- หน้าแรก
- ระดับจักรพรรดิเซียนที่ว่าแน่ ก็ยังเป็นแค่ลูกศิษย์ของผม
- บทที่ 68 งานเลี้ยงคุนหลุน (ตอนฟรี)
บทที่ 68 งานเลี้ยงคุนหลุน (ตอนฟรี)
บทที่ 68 งานเลี้ยงคุนหลุน (ตอนฟรี)
เมื่อข่าวลือและการพูดคุยแพร่สะพัดไปทั่วทวีปโบราณบรรพกาล เมืองฝังมังกรก็กลับมาคึกคักอีกครา ผู้ฝึกตนและชาวบ้านธรรมดาหลั่งไหลเข้ามาในเมืองอย่างไม่ขาดสาย และจวนผู้ดูแลก็กลายเป็นจุดศูนย์รวมของผู้คนเนืองแน่น ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ องครักษ์ประจำจวนจึงต้องยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อความสงบเรียบร้อย มีการจัดสรรกำลังคนเฉพาะกิจเพื่อจัดระเบียบฝูงชน และเพิ่มกำลังทหารลาดตระเวนเพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทว่าถึงกระนั้น ก็ยังมิอาจหยุดยั้งความตื่นเต้นและความอยากรู้อยากเห็นของผู้คนได้เลย
ภายในจวนผู้ดูแล เหลิงจวงและเย่จวินยุ่งหัวหมุนจนแทบไม่มีเวลาได้หยุดพักหายใจ พวกเขาต้องคอยสั่งการให้คนยกน้ำชาต้อนรับและตามส่งบรรดาผู้ฝึกตนรวมถึงแขกเหรื่อจากสำนักต่างๆ ที่มาเยือนอย่างไม่ขาดสาย เพื่อแสดงให้เห็นถึงการต้อนรับอันอบอุ่นและใส่ใจของทางจวน ผู้ฝึกตนและขุมกำลังจากสำนักต่างๆ มากมายที่เดินทางมา ล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือการแสวงหาโอกาสที่จะได้เข้าไปในสำนักคุนหลุน
โอกาสในครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนๆ และถือว่าล้ำค่ายิ่งนัก คราวก่อนคืองานมงคลสมรสของหลี่เย่และเหลิงเยว่หนิง แม้ทั้งสองจะเป็นถึงศิษย์สืบทอดของสำนักคุนหลุน แต่ก็ยังคงมีสถานะเป็นเพียงศิษย์ แต่คราวนี้ จ้าวแห่งคุนหลุนได้รับธิดาน้อยมาเป็นโซ่ทองคล้องใจ ซึ่งหมายความว่าสำนักคุนหลุนกำลังจะได้ต้อนรับสายเลือดใหม่และความหวังใหม่ ความสำคัญของงานนี้จึงเป็นที่ประจักษ์ชัดเจนโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ย
สำหรับบรรดาผู้ฝึกตนและสำนักเหล่านั้น หากพวกเขาสามารถไปปรากฏตัวต่อหน้าหลินลี่ในช่วงเวลาอันแสนพิเศษนี้ได้ ย่อมถือเป็นวาสนาครั้งใหญ่หลวงอย่างไม่ต้องสงสัย ทันทีที่พวกเขาได้รับความโปรดปรานและการยอมรับจากสำนักคุนหลุน เส้นทางการบ่มเพาะพลังในภายภาคหน้าย่อมไร้ซึ่งอุปสรรคใดๆ ซ้ำยังอาจจะได้ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด กลายเป็นผู้นำเหนือสำนักทั้งปวง
ดังนั้น ไม่ว่าจะเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนหรือเพื่อความรุ่งโรจน์ของสำนัก ผู้ฝึกตนและตัวแทนสำนักเหล่านี้ต่างก็แห่แหนกันมาที่จวนผู้ดูแล ด้วยความหวังที่จะไขว่คว้าโอกาสนี้ เพื่อนำพาทรัพยากรและวาสนามาสู่ตนเองและสำนักให้ได้มากที่สุด
