เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 16 แต่งงานตั้งแต่เมื่อไหร่

ตอนที่ 16 แต่งงานตั้งแต่เมื่อไหร่

ตอนที่ 16 แต่งงานตั้งแต่เมื่อไหร่


ตอนที่ 16

แต่งงานตั้งแต่เมื่อไหร่

มู่อวี้เฉิงเหล่ตามองหญิงสาวที่ก้มหน้าก้มตาทำงานอีกครั้ง

จู่ ๆ เขาก็รู้สึกว่าตัวเองไม่เข้าใจผู้หญิงคนนี้เอาซะเลย

แต่ก่อนเขารู้สึกว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวน่าเบื่อและจืดชืด ทำให้เขาไม่ได้สนใจอะไรเธอ แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกว่าตัวเองยังรู้จักเธอได้ไม่ดีพอ

คราวเมื่อได้เจอหน้ากันอีกครั้ง ความเข้มแข็งและเฉยเมยของผู้หญิงคนนี้ทำให้เขารู้สึกสนเธอขึ้นมา

เขามองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยสายตาลึกซึ้ง จากนั้นจึงหันกลับมาสะสางงานที่ทำค้างเอาไว้

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่อยู่อีกด้านหนึ่งรู้สึกโล่งใจเมื่อสังเกตเห็นว่าสายตาคู่นั้นไม่ได้จับจ้องมาที่เธออีกต่อไป

เธอมองดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่มีโค้ดเรียงรายอยู่ และพยายามบีบบังคับให้ตัวเองสงบสติอารมณ์ลง

ต่อมา ลู่หลิงกลับมาพร้อมกับอาหารเย็น

เขาวางกล่องอาหารลง

จากนั้นทั่วทั้งห้องทำงานก็เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของอาหาร

“ท่านประธานเชิญมาทานก่อนสิครับ”

ลู่หมิงวางกล่องข้าวลงและพูดบอกเบา ๆ

มู่อวี้เฉิงพยักหน้าและโบกมือให้เขาออกไป

รอจนกระทั่งลู่หมิงกลับออกไป เขาเงยหน้ามองถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่ยังคงจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์และพูดเบา ๆ ว่า “คุณถง มากินข้าวก่อนสิครับเดี๋ยวค่อยกลับไปทำงานต่อ”

เดิมทีถงเหมี่ยวเหมี่ยวต้องการจะปฏิเสธ แต่กลิ่นหอมในอากาศกลับทำให้เธอรู้สึกหิวมาก

เธอมองดูกองอาหารมากมายบนโต๊ะที่ดูน่าอร่อยและส่งกลิ่นหอม

จนเธอไม่กล้าพูดปฏิเสธออกไป

“ขอบคุณค่ะ” เธอพูดขอบคุณด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง จากนั้นจึงเริ่มขยับตัวไปนั่งกินอาหารบนโซฟาข้างมู่อวี้เฉิง

ทั้งสองนั่งกินกันเงียบ ๆ

มู่อวี้เฉิงคอยแอบมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวก้มหน้ากินอาหารเงียบ ๆ

จากนั้นเขาก็ถามขึ้นว่า “แต่งงานตั้งแต่เมื่อไหร่?”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกใจและตอบกลับว่า “แล้วเกี่ยวอะไรกับคุณคะ?”

มู่อวี้เฉิงพูดตอบ “ถึงมันจะไม่เกี่ยวอะไรกับผม แต่อย่างน้อยคุณก็คือคู่หมั้นของผมในนาม และผมยังไม่ได้ถอนหมั้น”

“ของแบบนี้ คุณใช้อำนาจทำมันให้เป็นเรื่องโมฆะก็ได้นี่คะ แล้วอีกอย่างคุณไม่ใช่คนที่จะมาใส่ใจเรื่องพรรค์นี้สักหน่อย ใช่มั้ยล่ะคะ?”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเยาะเย้ย ดวงตาที่แยกถูกผิดดีชั่วเต็มไปด้วยความเสียดสี

ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าไม่เคยตระหนักถึงการหมั้นหมายกับเธออย่างจริงจังเลยด้วยซ้ำ

ไม่อย่างนั้นเมื่อหลายปีก่อนเขาจะเมินเฉยต่อเธอเหรอ?

แถมยังมีหน้าส่งคนรักให้มาขับไล่เธอออกไปอีก!

