- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 166 นำหน้าไปอีกขั้นเสมอ (2/2)
166 นำหน้าไปอีกขั้นเสมอ (2/2)
166 นำหน้าไปอีกขั้นเสมอ (2/2)
และหลังจากนั้น ร่างเงาอีกหลายสายก็ค่อยๆ ขยับรุมล้อมเข้ามาจากทั่วทุกทิศทางของห้องรับแขก พวกมันทั้งหมดคือสมุนรับใช้เผ่าแวมไพร์ระดับหก! ในวินาทีนี้เองนักรบหญิงเพิ่งจะตระหนักได้ว่า องครักษ์ประจำคฤหาสน์ทุกคนถูกสับเปลี่ยนตัวให้กลายเป็นแวมไพร์ไปตั้งนานแล้ว! แถมพวกมันยังมีวิธีอำพรางตัวให้กลมกลืนเป็นมนุษย์ได้อย่างไร้ที่ติอีกด้วย!
"ท่าน...เจ้าเมือง?"
ริมฝีปากของนักรบหญิงสั่นระริก ใบหน้าของเธอซีดเผือดไร้สีเลือด เหตุการณ์พลิกผันแบบกะทันหันนี้ทำให้เธอตระหนักได้ว่า ตอนนี้เธอถูกหลอกให้มาเหยียบถ้ำเสือของศัตรูเข้าซะแล้ว แม้แต่ท่านเจ้าเมืองก็มีปัญหา!
แผน 'ล่อปลาให้มาติดเบ็ด' ที่เธอและเพื่อนร่วมทีมคิดว่าตัวเองเป็นคนคุมเกม แท้จริงแล้วทุกอย่างล้วนอยู่ในกำมือของอีกฝ่ายมาตั้งแต่แรก สมุนแวมไพร์ที่พวกเธอจับมาได้ แท้จริงแล้วมันคือ 'เหยื่อล่อ' ที่ศัตรูโยนมาให้ต่างหาก และพวกเธอ...ก็คือ 'ปลา' ที่ฮุบเหยื่อเข้าไปเต็มเปา
ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดผวาของนักรบหญิง...ท่านเจ้าเมืองไม่ได้ตอบอะไรเธอ เขาเพียงแค่ลุกขึ้นยืนจากโซฟา แล้วเดินอ้อมไปคุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้าสาวใช้ที่ยืนรออยู่ด้านหลัง
"ท่านลิซลินน่า ภารกิจของกระผมลุล่วงแล้วครับ พวกมันเริ่มระแคะระคายถึงการมีอยู่ของท่านแล้วจริงๆ ด้วย"
ท่านเจ้าเมืองเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงนอบน้อมสุดๆ ท่าทางเหมือนลูกหมาตัวน้อยที่กำลังประจบประแจงเจ้านายไม่มีผิด
"เหนื่อยหน่อยนะ แกกลับไปทำหน้าที่เจ้าเมืองของแกต่อเถอะ"
สาวใช้โบกมือไล่อย่างรังเกียจ ส่งสัญญาณให้เจ้าเมืองผู้บอบบางรีบไสหัวไป ขืนเดี๋ยวมีการต่อสู้เกิดขึ้นแล้วเจ้าเมืองโดนลูกหลงจนบาดเจ็บ คงได้วุ่นวายกันพอดี
"ท...ที่แท้แกก็คือ...!"
นักรบหญิงจ้องมองสาวใช้ด้วยความตื่นตะลึง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ฮ่าๆ"
สาวใช้หน้าตาจิ้มลิ้มที่ดูเหมือนเด็กผู้หญิงไร้เดียงสา จู่ๆ ก็หัวเราะเยาะออกมาอย่างมีจริต
"พวกมนุษย์หน้าโง่ พวกแกคิดจริงๆ เหรอ ว่าตอนที่พวกแกกำลังตามสืบเรื่องของฉัน แล้วฉันจะไม่รู้ตัวเลยน่ะ?"
