- หน้าแรก
- สร้างดันเจี้ยนป่วนโลก เริ่มต้นจากศูนย์สู่จุดสูงสุด
- บทที่ 5: ถ้ำทมิฬ
บทที่ 5: ถ้ำทมิฬ
บทที่ 5: ถ้ำทมิฬ
"คุณปู่!"
"คุณพ่อ!"
"คุณปู่ครับ!"
เมื่อทุกคนในตระกูลหวังได้เห็นผู้ที่มาถึง ต่างก็พากันส่งเสียงร้องอุทานด้วยความตกใจ
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ไหนแพทย์บอกว่าอวัยวะของคุณปู่ล้มเหลวและจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่พ้นวันนี้ไม่ใช่หรือ?
แล้วทำไมตอนนี้ท่านถึงดูมีชีวิตชีวาขนาดนี้? ดูไม่เหมือนคนใกล้ตายเลยสักนิด
"หึ" ผู้เฒ่าหวังแค่นเสียงเย็นชาพลางเดินตรงไปนั่งลงที่เก้าอี้ประธาน
"ฉันยังไม่ทันตาย พวกแกก็เริ่มกัดกันเองซะแล้ว"
"คุณพ่อครับ เรื่องนี้มันเป็นเพราะเซียนลี่น่ะครับ เขาไปเล่นพนันข้างนอกเสียเงินไปถึงห้าพันล้าน นั่นมันเงินห้าพันล้านเลยนะพ่อ! ถ้าพวกเราปล่อยให้เขามีส่วนร่วมในสมบัติของตระกูล ไม่รู้ว่าเขาจะล้างผลาญจนหมดตัวเมื่อไหร่ ผมทำทั้งหมดนี้ก็เพื่อเห็นแก่ตระกูลหวังนะครับ"
หวังเซียนจงแสดงท่าทางขึงขังเที่ยงธรรมโดยไม่มีอาการตื่นตระหนกให้เห็นเลยแม้แต่น้อย
ทว่าในความเป็นจริง ภายในใจของเขากลับปั่นป่วนหวาดผวาไปหมดแล้ว
ทำไมผู้เฒ่าหวังถึงฟื้นคืนชีพกลับมาได้? แพทย์โกหกเขา หรือว่าผู้เฒ่าหวังหลอกลวงทุกคนเพื่อลองใจพวกเขากันแน่?
"แกคิดว่าเล่ห์เหลี่ยมตื้นๆ ของแกจะตบตาฉันได้งั้นเหรอ" ผู้เฒ่าหวังจ้องมองหวังเซียนจงด้วยสายตาเฉียบขาด "เจ้าใหญ่ อย่าหาว่าฉันไม่ให้โอกาสแกก็แล้วกัน เอาใบตราสารหนี้ที่แกบังคับให้เจ้ารองเซ็นมาคืนซะ แล้วฉันจะทำเป็นว่าไม่เคยมีเรื่องนี้เกิดขึ้น"
"เฉิงเอ๋อร์ ตามปู่มา"
ผู้เฒ่าหวังลุกขึ้นยืน เหลือบสายตามองหวังเฉิงแวบหนึ่ง แล้วเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย
หวังเซียนจงมีสีหน้าหดหู่ใจอย่างถึงที่สุด
คุณปู่รู้เรื่องทั้งหมดแล้ว ที่แท้เรื่องนี้ก็เป็นกับดักที่ท่านวางเอาไว้จริงๆ น่าขำสิ้นดีที่เขาเฝ้าวิ่งเต้นเดินเรื่องอย่างบ้าคลั่ง ทว่าสุดท้ายกลับเป็นการสูญเปล่า
ในทางตรงกันข้าม หวังเซียนลี่กลับรู้สึกดีใจเป็นล้นพ้น
หลังจากได้ยินคำพูดของคุณปู่ ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นกับดักที่พี่ใหญ่ของเขาวางเอาไว้ โชคดีที่คุณปู่ยังไม่ตาย มิฉะนั้นเขาคงถูกโกงจนหมดเนื้อหมดตัวไปแล้วจริง ๆ