มู่อวี้เฉิงยังไม่รู้เรื่องนี้

เขารู้สึกเพียงแต่ว่าคำพูดของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเต็มไปด้วยหนามทิ่มแทง และไม่ชอบทัศนคติของเธอที่มีต่อการแต่งงาน

เขาจึงพูดขึ้นว่า “ดูเหมือนว่าคุณจะไม่พอใจมาก แล้วทำไมตอนนั้นคุณไม่โทษที่ผมปล่อยปละละเลยคุณเลยล่ะ?”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเยาะเย้ยอีกครั้ง “คุณนี่คิดมากจังเลยนะคะ ฉันกับคุณไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว มามัวพูดถึงความไม่พอใจอยู่ทำไม? อย่างมากตอนนี้เราก็เป็นแค่คู่ค้าที่ต้องร่วมมือกัน อีกอย่างคุณเองก็มีครอบครัวแล้ว คิดว่าคำถามพวกนี้มันเหมาะสมแล้วเหรอคะ?”

มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำพูดดังกล่าว

เขามีครอบครัวแล้วเหรอ?

เกิดเรื่องอะไรขึ้น ทำไมเขาถึงไม่รู้เรื่องอะไรเลย?

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่รู้ว่ามู่อวี้เฉิงกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ

เธอเหลือบมองเขาและพูดต่อว่า “งานหมั้นที่เกิดขึ้นในตอนนั้นมันไม่ใช่เพราะคุณกับฉัน เลิกรากันไปก็ดี ต่อจากนี้ไปคุณไปใช้เวลากับภรรยาและลูกเถอะค่ะ และนอกจากเรื่องงานแล้วเราไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกันอีก”

หลังจากพูดจบเธอวางชามกับตะเกียบลงและบอกว่าอิ่มแล้ว จากนั้นจึงลุกกลับไปทำงานต่อ

มู่อวี้เฉิงหันไปมองเธอที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาทำงาน และนั่งอยู่ที่เดิมด้วยความงุนงง

ทำไมเขาถึงไม่เข้าใจที่ผู้หญิงคนนี้พูดสักนิด

ภรรยากับลูกคนไหน?

เธอกำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่?

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่นั่งอยู่บนโต๊ะสังเกตเห็นสายตาที่จ้องมองมาที่เธอ

ทว่าเธอกลับไม่ได้สนใจว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

เพียงแต่ภายในใจของเธอเก็บงำความแค้นที่มีต่อเขาเอาไว้

หลายปีที่ผ่านมาการอุ้มท้องเสี่ยวเป่าไปอยู่ต่างประเทศเพียงลำพังมันไม่ใช่เรื่องง่ายสักนิด

การเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวมันทำให้เธอทุกข์ทรมานมาก

หลายครั้งที่เธอแทบจะทนไม่ไหว

วันเวลาเหล่านั้นมันช่างมืดหม่นจริง ๆ

หลายครั้งที่เธอรู้สึกเกลียดชังความโหดเหี้ยมของผู้ชายคนนี้

เกลียดมากแต่ชีวิตก็ยังต้องดำเนินต่อไป

ยิ่งไปกว่านั้นหากไม่ใช่เพราะเรื่องงาน ชาตินี้เธอคงจะไม่มีวันมาเจอหน้าเขาอีก

บรรยากาศภายในห้องทำงานเงียบสงัดมาก มีเพียงเสียงเคาะแป้นพิมพ์ของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นครั้งคราว

มู่อวี้เฉิงยังคงสะสางที่ทำค้างไว้อยู่บนโซฟา

บรรยากาศแปลก ๆ ลอยตัวอยู่กลางอากาศ

เวลายังคงเดินต่อไปแต่ละวินาที

ท้องฟ้าด้านนอกเริ่มมืดสนิท

ในที่สุดคอมพิวเตอร์ที่อยู่ตรงหน้าถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็แสดงกล่องพรอมต์*(1)ขึ้นมาในช่วงเวลาประมาณตีสามกว่า

*(1) พรอมต์ คือ ระบบปฏิบัติการในโปรแกรมวินโดว์ที่เปรียบเสมือนล่ามคำสั่ง สามารถใช้สั่งการทำงานทุกอย่างที่ต้องการ

เธอทำการเชื่อมต่ออีกสองสามครั้งจนกระทั่งเห็นว่าไม่มีปัญหาอะไรจึงเงยหน้าขึ้นเตรียมจะเรียกหามู่อวี้เฉิง

