- หน้าแรก
- ระบบบังคับให้ฉันทำตัวหลุดโลก จนกลายเป็นเทพในวงการบันเทิง
- บทที่ 3 ช่วงเวลาแหกอก
บทที่ 3 ช่วงเวลาแหกอก
บทที่ 3 ช่วงเวลาแหกอก
บทที่ 3 ช่วงเวลาแหกอก
นักข่าวสื่อต่างๆ กำลังแก้ข่าวกันจ้าละหวั่น
พอมาเจอไป๋เป่าคุนในเวอร์ชันนี้ ข่าวเก่าๆ ที่เคยเขียนไว้ต้องโยนทิ้งให้หมด โยนทิ้งให้หมดเลย!
งานประกาศรางวัลไม้กวาดทองคำปีนี้ถือเป็นที่สุดในประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้ สนุกจนไม่เหมือนงานไม้กวาดทองคำเลย
"คืนนี้ที่ได้รับรางวัลนี้ จะบอกว่าไม่แปลกใจก็คงไม่ใช่ ยังรู้สึกแปลกใจอยู่นิดหน่อยครับ"
ไป๋เป่าคุนเพิ่งทะลุมิติมา ตอนอยู่ข้างล่างก็ไม่ทันได้ดูอะไรมากนัก
ที่บอกว่าดูหนังก็คือดูบทวิจารณ์หนัง ส่วนผู้ที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลไม้กวาดทองคำก็ดูจากการบ่นของชาวเน็ต
ไป๋เป่าคุนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "เพราะคนที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงพร้อมกับผมล้วนแต่เป็นตัวพ่อตัวแม่ในวงการทั้งนั้น ผมคิดว่าตัวเองเป็นแค่ตัวประกอบที่มาเติมให้เต็มเท่านั้น แต่ใครจะไปคิดล่ะว่า ในลู่วิ่งของความน่าผิดหวังนี้ ผมจะสามารถแซงหน้าพวกเขามาได้! ความรู้สึกนี้มันเหมือนกับ... ตอนแรกแค่อยากจะมาเดินพรมแดงเล่นๆ แต่ดันเผลอเดินไปอยู่ตรงกลางซะงั้น!"
ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!
คนทั้งงานระเบิดเสียงหัวเราะ
ไป๋เป่าคุนกดมือลง "ตรงนี้ไม่ต้องมีเสียงปรบมือก็ได้ครับ ผมขอประกาศอย่างเป็นทางการเลยว่า ปกติผมไม่แย่งตำแหน่งตรงกลางหรอกนะ!"
คนหลายคนด้านล่างเวทีหัวเราะจนตัวงอและปรบมืออย่างบ้าคลั่ง
พวกดาราไอดอลในวงการ โดยเฉพาะพวกตัวท็อป แย่งตำแหน่งตรงกลางกันจนแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว
[เหน็บแนมใครอยู่หรือเปล่าเนี่ย... สหายเป่าคุน คำพูดของคุณมันอันตรายมากนะ]
[กล้องแพนผ่าน พี่ชายบางคนถึงกับหุบยิ้มเลยทีเดียว]
[เขาไม่ได้มาดีๆ หน่อยนี่ นี่มันรางวัลไม้กวาดทองคำนะ พี่ชายเขาไม่เห็นอยู่ในสายตาหรอก!]
"ตอนนี้ผมบรรลุแล้ว ทักษะการแสดงที่ห่วยขั้นสุดก็ถือเป็นพรสวรรค์อย่างหนึ่ง!"
"สามารถลากนักลงทุน ผู้กำกับ คนเขียนบท หรือแม้กระทั่งตากล้องลงน้ำไปได้หมด ไม่รู้ว่าเป็นความโชคร้ายของพวกคุณหรือเป็นเกียรติของผมกันแน่"
"ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่า ผมสามารถใช้เงินลงทุน 500 ล้าน สร้างรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศ 30 ล้านได้ด้วยตัวคนเดียว 'ความคุ้มค่า' แบบนี้ ของผมน่าจะมีแค่คนเดียวในวงการบันเทิงจีนล่ะมั้ง?"
