็จะต้องให้ความสำคัญ
ถึงตอนนั้นแค่หอคุมกฎสืบสาวราวเรื่องนิดหน่อย ความจริงทุกอย่างก็จะกระจ่าง
พอถึงตอนนั้น หวังเอ้อร์โก่วอาจจะรอดตัวไปได้เพราะมีหวังเถิงคอยช่วยเหลือ
แต่เขาหลี่ถงและลูกสาวคงได้แต่นอนรอความตายแน่
ดังนั้น เมื่อเย่ซิงเฉินเอ่ยประโยคนี้ออกมา หลี่ถงก็ไม่กล้ารับประกันว่าเรื่องนี้จะไม่หลุดรอดไปถึงหูหอคุมกฎสายใน
หลี่ถงจึงมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมา
บัดซบ ไอ้เด็กนี่มันหัวหมอจริงๆ
แต่ถ้าแค่ลงโทษเย่ซิงเฉินสถานเบา หลี่ถงก็ยังพอจะกล้าทำอยู่บ้าง
(จบแล้ว)