ถึงแม้รูปลักษณ์ภายนอกของสาวใช้จะยังดูเป็นแค่เด็กผู้หญิง และน้ำเสียงก็ยังคงสดใสแจ๋ว แต่ทว่ากลิ่นอายที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอกลับเต็มไปด้วยแรงกดดันที่มหาศาล สายตาที่เธอมองลงมาที่นักรบหญิงราวกับกำลังมองดูสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ ภายใต้ดวงตาสีแดงฉานราวกับทับทิมสีเลือดคู่นั้น ซุกซ่อนห้วงทะเลเลือดแห่งการเข่นฆ่านับครั้งไม่ถ้วนเอาไว้ บรรยากาศที่ทั้งเย็นเยียบและคาวคลุ้งไปด้วยกลิ่นเลือดภายในห้องรับแขก ทำเอานักรบหญิงถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งตัว
มาถึงตอนนี้เธอเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว ยัยนี่ไม่ใช่สาวใช้ที่ไหนหรอก แต่เป็น...แวมไพร์ระดับสูงที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองหลัก ซึ่งเป็นเป้าหมายที่พวกเธอกำลังตามหามาตลอด! และท่านเจ้าเมืองก็ถูกเคาน์เตสลิซลินน่าควบคุมไปตั้งนานแล้ว!
ตอนนี้คฤหาสน์เจ้าเมืองทั้งหลังได้ตกเป็นรังของพวกแวมไพร์ไปแล้ว แถมยังกลายเป็นฐานที่มั่นใหญ่ของศัตรูอีกต่างหาก! ทำให้ข้อมูลข่าวสารทุกอย่างในเมืองหลัก ศัตรูสามารถรับรู้ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ดังนั้น เว้นเสียแต่ว่าผู้ท้าทายจะมีไหวพริบและทักษะการต่อต้านการสอดแนมในระดับที่สูงลิ่ว ไม่อย่างนั้นยิ่งสืบสวนมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเปิดเผยตัวตนมากเท่านั้น
โลกเงาระดับหกแห่งนี้ ถึงแม้ความเข้มข้นของการต่อสู้จะไม่ได้สูงมากนัก แต่มันกลับแฝงไปด้วยกับดักมรณะอยู่ทุกย่างก้าว เดินหมากพลาดเพียงแค่ก้าวเดียว ก็อาจจะตกลงสู่สถานการณ์ที่สิ้นหวังโดยไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
"ถึงฉันจะไม่รู้ว่าตัวเองเผลอทิ้งเบาะแสอะไรไว้จนโดนพวกกระจอกอย่างพวกแกเพ่งเล็ง แต่สุดท้ายพวกแกก็เป็นได้แค่คนมาส่งอาหารถึงที่ให้ฉันอยู่ดีนั่นแหละ"
ใบหน้าของเคาน์เตสลิซลินน่า เต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม เธอมีพลังอำนาจในการควบคุมจิตใจที่ไม่เหมือนใคร สามารถควบคุมจิตใต้สำนึกของมนุษย์ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนพวกมันให้กลายเป็นสมุนรับใช้ แถมเธอยังเชี่ยวชาญด้านการแปลงโฉมอีกด้วย ไม่เพียงแต่จะปลอมตัวเป็นมนุษย์ได้อย่างแนบเนียน แต่ยังสามารถซ่อนกลิ่นอายแวมไพร์ของคนรอบตัวเธอไปพร้อมๆ กันได้อีกด้วย แม้แต่ท่านเจ้าเมืองเองก็ยังถูกเธอที่ลอบเข้ามาในคฤหาสน์ควบคุมจิตใจจนกลายเป็นหุ่นเชิดของเธอไปโดยไม่ทันรู้ตัว รวมถึงองครักษ์ประจำคฤหาสน์ก็ถูกเธอสับเปลี่ยนตัวไปจนหมดเกลี้ยง คฤหาสน์แห่งนี้จึงกลายเป็นที่ซ่อนตัวที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเธอ แถมเธอยังสามารถสั่งการท่านเจ้าเมืองให้คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวภายในเมืองได้อย่างทันท่วงทีอีกด้วย
เวลาผ่านไปไม่นานนัก นักรบหญิงก็ถูกฝูงสมุนแวมไพร์จัดการจนอยู่หมัด พวกมันช่วยกันแบกร่างของนักรบหญิงที่เหลือเพียงลมหายใจรวยรินมาวางกองไว้แทบเท้าเคาน์เตสลิซลินน่า ราวกับกำลังถวายเครื่องสังเวย
"ไอ้โลกเงาเฮงซวย..."
