- หน้าแรก
- หนูน้อยสี่ขวบพาพ่อแม่พลิกเกม ตบหน้าคู่เทียบชะตา
- บทที่ 17 คุณลุงแปลกๆ (1)
บทที่ 17 คุณลุงแปลกๆ (1)
บทที่ 17 คุณลุงแปลกๆ (1)
การออกมาซื้อยาวันนี้ถูกกำหนดไว้แล้วว่าต้องเต็มไปด้วยอุปสรรคมากมาย
ในที่สุดทั้งสองก็มาถึงร้านยา
จี้หวั่นหวั่นหยิบรายการยาที่ยาวเหยียดออกมา ซึ่งก่อนหน้านี้เธอเขียนไว้ล่วงหน้าตามที่โหยวโหยวเล่าให้ฟัง
พนักงานดูรายการยาอย่างละเอียดรอบหนึ่ง แล้วชี้ไปที่ยาหลายตัวด้านใน ก่อนพูดอย่างลำบากใจว่า
“ยาพวกนี้ไม่ค่อยมีคนใช้ ตอนนี้ร้านเราไม่มีของในสต๊อกชั่วคราว
แต่ที่บ้านเจ้าของร้านน่าจะมี
เจ้าของร้านขึ้นไปที่แปลงยาบนเขาแล้ว
ถ้าพวกคุณไม่รีบ ก็รอมาช่วงบ่ายค่อยมาใหม่ก็ได้”
จี้หวั่นหวั่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ได้ งั้นพวกเราไปเดินเล่นในเมืองซิ่งหลินก่อนแล้วกัน”
พนักงานได้ยินดังนั้นจึงเสนอว่า “พวกคุณไปเอาที่บ้านเจ้าของร้านโดยตรงก็ได้
อยู่บ้านหลังที่สองด้านในสุดของตรอกข้างหลังนี่”
……
หลังออกมาจากร้านยา ในที่สุดโหยวโหยวก็สมหวัง ได้ซื้อของหวานมามากมาย
แถมยังใช้วิชาออดอ้อนขั้นเทพจนได้ไอศกรีมมาอีกหนึ่งอัน
โหยวโหยวเลียครีมที่ใกล้จะหมดแล้ว พลางถอนหายใจเบาๆ ว่า “ถ้าโหยวโหยวโตขึ้น หนูจะเปิดร้านไอศกรีม แล้วก็สร้างบ้านไอศกรีมด้วย แบบนี้โหยวโหยวก็จะมีไอศกรีมกินไม่หมดเลย!”
จี้หวั่นหวั่นฟังแล้วก็อดขำไม่ได้
ดูเหมือนทุกคนตอนเด็กๆ จะเคยฝันว่าโตขึ้นจะเปิดร้านขนมหรือร้านของเล่นกันทั้งนั้น!
หลังจากกินไอศกรีมคำสุดท้ายหมด โหยวโหยวก็เสียดายจนไม่อยากทิ้งกระดาษห่อ
“คุณแม่ ต่อไปพวกเราจะไปไหนกันเหรอ?”
“ข้างหน้ามีห้างเล็กๆ อยู่แห่งหนึ่ง พวกเราไปเลือกเสื้อผ้ากันสักสองสามชุดดีไหม?”
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังคุยกัน ก็เดินผ่านโกดังเล็กแห่งหนึ่ง
หน้าประตูมีรถบรรทุกคันเล็กจอดอยู่เจ็ดแปดคัน แทบจะปิดทางเดินหมด
คนขับรถและกรรมกรบนรถกำลังช่วยกันขนของเข้าโกดังอย่างชำนาญ
โหยวโหยวมองภาพตรงหน้าด้วยความสงสัย “คุณแม่ ข้างในกล่องใส่อะไรอยู่เหรอ?”
“น่าจะเป็นสมุนไพรจีน”
“เยอะเกินไปแล้วมั้ง!
คุณแม่ไม่ได้บอกเหรอว่าตอนนี้คนกินยาจีนน้อยมาก
ถ้าเยอะขนาดนี้ขายไม่หมดจะทำยังไง?”