"เพราะงั้น วันหลังเรียกผมว่า เทพบุตรห้าร้อยล้าน ผมก็รับได้สบายๆ ครับ"
ผู้ชมในงานหัวเราะครืน
นักข่าวสื่อต่างๆ ต่างก็ประหลาดใจอย่างมาก ไป๋เป่าคุนด่าตัวเองแรงเกินไปแล้ว
ถ้าด่าตัวเองขนาดนี้ ไม่กลัวเลยเหรอว่าจะไม่มีงานแสดงอีก
หลายคนซุบซิบกันว่า งานเข้าซะแล้วสิ
"เขาด่าตัวเองแรงกว่าที่ฉันด่าเขาอีก ข่าวที่เพิ่งแก้เมื่อกี้ใช้ไม่ได้อีกแล้ว"
"ของฉันก็เหมือนกัน ในข่าวฉันยังเขียนเลยว่าเขาโกรธจนแทบจะปาไมโครโฟนทิ้ง แต่ผลปรากฏว่าไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย"
"ตอนแรกฉันยังคิดจะดักสัมภาษณ์เขาอยู่เลย ตอนนี้คงไม่จำเป็นแล้วล่ะ"
"นี่ไงล่ะ ข่าวของทุกคนกลายเป็นโมฆะหมดแล้ว... ลูกไม้นี้ของไป๋เป่าคุนเล่นเอาพวกเราซวยไปตามๆ กัน"
เหมือนเขาจะไม่มารับรางวัลก็ไม่ได้ มารับก็ไม่ได้อีก
ไป๋เป่าคุนไม่รู้เลยว่ากลุ่มนักข่าวสื่อต่างๆ กำลังลำบากใจ
เมื่อความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมหลอมรวมเข้าด้วยกัน ยิ่งเขารู้สึกอึดอัดมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งอยากจะปลดปล่อยมากเท่านั้น
"ช่วงต่อไปคือช่วงเวลาเสียงปี๊ปๆๆ ที่ทุกคนตั้งตารอคอย... ให้จินตนาการคำศัพท์เอาเองสองคำนะ น้องชายฝ่ายเทคนิคหลังเวทีคงจะเตรียมพร้อมแล้วสินะ ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดก็ช่วยควบคุมตัวเองหน่อยนะ"
พรืด!
ฮ่าๆๆ!
ไป๋เป่าคุนไม่พูดก็แล้วไป พอเขาพูดปุ๊บ คำศัพท์บนหน้าจอคอมเมนต์ในห้องถ่ายทอดสดรางวัลไม้กวาดทองคำก็ลอยผ่านหน้าราวกับเกล็ดหิมะ
[ขี้เก๊ก], [แหกอก], [ด่าแม่], [ลามก], [มีของแปลกๆ ปะปนเข้ามาหรือเปล่าเนี่ย]
"สิ่งแรกที่ผมต้องขอบคุณในที่นี้ก็คือทีมงาน ตำนานรักสู่ซาน ครับ ขอบคุณผู้กำกับที่ทำให้ผมรู้ว่า การถ่ายหนังมันเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ได้ ตราบใดที่นักแสดงไม่รู้สึกอึดอัด คนที่อึดอัดก็คือคนดู"
"ขอบคุณคนเขียนบทที่ทำให้ผมเข้าใจว่า บทพูดไม่ต้องสละสลวย แค่ใส่มาให้ครบจำนวนคำก็พอ ขอบคุณนักลงทุนที่ทำให้ผมได้เปิดหูเปิดตาว่า การลงทุน 500 ล้าน เขาสามารถใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ไปกับด้ามมีดได้อย่างไร"
คนทั้งงานระเบิดเสียงหัวเราะ
เขากำลังบ่นอย่างมีหลักการว่า การกระทำของทีมงาน ตำนานรักสู่ซาน มันน่าปวดหัวขนาดไหน
แต่น้ำเสียงกลับจริงใจ สีหน้าก็ดูจริงจัง ราวกับกำลังกล่าวสุนทรพจน์รับรางวัลออสการ์จริงๆ
[ด่าได้ดีมาก คราวนี้เป่าคุนเป็นเทพบุตรตัวจริงแล้วล่ะ คนที่เข้าใจก็จะเข้าใจ ใช้เงิน 500 ล้านถ่ายทำเรื่องบ้าบออะไรออกมาก็ไม่รู้]
[เวรเอ๊ย ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ว่าหนังเทพเซียนเอามาทำเป็นหนังรักได้ยังไง แล้วมันผลาญเงินไปได้ยังไงตั้ง 500 ล้าน]
[เปลี่ยนจากแอนตี้แฟนเป็นคนดูทั่วไปแล้วเปลี่ยนเป็นแฟนคลับ ลูกพี่คุนเป็นนักรบผู้กล้าหาญจริงๆ]
[คืนนี้เป่าคุนปลดปล่อยตัวเองอย่างแท้จริงเลย ขนาดผู้กำกับ คนเขียนบท นักลงทุน เขายังด่าเรียงตัว]
การถ่ายทอดสดครั้งนี้ ซึ่งเดิมทีบริษัทต้นสังกัดของไป๋เป่าคุนมองว่าเป็นหายนะ
กำลังดูดซับแฟนคลับให้เขาอย่างบ้าคลั่งด้วยวิธีที่คาดไม่ถึง ความรู้สึกของคนทั่วไปที่เคยแย่ลงก็พุ่งสูงขึ้นเป็นเส้นตรง
"เขากล้าได้ยังไง เขากกล้าได้ยังไงกัน!"