เสียงของนักรบหญิงที่ใกล้ตายขาดห้วง ใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและน้ำตามีเพียงความเจ็บใจและสิ้นหวัง เมืองหลักแห่งนี้จบเห่แล้ว ในสถานการณ์ที่ขาดแคลนข้อมูลข่าวสารขั้นวิกฤตแบบนี้...ไม่มีทางที่ใครจะเดาความสามารถสุดแสนจะรับมือยากของเคาน์เตสตนนี้ออก แถมเธอยังชิงความได้เปรียบจากการแฝงตัวมาตั้งแต่เนิ่นๆ อีก
เว้นเสียแต่ว่าจะมีใครสามารถส่งข้อมูลเรื่อง 'เจ้าเมืองถูกควบคุมแล้ว' ออกไปให้คนอื่นรู้ได้ ไม่อย่างนั้น ก็ไม่มีหวังที่จะพลิกสถานการณ์ได้อีก ในฐานะสาวกลัทธิคืนชีพ เธอไม่ได้สนใจหรอกว่าโลกเงาครั้งนี้จะล้มเหลวหรือไม่ เธอแค่เจ็บใจ เธอคิดไม่ถึงเลยว่าบอสใหญ่ของโลกเงาครั้งนี้มันจะเจ้าเล่ห์เพทุบายขนาดนี้ ถึงขั้นวางกับดักล่าตัวผู้ท้าทายกลับแบบนี้
เมื่อสติสัมปชัญญะของนักรบหญิงดับวูบลงอย่างสมบูรณ์ เคาน์เตสลิซลินน่าก็เริ่มดื่มด่ำกับอาหารของเธออย่างสบายอารมณ์ นี่คือช่วงเวลาอาหารค่ำที่เธอโปรดปรานที่สุด
"รสชาติไม่เลวเลยนะ แต่ถ้าเป็นเลือดของสาวบริสุทธิ์น่าจะอร่อยกว่านี้"
เคาน์เตสลิซลินน่าแลบลิ้นเลียริมฝีปาก เลือดสดๆ ขับให้ริมฝีปากของเธอดูแดงก่ำเป็นพิเศษ
เธอแสดงสีหน้าพึงพอใจสุดๆ เนื่องจากในอีกไม่นาน เมืองหลักแห่งนี้ก็จะตกเป็นของเล่นในกำมือของเธออย่างสมบูรณ์แล้ว ถึงแม้ว่าตอนนี้พลังต่อสู้ของเธอจะยังฟื้นฟูไม่ถึงระดับหกเลยด้วยซ้ำ แต่ขอแค่หลังจากนี้เธอค่อยๆ ฟื้นฟูพลังอย่างเงียบๆ แบบนี้ต่อไป ขอเวลาอีกแค่สี่วัน เธอก็จะสามารถฟื้นฟูพลังต่อสู้ระดับ 7 กลับมาได้อย่างเต็มที่ และเมื่อถึงเวลานั้น พอเธอไปช่วยท่านมาร์ควิสโรเดอริคที่เมืองเล็กๆ นั่นออกมาได้ ทุกอย่างก็ถือเป็นอันจบสิ้น
"ไอ้อัครนักบวชเฮงซวย...การเสียสละของแก ความพยายามทั้งหมดของแก มันก็แค่การดิ้นรนที่เปล่าประโยชน์ สุดท้ายแล้วทั้งเมืองเล็กๆ นั่นหรือเมืองหลักแห่งนี้ ก็ต้องกลายเป็นลานล่าเหยื่อของพวกเราอยู่ดี"
ทุกครั้งที่นึกถึงอัครนักบวชประจำเมืองเล็กๆ ที่ยอมแลกชีวิตเพื่อขัดขวางเธอ เคาน์เตสลิซลินน่าก็จะรู้สึกโกรธแค้นเป็นพิเศษ ถ้าไม่ใช่เพราะโดนไอ้นักบวชนั่นขวางไว้ล่ะก็ เธอคงไม่ต้องมาคอยซ่อนตัวหลบๆ ซ่อนๆ แบบนี้หรอก
แต่ไม่รู้ทำไม จู่ๆ เธอก็รู้สึกว่าความแค้นในใจมันปะทุขึ้นมารุนแรงกว่าปกติ ราวกับว่ามีใครจงใจปั่นป่วนอารมณ์ของเธอให้พลุ่งพล่าน และที่แย่ไปกว่านั้นคือ นอกจากความโกรธแค้นแล้ว เธอยังรู้สึกหิวโหยจนสมองแทบจะระเบิดอีกต่างหาก ทั้งๆ ที่เธอเพิ่งจะดื่มเลือดไปหยกๆ แต่ทำไมตอนนี้เธอถึงได้รู้สึกหิวอีกแล้วล่ะ?
แถมความอยากอาหารที่ปะทุขึ้นมาในครั้งนี้มันยังรู้สึกพิลึกพิลั่นสุดๆ เคาน์เตสลิซลินน่า ถึงขั้นอยากจะสั่งให้พวกสมุนออกไปล่าเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มที่เธอโปรดปรานมาสังเวยเลือดให้เธอเดี๋ยวนี้ โดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมอะไรทั้งนั้น
ปกติแล้วเธอเป็นแวมไพร์ที่ระมัดระวังตัวอย่างมาก ทุกย่างก้าวที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความรอบคอบ นอกจากช่วงสองวันนี้ที่เธอส่งสมุนแวมไพร์ออกไปล่อเป้านักผจญภัยที่คิดจะมาจับผิดแล้ว เธอก็ไม่กล้าปล่อยให้สมุนออกไปจับชาวเมืองกินสุ่มสี่สุ่มห้าเลย อย่างน้อยๆ ตอนนี้เธอก็ต้องอดทนรอเงียบๆ จนกว่าท่านมาร์ควิสจะคลายผนึกได้สำเร็จ ไม่อย่างนั้นความพยายามที่ผ่านมาอาจจะสูญเปล่าได้
แต่ความปรารถนาอันบ้าคลั่งที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ข้างในใจนี้ มันทำให้เธอทรมานจนแทบจะทนไม่ไหวแล้ว เธอตัดสินใจว่าจะไปหาท่านเจ้าเมืองเสียหน่อย และไม่ว่าเจ้าเมืองจะใช้วิธีไหนก็ตาม เธอต้องได้ดื่มเลือดสดๆ ให้เร็วที่สุด และต้องเป็นเลือดของสาวบริสุทธิ์เท่านั้นด้วย!
ไม่รอช้า เคาน์เตสลิซลินน่าในชุดสาวใช้ก็เดินจ้ำอ้าวตรงไปที่หน้าประตูห้องนอนของท่านเจ้าเมืองบนชั้นสองทันที แต่ทว่า...เธอยังไม่ทันจะได้เอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตู บานประตูกลับถูกดึงเปิดออกจากด้านในอย่างรวดเร็ว! พร้อมๆ กับหนังสือปกสีน้ำตาลเล่มหนาเตอะที่ถูกฟาดลงมากลางกบาลของเธออย่างแรง!
เธอรีบเอาตัวไปด้านหลัง และกระโดดถอยไปตั้งหลักที่กำแพงตรงระเบียงทางเดินอย่างพลิ้วไหว โชคดีที่ปฏิกิริยาตอบสนองของเธอไวพอ เลยหลบการโจมตีเมื่อกี้มาได้แบบฉิวเฉียด ไม่อย่างนั้นล่ะก็ ด้วยพละกำลังอันน่าสะพรึงกลัวที่แฝงมากับการโจมตีครั้งนี้ ต่อให้เป็นเธอ หัวก็คงได้แบะเป็นแตงโมโดนทุบแน่ๆ
เธอรีบส่งกระแสจิตเรียกพวกสมุนให้รีบขึ้นมาบนชั้นสองทันที พร้อมกับมองลอดเข้าไปในห้องนอนของท่านเจ้าเมือง
และในวินาทีนั้นเอง เคาน์เตสลิซลินน่าถึงกับสมองช็อตไปชั่วขณะ เนื่องจากภาพภายในห้องนอนของท่านเจ้าเมืองมันช่างดูพิลึกพิลั่นเกินจะบรรยาย มีเด็กสาวสวมหน้ากากไป๋ปานยืนอยู่ตรงประตู ในมือของเธอถืออาวุธสังหารสุดสยอง ถึงแม้มันจะดูเหมือนหนังสือธรรมดาๆ เล่มหนึ่ง แต่สัญชาตญาณของเคาน์เตสตะโกนลั่นว่า ถ้าโดนหนังสือเล่มนั้นฟาดเข้าล่ะก็ จุดจบต้องไม่สวยแน่ๆ เห็นได้ชัดว่าเด็กสาวหน้ากากไป๋ปานเมื่อกี้กำลังทำหน้าที่ดูต้นทางอยู่
ส่วนกลางห้องนอน บริเวณโต๊ะทำงาน...ท่านเจ้าเมืองได้สลบเหมือดคาโต๊ะไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ข้างๆ ท่านเจ้าเมือง มีชายคนหนึ่งยืนอยู่ บนใบหน้าสวมหน้ากากสุดพิลึกที่มีตัวอักษรสีแดงสดเขียนไว้ว่า 'หงจง' ในตอนนี้ชายหน้ากากหงจงประคองร่างท่านเจ้าเมืองให้นั่งพิงเก้าอี้ ส่วนในมือกำลังถือเชือกสลิงโลหะเตรียมที่จะมัดเจ้าเมืองเป็นแหนมป้าย่น
และที่ริมหน้าต่างห้องนอน ก็ยังมีอีกร่างหนึ่งที่แง้มผ้าม่านออกนิดๆ คอยสอดส่องสถานการณ์อยู่ เพียงแต่หมอนั่นรับหน้าที่ดูลาดเลาความเคลื่อนไหวรอบๆ คฤหาสน์ชั้นล่าง ในจังหวะนั้นเอง ดูเหมือนชายที่ดูต้นทางอยู่ริมหน้าต่างจะถูกดึงดูดความสนใจโดยเคาน์เตสลิซลินน่าเข้าให้แล้ว เขาหันขวับกลับมา เผยให้เห็นหน้ากากสีเขียวที่มีตัวอักษรเขียนไว้ว่า 'รับทรัพย์'
หางตาของเคาน์เตสลิซลินน่ากระตุกยิกๆ ไอ้สามคนนี้มองดูยังไงก็ไม่น่าจะใช่คนดีแน่ๆ เห็นได้ชัดว่าเป็นแก๊งอาชญากรระดับมือโปร ถึงแม้่เธอจะมองไม่เห็นสีหน้าภายใต้หน้ากากของพวกเขาทั้งสามคน แต่เธอก็สัมผัสได้ว่า พอทั้งสามคนหันมาเห็นเธอแล้ว พวกเขาก็มีท่าทีชะงักไปเล็กน้อย ราวกับว่าพวกเขาจะตกใจอยู่เหมือนกัน ดูเหมือนว่าเจตนาแรกเริ่มของแก๊งโจรสุดเถื่อนแก๊งนี้จะเรียบง่ายมาก แค่ตั้งใจจะมาปล้นคฤหาสน์เจ้าเมืองเท่านั้นเอง พวกเขาคงนึกไม่ถึงเหมือนกันว่าจะต้องมาจ๊ะเอ๋กับแวมไพร์ในคฤหาสน์เจ้าเมืองแบบนี้
ถึงแม้ว่าในตอนนี้เคาน์เตสลิซลินน่าจะยังอยู่ในชุดสาวใช้ แต่กลิ่นคาวเลือดที่อยู่บนตัวบวกกับคราบเลือดที่มุมปากนั้นปิดยังไงก็ปิดไม่มิด
"มีเรื่องดีๆ แบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย?"
ภายในห้องนอน ชายหน้ากากหงจงหยุดมือจากงานแพ็กเกจจิ้งเจ้าเมืองชั่วคราว เขามองทะลุออกไปที่สาวใช้หน้าประตู ก่อนจะหันไปถามเพื่อนร่วมแก๊ง
"บังเอิญอะไรขนาดนี้เนี่ย?"
ชายหน้ากากฟาไฉถึงกับกลั้นขำไว้ไม่อยู่
"ขอทุบยัยนี่ต่อได้ไหม?"
ส่วนเด็กสาวหน้ากากไป๋ปานก็ลูบคลำหนังสือสังหารในมืออย่างมันเขี้ยว ดูเหมือนว่าถ้าไม่ได้เอาหนังสือเล่มนี้ฟาดหน้าแวมไพร์สักที เธอคงจะนอนไม่หลับแน่ๆ
ทั้งสามคนจ้องเขม็งไปที่เคาน์เตสลิซลินน่าราวกับสัตว์ป่าที่เพิ่งค้นพบเหยื่ออันโอชะ ต่อให้จะมีหน้ากากกั้นไว้จนไม่สามารถสบสายตากับพวกเขาทั้งสามคนได้โดยตรง แต่ก็ยังทำให้เคาน์เตสก็ยังรู้สึกเสียวสันหลังวาบอยู่ดี
ไอ้สามคนนี้มันจะหลอนเกินไปแล้ว!
เดิมทีเธอคิดว่าคฤหาสน์เจ้าเมืองแห่งนี้คือสถานที่ซ่อนตัวที่ปลอดภัยที่สุดของเธอแล้ว เป็นป้อมปราการที่สามารถกุมความได้เปรียบไว้ทั้งหมด และสามารถป้องกันพวกสอดรู้สอดเห็นที่คิดจะมาสืบเรื่องของเธอได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ต่อให้เธอจะคิดคำนวณมาดีแค่ไหน เธอก็ไม่คิดเลยว่าจะมีแก๊งโจรเถื่อน กล้ามาปล้นคฤหาสน์เจ้าเมืองแบบนี้!!
นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกันเนี่ย?!
คฤหาสน์เจ้าเมืองน่ะ...มันใช่สถานที่ที่พวกแกนึกอยากจะมาปล้นก็มาปล้นได้ง่ายๆ แบบนี้เลยเรอะ?!