เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 24 เรื่องทั้งหมดมันเป็นอดีตไปแล้ว

ตอนที่ 24 เรื่องทั้งหมดมันเป็นอดีตไปแล้ว

ตอนที่ 24 เรื่องทั้งหมดมันเป็นอดีตไปแล้ว


ตอนที่ 24

เรื่องทั้งหมดมันเป็นอดีตไปแล้ว

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวและรินไวน์ให้ตัวเองหนึ่งแก้ว จากนั้นจึงลุกขึ้นยื่นและพูดต่อว่า “วันนี้ฉันดีใจมากที่ได้มาเจอพวกคุณทุกคน หวังว่าในอนาคตพวกคุณจะให้คำปรึกษาเพิ่มเติมแก่ฉันบ้างนะคะ”

เธอทำท่ายกแก้วไวน์ขึ้น เงยหน้าและดื่มไวน์จนหมดแก้ว “หมดแก้ว เชิญทุกท่านค่ะ”

คนอื่น ๆ ตกตะลึงนึกไม่ถึงว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะเป็นคนตรงไปตรงมา

คนบางส่วนชะงักไปหลายนาทีกว่าจะปรบมือให้เธอ

“จัดไป ผมชอบคนตรง ๆ แบบคุณนะ”

“หมดแก้ว ผมซูจิ่นซวนจะดื่มเป็นเพื่อนคุณเอง”

“หมดแก้ว จะปล่อยให้ผู้หญิงนำพวกเราไม่ได้นะ!”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มขณะมองดูคุณชายทั้งหลาย จากนั้นจึงดื่มกับพวกเขาต่ออีกสองสามแก้ว

เธอมีทักษะการสื่อสารค่อนข้างดี ทำให้เข้ากับคุณชายทั้งหลายได้อย่างรวดเร็ว

มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้วทำหน้าบึ้งตึงเมื่อเห็นว่าภายในห้องมีชีวิตชีวามากกว่าเดิม และเพื่อน ๆ ทั้งหลายพากันทำตัวคึกคักเหมือนลิงกระโดด

สายตาของเขาจับจ้องไปที่หญิงสาวด้านข้าง มืดมนลงจนหาก้นบึ้งลึกไม่เจอ

ผู้หญิงคนนี้สามารถรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ได้อย่างง่ายดาย

แน่นอนว่าเธอคงจะเข้าร่วมงานสังสรรค์ต่าง ๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

มู่อวี้เฉิงรู้สึกไม่พอใจอย่างอธิบายไม่ถูก

แต่เขาไม่สามารถบอกได้ว่าเขาไม่พอใจตรงไหน

ขณะเดียวกันคุณชายทั้งหลายสังเกตเห็นว่า                      ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีความสามารถที่ค่อนข้างกว้างขวาง

คุณชายที่เคยพูดล้อเล่นก่อนหน้านี้ปรับเปลี่ยนทัศนคติและเริ่มพูดชมถงเหมี่ยวเหมี่ยว

เมื่อบรรยากาศเป็นใจก็เริ่มจะอดถามไม่ได้ “อีกอย่างเราคุยกันมาตั้งนานแล้ว ว่าแต่ผู้จัดการคนสวยชื่ออะไรครับ?”

“ถงเหมี่ยวเหมี่ยวค่ะ หรือจะเรียกฉันว่าผู้จัดการถงก็ได้”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มรับเบา ๆ

พวกคุณชายมองหน้ากันและพูดว่า “ถงเหมี่ยวเหมี่ยว   ชื่อคุ้นจัง”

“คุ้นมากจริง ๆ เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน”

อันจินเจ๋ถือแก้วไวน์ขณะมองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยว               “ผู้จัดการถง เราน่าจะรู้จักกันมานานแล้วใช่มั้ยครับ?”

