- หน้าแรก
- ส่งด่วนข้ามเวลา เป็นเศรษฐีด้วยของต่างยุค
- บทที่ 811 หวังต้าซานผู้ภาคภูมิใจ
บทที่ 811 หวังต้าซานผู้ภาคภูมิใจ
บทที่ 811 หวังต้าซานผู้ภาคภูมิใจ
เจียงจิ่นโจวบอกให้เอ้อร์เป่ารออยู่ชั้นล่าง ส่วนตัวเองก็เดินขึ้นไปชั้นสอง
พอถึงหน้าห้องทำงานที่ลุงยามบอก เขาก็เคาะประตูเบาๆ
มีเสียงคุ้นเคยดังตอบกลับมา "เข้ามา"
เจียงจิ่นโจวผลักประตูเข้าไปอย่างเงียบเชียบ หวังต้าซานกำลังก้มหน้าก้มตาเขียนอะไรบางอย่างอยู่บนโต๊ะโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามอง ทำเพียงแค่พูดว่า "รอแป๊บนะ ขอเขียนตรงนี้ให้เสร็จก่อน"
เจียงจิ่นโจวแอบอมยิ้ม คุณลุงหวังเป็นรองประธานคอมมูนมาสองปี ดูมีมาดข้าราชการขึ้นเยอะเลย ราศีจับ ความเป็นผู้ใหญ่ในวัยสี่สิบกว่าก็ยิ่งฉายแววชัดเจน
เขายืนมองหวังต้าซานเงียบๆ พลางนึกถึงเรื่องราวตอนที่ตัวเองอยู่ที่กองพลธงแดงเมื่อหลายปีก่อน ผู้ชายคนนี้แหละที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเขาในยามที่เขาสิ้นหวังที่สุด ทำให้เขามีกำลังใจที่จะสู้ชีวิตต่อไป
จะว่าไป หวังต้าซานก็ถือว่าเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเขาเลยล่ะ
ผ่านไปประมาณห้านาที หวังต้าซานก็เขียนเสร็จ ถึงได้เงยหน้าขึ้นมามองผู้มาเยือน
พอเห็นว่าเป็นใคร เขาก็ตกใจจนเด้งตัวลุกพรวดจากเก้าอี้ เก้าอี้ครูดไปกับพื้นปูนเสียงดังลั่น
หวังต้าซานเดินอ้อมโต๊ะ ก้าวยาวๆ แค่สามก้าวก็มาถึงตัวเจียงจิ่นโจว
"จิ่นโจว มาได้ยังไงเนี่ย" พูดพลางเอามือใหญ่ตบไหล่เจียงจิ่นโจวเบาๆ หลายที
จู่ๆ ขอบตาของเจียงจิ่นโจวก็ร้อนผ่าว "ลุงหวังครับ ผมมาเยี่ยม ลุงไม่ต้อนรับเหรอครับ"
หวังต้าซานหัวเราะลั่น "ต้อนรับสิ ต้อนรับ ลุงเฝ้ารอให้เธอมาหาตั้งนานแล้ว"
"มาๆ นั่งก่อน เดินทางมาเหนื่อยๆ ใช่ไหม" พูดพลางดึงแขนเจียงจิ่นโจวให้ไปนั่งที่เก้าอี้
แล้วก็ทำท่าจะไปหยิบกระติกน้ำร้อนมารินน้ำให้
เจียงจิ่นโจวรีบห้ามไว้ "ลุงครับ ไม่ต้องลำบากหรอกครับ เพื่อนผมรออยู่ข้างล่างน่ะ ผมหิวแล้ว เราไปหาอะไรกินกันดีกว่าครับ"
หวังต้าซานตบหน้าผากตัวเอง "จริงด้วยสิ ดูความจำลุงสิ มัวแต่ดีใจจนลืมไปเลยว่าพวกเธอเพิ่งมาถึง คงยังไม่ได้กินข้าว เดี๋ยวลุงไปบอกท่านประธานก่อนนะ แล้วเราไปหาอะไรกินกัน ถ้าท่านประธานรู้ว่าเธอมา ดีไม่ดีอาจจะขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าวเธอด้วยนะ"
เจียงจิ่นโจวรีบบอก "ลุงครับ ไม่ต้องรบกวนท่านประธานหรอกครับ ลุงแค่ไปบอกท่านว่าวันนี้ขอตัวก่อน ไว้ตอนผมจะกลับค่อยแวะไปสวัสดีท่านก็ได้ครับ"
