เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 32 คุณหนีไปเพราะผม

ตอนที่ 32 คุณหนีไปเพราะผม

ตอนที่ 32 คุณหนีไปเพราะผม


ตอนที่ 32

คุณหนีไปเพราะผม

“แล้วทำไมตอนนั้นคุณถึงหนีไปล่ะ?” มู่อวี้เฉิงไม่สามารถระงับคำถามที่เขาอยากรู้มาตลอดได้

แต่สายตาคู่นั้นของถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับดูทิ่มแทงใจ “ทำไมถึงหนีไปน่ะเหรอ? คุณก็รู้อยู่แก่ใจไม่ใช่หรือไง?”

มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้ว “คุณจะบอกว่าที่คุณหนีไปเป็นเพราะผมเหรอ?”

“...” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเม้มปากเงียบ

แน่นอนว่าเธอไม่ต้องการพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนั้น

เพราะท้ายที่สุดการที่เธอหนีไปและตัดสายสัมพันธ์กับทางครอบครัว ทั้งหมดทั้งมวลล้วนเกี่ยวข้องกับผู้ชายตรงหน้า

เธอพยายามพูดเปลี่ยนเรื่องอย่างใจเย็น “ตอนนี้ฉันไม่เป็นอะไรแล้ว คุณมู่กลับไปที่ห้องทำงานเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันทำแผลเสร็จแล้วจะไปเซ็นสัญญาด้วย”

มู่อวี้เฉิงมึนงงเมื่อเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวดูไม่แยแสและทำตัวราวกับคนแปลกหน้าอีกครั้ง

ถึงอย่างนั้นเขาไม่ได้พูดอะไร พยักหน้าและกลับไปที่ห้องทำงาน

หลังจากนั้นไม่นานถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินกะโผลกกะเผลกเข้าไปในห้องทำงานของประธานบริษัท “ต้องขอโทษที่ทำให้คุณเสียเวลานะคะ ตอนนี้มาเซ็นสัญญากันเลยเถอะ” น้ำเสียงที่ดูเป็นมืออาชีพดังขึ้น

มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลายมาเป็นผู้หญิงผู้แข็งแกร่งอีกครั้ง

ทว่าเขาไม่ได้ปฏิเสธอะไรและเริ่มเซ็นสัญญา

หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จเรียบร้อยแล้วถงเหมี่ยวเหมี่ยวรับหน้าสัญญาของเธอมาและเตรียมพร้อมจะกลับออกไป

แต่กลับนึกไม่ถึงว่าลู่หมิงจะเดินเข้ามาเคาะประตูพอดี

มู่อวี้เฉิงมองดูเขาเดินเข้ามาและถามเสียงเย็นชา “ทุกอย่างเรียบร้อยดีมั้ย?”

ลู่หมิงพยักหน้า “จัดการเรียบร้อยแล้วครับ ส่วนคุณพ่อของผู้จัดการถงถูกตำรวจจับกุมตัวไป” เขาพูดขณะเหลือบมอง  ถงเหมี่ยวเหมี่ยว

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้มีอารมณ์ใด ๆ บนใบหน้า ราวกับว่าการถูกจับกุมตัวไปไม่มีนัยยะสำคัญอะไรกับเธอ

“ขอบคุณมากนะคะ งั้นฉันขอตัวก่อน” เธอพยักหน้า    เบา ๆ เป็นการขอบคุณลู่หมิงและเดินออกจากห้องทำงานไป

ลู่หมิงหันกลับไปมองท่านประธานด้วยความลังเล

หลังจากนั้นเขาก็ถามขึ้นว่า “ท่านประธานจะเอายังไงต่อไปดีครับ?”

มู่อวี้เฉิงเหลือบมองทิศทางที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินจากไปและพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “ไม่ต้องกังวลไป”

เย็นวันนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินกะโผลกกะเผลกกลับไปที่บ้าน

แม่ซุนที่บังเอิญเห็นสะดุ้งโหยง รีบก้าวเข้ามาประคองเธอและถามว่า “คุณถง ทำไมถึงบาดเจ็บแบบนี้ล่ะคะ?”

