เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 41 แกมันไอ้สัตว์เดียรัจฉาน

ตอนที่ 41 แกมันไอ้สัตว์เดียรัจฉาน

ตอนที่ 41 แกมันไอ้สัตว์เดียรัจฉาน


ตอนที่ 41

แกมันไอ้สัตว์เดียรัจฉาน

“เสี่ยวเป่า? อยู่ไหน? ออกมาเร็ว เลิกเล่นซ่อนหากับคุณครูได้แล้ว!” คุณครูสาววางสายโทรศัพท์และเดินกลับมาแต่กลับไม่เห็นเสี่ยวเป่าอยู่ที่เดิม

หลังจากเดินตามหาอยู่นานแต่ไม่มีเสียงตอบรับ คุณครูจึงเริ่มตื่นตระหนก

แม่ซุนถูกลูกน้องของถงกัวฮุยสกัดขาจนสะดุดล้มระหว่างทาง เมื่อเธอมาถึงเธอเห็นคุณครูสาวกำลังตะโกนร้องหาเสี่ยวเป่าจึงเริ่มใจคอไม่ดี

ทั้งสองไม่อยากเสียเวลานานจึงเดินเข้าไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดในโรงเรียน

หัวใจของแม่ซุนเจ็บปวดนักเมื่อมองดูกล้องวงจรปิดแล้วเห็นเสี่ยวเป่าเดินถอยหลังครั้งแล้วครั้งเล่า

ถ้าเธอมาถึงเร็วกว่านี้ เสี่ยวเป่าคงจะไม่...

“คุณยายซุน เหมือนว่าเสี่ยวเป่าจะรู้จักเขานะคะ” คุณครูมองดูกล้องวงจรปิดและสังเกตเห็นว่าเสี่ยวเป่าหยุดอยู่กับที่

แม่ซุนที่ได้ยินเช่นนั้นมองพิจารณาดูรูปร่างของชายบนหน้าจอ

นี่คือผู้ชายที่เข้ามาก่อปัญหาทุกวันไม่ใช่เหรอ?

พ่อของคุณถง!

แม่ซุนที่รู้ข่าวรีบเดินทางกลับไปที่โรงพยาบาลและบอกกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวว่าถงกัวฮัวลักพาตัวเสี่ยวเป่าไป

“เสี่ยวเป่าถูกลักพาตัวไปเหรอ?”

แม่ซุนเล่ารายละเอียดถึงสถานการณ์ดังกล่าว จนทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยววิตกกังวลขึ้น

ไอ้สารเลวถงกัวฮุย ไม่เว้นแม้แต่เด็กตัวเล็ก!

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่รีรอให้แม่ซุนตอบคำถามรีบคว้าโทรศัพท์ออกมาต่อสายหาถงกัวฮุย

“ว่าไงลูกสาวคนดีของพ่อ ทำไมคิดถึงพ่อขึ้นมาล่ะ?” น้ำเสียงของถงกัวฮุยที่อยู่ปลายสายดูอารมณ์ดีมาก

จนถงเหมี่ยวเหมี่ยวอดไม่ได้ที่จะคลื่นไส้

“แกทำอะไรเสี่ยวเป่า! ส่งเขามาคืนฉันเลยนะ!”

ถงกัวฮุยหัวเราะเยาะ “ฉันก็แค่ทำหน้าที่ต้อนรับหลานในฐานะตาเท่านั้นเอง ตราบใดที่แกให้ความร่วมมืออย่างดี ฉันก็จะไม่ทำอะไรมัน”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหวนนึกถึงคำพูดของถงกัวฮุยเมื่อหลายวันก่อนแล้วรู้สึกรังเกียจเกินกว่าที่จะสนทนากับเขาต่อได้

“เสี่ยวเป่าไม่มีตา! ถงกัวฮุย แกกล้าลงไม้ลงมือกับเด็กแบบนี้ แกยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า?”

“คืนเสี่ยวเป่ามาให้ฉัน! ไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งตำรวจ!”

ถงกัวฮุยเปิดเผยนิสัยที่แท้จริงทันทีเมื่อได้ยินคำขู่ของเธอ

“ถ้าแกโทรแจ้งตำรวจงั้นฉันจะไม่รับประกันความปลอดภัยของไอ้เด็กนี่ หรือไปสถานีตำรวจกับฉันตอนนี้เลยมั้ยล่ะ แล้วค่อยมาแลกเปลี่ยนกัน”

จนถึงสุดท้ายเธอยังต้องไปถอนแจ้งความที่สถานีตำรวจและแลกเปลี่ยนตัวสองแม่ลูกโจวเพ่ยฮวาถงอวิ๋นเหยียนกับเสี่ยวเป่าอยู่ดี

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำโทรศัพท์แน่น กัดฟันด้วยความโกรธจนแทบคลั่ง “ถงกัวฮุย! แกนี่มันไอ้สัตว์เดียรัจฉาน!”