เจียงจิ่นโจวไม่อยากทำตัวเป็นจุดเด่นให้คนเขานินทา ตอนนี้เขาเป็นแค่นักศึกษา จะให้ข้าราชการระดับสูงมาจัดเลี้ยงต้อนรับ ขืนข่าวแพร่งพรายออกไปคงดูไม่ดีแน่
"เอาอย่างนั้นก็ได้ เดี๋ยวลุงไปบอกท่านประธานให้ จริงๆ ท่านจะเลี้ยงข้าวเธอก็ไม่แปลกหรอกนะ ก็เธอเป็นคนหาเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดมาให้ชาวบ้านทั้งคอมมูนเลยนี่นา เมื่อหลายวันก่อนลุงเพิ่งลงพื้นที่ไปดูมา ปีนี้ใครปลูกเมล็ดพันธุ์ใหม่ของเธอ รับรองว่าได้ผลผลิตเป็นกอบเป็นกำแน่นอน" หวังต้าซานพูดอย่างอารมณ์ดี
ตอนนี้เขาเชื่อใจเจียงจิ่นโจวกับลู่ชิงแบบสุดๆ เจียงจิ่นโจวพูดอะไรเขาก็เชื่อหมด
เจียงจิ่นโจวล้วงเอาบุหรี่ "กู๊ดคอมพาเนี่ยน" ออกมาจากกระเป๋าเป้ ยื่นให้หวังต้าซาน "คุณลุงครับ ฝากบุหรี่คอตตอนนี้นี้ไปให้ท่านประธานกับผู้บริหารคนอื่นๆ ด้วยนะครับ บอกว่าผมขอตัว ไม่ได้เข้าไปพบ ขอให้พวกท่านอย่าถือสากันนะครับ"
หวังต้าซานปฏิเสธ "ไม่เอาๆ เธอเก็บไว้สูบเองเถอะ อีกอย่าง ถึงจะให้ ก็ไม่ต้องให้ของแพงขนาดนี้หรอก"
เจียงจิ่นโจวยิ้มพลางยัดบุหรี่ใส่มือหวังต้าซาน "ลุงครับ แค่น้ำใจเล็กๆ น้อยๆ น่ะครับ ลุงทำงานอยู่ที่นี่ ก็ต้องให้เกียรติผู้ใหญ่เขาหน่อย จะได้ไม่มีใครมาดูถูกเราได้"
หวังต้าซานจำต้องรับไว้ "เธอนี่น้า รอบคอบจริงๆ คิดเผื่อลุงไปซะทุกเรื่อง งั้นลุงก็ขอขอบใจแทนพวกท่านประธานด้วยนะ เดี๋ยวลุงไปบอกท่านประธานแป๊บ แล้วเดี๋ยวเราไปหาที่กินข้าวกัน"
หวังต้าซานออกไปไม่นานก็กลับมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม "ท่านประธานบอกว่าเข้าใจ แล้วก็ฝากขอบใจเธอด้วยนะ"
ทั้งสองคนเดินลงมาข้างล่าง เรียกเอ้อร์เป่า แล้วพากันเดินไปที่ร้านอาหารของรัฐประจำคอมมูน
เลยเวลาอาหารกลางวันมาแล้ว ในร้านจึงไม่มีลูกค้าคนอื่นเลย
แต่หวังต้าซานเป็นถึงรองประธานคอมมูน จึงสนิทสนมกับพ่อครัวและพนักงานในร้านเป็นอย่างดี
พอเดินเข้าไปในร้าน พนักงานก็ยิ้มแย้มเดินเข้ามาทักทาย "รองประธานหวัง วันนี้มาเลี้ยงแขกเหรอคะ"
หวังต้าซานยิ้มกว้าง "ไม่ได้เลี้ยงแขกหรอก หลานชายมาเยี่ยมน่ะ ก็เลยพามากินข้าว ยังพอจะทำกับข้าวได้ไหม"
"ได้สิคะ เดี๋ยวฉันไปบอกหัวหน้าพ่อครัวให้ ระดับรองประธานหวังมาทั้งที ยังไงก็ต้องทำให้ค่ะ" พนักงานตอบอย่างกระตือรือร้น
ต้องยอมรับเลยว่า นี่เป็นอภิสิทธิ์ของการเป็นรองประธานคอมมูนจริงๆ ถ้าเป็นชาวบ้านธรรมดา พนักงานคงไล่ตะเพิดไปตั้งแต่ประโยคแรกแล้ว