สิ่งที่คนในห้องประชุมกำลังคิดอยู่นั้น ผู้เฒ่าหวังและหวังเฉิงที่เดินจากมาแล้วย่อมไม่รับรู้และไม่ได้ใส่ใจ สิ่งที่พวกเขาให้ความสนใจคือเรื่องอื่น
"เฉิงเอ๋อร์ บอกปู่มาตามตรง แกเอาอะไรให้ปู่กินกันแน่"
เมื่อมาถึงบริเวณสวนหย่อมอันปลอดโปร่ง ในที่สุดผู้เฒ่าหวังก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถาม
"คุณปู่ครับ นั่นคือยาต่ออายุขัย หลังจากกินเข้าไปแล้ว จะสามารถยืดอายุขัยออกไปได้อีกสิบปีครับ"
หวังเฉิงไม่ได้ปิดบังเลยสักนิด เขาบอกเล่าถึงสรรพคุณของยาต่ออายุขัยออกมาตามตรง
สีหน้าของผู้เฒ่าหวังแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังทันที "เฉิงเอ๋อร์ แกไปได้ของล้ำค่าขนาดนี้มาจากไหนกัน"
ในฐานะที่เป็นหนึ่งในตระกูลชั้นนำของหางโจว ผู้เฒ่าหวังถามตัวเองว่ามีสมบัติหายากชิ้นไหนบ้างที่เขาไม่เคยพบเห็น ทว่าเขากลับไม่เคยได้ยินเรื่องปาฏิหาริย์อย่างยาต่ออายุขัยนี้มาก่อนเลย
หากในโลกใบนี้มียาต่ออายุขัยอยู่จริง มีหรือที่เขาจะไม่เสาะแสวงหามาตั้งนานแล้ว
"คุณปู่ครับ เรื่องราวนี้มันอัศจรรย์มากเลยครับ"
หวังเฉิงไม่ได้ปิดบังสิ่งใด เขาบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ตอนที่เขาค้นพบดันเจี้ยน การก้าวเข้าสู่ดันเจี้ยน การเคลียร์ด่านสำเร็จ ตลอดจนการได้รับไอเทมวิเศษออกมาจนหมดสิ้น
"นอกจากยาต่ออายุขัยเม็ดนั้นแล้ว ยังมียันต์เรียกสายฟ้าอีกสามใบครับ แต่ผมยังไม่เคยใช้งาน เลยไม่รู้ว่าพลังของมันรุนแรงแค่ไหน"
ขณะที่พูด เขาก็หยิบยันต์เรียกสายฟ้าทั้งสามใบออกมาจัดวางไว้ตรงหน้าผู้เฒ่าหวัง
เมื่อมองดูยันต์ที่อยู่เบื้องหน้า ต่อให้เป็นผู้เฒ่าหวังที่ผ่านโลกและอุปสรรคมาอย่างโชกโชนก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ
ในโลกใบนี้มีสิ่งมหัศจรรย์เช่นนี้อยู่จริง แถมยังถูกค้นพบโดยทายาทตระกูลหวังของเขาเองอีกด้วย
นี่มันคือโอกาสวาสนาอันยิ่งใหญ่ชัดๆ
"เฉิงเอ๋อร์ เก็บยันต์พวกนี้ไว้ซะ ตอนนี้พาปู่ไปที่ที่แกค้นพบดันเจี้ยนหน่อย"
ผู้เฒ่าหวังเข้าใจในประจักษ์แจ้งถึงจิตใจของมนุษย์ดี โอกาสวาสนาอันน่าอัศจรรย์เช่นนี้จะปล่อยให้คนนอกรับรู้ไม่ได้เป็นอันขาด
หวังเฉิงไม่พูดอะไรมากความ เขาพาผู้เฒ่าหวังตรงไปยังสุสานของพ่อแม่ทันที
"เอ๊ะ? ทำไมปากทางเข้าถ้ำถึงหายไปแล้วล่ะครับ เมื่อเช้านี้มันยังอยู่ตรงนี้อยู่เลย"
หวังเฉิงชี้ไปยังจุดที่เคยเป็นปากทางเข้าถ้ำ ทว่าตรงนั้นกลับมีเพียงผืนดินที่แน่นทึบ ไม่มีร่องรอยของปากทางเข้าถ้ำเลยแม้แต่น้อย
