- หน้าแรก
- ระบบบังคับให้ฉันทำตัวหลุดโลก จนกลายเป็นเทพในวงการบันเทิง
- บทที่ 15 จ้าวลี่อิ่ง: ฉันจะบ้าตายกับนาย
บทที่ 15 จ้าวลี่อิ่ง: ฉันจะบ้าตายกับนาย
บทที่ 15 จ้าวลี่อิ่ง: ฉันจะบ้าตายกับนาย
บทที่ 15 จ้าวลี่อิ่ง: ฉันจะบ้าตายกับนาย
#ไป๋เป่าคุนโดนไซเบอร์บูลลี่สงสัยว่าจะเป็นซึมเศร้าคิดสั้น#【ฮิต】
#ไป๋เป่าคุน-ใต้ทะเล#【ฮิต】
#ไป๋เป่าคุนเกิดอะไรขึ้นกันแน่?#【ฮิต】
คนดังในเน็ตหลายคน พอตื่นเช้ามาไถมือถือ เปิดหน้าเว็บก็เห็นเทรนด์ฮิตของไป๋เป่าคุนถึงสามอันดับ
"เชี่ย เป่าคุนเจ๋งขนาดนี้เลยเหรอ เทรนด์ฮิตนี่แจกฟรีหรือไง เป็นเขาอีกแล้ว!"
"เกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย บางคนบอกว่าเป่าคุนไปนอนให้รถไฟทับ บางคนบอกว่าเป่าคุนกระโดดลงทะเล"
"คงไม่ได้เป็นเรื่องจริงหรอกนะ ตอนเขารับรางวัลไม้กวาดทองคำก็ดูมีความสุขดีนี่นา?"
"มีความสุขนั่นแหละใช่เลย มักจะเป็นแบบนี้แหละ ภายนอกยิ่งดูมีความสุขเท่าไหร่ อาการซึมเศร้ายิ่งรุนแรงมากเท่านั้น!"
"มิน่าล่ะ นิสัยไป๋เป่าคุนถึงได้เปลี่ยนไปมาก ตอนรับรางวัลก็ยิ้มแย้มแจ่มใส เขาแค่เก็บความหดหู่เอาไว้กับตัวเองคนเดียว"
ชาวเน็ตยุคนี้เปิดโหมดมโนกันง่ายมาก
ดาราตัวท็อปในวงการจะมีขึ้นมีลงก็เป็นเรื่องปกติ
ไป๋เป่าคุนตอนนี้ก็ไม่ได้มีป้ายกำกับว่าเป็นตัวท็อปอีกต่อไปแล้ว
ชื่อเสียงด้านการแสดงพังทลาย แฟนคลับก็ไม่สนับสนุน บริษัทต้นสังกัดก็ไล่ออก
ในสถานการณ์แบบนี้ ยังมาโดนแอนตี้แฟนไซเบอร์บูลลี่อีก
ทุกคนรู้ดีว่าเขาต้องแบกรับแรงกดดันมากแค่ไหน
บวกกับเพลง 《ใต้ทะเล》 เมื่อคืนนี้ ขนาดหลิวอี้เฟยฟังแล้วยังรู้สึกหวาดผวา!
ตอนแรกเธอคิดว่าไป๋เป่าคุนมีแนวโน้มจะฆ่าตัวตาย เลยรีบหาข้ออ้างชวนเขาออกมา
แต่ใครจะไปคิด...
ภาพสุดท้ายคือทั้งสองคนนั่งกินหม้อไฟร้องเพลงกัน รถก็ขับไปถึงเมืองเอ๋อเฉิงแล้ว ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
"เพื่อนไป๋บ้าบอชะมัด ไม่ใช่เทพบุตรมาดนิ่งอะไรนั่นหรอก แล้วก็ไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้าด้วย!"
หลิวอี้เฟยกำโทรศัพท์ไว้แน่น อดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา
แต่ว่านะ ไป๋เป่าคุนเป็นคนยังไงกันแน่?