เสี่ยวเป่าที่กำลังนั่งเล่นอยู่บนโซฟารีบกระโดดลงมาทันทีเมื่อได้ยินว่าแม่ได้รับบาดเจ็บ และไม่สนใจของเล่นในมืออีกต่อไป

ขาสั้น ๆ รีบวิ่งเข้าไปหาถงเหมี่ยวเหมี่ยว มองดูหัวเข่าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่มีผ้าก๊อซพันรอบและคราบเลือดแห้งกรัง

ใบหน้าจิ๋วแสดงความทุกข์ใจออกมาทันทีและพูดสั่งอย่างฉะฉาน “คุณยายซุนช่วยหม่ามี้นั่งลงบนโซฟาด้วยนะครับ”

ขณะที่ตัวเขาเองคอยจับมือถงเหมี่ยวเหมี่ยวและประคองเธอเดินไปทีละก้าว

หลังจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่งลง เธอขอบคุณแม่ซุนและปล่อยให้เธอไปทำงานต่อ

เสี่ยวเป่าจับมือถงเหมี่ยวเหมี่ยวแน่นและถามด้วยความเป็นห่วง “หม่ามี้ยังเจ็บแผลอยู่หรือเปล่า?”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวดูออกว่าเจ้าตัวเล็กกำลังเป็นกังวลจึงเอื้อมมือออกไปจัดทรงผมบนหน้าผากที่ชี้โด่ชี้เด่ขึ้นและยิ้มเบา ๆ “หม่ามี้ไม่เป็นไร ไม่ต้องกังวลหรอกลูก”

“แต่เสี่ยวเป่าเจ็บแทนหม่ามี้”

เสี่ยวเป่าเม้มปากและจ้องมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยสีหน้าจริงจัง “หม่ามี้ไปโดนอะไรมา?”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดโกหกเพื่อไม่ให้เสี่ยวเป่ารู้สึกเป็นกังวล “อืม... แม่เผลอหกล้มน่ะ ถึงแม้จะดูน่ากลัวไปหน่อย แต่ จริง ๆ แล้วไม่ได้เป็นอะไรเลย”

แต่ใครจะรู้ว่าสีหน้าของเสี่ยวเป่าจะดูจริงจังขึ้นเมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว

“หม่ามี้นี่ไม่ได้เรื่องเลย”

เขาปล่อยมือถงเหมี่ยวเหมี่ยว กระโดดลงจากโซฟา และเริ่มพูดเทศนาราวกับผู้ใหญ่ตัวน้อยอยู่ตรงหน้าถงเหมี่ยวเหมี่ยว “หม่ามี้คอยย้ำให้ผมเดินบนถนนระวัง ๆ แต่หม่ามี้เองไม่ยอมทำตามได้ยังไง?”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอดจะหัวเราะไม่ได้เมื่อเห็นว่าเขาจริงจังราวกับผู้เฒ่าตัวน้อย “เอาล่ะหม่ามี้ผิดไปแล้ว ต่อจากนี้ไปจะคอยมองถนนดี ๆ”

“ไม่ใช่แค่มองถนน แต่ต้องเดินช้า ๆ ด้วย ห้ามวิ่งและห้ามมองไปรอบ ๆ จะได้ไม่หกล้มแบบนี้อีก”

เสี่ยวเป่าชูนิ้วน้อย ๆ ขึ้นมานับทีละข้อ “หม่ามี้จำที่ผมบอกได้มั้ย?”

จากนั้นดวงตากลมโตจึงจ้องมองไปที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยว

การแสดงออกที่จริงจังทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองว่าเขาน่ารัก และทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นหัวใจ

รอยแผลที่ถงกัวฮุยทิ้งเอาไว้ในใจค่อย ๆ ได้รับการเยียวยาจากคำพูดน่ารัก ๆ ของเสี่ยวเป่า

...

ณ วิลล่าตระกูลถงที่ตั้งอยู่ในเมืองเป่ย

ภายในห้องนั่งเล่นถูกแต่งอย่างประณีตและดูเรียบง่าย

ถงกัวฮุยนั่งทำหน้าเศร้าอยู่บนโซฟา

เขาเพิ่งได้รับการประกันตัวออกมาเมื่อตอนเย็นวันนี้

ส่วนแม่กับลูกสาวกำลังนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

คนหนึ่งคือโจวเพ่ยฮวาแม่เลี้ยงของถงเหมี่ยวเหมี่ยว ส่วนอีกคนคือถงอวิ๋นเหยียนน้องสาวต่างมารดา

เนื่องจากโจวเพ่ยฮวาหมั่นดูแลตัวเองเป็นอย่างดีจนรูปลักษณ์ภายนอกของเธอดูเหมือนกับหญิงสาวที่มีอายุสามสิบต้น ๆ เท่านั้น เธอคอยดูแลรูปร่างให้ได้สัดส่วนจนกลายเป็นหญิงสาวทรงเสน่ห์

แต่ตอนนี้ความงามในตัวเธอกำลังถูกความโกรธเคืองครอบงำอยู่

“เกิดอะไรขึ้นกับคุณ? ทำไมตำรวจถึงตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายได้? คุณไม่ได้ไปหามู่อวี้เฉิงหรือไง?”