ผู้เฒ่าหวังดูจากสีหน้าของหวังเฉิงก็รู้ว่าเด็กหนุ่มไม่ได้โกหก
ถ้าอย่างนั้น มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ในขณะที่ทั้งสองกำลังฉงนสนเท่ห์ หวังเฉิงพลันเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ เขาหันไปมองทางทิศตะวันตกเฉียงใต้
ไม่รู้เพราะเหตุใด ความรู้สึกพิเศษสายหนึ่งได้ส่งผ่านมาจาทิศทางนั้น ราวกับกำลังส่งเสียงเรียกขานเขาอยู่
ความรู้สึกนี้คุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง มันเป็นความรู้สึกแบบเดียวกับตอนที่เขาค้นพบดันเจี้ยนไม่มีผิด
"คุณปู่ครับ ผมสัมผัสได้แล้ว ดันเจี้ยนอยู่ทางทิศนั้นครับ" หวังเฉิงชี้ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ด้วยความตื่นเต้น "เพียงแต่ว่าครั้งนี้ ความรู้สึกมันอยู่ไกล ไกลมากๆ ราวกับอยู่ห่างออกไปหลายพันกิโลเมตรเลยครับ"
"เฉิงเอ๋อร์ แกแน่ใจนะ" ผู้เฒ่าหวังถามด้วยสีหน้าจริงจัง
"ผมแน่ใจครับ" หวังเฉิงพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น
"ดี" ผู้เฒ่าหวังพยักหน้า "ปู่จะจัดแจงเครื่องบินส่วนตัวเดี๋ยวนี้ โอกาสวาสนาแบบนี้จะปล่อยให้หลุดมือไปไม่ได้เด็ดขาด"
ผู้เฒ่าหวังลงมือดำเนินการอย่างรวดเร็ว
ในอีกด้านหนึ่ง ก่อนหน้านั้นไม่กี่นาที
หลินอี้กำลังอยู่ในพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์ มองดูดันเจี้ยนแห่งใหม่ที่เขาเพิ่งออกแบบเสร็จสิ้นด้วยความพึงพอใจ
【ประเมินผลสำเร็จ ระดับความยากของดันเจี้ยนในปัจจุบันคือ E+ ไอเทมรางวัลมีจำนวน 3-5 ชิ้น เริ่มทำการสุ่มรางวัล ณ บัดนี้】
"ยังคงเป็น E+ งั้นเหรอ ช่างเถอะ สำหรับแผนที่ขนาดเล็กเท่านี้ การสามารถออกแบบดันเจี้ยนที่สมบูรณ์ออกมาได้ก็นับว่าไม่เลวแล้ว"
【สุ่มรางวัลสำเร็จ รายการไอเทมมีดังต่อไปนี้: คัมภีร์ลูกไฟ: เมื่อถือไว้ในมือ จะสามารถปลดปล่อยลูกไฟที่มีอานุภาพระดับ 1 ได้ทุกๆ 3 นาที ดาบแสงสายฟ้า: อาวุธวิเศษ ตัวดาบมีความแข็งแกร่งและคมกริบเป็นเลิศ สามารถเคลือบตัวดาบด้วยแสงสายฟ้าเพื่อสร้างความเสียหายระดับ 1 ได้ ระยะเวลาคูลดาวน์ 30 นาที แหวนล่องหน: สามารถล่องหนได้ในระยะเวลาสั้นๆ นาน 10 วินาที ระยะเวลาคูลดาวน์ 1 ชั่วโมง รองเท้าเหยียบเมฆา: สามารถเพิ่มความเร็วขึ้น 20% ได้ในระยะเวลาสั้นๆ นาน 5 วินาที ระยะเวลาคูลดาวน์ 10 นาที เครื่องรางโชคดี: เพิ่มค่าโชคดี 3 แต้มเมื่อสวมใส่】