คุยกับเธอเรื่องเชกสเปียร์ เรื่องคานต์กับเฮเกล เรื่องปรัชญาสำนักหวังหยางหมิง เรื่องความขัดแย้งของวัฒนธรรมที่แตกต่าง... เล่าเรื่องตลกในวงการบันเทิง รำลึกความหลังสมัยเรียน แล้วก็อดไม่ได้ที่จะปล่อยมุกสองแง่สองง่ามออกมาอย่างกะทันหัน
รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้น่าสับสนมาก มองไม่ทะลุ จับต้องไม่ได้ แต่ก็ดูเหมือนจะเป็นผู้ชายที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่
พอนึกถึงที่ไป๋เป่าคุนบอกว่าจะหนีไปกบดานสักพัก ก็เลยส่งข้อความวีแชตไปหาทันที!
หลิวอี้เฟยนอนคว่ำเตะเท้าไปมา พิมพ์ข้อความในมือถือหยิกๆ 【เพื่อนไป๋ วันนี้จะไปไหนเหรอ?】
【ไปทำงาน!】
【ไม่ทำได้ไหมล่ะ?】
【ไม่ทำงาน แล้วเธอจะเลี้ยงฉันเหรอ?】
พรืด!
หลิวอี้เฟยขำก๊าก 【ช่างกล้าพูด! คราวหน้าฉันเลี้ยงหม้อไฟนายเอง ไหตี่เลาปฏิเสธทะเลไปแล้ว】
เมื่อวานพวกเขาสองคนไปกินไหตี่เลากัน สุดท้ายก็มีคนจำได้อยู่ดี
ไป๋เป่าคุนร้องเพลง 《ใต้ทะเล》... ผู้จัดการร้านไหตี่เลาหน้าถอดสีเลยทีเดียว
เรื่องนี้ดันไม่เป็นกระแสในเน็ต คาดว่าคงโดนกดข่าวไว้ พวกเขายังนึกแผนรับมือไม่ออก
ถ้าไหตี่เลาถูกจับคู่กับเพลง 《ใต้ทะเล》 สงสัยกินหม้อไฟคงได้รสชาติน้ำตาแน่ๆ
ถ้าเป็นแบบนั้นธุรกิจจะดีได้ยังไง!
ไป๋เป่าคุนนั่งรถไฟความเร็วสูงมุ่งหน้าไปสือเจียจวงเรียบร้อยแล้ว
ที่เขาบอกว่าไปทำงาน ก็คือไปทำงานจริงๆ นั่นแหละ
【ไป๋เป่าคุน นายถึงไหนแล้ว ถ้านายเบี้ยวฉัน ฉันจะเจาะเลือดนายออกมา】
จ้าวลี่อิ่งเองก็เป็นห่วงนิดหน่อยเหมือนกัน
ที่ทำตัวดุๆ แบบนี้ ก็เพื่อจะดูปฏิกิริยาของไป๋เป่าคุน
เพลง 《ใต้ทะเล》 เมื่อคืนนี้ ฟังแล้วมันอึดอัดและทรมานเกินไป
【จ้าวมีดน้อย เธอเก็บมีดก่อนเถอะ สถานีต่อไปฉันจะไปเมืองสือเจียจวง】
จ้าวลี่อิ่ง: 【...】
ปฏิกิริยาก็ถือว่าปกติ แต่มีดฉันล่ะ
บอกว่าวันนี้จะมาหาฉัน แต่ดันหนีไปอีกเมืองนึงเนี่ยนะ
ยังไม่ทันที่เธอจะโมโห ไป๋เป่าคุนก็รีบส่งข้อความอธิบายมาให้
【จุดหมายปลายทางคือสถาบันสื่อเหอเป่ย ฉันตั้งใจจะไปหาคนมาถ่ายหนัง รีบมาเร็วเข้า พี่สาวเปย์อันดับหนึ่งของฉัน】
จ้าวลี่อิ่งถึงได้อารมณ์ดีขึ้น หัวเราะออกมา "ใครเป็นพี่สาวเปย์อันดับหนึ่งของนายกัน"
กัดริมฝีปาก ประคองโทรศัพท์มือถือด้วยสองมือแล้วพิมพ์ข้อความไปบรรทัดหนึ่ง 【อย่าทำอะไรปุบปับแบบนี้ได้ไหม รอฉันด้วย!】
............