รอยยิ้มบนใบหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวบิดเบี้ยวทันที

เธอรู้ดีว่าทำไมคนเหล่านี้ถึงรู้สึกคุ้นเคยกับชื่อของเธอ

คราวเมื่อเธอหมั้นกับมู่อวี้เฉิงเมื่อห้าปีก่อน ทุกคนในเมืองต่างรู้เรื่องนี้

“ผู้จัดการถง ทำไมถึงเงียบไปล่ะครับ?” อันจินเจ๋มองดู  ถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยความประหลาดใจ

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหัวเราะแฮะ ๆ และปฏิเสธ “รองประธานอันคงจะจำผิดแล้วล่ะค่ะ เราเคยเจอกันครั้งนี้ครั้งแรก”

อันจินเจ๋ขมวดคิ้วและพึมพำ “ผมว่าผมจำไม่ผิดนะ ผมเหมือนเคยได้ยินชื่อนี้ที่ไหนมาก่อน”

เขาพูดและก้มหน้าคิด

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตื่นตระหนกมองดูมู่อวี้เฉิงด้วยอาการลุกลี้ลุกลน

มู่อวี้เฉิงสังเกตเห็นสายตาที่จ้องมองและเลิกคิ้วให้เธอ

เดิมทีถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดว่ามู่อวี้เฉิงจะห้ามปรามปัญหาดังกล่าว

แต่เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะปริปากพูดอะไร เธอจึงได้แต่สวดภาวนาอ้อนวอนในใจให้อันจินเจ๋จำเรื่องนี้ไม่ได้

ยิ่งกลัวมากเท่าไหร่มันย่อมเป็นจริงมากเท่านั้น

“ผมจำได้ว่าเมื่อหลายปีก่อน... คุณเป็นคู่หมั้นของพี่เฉิงใช่มั้ย?”

อันจินเจ๋ร้องตะโกนและชี้ไปที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยความประหลาดใจ

บรรยากาศภายในห้องตกอยู่ในความเงียบสงัดทันทีเมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกใจมากจนสำลัก

เธอกระแอมสองสามครั้งและพูดด้วยสีหน้าลำบากใจ “... เรื่องทั้งหมดมันกลายเป็นอดีตไปแล้ว ตอนนี้เราเป็นแค่คู่ค้ากันค่ะ”

ทุกคนถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ยินคำพูดของเธอ จนทำให้บรรยากาศตึงเครียดลง

เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ข่าวเกี่ยวกับคู่หมั้นของมู่อวี้เฉิงที่หายตัวไปได้แพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมือง

คุณชายทรงอำนาจจากตระกูลมู่ถูกผู้หญิงทอดทิ้ง!

เดิมทีไม่คิดใครกล้าคิดถึงเรื่องนี้ แต่มันกลับกลายเป็นเรื่องจริง

ทุกคนไม่กล้าพูดอะไรออกมา แต่ทุกสายตากลับจับจ้องไปที่มู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว

ดวงตาเหล่านั้นเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสังเกตเห็นดวงตาพวกนี้รวมถึงบรรยากาศที่น่าอึดอัดจนเธอรู้สึกหงุดหงิด

หากเธอรู้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ว่าเธอจะสูญเสียตัวตนไป เธอคงจะไม่อยู่ต่อ

ขณะที่เธอไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อ เสียงทุ้มลึกของมู่อวี้เฉิงที่อยู่ด้านข้างก็ดังขึ้น “ดื่มพอหรือยัง? ไม่กลับบ้านเหรอ?”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกใจ

หลังจากเธอตระหนักได้จึงรีบยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลาและพยักหน้า “ดึกแล้ว ฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ”

เธอพูดขณะคว้ากระเป๋าที่วางเอาไว้และบอกอำลาทุกคน “ทุกท่าน ฉันขอตัวก่อนนะคะ เชิญดื่มต่อให้ต่อเลยค่ะ ขอให้สนุกนะคะ แล้วเอาไว้เจอกันใหม่”

ทุกคนมองดูสีหน้าเย็นชาของมู่อวี้เฉิงและโบกมือลาตามหลังถงเหมี่ยวเหมี่ยว

“คุณถงกลับบ้านปลอดภัยนะครับ เอาไว้เจอกันใหม่”

“ครั้งต่อไปถ้ามีโอกาสผมจะไปหารือความร่วมมือกับคุณบ้าง”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยายามตอบสนองและรีบเดินออกจากห้องราวกับกำลังหลบหนี

เธอไม่ได้สนใจเกี่ยวกับคำพูดถึงความร่วมมือหรือการกลับมาพบกันใหม่

มู่อวี้เฉิงลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าบูดบึ้งเมื่อเห็นร่างของ         ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหายออกไปจากประตู

“พี่เฉิง พี่...”