"ให้ตายเถอะ นี่ฉันดวงดีจนขุดเจอคลังแสงหรือไงเนี่ย"
หลังจากอ่านรายการของรางวัล หลินอี้ก็อดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา
อุปกรณ์ทั้ง 5 ชิ้นนี้ แต่ละชิ้นล้วนทำให้เขาอิจฉาตาร้อนทั้งสิ้น
ทว่า เขาจำเป็นต้องเลือกตัดใจจากบางสิ่ง
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาจึงตัดใจใส่คัมภีร์ลูกไฟและยันต์เรียกสายฟ้าอีกสามใบลงไปในหีบสมบัติสีทองด้วยความเสียดาย
ส่วนอุปกรณ์ชิ้นอื่นๆ ย่อมต้องตกมาอยู่ในกระเป๋าของหลินอี้เองตามระเบียบ
ใครบ้างจะไม่ชอบของดีๆ? แต่เขาก็จะงกเกินไปไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงต้องใช้อุบายเดิมในการแบ่งแยกยันต์เรียกสายฟ้าออกมา
น่าเสียดายก็ตรงที่ ของดีๆ มากมายขนาดนี้ เขากลับทำได้เพียงเก็บสะสมไว้ดูเล่นคนเดียว ไม่กล้าเอาออกมาโอ้อวดให้ใครเห็น
แม้ว่าในตอนนี้เขาจะมีพลังฝีมือระดับ 1 แล้ว แต่เขาก็ยังไม่ได้ถึงขั้นคงกระพันฟันแทงไม่เข้า หากถูกคนอื่นค้นพบเข้า จุดจบย่อมต้องย่ำแย่แน่นอน
เพราะฉะนั้น เขาจึงตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่า: ตราบใดที่ยังไม่สามารถต้านทานระเบิดนิวเคลียร์ได้ เขาจะไม่มีวันทำตัวเด่นเด็ดขาด
ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ
【สร้างดันเจี้ยนสำเร็จ โปรดตั้งชื่อดันเจี้ยน 】
"เรียกว่า ถ้ำทมิฬ ก็แล้วกัน"
หลินอี้มองดูผลงานชิ้นโบแดงของตนพลางบอกชื่อที่เขาคิดเอาไว้ตั้งนานแล้วออกมา
【ตั้งชื่อสำเร็จ ถ้ำทมิฬ เริ่มทำการจัดวาง หลังจากจัดวางเสร็จสิ้น ทางเข้าดันเจี้ยนจะปรากฏขึ้นแบบสุ่ม ณ สถานที่ใดสถานที่หนึ่งในอาณาจักรเซี่ย】
กลับสู่โลกความเป็นจริง
หลินอี้หยิบอุปกรณ์ต่างๆ ออกมาทดลองใช้ทีละชิ้น มันให้ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมมาก สิ่งเดียวที่ไม่ค่อยสะดวกคือบ้านของเขาเล็กเกินไป ทำให้ไม่สามารถนำพวกมันออกมาแสดงได้อย่างเต็มที่
นอกจากดาบแสงสายฟ้าที่เขาเก็บไว้ในพื้นที่ระบบแล้ว ทั้งแหวนล่องหน รองเท้าเหยียบเมฆา และเครื่องรางโชคดี ล้วนสามารถสวมใส่ไว้บนร่างกายของเขาได้โดยตรง
แม้ว่าในตอนนี้เขาจะมีจี้คริสตัลสีน้ำเงินคล้องอยู่ที่คอแล้วก็ตาม แต่ที่นี่ไม่ใช่ในเกม ขอเพียงแค่เขาต้องการ ต่อให้ต้องใส่เครื่องประดับสองชิ้น หรือแม้กระทั่งจะขนเอามาแขวนไว้ที่คอทั้งหมดก็ไม่มีปัญหา อย่างไรเสีย คุณสมบัติของพวกมันก็ไม่ได้หักล้างกันเองอยู่แล้ว