วงการบันเทิงก็คือวงกลม
ตรงนี้ปูด ตรงนั้นก็ยุบ
มีคนที่หัวใจเบ่งบาน ก็มีคนที่หัวใจเหี่ยวเฉา
ไช่ซวี่คุนปล่อยเพลงตอนเช้าตรู่ เน้นสร้างเซอร์ไพรส์ ประกาศว่าตัวแม่กลับมาแล้ว แต่กลับกลายเป็นความว่างเปล่า
ใครจะไปคิดว่า หัวข้อที่เกี่ยวกับดนตรีจะมีแต่ 【ใต้ทะเล】 เพลงนี้กวาดเรียบทุกชาร์ตเพลง
เหล่าอัปโหลดเดอร์และสตรีมเมอร์สายดนตรีต่างก็รีบตามกระแสทันที
ไป๋เป่าคุนสามารถพลิกสถานการณ์ได้อย่างงดงามขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย
เมื่อวานยังโดนด่าทั้งเน็ต... แต่วันนี้กลับพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ในฐานะคู่แข่งในวงการบันเทิง เขาไม่พอใจที่สุด
"แม่งเอ๊ย! ทำไมไป๋เป่าคุนไม่ไปตายซะทีวะ"
ไช่ซวี่คุนสติแตกไปแล้ว เตรียมตัวขึ้นเทรนด์ฮิตทุกวัน แต่ก็ถูกไป๋เป่าคุนป่วนแผนทุกวัน
"คุนคุน พูดแบบนี้ให้ใครได้ยินไม่ได้นะ"
เหลยจื่อผู้ช่วยรีบทำท่ารูดซิปปากทันที
"ได้ยินแล้วจะทำไมล่ะ ก็แค่สร้างกระแส จ้าวลี่อิ่งก็ร่วมมือกับเขาสร้างกระแส หลิวอี้เฟยก็ร่วมมือกับเขาสร้างกระแสเหมือนกัน ทำไมล่ะ?"
ทำไมน่ะเหรอ!
ก็เพราะทักษะการแสดงบทตัวร้ายของไป๋เป่าคุนสามารถยกย่องให้เป็นระดับปรมาจารย์ได้ไงล่ะ ก็เพราะเขามีประเด็นให้พูดถึงอย่างดุเดือดไงล่ะ
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเจ้านายที่ทั้งบ้าคลั่งและมโนเก่ง เหลยจื่อรู้ดีว่าพูดอะไรไปก็ไม่มีประโยชน์
"เอาเป็นว่า... เราพักเรื่องนี้ไว้ก่อนไหม เรามีรายการวาไรตี้อยู่รายการนึง รับรองว่าดังเปรี้ยงแน่ๆ"
"นายไปบอกบริษัทต้นสังกัดนะ ว่าฉันจะเล่นหนัง ฉันจะเล่นซีรีส์ด้วย"
เหลยจื่อทนไม่ไหวต้องเตือนว่า "นายเคยเล่นหนังเล่นซีรีส์มาแล้วนะ... แต่ก็ไม่มีกระแสอะไรเลย"
"นั่นต้องเป็นเพราะตัวหนังหรือซีรีส์เองที่ไม่ได้เรื่อง ต้องไปหาจางอี้โหมว ต้องไปหาจางจี้จง"
หน้าเหลยจื่อกระตุก
คุนคุนนี่มโนไปไกลแค่ไหนแล้วเนี่ย
ผู้กำกับจางกับโปรดิวเซอร์จาง... เขาสองคนจะเห็นหัวนายเหรอ?
"คุนคุน ฉันว่านายกลับไปทำระบบนิเวศ (Ecosystem) ของนายต่อดีกว่าไหม"
"มันแปลว่าอะไรล่ะ?"
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน"
ไช่ซวี่คุน: "..."