เธอจ้องเขม็งไปที่ถงกัวฮุย “สถานการณ์ในบ้านเราตอนนี้ก็แย่เอาการ ทำไมคุณยังทำตัวไม่มีสติอยู่อีก? หรือคุณคิดว่าตอนนี้ตระกูลถงยังเป็นเหมือนเมื่อก่อนอยู่?”

ถงกัวฮุยพยายามระงับความโกรธเอาไว้

แต่เมื่อพูดถึงเรื่องนี้เขากลับระเบิดขึ้นมาอีกครั้ง “เธอคิดว่าฉันอยากจะทำตัวใจร้อนนักหรือไง? ถ้าไม่เพราะไปบังเอิญเจอนังเนรคุณถงเหมี่ยวเหมี่ยว! นังบ้านั่น ฉันเพิ่งทุบได้แค่ไม่กี่ครั้งเองก็เรียกตำรวจมาจับฉันแล้ว!”

โจวเพ่ยฮวากับถงอวิ๋นเหยียนตกตะลึง

“พ่อเจอถงเหมี่ยวเหมี่ยวจริงเหรอคะ?”

“เป็นไปได้ยังไง? นังนั่นมันหนีไปแล้วไม่ใช่เหรอ?”

ทั้งสองคนพูดออกมาพร้อมเพรียงกัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ

ถงกัวฮุยเหลือบมองพวกเขาและพูดด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง “หนีไปแล้วจะกลับมาอีกไม่ได้หรือไง?”

เขาหวนนึกถึงเหตุการณ์ในตอนบ่าย แต่ยิ่งคิดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งโมโหมากเท่านั้นจนเริ่มทุบตีที่วางแขนบนโซฟา

จากนั้นจึงกัดฟันพูด “อีกอย่างนังเนรคุณนั่นน่าจะยังมีสายสัมพันธ์กับมู่อวี้เฉิงอยู่!”

โจวเพ่ยฮวารู้สึกโกรธเคืองมากเมื่อได้ยินเรื่องนี้และหวนนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับครอบครัวเมื่อห้าปีก่อน

เธอกัดฟันและพูดสาปแช่ง “นังบ้ายังจะมีหน้ากลับมาอีก ที่ครอบครัวเราเป็นอยู่อย่างทุกวันนี้ก็เพราะมันคนเดียว! พอกลับมาแล้วก็รีบวิ่งแจ้นไปขอคืนดีกับมู่อวี้เฉิงเชียว นี่มันเอาตระกูลถงไปวางไว้ตรงไหน!”

ถงอวิ๋นเหยียนหัวเราะเยาะและพูดประชดประชันว่า    “แม่คะอย่าพูดอะไรตลกไปหน่อยเลย มู่อวี้เฉิงยังจะชอบมันอยู่หรือไง? มันเป็นคนทิ้งเขาไปแท้ ๆ บางทีนังถงเหมี่ยวเหมี่ยวอาจจะเอาตัวไม่รอดในต่างประเทศก็ได้ถึงได้กลับมาหามู่อวี้เฉิงไง!”

โจวเพ่ยฮวาคิดตามคำพูดของลูกสาวและพบว่าลูกสาวพูดถูก แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี

เธอหันไปมองถงกัวฮุยและถามว่า “แล้วหลังจากนี้คุณมีแผนยังไงบ้างล่ะ? หรือจะคอยมองนังนั่นเข้าไปพัวพันมู่อวี้เฉิงอีกรอบ เกิดมันไปทำให้ตระกูลมู่เคืองแล้วคิดว่าเรามีส่วนร่วมอีกล่ะ?”

สีหน้าของถงกัวฮุยดูจริงจังขึ้น

ดั่งคำพูดของโจวเพ่ยฮวาดึงเขาให้ได้สติ

เขาไม่สามารถปล่อยให้นังเนรคุณถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าไปพัวพันมู่อวี้เฉิงได้อีกต่อไป

เพราะตระกูลถงไม่ได้สามารถแบกรับความสูญเสียได้อีกแล้ว

ขณะที่เขากำลังคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป

ถงอวิ๋นเหยียนก็แสยะยิ้มมุมปากราวกับกำลังปองร้าย “พ่อคะแม่คะ หนูคิดออกแล้วว่าจะทำยังไงให้ได้ผลดีทั้งสองฝ่าย”

จบบทที่ ตอนที่ 32 คุณหนีไปเพราะผม

คัดลอกลิงก์แล้ว