ไม่นานรถที่ขนของเสร็จก็ค่อยๆ ทยอยขับออกไป
จี้หวั่นหวั่นอุ้มโหยวโหยวเดินเข้าไป พร้อมอธิบายว่า
“เมืองซิ่งหลินเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกสมุนไพรชื่อดังของประเทศ
พวกเขาจะขายสมุนไพรที่ผ่านการแปรรูปแล้วไปทั่วประเทศ
ขณะเดียวกันที่นี่ยังเป็นศูนย์กระจายสมุนไพรอีกด้วย”
ทันทีที่พูดจบ ก็เห็นรถบรรทุกหลายคันขับเข้ามาอีก
คนขับรถและกรรมกรขนของลงจากรถเรียงกันเป็นแถว
สินค้าที่เพิ่งขนลงมาก่อนหน้านี้ก็ถูกทยอยขนขึ้นรถอีกครั้ง
โหยวโหยวจ้องกรรมกรไม่กี่คนที่กำลังช่วยกันยกกล่องสินค้าเขม็ง
แม้เดินออกมาไกลมากแล้ว เด็กน้อยก็ยังหันกลับไปมองทางนั้นอยู่
จี้หวั่นหวั่นถามว่า “ลูกรักมองอะไรอยู่เหรอ?”
โหยวโหยวละสายตากลับมา ก่อนหันไปมองแม่ “แปลกจังเลย หนูรู้สึกว่าคุณลุงพวกนั้นดูน่ากลัวมาก แล้วก็ไม่เหมือนคุณลุงกรรมกรก่อนหน้านี้เลย!”
จี้หวั่นหวั่นไม่ได้ใส่ใจมากนัก “พวกเขาน่าจะเป็นคนทางเหนือ
คนทางเหนือรูปร่างสูงใหญ่ เลยดูน่ากลัวมั้ง!”
โหยวโหยวส่ายหน้า “ไม่ใช่นะ”
จริงๆ แล้วเธอเองก็อธิบายไม่ถูก
แค่รู้สึกว่าคนพวกนั้นแตกต่างจากคุณลุงกรรมกรที่เจอตอนแรกมาก
แต่เพราะเธอยังเด็ก คิดไม่ออกก็เลยเลิกคิด
เด็กน้อยดิ้นออกจากอ้อมแขนแม่ ก่อนสะบัดพัดเล็กๆ เดินกระโดดดึ๋งๆ อยู่ข้างหน้า
ตอนเลี้ยวมุมเธอเผลอชนเข้ากับใครคนหนึ่งโดยไม่ทันระวัง
เด็กน้อยยกมือกุมจมูก ถอยหลังไปหนึ่งก้าว ก่อนเงยหน้าขอโทษก่อนทันที “คุณลุง ขอโทษค่ะ!”
ผู้ชายตรงหน้าสวมแว่นตา มือถือกระเป๋าเอกสาร หน้าตาธรรมดา บุคลิกดูสุภาพอ่อนโยน
แต่หลังจากโหยวโหยวเห็นหน้าของอีกฝ่าย เด็กน้อยก็ชะงักไปเล็กน้อย
ขนตางอนยาวกะพริบอย่างตกใจ
ผู้ชายคนนั้นลูบหัวเล็กๆ ของเธอ พลางพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ลุงไม่เป็นไร คราวหน้าหนูเดินระวังหน่อยนะ”
ตอนนั้นเองโหยวโหยวก็ตาไว สังเกตเห็นบาดแผลที่โผล่ออกมาจากด้านในข้อมือของอีกฝ่ายตอนเขายกมือขึ้น
เมื่อเห็นผู้ชายกำลังจะเดินไป เด็กน้อยก็รีบพูดว่า “คุณลุงรอก่อนนะ!”
พูดจบเธอก็หันกลับไปล้วงในถุงยาจีนใบใหญ่ที่จี้หวั่นหวั่นถืออยู่
จากนั้นก็รื้อค้นจนหยิบกล่องพลาสเตอร์ปิดแผลออกมา นี่เป็นของที่พนักงานร้านยาให้มาตอนซื้อยาเมื่อครู่นี้ หลังจากนั้นเธอก็หันกลับไปยื่นพลาสเตอร์ปิดแผลให้ผู้ชายคนนั้น “คุณลุง มือของคุณบาดเจ็บ หนูให้ค่ะ”