"ทุกท่าน โปรดอย่าทำให้พวกเราลำบากใจเลย แม้ทุกท่านจะทราบดีถึงความสัมพันธ์ระหว่างพวกเรากับสำนักหลัก แต่เทียบเชิญในครั้งนี้เป็นท่านรองเจ้าสำนักที่ออกให้โดยตรงตามคำสั่งของท่านเจ้าสำนัก พวกเราเองก็ไม่มีสิทธิ์ออกเทียบเชิญให้ใคร พวกเราไม่อาจจัดการเรื่องนี้ให้ได้จริงๆ ขอทุกท่านโปรดนำของขวัญเหล่านี้กลับไปเถิดขอรับ"
เย่จวินและเหลิงจวงประสานมือคารวะผู้คนภายในจวนพลางกล่าวอธิบาย
"พวกเราเข้าใจดี พวกเราเพียงแต่หวังว่าท่านผู้ดูแลทั้งสองจะช่วยกล่าวคำพูดดีๆ ให้พวกเราต่อสำนักอันทรงเกียรติของท่านได้บ้าง หวังเพียงว่าพวกเราจะมีโอกาสได้เฝ้ามองอยู่รอบนอกก็ยังดี"
"พวกเราจะพยายามอย่างสุดความสามารถก็แล้วกัน" ทั้งสองสบตากันก่อนจะเอ่ยตอบ
ในขณะที่เมืองฝังมังกรกำลังคึกคักวุ่นวาย ภายในสำนักคุนหลุนก็อบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและบรรยากาศแห่งความปีติยินดีเช่นกัน เหล่าศิษย์และผู้อาวุโสภายในสำนักต่างวุ่นวายอยู่กับการจัดเตรียมสถานที่อย่างพิถีพิถัน คอยต้อนรับแขกเหรื่อบริเวณทางเข้าอย่างอบอุ่น และจดบันทึกรายชื่อของขวัญอย่างละเอียดลออ ใบหน้าของทุกคนล้วนประดับไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขและความภาคภูมิใจ
นับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ยุทธภพ ทุกความเคลื่อนไหวของสำนักคุนหลุนล้วนส่งผลกระทบต่อกระแสความเปลี่ยนแปลงของทวีปโบราณบรรพกาล และงานมงคลในครั้งนี้ก็นับเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ของสำนัก การที่ท่านเจ้าสำนักได้รับธิดาน้อยมาเชยชม ไม่เพียงแต่หมายความว่าสำนักคุนหลุนกำลังจะมีนายน้อยคนใหม่ ทว่ายังเป็นนิมิตหมายอันดีถึงอนาคตที่สดใสเรืองรองของสำนัก เป็นประจักษ์พยานถึงการผงาดขึ้นสู่จุดสูงสุดที่เหนือล้ำยิ่งกว่าเดิมของสำนักคุนหลุน
ทั่วทั้งสำนัก ไม่ว่าจะเป็นศิษย์หรือผู้อาวุโส ล้วนเปี่ยมล้นไปด้วยความปีติยินดี พวกเขาเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่าการถือกำเนิดของชีวิตใหม่นี้ จะนำพาความหวังและโอกาสอันไร้ที่สิ้นสุดมาสู่สำนัก ทำให้สำนักคุนหลุนเจิดจรัสทอแสงเหนือทวีปโบราณบรรพกาลมากยิ่งขึ้นไปอีก
เมื่อรัตติกาลมาเยือน ตัวแทนสำนักที่ได้รับเทียบเชิญและแขกเหรื่อผู้มีเกียรติทั้งหลายต่างก็เดินทางมาถึงจนครบถ้วน หลังจากได้รับสัญญาณจากท่านผู้อาวุโส ศิษย์ที่ดูแลประตูสำนักก็ประกาศก้องออกไปด้านนอกประตูเขา "เริ่มงานเลี้ยงได้!"
ทุกคนต่างลุกขึ้นยืนอย่างนอบน้อมและจดจ้องไปยังประตูหลักของโถงผู้นำสำนักเป็นตาเดียว เสียง "แอ๊ด" ดังขึ้นเบาๆ บานประตูค่อยๆ เปิดออกกว้าง ปรากฏร่างของชายหนุ่มและหญิงสาวคู่หนึ่งค่อยๆ ก้าวเดินออกมา กลิ่นอายแห่งความสูงศักดิ์และน่าเกรงขามที่มิอาจปฏิเสธได้แผ่ซ่านออกมาจากร่างของพวกเขาทั้งสอง และในอ้อมแขนของหญิงสาวผู้นั้น ก็คือทารกน้อยที่ถูกโอบอุ้มไว้อย่างทะนุถนอมในห่อผ้าอ้อมนั่นเอง