ถงกัวฮุยที่อยู่อีกด้านหนึ่งกดวางสาย

แม่ซุนมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดจากด้านข้างและเดินเข้าไปหาเธอหลังจากวางโทรศัพท์แล้ว

“คุณหนู อยากให้ป้าโทรแจ้งตำรวจมั้ย? นายถงจะทำอะไรเสี่ยวเป่าหรือเปล่า?”

“ไม่เป็นไรค่ะ ช่วยฉันออกจากโรงพยาบาลก็พอ”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่มีเวลาพูดอธิบาย เธอรีบเก็บข้าวของและเตรียมจะออกไปจากโรงพยาบาลทันที

เธอกำลังวางแผนจะออกจากโรงพยาบาลในอีกสองสามวันอยู่พอดี แต่กลับนึกไม่ถึงว่าสาเหตุที่ต้องออกจากโรงพยาบาลกะทันหันจะมาจากการที่ถงกัวฮุยลักพาตัวเสี่ยวเป่าไป

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขับรถไปที่วิลล่าตระกูลถงโดยไม่มีความรู้สึกคิดถึงแม้แต่น้อย

นี่คือสถานที่ที่เธอเติบโตมาและเป็นสถานที่ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอ

และวันนี้เธอกลับมาเพื่อเป็นปรปักษ์กับคนในบ้านตระกูลถง

ประตูวิลล่าถูกเปิดออกราวกับรอการมาถึงของเธอ

“มาได้แล้วเหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้ามาในประตูรั้วและได้ยินเสียงของถงกัวฮุยดังขึ้น

“เสี่ยวเป่าล่ะ?” เธอหยุดและหันไปมองรอบ ๆ แต่กลับไร้วี่แววของเสี่ยวเป่า

“แกเอาเสี่ยวเป่าไปซ่อนไว้ที่ไหน! แกจะทำข้อแลกเปลี่ยนกับฉันก็แสดงความจริงใจให้ฉันเห็นหน่อย! ให้ฉันเห็นว่าเสี่ยวเป่ายังสบายดีมั้ย!”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องมองชายในบ้านด้วยความวิตกกังวล

ทว่าถงกัวฮุยกลับไม่มีทีท่าว่าจะทำตามคำเรียกร้องของเธอ

ถงกัวฮุยมองดูท่าทางกังวลของเธอและยิ้มเยาะเย้ย

“แกคิดว่าตอนนี้แกอยู่สถานะที่จะเจรจากับฉันได้งั้นเหรอ?”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงียบไป ก่อนจะกัดฟันและพูดขึ้นว่า   “ไอ้คนด้านหน้า!”

“แกมีเวลาหนึ่งชั่วโมง ฉันจะรอแกอยู่ที่นี่ อีกหนึ่งชั่วโมงฉันจะต้องได้เห็นแม่เลี้ยงกับน้องสาวแกกลับมา”

“ไม่อย่างงั้นแกจะไม่มีวันได้เจอหน้าไอ้เด็กเหลือขอคนนั้นอีก” ถงกัวฮุยทำหูทวนลมใส่คำสาปแช่งของเธอ เขาพูดและหันหลังกลับเข้าบ้านไป

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่ยืนอยู่หน้าประตูรู้สึกสั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่างกาย

เธอเคยคิดว่าชายตรงหน้าจะมีหลงเหลือความเป็นมนุษย์อยู่บ้าง

แต่นึกไม่ถึงว่าเธอจะประเมินไอ้สัตว์เดียรัจฉานนี้สูงเกินไป

“ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเสี่ยวเป่า ฉันจะไม่มีวันปล่อยตระกูลถงไป!” ถึงแม้ว่าเธอจะยังเหนื่อยล้า แต่น้ำเสียงกลับชัดเจนและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

ไม่นานนักรถยนต์ก็เร่งความเร็วเคลื่อนตัวออกจากวิลล่าตระกูลถงไป

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหยียบคันเร่งมิดไปจนถึงสถานีตำรวจ

“คุณถงแวะมาที่อะไรหรือครับ?” ตำรวจสองนายที่ไปสอบปากคำที่โรงพยาบาลบังเอิญเข้าเวรอยู่และตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยว

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงียบไปครู่หนึ่งและหรี่ตาลง “ฉันเปลี่ยนใจแล้วค่ะ”

“อะไรนะครับ?” เจ้าหน้าที่ตำรวจงง

“ฉันให้อภัยแม่เลี้ยงกับน้องสาวแล้ว ช่วยปล่อยตัวพวกเธอได้มั้ยคะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกคลื่นไส้กับคำพูดแต่ละคำที่เธอพูดออกมา

เจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายรู้สึกลังเลเมื่อได้ยินเช่นนั้น

“แต่พวกเธอทำกับคุณถึงขนาดนั้น...”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอดกลั้นอาการคลื่นไส้และพูดขัดจังหวะ

“พวกเธอคือครอบครัวของฉันค่ะ”

เจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายสังเกตเห็นว่าเธอมีความลับบางอย่างและสีหน้าดูไม่สบอารมณ์อย่างมากจึงไม่ได้ถามอะไรต่อ

“ครับ งั้นรบกวนเซ็นชื่อตรงนี้ด้วยครับ” เจ้าหน้าที่ตำรวจพูดและยื่นเอกสารให้เธอ

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้อ่านเนื้อหาด้านในด้วยซ้ำ หยิบปากกาขึ้นมาเซ็นชื่อทันที

เจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายมองหน้ากัน

“จะปล่อยตัวได้หรือยังคะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดเร่ง

“เอ่อ งั้นตามมาเลยครับ” เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินนำหน้าไป

โจวเพ่ยฮวากับถงอวิ๋นเหยียนถูกปล่อยตัวออกจากสถานกักกันภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยืนรอพวกเธออยู่ที่หน้าประตู ภายในใจเอาแต่นึกห่วงเสี่ยวเป่ากลัวถงกัวฮุยจะบ้าคลั่งจนเผลอทำร้ายเสี่ยวเป่า

“นังสารเลว กล้าดียังไงถึงโผล่หน้าให้พวกเราเห็นอีก?” โจวเพ่ยฮวาที่ได้รับการปลดปล่อยตัวออกจากสถานกักกันตามความปรารถนาหันมาเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่ไม่ไกล สีหน้าจึงเปลี่ยนไปทันที

ถงอวิ๋นเหยียนต้องการสอนบทเรียนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนาย แต่เธอกลับหันขวับทันทีที่เมื่อได้ยินเสียงแม่

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงยืนอยู่ที่เดิม เมินสายตาของทั้งสองที่จ้องมองมา

“อีนังบ้า! แกมาที่นี่ทำไม! หรือคิดว่าพวกเรายังน่าสมเพชไม่พอ?” ถงอวิ๋นเหยียนไม่สนใจเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ตรงหน้า เดินสวมรองเท้าส้นสูงตรงไปหาถงเหมี่ยวเหมี่ยว ยกมือขึ้นชี้นิ้วด่าอย่างไม่ลดละ

“แกรู้มั้ยว่าฉันกับแม่ต้องทุกข์ทรมานเพราะแกกันขนาดไหน นังบ้า! ฉันก็แกผลักแกแล้วแกจำเป็นต้องตอบโต้กลับแบบนี้ด้วยเหรอ?”

สีหน้าของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองเปลี่ยนไปทันทีเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่ไม่แยแสของเธอ

การผลักคนจนเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์เรียกว่าแค่ผลักได้เหรอ?

“ก็สมควรแล้วนิ”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเอาแต่นึกถึงเสี่ยวเป่าจนไม่มีอารมณ์โต้เถียงกลับ เธอหันหลังและเตรียมจะจากไป

“หยุดนะ! แกทำให้ผู้ใหญ่ต้องทุกข์ทรมานขนาดนี้แล้วแกยังทำเป็นเมินอีกเหรอ? ขอโทษฉันเดี๋ยวนี้!” น้ำเสียงออกคำสั่งของโจวเพ่ยฮวาดังขึ้นจากทางด้านหลัง

ตามด้วยน้ำเสียงหัวเราะเยาะของถงอวิ๋นเหยียน

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยุดชะงัก

“ทำไม? เพิ่งรู้ตัวว่าผิดเหรอ? งั้นก็...”

แต่ก่อนที่โจวเพ่ยฮวาจะพูดจบฝ่ามือก็ตกลงมากระทบใบหน้าเธอเสียก่อน

เธอโดนตบแรงมากจนหน้าหัน และเมื่อหันหน้ากลับมาอีกครั้งเธอเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้ามืดมน

“ขอโทษแบบนี้เหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวบีบมือที่แสบร้อนและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

โจวเพ่ยฮวามึนหัวจนได้ยินสิ่งทำเธอพูดไม่ชัด

ถงอวิ๋นเหยียนตกใจมากเช่นกันและต้องใช้เวลาตั้งสติอยู่พักหนึ่ง

“แกกล้าดียังไง!” ถงอวิ๋นเหยียนตะคอกและก้าวเข้าไปหาเธอ

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหันไปด้านข้างมองดูเธอพุ่งเข้ามาและยกฝ่ามือตบหน้าเธออีกครั้ง

“ถ้าพวกเธอจะสร้างปัญหาต่อ ฉันก็ยินดีจะส่งพวกเธอไปรื้อฟื้นความทรงจำในสถานกักกันอีกครั้ง ฉันเคยส่งพวกเธอไปแล้วครั้งหนึ่ง ฉันก็จะส่งพวกเธอไปอีกเป็นครั้งที่สอง!”

จบบทที่ ตอนที่ 41 แกมันไอ้สัตว์เดียรัจฉาน

คัดลอกลิงก์แล้ว