แต่เธอกลับพบว่ามู่อวี้เฉิงกำลังนั่งกอดอกเอนกายพิงโซฟาราวกับเขาผล็อยหลับไป

ดวงตาของเขาปิดสนิทภายใต้แสงไฟสว่างจ้า ขนตา   เรียวหนาปัดลงราวกับขนแปรงซี่เล็ก

สีหน้าของเขาดูเย็นชาน้อยลงกว่าตอนตื่นและดูไม่เป็นอันตรายอะไร

นี่คือด้านที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่เคยเห็นมาก่อน

จนเธออดไม่ได้ที่จะจ้องมองเขา

ขณะที่เธอกำลังลังเลว่าจะปลุกเขาดีหรือไม่ จู่ ๆ คนที่ควรจะหลับอยู่ก็ลืมตาขึ้นมาจนเห็นดวงตาชัดใสแจ๋ว

มู่อวี้เฉิงมองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวและถามด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “มีอะไร?”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบหันหน้าไปมองทางอื่น

เธอระงับความรู้สึกแปลกประหลาดใจและอาการร้อนตัว พยายามพูดด้วยน้ำเสียงปกติว่า “ระบบเชื่อมต่อสำเร็จแล้ว      คุณจะมาดูมั้ย?”

มู่อวี้เฉิงไม่ได้ปฏิเสธอะไร

เขาลุกขึ้นและก้าวขาเรียวยาวเดินตรงเข้าไปหา              ถงเหมี่ยวเหมี่ยว

ขณะที่เขาเดินเข้ามาใกล้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้กลิ่นอำพันทะเลจาง ๆ ที่ลอยออกมาจากร่างกายของเขาอีกครั้ง

รวมถึงความรู้สึกกดขี่ที่ตามมา

จู่ ๆ เธอก็รู้สึกเสียใจกับคำพูดที่เธอเพิ่งพูดออกไป

แต่ตอนนี้เสียใจไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรเพราะเขามายืนอยู่ข้างหลังเธอแล้ว

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสูดลมหายใจเข้าลึกและพยายามจดจ่อไปที่งานตรงหน้า

เธอวางมือลงบนแป้นพิมพ์อีกครั้งและพูดตามหน้าที่ว่า “ตอนนี้ตัวโปรแกรมเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายในของทางบริษัทคุณแล้วแต่ยังมีการอัปเดตอยู่ คุณบอกให้ทีมวิศวกรของคุณมาดูแลต่อก็ได้ค่ะ”

เธอลุกออกจากเก้าอี้ หยิบโทรศัพท์มือถือกับเสื้อคลุมและบอกว่า “ฉันเสร็จธุระแล้ว ขอตัวกลับก่อนนะคะ”

มู่อวี้เฉิงมองดูท้องฟ้าด้านนอกและพูดว่า “ดึกแล้ว เดี๋ยวผมจะให้คนไปส่ง”

“ไม่ต้องค่ะ ฉันกลับเองได้”

น้ำเสียงที่ไม่แยแสและห่างเหินดังออกมาจากฝั่ง            ถงเหมี่ยวเหมี่ยว

มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้วขณะลุกขึ้นยืน

เขาไม่ชอบทัศนคติของถงเหมี่ยวเหมี่ยวตอนนี้เอาเสียเลย

เขาเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังจะเดินออกไปจึงรีบคว้าข้อมือเธอขึ้นมาและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ในเมื่อคุณไม่อยากให้คนอื่นไปส่ง งั้นผมก็จะไปส่งคุณเอง”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกใจจนรีบร้องตะโกน “มู่อวี้เฉิงปล่อยฉันนะ!”

เธอดิ้นรนพยายามดึงข้อมือออกจากมือของมู่อวี้เฉิง

ทว่ามือของผู้ชายคนนี้กลับแข็งแกร่งเหนียวแน่นเป็นพิเศษ

เธอถูกบังคับให้ออกจากห้องทำงานและเข้าไปในลิฟต์

“มู่อวี้เฉิง คุณไม่เข้าใจที่ฉันพูดหรือไง? ฉันบอกว่าฉันไม่ต้องการให้คุณไปส่งฉัน ปล่อย!”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหงุดหงิดและจ้องมองเขาด้วยสายตาโกรธเคือง

มู่อวี้เฉิงเม้มริมฝีปากบาง สีหน้าดูไม่น่ามองนัก

เขารู้สึกว่าผู้หญิงตรงหน้ามีหนามทิ่มแทงอยู่ทั้งตัว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้หนามพวกนั้นมุ่งเป้าหมายมาทางเขา มันทำให้เขารู้สึกร้อนรนอย่างอธิบายไม่ถูก

จบบทที่ ตอนที่ 16 แต่งงานตั้งแต่เมื่อไหร่

คัดลอกลิงก์แล้ว