ที่บริษัทต้นสังกัดของไป๋เป่าคุน ประธานหลินดูการถ่ายทอดสดงานรางวัลไม้กวาดทองคำแล้วรู้สึกไม่ดีไปทั้งตัว
จินส่านส่านที่อยู่ข้างๆ ไม่กล้าพูดอะไร
เด็กดีในความทรงจำของพวกเขา——คืนนี้ไป๋เป่าคุนเหมือนคนบ้าไปแล้ว ปลดปล่อยตัวเองอย่างสิ้นเชิง
"ประธานหลินคะ พวกเรายังต้องคุยเรื่องต่อสัญญากับเขาอีกไหมคะ"
"เธอคิดว่าไงล่ะ เลือดยังไม่ทันแห้งเลย ก็มาแทงฉันอีกแผล ตอนนี้ฉันโมโหมากเลยนะ"
จินส่านส่าน: "..."
ฉันควรจะคุกเข่าลงไหมเนี่ย
ไป๋เป่าคุนชูถ้วยรางวัลขึ้น
"สุดท้ายนี้ ผมต้องขอขอบคุณเหล่าแอนตี้แฟนจำนวนมหาศาลบนอินเทอร์เน็ตด้วยครับ ที่พวกคุณมีความอดทน โหวตให้ผมมาอยู่ที่นี่ทีละคะแนนๆ ผมมีวันนี้ได้ก็เพราะความพยายามของพวกคุณล้วนๆ"
แอนตี้แฟน: ฉันควรจะมีชีวิตอยู่ยังไงดี
"แล้วก็ยังมีพี่น้องในเน็ตที่บอกว่าจะส่งใบมีดโกนมาให้ เลิกส่งใบมีดโกนเถอะ เปลี่ยนเป็นไม้กวาดดีกว่า! ...ถ้าเผื่อผมตกงาน ผมยังจะได้เอาไปขายส่ง ตั้งแผงขายไม้กวาด ก็ถือว่าได้ทำงานตรงสาย!"
[ขำตายเลย ฉันยอมรับนะว่าเคยพูดว่าจะส่งใบมีดโกนไปให้]
[เป่าคุนอาจจะตกงานจริงๆ ก็ได้ คืนนี้เขาปลดปล่อยตัวเองมากเกินไปแล้ว]
[ได้ยินมานานแล้วว่าเขาไม่อยากต่อสัญญากับบริษัทต้นสังกัด พวกคุณลองเดาดูสิ... ทำไมดาราไอดอลคนอื่นๆ ถึงไม่ต้องมา]
[ฉันคิดว่าเขาแค่ถูกบริษัททำให้อนาคตพัง เดินผิดสายชัดๆ เห็นได้ชัดว่าเป็นคนชอบความสนุกสนาน แต่กลับไปสร้างภาพลักษณ์เทพบุตรมาดนิ่ง]
"ขอบคุณทุกคนครับ! ผมคือไป๋เป่าคุน นักแสดงที่แสดงหนังไม่ดี แต่อย่างน้อยก็กล้าที่จะออกมายอมรับผิด"
พูดจบ ไป๋เป่าคุนก็โค้งคำนับให้ทุกคนในงานอย่างสุดซึ้ง
ทั้งงานไม่มีการแก้ตัว ไม่มีการร้องไห้ฟูมฟายเพื่อขอความเห็นใจ มีเพียงการล้อเลียนตัวเองอย่างจริงใจและการยอมรับอย่างมีอารมณ์ขัน
ทั้งงานเงียบไปครู่หนึ่ง
จากนั้นก็ระเบิดเสียงปรบมือดังกึกก้อง ราวกับฟ้าร้อง
สื่อมวลชนในงานกดชัตเตอร์กันอย่างบ้าคลั่ง แสงแฟลชสาดส่องจนท่วมร่างเขา
วินาทีนี้เขาไม่ใช่ตัวตลก
แต่เป็นดวงดาวที่สว่างที่สุดในค่ำคืนนี้
นี่มันมารับรางวัลที่ไหนกัน เห็นได้ชัดว่าขึ้นเวทีมาแสดงเดี่ยวไมโครโฟน
เป็นลูกผู้ชายตัวจริงที่กล้าเผชิญหน้ากับความสิ้นหวัง และใช้ความตลกขบขันคลี่คลายความล้มเหลว
นักข่าวบันเทิงถึงกับลำบากใจ แต่ละคนมีสีหน้าเคร่งเครียด
จะด่าเขาเหรอ?