บริษัทต้นสังกัดบ้าๆ นี่ไม่อยู่ก็แล้วไป อยากได้อะไรก็ไม่มี ทำอะไรก็ไม่เป็นสักอย่าง
เทียนอี้ฉวนเหมย... ดีใจกันอยู่พักเดียว สุดท้ายก็ต้องมา emo
"จินส่านส่าน เรื่องที่ฉันให้ไปจัดการ จัดการหรือยัง?"
หลินต้าไห่โกรธจัด
เห็นไป๋เป่าคุนไม่ได้ดี เขาก็โล่งใจ
แต่พอไป๋เป่าคุนกลับมาได้ มันก็คือการตบหน้าเขาฉาดใหญ่
สำหรับบริษัททั่วไปก็แค่เสียหน้า แต่สำหรับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มันไม่ได้มีแค่นั้น... สายตาของ CEO ไม่เฉียบแหลม ไล่ต้นไม้เงินต้นไม้ทองออกไป หุ้นก็ตก ตำแหน่งของเขาจะยังมั่นคงอยู่อีกเหรอ?
"ประธานหลิน ฉันหาทีมการตลาดมืออาชีพไว้แล้ว รอให้ถึงเวลา ก็จะจัดการไม่ให้เขาผุดไม่ได้เกิดเลยค่ะ"
หลินต้าไห่พยักหน้า "ระวังตัวด้วย เขามีข้อมูลลับบางอย่างอยู่ในมือ หาทาง... เอามาให้ได้"
จินส่านส่าน: "..."
ฉันสงสัยว่าคุณกำลังจะเล่นงานฉันนะ
ถ้าไป๋เป่าคุนจัดการง่ายขนาดนั้น เขาคงไม่ยกเลิกสัญญาตั้งแต่แรกหรอก
เมื่อจ้าวลี่อิ่งมาถึงสถาบันสื่อเหอเป่ยในเมืองสือเจียจวง——
ไป๋เป่าคุนมาถึงก่อนแล้ว สะพายเป้ ใส่แว่น ยืนโดดเดี่ยวอยู่ในเงามืด
จ้าวลี่อิ่งมองสำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อน แล้วค่อยถามว่า "ไป๋เป่าคุน เพลงใหม่ของนายอยากจะสื่ออะไรกันแน่"
"สิ้นหวังมากๆ"
"มา ฉันให้กอด จะได้อบอุ่นขึ้น"
"ขอบใจนะ!"
"นายรู้สึกอึดอัด หรือรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกไหม"
"รู้สึกสิ!"
"หา?"
จ้าวลี่อิ่งใจหล่นวูบ
งั้นอาการป่วยของเขาก็หนักเอาการเลยนะ
"ถ้าเธอกอดแน่นกว่านี้อีกนิด ก็จะรู้สึกหายใจไม่ออกแล้วล่ะ!"
จ้าวลี่อิ่งกลอกตาอย่างอารมณ์เสีย "ไสหัวไปเลย ฉันจะบ้าตายกับนาย อุตส่าห์เป็นห่วงว่านายจะคิดสั้น! ที่แท้ก็ส่งความเศร้าให้คนอื่น แล้วเก็บความสุขไว้กับตัวเอง!"
"ฮ่าฮ่า ไม่ต้องห่วง! ฉันไม่เป็นไรหรอก ผ่านอะไรมาเยอะจนจิตใจแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้าไปแล้ว! เพิ่งซื้อข้าวเหนียวมูน เส้นเล็กเปรี้ยวเผ็ด แล้วก็เกี๊ยวซ่ามา จะกินด้วยกันไหมล่ะ"
"ฮึ! กินสิ... ฉันจะกินให้กระเป๋าฉีกเลย!"
สองคนก็นั่งกินกันบนม้านั่งริมถนนในมหาวิทยาลัย
นักศึกษา: "???"
มหาวิทยาลัยเรามีคนแต่งตัวเลียนแบบไป๋เป่าคุนกับจ้าวลี่อิ่งด้วยเหรอเนี่ย เหมือนมากเลย
(จบตอน)