ในยุคนี้ พนักงานร้านอาหารของรัฐถือเป็นหนึ่งใน "แปดอาชีพยอดฮิต" เชียวนะ เป็นงานที่มีหน้ามีตาไม่เบาทีเดียว
"ไม่ต้องลำบากเธอหรอก เดี๋ยวฉันเข้าไปหาผู้เฒ่าอู๋เอง จะได้แวะไปดูด้วยว่ามีของอร่อยๆ อะไรบ้าง หลานฉันอุตส่าห์เดินทางมาไกลจากปักกิ่ง ต้องจัดของดีๆ ให้กินซะหน่อย"
น้ำเสียงของหวังต้าซานเต็มเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ
พนักงานถึงได้หันไปมองเจียงจิ่นโจวกับเอ้อร์เป่า ดูเป็นวัยรุ่นธรรมดาๆ แต่ดูจากการแต่งตัวก็รู้ว่ามาจากในเมือง อ้อ ที่แท้ก็มาจากปักกิ่งนี่เอง
พนักงานเคยได้ยินมาว่าลูกชายของหวังต้าซานเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ที่ปักกิ่ง ส่วนคนตรงหน้าที่อ้างว่าเป็นหลานชาย ก็คงจะไม่ใช่คนธรรมดาสามัญเป็นแน่
หวังต้าซานยิ้มแล้วพูดต่อ "ไม่เชื่อล่ะสิ ถ้าฉันบอกไป เธอต้องร้องอ๋อแน่ๆ จำคนที่สอบได้ที่หนึ่งของประเทศเมื่อสองปีก่อนได้ไหม ก็หลานชายฉันคนนี้นี่แหละ"
พนักงานตบต้นขาฉาดใหญ่ "ตายจริง! สหายปัญญาชนเจียงนี่เอง! ทำไมหน้าตาเปลี่ยนไปซะขนาดนี้ล่ะคะ ไม่เหลือเค้าเดิมเลย ฉันเกือบจำไม่ได้แน่ะ นี่คือความภาคภูมิใจของคอมมูนเราเลยนะคะ เชิญนั่งเลยค่ะๆ"
เจียงจิ่นโจวยิ้มรับแล้วพยักหน้าให้พนักงาน ก่อนจะชวนเอ้อร์เป่าไปหาที่นั่ง
เขาเปลี่ยนไปมากจริงๆ ตอนที่อยู่กองพลธงแดง ทั้งผอมทั้งเหลือง เสื้อผ้าก็มีแต่รอยปะชุน
ตอนนี้เขาสูงใหญ่บึกบึน ใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ ถ้าไม่บอก ก็คงไม่มีใครคิดว่าเป็นสหายปัญญาชนเจียงคนนั้นหรอก
พนักงานถึงกับไปหากาน้ำชาใบเล็กมารินชาให้เจียงจิ่นโจวกับเอ้อร์เป่าคนละแก้ว ซึ่งถือเป็นบริการพิเศษที่ไม่เคยมีมาก่อน
หวังต้าซานเดินเข้าไปในครัว เจอผู้เฒ่าอู๋กำลังยืนคุมลูกมือหัดหั่นผักอยู่
ผู้เฒ่าอู๋สนิทกับหวังต้าซาน "รองประธานหวัง ยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงอีกล่ะสิ ให้ผมลวกบะหมี่ให้สักชามไหม"
หวังต้าซานมักจะงานยุ่งจนไม่ได้กินข้าวเที่ยง เลยมักจะแวะมากินบะหมี่ที่ร้านเป็นประจำ ผู้เฒ่าอู๋จึงชินแล้ว
แล้วหวังต้าซานก็เริ่มสาธยายวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของเจียงจิ่นโจว หลานชายสุดที่รักให้ผู้เฒ่าอู๋ฟัง
ทั้งสองคนคุยกันเสียงดังลั่น จนเจียงจิ่นโจวกับเอ้อร์เป่าที่นั่งอยู่ข้างนอกยังได้ยินชัดเจน
พอเห็นสายตาของพนักงานหลายคนที่มองมา เจียงจิ่นโจวก็รู้สึกทำตัวไม่ถูก โชคดีที่ตอนนี้ไม่มีลูกค้าคนอื่น ไม่งั้นเขาคงรู้สึกเหมือนเป็นลิงในสวนสัตว์แน่ๆ!
เจียงจิ่นโจวเริ่มชักจะเสียใจที่มาร้านนี้ เขาไม่นึกเลยว่าหวังต้าซานจะขี้อวดขนาดนี้ เมื่อก่อนดูเป็นผู้ใหญ่สุขุมจะตายไป!
ผู้เฒ่าอู๋ก็ผสมโรงชื่นชมเจียงจิ่นโจวไม่หยุดปาก แถมยังบอกว่าหวังต้าซานโชคดีที่มีหลานเก่งขนาดนี้
หวังต้าซานยิ่งได้ใจลอยไปถึงไหนต่อไหน ถ้าไม่ติดว่ายังมีสติเหลืออยู่บ้าง เขาคงโม้เรื่องที่มีบ้านสามหลังที่ปักกิ่งให้ฟังไปแล้ว
ผู้เฒ่าอู๋ก็ใจป้ำมาก ผ่านไปไม่นานก็ทำกับข้าวเสร็จยกมาเสิร์ฟเต็มโต๊ะ
มีทั้งหมูทอดเปรี้ยวหวาน ซี่โครงหมูตุ๋นผักกาดดอง ผัดเครื่องในหมู เซ่งจี๊ผัดเปรี้ยวหวาน และก็ไก่ฟ้าตุ๋นเห็ด
ต้องยอมรับเลยว่าฝีมือผู้เฒ่าอู๋เยี่ยมยอดจริงๆ อาหารแต่ละจานสีสันน่ารับประทาน กลิ่นหอมฉุยยั่วน้ำลายสุดๆ
โดยเฉพาะไก่ฟ้าตุ๋นเห็ด นี่มันอาหารขึ้นชื่อของภาคตะวันออกเฉียงเหนือเลยนะ
เจียงจิ่นโจวรู้จักไก่ฟ้าชนิดนี้ดี มันคือไก่ฟ้าลายจุด หรือที่เรียกกันว่าฮวาเหวยเจินจี แต่ในอนาคตมันจะกลายเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ถึงมีเงินก็หาซื้อกินไม่ได้ ต้องเปลี่ยนมาใช้ไก่บ้านตุ๋นเห็ดแทน
อย่าเห็นว่าเขาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาหลายปีนะ กับข้าวพวกนี้เขาไม่เคยกินเลยสักอย่าง สมัยนั้นกระเป๋าแห้งยิ่งกว่าใบหน้าเสียอีก การจะได้มากินข้าวที่ร้านอาหารของรัฐนี่เป็นแค่ความฝันลมๆ แล้งๆ เท่านั้นแหละ
ท้ายที่สุด หวังต้าซานก็ชวนผู้เฒ่าอู๋มากินด้วยกัน ทั้งสี่คนกินไปคุยไป กว่าจะกินเสร็จก็ปาเข้าไปชั่วโมงกว่า นี่ขนาดยังไม่ทันได้ดื่มเหล้าตามที่เจียงจิ่นโจวขอร้องไว้นะ
กับข้าวทุกจานถูกกวาดเรียบ ไม่ใช่แค่เอ้อร์เป่าที่กินจนปากมันแผล็บ เจียงจิ่นโจวเองก็อิ่มแปล้จนพุงกาง
สำหรับเขาแล้ว อาหารมื้อนี้อร่อยกว่าอาหารฝรั่งหรูๆ ที่ร้านมอสโกตั้งไม่รู้กี่ร้อยกี่พันเท่า