แต่ก่อนที่ชายคนนั้นจะพูดจบ มู่อวี้เฉิงก็ขึ้นเสียงตวาดขัดจังหวะ “ใครก็ตามที่กล้าพูดถึงเรื่องเมื่อห้าปีก่อน ระวังลิ้นของพวกแกเอาไว้ให้ดี!”

เขากวาดสายตาเย็นชามองรอบห้อง และจับจ้องไปที่อันจินเจ๋

อันจินเจ๋หวาดกลัวสายตาเย็นชาจนตัวสั่นสะท้าน รีบทำท่ารูดซิปปาก

เป็นการบอกกลาย ๆ ว่าจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก

มู่อวี้เฉินถอนหายใจและเดินออกจากห้องไป

ทุกคนมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง และหลังจากนั้นบทสนทนาก็เริ่มขึ้น

“พวกแกว่าพี่เฉิงจะทำอะไร?”

“ใครจะไปรู้ล่ะ?”

“ไม่รู้หรอกว่าจะทำอะไร แต่มารอดูการแสดงกันดีกว่า”

มู่อวี้เฉิงไม่รู้ว่าคนพวกนี้กำลังคิดอะไรกันอยู่

เขาเพียงเดินตามถงเหมี่ยวเหมี่ยวออกมาจากเลาจน์

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวดื่มไวน์เข้าไปหลายแก้วและเมื่อแอลกอฮอล์เริ่มออกฤทธิ์มันทำให้เธอมึนเมาจนเดินไปได้ไม่ไวนัก

เธอได้กลิ่นคุ้นเคยใกล้เข้ามาจึงหันหลังกลับและเห็นว่ามู่อวี้เฉิงเดินเข้ามาอยู่ข้าง ๆ เธอจึงพูดด้วยน้ำเสียงประหลาดใจว่า “คุณออกมาทำไมคะ?”

มู่อวี้เฉิงเหลือบมองเธอ

แก้มนวลของหญิงสาวกลายเป็นสีแดงก่ำเมื่ออยู่ภายใต้แสงขาว ดวงตาทั้งสองข้างหยาดเยิ้ม

กลิ่นหอมจาง ๆ ที่ผสมปนเปกับกลิ่นแอลกอฮอล์ลอยออกมาจากตัวหญิงสาวจนส่งกลิ่นหอม

“หืม? คุณมองอะไร?”

มู่อวี้เฉิงมองดูเธอโดยไม่พูดไม่จาอยู่สักพักหนึ่งจน        ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก้มลงไปมองเสื้อผ้าตัวเอง

“ไม่มีอะไร”

มู่อวี้เฉิงมองดูการเคลื่อนไหวของเธอและหันไปมองทางด้านหลังอย่างไม่สบายใจนัก “ที่บริษัทยังมีเรื่องต้องจัดการอยู่ ผมต้องกลับไปสะสางก่อน”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ทันได้เห็นความแปลกประหลาดของมู่อวี้เฉิง “คุณยุ่งจังค่ะ ขนาดตอนกลางคืนยังไม่ได้พักเลยเหรอ”

“ผมก็เป็นแบบนี้มาตลอด” น้ำเสียงฟังดูสงบ

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเม้มปากและพึมพำ “ไม่เปลี่ยนไปเลยนะ”

“ว่าไงนะ?” มู่อวี้เฉิงได้ยินไม่ชัดจึงเอ่ยถาม

ทว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับไม่ได้พูดตามความจริง เธอเม้มปากและพูดต่อ “ฉันถามว่าคุณจะไม่กลับไปใช้เวลากับภรรยากับลูกเหรอ? ไม่ว่าคุณจะยุ่งมากแค่ไหนแต่ก็ควรใช้เวลาพักผ่อนกับพวกเขาบ้างหรือเปล่า?”

มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้ว

นี่เป็นครั้งที่สองที่เขาได้ยินถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดแบบนี้

ลูกอะไร ภรรยาอะไร?

เขามีภรรยามีลูกตั้งแต่เมื่อไหร่?

จบบทที่ ตอนที่ 24 เรื่องทั้งหมดมันเป็นอดีตไปแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว