- หน้าแรก
- ฮอกวอตส์ พ่อมดแมวแห่งปราสาทเคลื่อนที่
- บทที่ 1 บ้านเลขที่ 13 ถนนพรีเว็ต
บทที่ 1 บ้านเลขที่ 13 ถนนพรีเว็ต
บทที่ 1 บ้านเลขที่ 13 ถนนพรีเว็ต
บทที่ 1 บ้านเลขที่ 13 ถนนพรีเว็ต
ลอนดอนมักจะมืดครึ้มอยู่เสมอแม้กระทั่งในฤดูร้อน และในสัปดาห์ที่สองของช่วงปิดเทอม นางเดอร์สลีย์แห่งบ้านเลขที่สี่ ถนนพรีเว็ต ก็เดินลงมาข้างล่างเพื่อตรวจดูงานบ้านของหลานชาย หลังจากที่เธอจัดการทำความสะอาดห้องของดัดลีย์ลูกชายสุดที่รักเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ล้างจานเสร็จแล้ว! กวาดและถูพื้นเรียบร้อย! โต๊ะอาหารก็เช็ดจนสะอาดสะอ้าน...
เขาเป็นคนขยันเอาการ และไม่ใช่เรื่องเสียเปล่าเลยที่ครอบครัวของเธออุตส่าห์หยิบยื่นอาหารและเสื้อผ้าให้เขามานานหลายปี นางเดอร์สลีย์คิดในใจ
ถ้าเจ้าเด็กนี่ไม่ทำของเล่นของดัดลีย์พังจนดัดลีย์สั่งห้ามไม่ให้เขาเข้าไปในห้องละก็ ฉันก็คงไม่ต้องลำบากไปทำความสะอาดห้องให้ดัดลีย์เองแบบนี้
หลังจากถอนหายใจด้วยความเสียดายเล็กน้อย นางเดอร์สลีย์ก็เดินออกไปที่ลานบ้าน ลานบ้านของพวกเขาไม่ได้กว้างใหญ่นัก แต่เธอใช้ความพยายามอย่างมากในทุกวันเพื่อดูแลแปลงดอกไม้ที่นั่น
หากพูดให้ถูกก็คือ เธอใช้ลำคอที่ยาวกว่าคนปกติถึงสองเท่าชะโงกข้ามรั้วต้นไม้เพื่อสอดส่องเรื่องราวของเพื่อนบ้าน
และสิ่งที่เธอแอบเห็นก็มักจะกลายเป็นเครื่องปรุงรสชั้นดีบนโต๊ะอาหารค่ำของครอบครัวเดอร์สลีย์
วันนี้เป้าหมายของเธอคือครอบครัวที่อาศัยอยู่เยื้องๆ กันที่บ้านเลขที่ 13 ถนนพรีเว็ต หากเธอไม่ได้ยินพวกเพื่อนบ้านซุบซิบกันเมื่อวานนี้ เธอก็คงยังคิดว่าบ้านหลังนั้นว่างเปล่าอยู่
ว่ากันว่าเจ้าของบ้านหลังนั้นรักสันโดษมาก น้อยคนนักที่จะเห็นเขาออกมาเดินตามถนน ยกเว้นบางครั้งที่จะเห็นเขาออกมาประคองบัวรดน้ำต้นไม้ ส่วนเวลาอื่นไม่มีใครพบเห็นเขาเลย
ยิ่งไปกว่านั้น บางครั้งเขายังแต่งกายด้วยชุดเสื้อคลุมยาว พร้อมเครื่องประดับที่ดูเหมือนมาจากศตวรรษที่แล้ว มีคนเล่าว่าเคยเห็นเขาใช้หม้อใบใหญ่ที่มีควันพวยพุ่ง เทของบางอย่างออกมาเพื่อรดน้ำดอกไม้ และพึมพำถ้อยคำที่ฟังไม่รู้เรื่องกับดอกไม้เหล่านั้นในตอนกลางคืน
เขาเป็นคนที่แปลกประหลาดมาก
ข่าวลือเหล่านั้นปลุกความทรงจำที่ไม่ค่อยน่าอภิรมย์บางอย่างของนางเดอร์สลีย์ขึ้นมาทันที เธอจึงตั้งใจว่าวันนี้จะมาดูให้เห็นกับตาว่าหมอนั่นเป็นคนประเภทไหนกันแน่
อย่างไรก็ตาม สิ่งต่างๆ ไม่ได้เป็นไปตามแผน แม้ว่านางเดอร์สลีย์จะเล็มพุ่มไม้หน้าบ้านจนโกร๋น เธอก็ยังไม่เห็นเพื่อนบ้านคนใหม่เลย
แต่ถ้าจะพูดกันตามตรง แม้จะมองผ่านรั้วต้นไม้ เธอก็เห็นว่าดอกไม้พวกนั้นสวยงามจริงๆ มันเป็นดอกไม้สีเงินปนฟ้าที่มีกลีบซ้อนเลเยอร์กันดูเหมือนหนานับพันชั้น ช่างงดงามไร้ที่ติ
แม้แต่คนที่ไม่สนใจดอกไม้อย่างเธอก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหลงใหล
ในเวลาเดียวกัน เธอก็เห็นลูกชายสุดที่รักกับหลานชายกำลังเล่นมวยปล้ำกันอยู่
เมื่อเห็นว่าเด็กๆ ไม่เป็นไร เธอจึงจำใจกลับเข้าบ้านและเริ่มเตรียมอาหารกลางวัน
ข้างนอกนั่น แฮร์รี่ที่รูปร่างผอมกะหร่องถูกดัดลีย์ตัวใหญ่ตะปบตัวไว้ได้ทันที เขาพบคามรู้สึกสิ้นหวังเพียงอย่างเดียว
"วิ่งสิ วิ่งต่อไปสิ!" ดัดลีย์แสยะยิ้มเยาะเย้ย ไขมันบนใบหน้าบิดเบี้ยวจนดูน่ากลัว
แฮร์รี่มีผมสีดำยุ่งเหยิงและสวมแว่นตาหักๆ ที่ยึดไว้ด้วยเทปกาวนับไม่ถ้วน ในขณะนี้เขามองจ้องดัดลีย์ด้วยดวงตาสีเขียวภายใต้แว่นตาคู่นั้น พร้อมกับความรู้สึกขยะแขยง
ปึก—
ดัดลีย์ต่อยเข้าที่จมูกของเขา "โอ้ ยังจะมองฉันแบบนั้นอีกเหรอ?"
เลือดกำเดาไหลออกมาทันทีแต่ดัดลีย์ไม่ได้สนใจ เขาคว้าคอเสื้อตัวโคร่งเก่าๆ ของแฮร์รี่ไว้ พลางครุ่นคิดว่าจะหาความสนุกจากตัวเขาได้อย่างไรอีก
"เฮ้ ดัดลีย์!" เด็กชายฟันเหยินที่มีกระเต็มหน้าเดินเข้ามาหาจากด้านข้าง นั่นคือเพียร์ส เพื่อนสนิทของดัดลีย์ เขาส่งสัญญาณให้ดัดลีย์มองไปยังบ้านเลขที่ 13 ถนนพรีเว็ตด้วยเจตนาร้าย
"โอ้~ ใช่เลย" ดัดลีย์หัวเราะขึ้นมาทันที
บ้านเลขที่ 13 ถนนพรีเว็ต สถานที่แห่งนี้เพิ่งกลายเป็นหัวข้อข่าวลือมากมายในหมู่เด็กๆ แถวนี้ ทุกคนต่างบอกว่ามีพ่อมดชั่วร้ายอาศัยอยู่ข้างใน ผู้ซึ่งชอบกินเด็กและรดน้ำดอกไม้ด้วยเลือดมนุษย์
ดูสิ ดอกไม้ในแปลงนั่นสวยงามแค่ไหน ว่ากันว่ามันถูกรดด้วยเลือดสดๆ ของคน
ดูเหมือนดัดลีย์จะรู้เรื่องข่าวลือของบ้านเลขที่ 13 มากกว่าพ่อแม่ของเขาเสียอีก แต่ดัดลีย์รู้ดีว่าพ่อไม่ชอบเรื่องลี้ลับเกี่ยวกับพ่อมด ดังนั้นด้วยความฉลาดแกมโกง เขาจึงไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้ที่บ้านเลย
"ไม่นะ! ดัดลีย์ นายทำแบบนั้นไม่ได้!" แฮร์รี่โบกมือพัลวัน พยายามจะดิ้นให้หลุดจากการเกาะกุมของดัดลีย์แต่มันก็ไร้ผล การที่ต้องอาศัยอยู่ในห้องใต้บันไดมานานหลายปีทำให้เขาผอมเกินไป ช่างตรงข้ามกับดัดลีย์โดยสิ้นเชิง
"นั่นมันสวนที่เจ้าของเขาตั้งใจดูแลนะ" แฮร์รี่รีบพูด
"แกกำลังจะทำลายมันใช่ไหมล่ะ?" เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดัดลีย์ดูจะตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม
พูดจบพวกเขาก็มาถึงหน้ากำแพงบ้านเลขที่ 13 ดัดลีย์สำรวจไปรอบๆ ก่อน เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ เขาก็ยกตัวแฮร์รี่ขึ้นสูงแล้วเหวี่ยงเขาเข้าไปข้างใน
"ไม่นะ!"
ท่ามกลางเสียงร้องอย่างตกใจของแฮร์รี่ มีเสียงหัวเราะอย่างผู้ชนะและเสียงฝีเท้าที่วิ่งหนีไปของดัดลีย์และเพียร์ส รวมไปถึงเสียงของแปลงดอกไม้ที่ถูกทับจนแหลก
ก้านดอกไม้เหล่านั้นช่างบอบบางเหลือเกิน เสียงหักสะบั้นของมันราวกับตัวแทนของชีวิตที่กำลังดับสูญ ใช่แล้ว ชีวิต... เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนี้กับดอกไม้เพียงสองสามดอก ราวกับว่าพวกมันกำลังร่ำไห้อยู่ในหูของเขาจริงๆ
แฮร์รี่รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นและเห็นว่าเขาได้ทับดอกไม้สีเงินฟ้าที่ดูคล้ายกุหลาบพันชั้นไปหลายดอก
ดอกไม้เหล่านี้ดูมีราคาแพงมาก และในขณะเดียวกัน แฮร์รี่ก็สังเกตเห็นดินที่มีสีแดงราวกับเลือด
ทันใดนั้นลมหายใจของเขาก็ติดขัด ข่าวลือเหล่านั้นหลั่งไหลเข้ามาในหัว
แฮร์รี่อยากจะวิ่งหนีไปเสียเดี๋ยวนี้ ทว่าเขากลับรู้สึกผิด ความรู้สึกทั้งสองปะปนกันจนทำให้เขาไม่สามารถขยับเขยื้อนได้แม้แต่ก้าวเดียว
ประจวบเหมาะในตอนนั้นเอง เสียงเอี๊ยดจากประตูบานใหญ่ของบ้านเลขที่ 13 ก็ค่อยๆ เปิดออก
แฮร์รี่หันหัวไปมอง และสิ่งแรกที่กระทบสายตาคือรองเท้าหนังอ็อกซ์ฟอร์ดที่ประณีต ตามมาด้วยกางเกงทรงสลิมที่ตัดเย็บอย่างดี และสูงขึ้นไปคือเสื้อเชิ้ตสีขาวและเสื้อกั๊กหนังวัว
จากนั้นแฮร์รี่ก็ได้เห็นใบหน้าที่ดูเคร่งขรึมอย่างยิ่งราวกับนายแบบบนรันเวย์ พร้อมผมสีทองที่หวีเรียบไปด้านหลัง และสีหน้าที่ดูไร้ชีวิตชีวา เขาถือบัวรดน้ำมาด้วย และบนนิ้วมือมีแหวนเงินโบราณสองวงที่เริ่มเปลี่ยนสีตามกาลเวลา
มูเอินผลักประตูออกมาและสังเกตเห็นเด็กชายผอมแห้งที่โผล่มาในแปลงดอกไม้ของเขาอย่างปริศนาทันที รวมไปถึงสมุนไพรล้ำค่าที่เขาอุตส่าห์เพาะบ่มมาอย่างประณีต ดอกจิตจันทรา ซึ่งสำคัญต่อคำสาปของเขาอย่างยิ่ง—
?!
ดอกไม้! ดอกไม้ของฉัน พวกเจ้าตายได้ยังไง?!
จากนั้นเขาก็สังเกตเห็นแฮร์รี่ ซึ่งยังมีเศษใบไม้ติดตัวอยู่...
ไม่นะ ฉันสร้างข่ายพลังไฟฟ้าป้องกันที่รั้วและตั้งค่าอาคมห้ามเข้าไว้ที่ทางเข้าหน้าบ้านแล้วนี่นา
ฉันแค่กลัวว่าจะมีใครตาบอดมาทำลายสมุนไพรเข้า
นี่เธอเหาะเข้ามาหรือไง??
"เฮ้ เจ้าหนู!" มูเอินมองเขาด้วยความโกรธเล็กน้อย "เธอรู้ไหมว่าดอกจิตจันทราดอกหนึ่งมีค่ามากแค่ไหน?"
แฮร์รี่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกแล้วในตอนนี้
"คะ... ขอโทษครับ..." เขารู้สึกว่าปากไม่รักดีและขาของเขาก็กำลังสั่น
"ผม... ผมจะทำให้มันกลับมาเป็นเหมือนเดิม!"
"กลับมาเป็นเหมือนเดิม?!" มูเอินรู้สึกฉุนเฉียวจนหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้
อย่างไรก็ตามในวินาทีถัดมา การกระทำที่เขาไม่สามารถเข้าใจได้ก็เกิดขึ้น
แฮร์รี่คุกเข่าลงบนพื้นกะทันหันและใช้มือทั้งสองข้างปกคลุมดอกไม้ที่เสียหายเอาไว้
แฮร์รี่เองก็สับสนในตอนนี้ เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงทำแบบนี้ มันแค่... เป็นความรู้สึก?! ใช่ เขารู้สึกว่าควรทำแบบนี้ และเขาสามารถทำได้
มูเอินถอนหายใจและเดินเข้าไปหมายจะคว้ามือแฮร์รี่ เขาบอกได้ว่าเด็กคนนี้ทำแปลงดอกไม้ของเขาพังเพราะสถานการณ์พิเศษแน่ๆ นอกเสียจากว่าอีกฝ่ายจะใช้รั้วของเขาเพื่อฝึกกระโดดสูง
"เอาล่ะ ไปได้แล้ว ถึงเธอจะทำลายดอกจิตจันทราไปแล้ว ฉันจะทำอะไรได้..."
พูดไม่ทันจบ มูเอินก็หยุดชะงักลงทันที เขามองอย่างตกตะลึงไปที่ดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานในฝ่ามือของเด็กชายผอมกะหร่องคนนี้
"นี่มัน..." เสียงของมูเอินขาดห่วง และในขณะเดียวกัน เขาก็เห็นว่าดอกไม้อื่นๆ บนพุ่มไม้เริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยมีจุดนี้เป็นศูนย์กลาง และก้านดอกไม้เป็นโครงข่าย พลังแห่งชีวิตเริ่มแผ่ซ่านออกมา
แฮร์รี่เองก็แปลกใจมาก เขามองดูดอก... ดอกจิตจันทราที่กลับมามีชีวิตอีกครั้งในมือของเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อ!
เขารีบเงยหน้ามองชายคนนั้นด้วยแววตาที่ขลาดกลัว ในใจหนึ่งเขาขามว่าชายคนนี้จะเป็นพ่อมดชั่วร้ายตามข่าวลือ อีกใจหนึ่งเมื่อใดก็ตามที่เขาแสดงความสามารถที่ผิดปกติเช่นนี้ออกมา เขาจะถูกทำโทษเสมอ
ครั้งหนึ่งป้าเพ็ตทูเนียทนผมที่ยุ่งเหยิงตลอดเวลาของเขาไม่ได้อีกต่อไปและใช้กรรไกรตัดมันออกจนหมด แต่ในวันรุ่งขึ้น ผมของเขากลับงอกยาวออกมาเหมือนเดิม ผลก็คือเขาถูกกักบริเวณเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์
อีกครั้งหนึ่งที่โรงเรียน ดัดลีย์และพวกเพื่อนๆ พยายามจะวิ่งไล่รังแกเขาอีกครั้ง แต่เพียงชั่วพริบตา เขาก็วิ่งขึ้นไปอยู่บนปล่องไฟของห้องครัว ผลก็คือเขาถูกกักบริเวณหนึ่งเดือนเต็มๆ เดือนนั้นเขาต้องอยู่แค่ที่โรงเรียนหรือไม่ก็ในห้องใต้บันได แม้แต่ออกมาทานข้าวก็ยังไม่ได้
และแล้ว ในดวงตาสีเขียวมรกตของแฮร์รี่ เขาก็เห็นมือขนาดใหญ่ที่สวมแหวนเงิน มีรอยด้านมากมายที่ดูเหมือนผ่านประสบการณ์มาโชกโชน ยื่นออกมาหาเขา
เขาจะทำอะไร? เขาจะจับฉันไปส่งให้ป้าเพ็ตทูเนียเหรอ? ฉันจะถูกกักบริเวณนานแค่ไหน ตลอดช่วงปิดเทอมเลยหรือเปล่า?
หรือว่าเขาจะเป็นพ่อมดชั่วร้ายจริงๆ เขาจะลักพาตัวฉันไปไหม? เขาจะกินฉันหรือเปล่า?
แฮร์รี่หวาดกลัวจนไม่กล้าขยับ เขาถึงกับคิดว่าถ้าอีกฝ่ายฆ่าเขาให้ตายไปเลยก็คงดี เพราะไม่มีใครสนใจเขาอยู่แล้ว และไม่มีอะไรให้น่าเสียดายในชีวิตแบบนี้...
มือใหญ่ใบนั้นลูบลงบนผมที่ยุ่งเหยิงของแฮร์รี่ และแล้วท่ามกลางสายตาที่ไม่ยากจะเชื่อของแฮร์รี่ รอยยิ้มจางๆ ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ดูไร้ชีวิตชีวานั้น
"ทำได้ดีมาก เจ้าหนู"