ดูเหมือนเขาจะด่าตัวเองแรงกว่าซะอีก
จะไม่ด่าเขาเหรอ?
นี่คืองานรางวัลไม้กวาดทองคำที่ทุกคนในวงการบันเทิงพากันหลีกหนี ตามธรรมเนียมปีก่อนๆ ต้องโดนด่าสาดเสียเทเสียไปหลายวัน
ไป๋เป่าคุนยืดตัวขึ้น ได้พูดระบายออกไปจนหมดเปลือก รู้สึกสบายใจขึ้นเยอะ!
[ติ๊ง เข้าสู่การประเมินการปลดปล่อยตัวเอง...]
[ระดับการประเมิน: MVP ของงาน]
[ดัชนีการปลดปล่อย: 5 ดาว]
[ระดับผลกระทบ: SS! รอดตายหวุดหวิด]
[รางวัลภารกิจ: เอกสารลับภายในบริษัทหนึ่งชุด, ทักษะการแสดงบทผู้ร้าย, เพลง คนแบบฉัน, เก็บไว้ในกระเป๋าระบบแล้ว]
เยี่ยม!
มีไพ่ตายไว้สู้กับบริษัทแล้ว มีวิชาทำมาหากินแล้ว แถมเพลง "คนแบบฉัน" ยังเอาไปใช้สร้างกระแสได้อีก
เขารู้ดีว่าไม้กวาดทองคำด้ามนี้เขารับมันไว้ได้แล้ว และรับได้อย่างสวยงามด้วย
และในตอนนี้ที่ตึกเทียนอี้ฉวนเหมย ไฟในห้องประชุมยังคงสว่างไสว
กลุ่มผู้บริหารระดับสูงกำลังประชุมกันข้ามคืน เพื่อหาทางตัดขาดจากไป๋เป่าคุน ป้องกันไม่ให้ชื่อเสียงของบริษัทต้องมัวหมอง
ก่อนหน้านี้อยากจะบีบให้ไป๋เป่าคุนต่อสัญญา แต่ตอนนี้กลับอยากจะตัดขาดให้เร็วที่สุด กลายเป็นการพลิกผันแบบหน้ามือเป็นหลังมือ
"อวดดี อวดดีเกินไปแล้ว เทียนอี้ฉวนเหมยของเราไม่อนุญาตให้มีคนที่อวดดีขนาดนี้อยู่"
"ประธานหลินคะ ไป๋เป่าคุนเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาอยู่ 7 ตัว แถมสัญญาผู้จัดการก็ยังไม่หมดอายุ การที่เราฉีกสัญญาฝ่ายเดียวจะเข้าข่ายละเมิดข้อตกลงนะคะ"
"ทุกคน เงินน่ะฉันไม่อยากจ่าย แต่คนฉันก็อยากจะไล่ออก! พวกคุณลองช่วยฉันคิดดูสิว่ามีวิธีไหนบ้าง"
ถ้าไป๋เป่าคุนรู้เรื่องนี้ คงได้แต่หัวเราะเบาๆ: ขอบใจนะโว้ย!
(จบตอน)