เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 650 - 'เทพเจ้า' ที่ถูกกลืนกิน

บทที่ 650 - 'เทพเจ้า' ที่ถูกกลืนกิน

บทที่ 650 - 'เทพเจ้า' ที่ถูกกลืนกิน


บทที่ 650 - 'เทพเจ้า' ที่ถูกกลืนกิน

★★★★★

"'เทพเจ้า'... กำลังถูกกลืนกินงั้นเหรอ?!?"

ซูไป๋ลุกพรวดขึ้นมา เขามองอาร์เซอุสด้วยความหวาดหวั่น ในหัวประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะโพล่งออกมาประโยคหนึ่ง "ท่านศาสดา... กำลังกลืนกิน 'เทพเจ้า' องค์หนึ่งอยู่เหรอ!?!"

เขามองอาร์เซอุสอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา "คุณแน่ใจนะว่าไม่ได้กำลังล้อผมเล่น?!"

มนุษย์คนหนึ่ง... กำลังกลืนกินเทพเจ้า!?

มันจะโหดเกินไปแล้วมั้ง?!

"ฉันไม่ถนัดเรื่องพูดล้อเล่นหรอกนะ แล้วฉันก็ไม่ได้คิดว่าเรื่องนี้มันน่าตลกด้วย"

อาร์เซอุสพยักหน้าเบาๆ "สำหรับเผ่าพันธุ์มนุษย์แล้วนายถือว่าฉลาดมากทีเดียว"

"คนที่กำลังกลืนกิน 'เทพเจ้า' ก็คือตัวตนที่นายเรียกว่าท่านศาสดานั่นแหละ"

"บางทีในพลังที่พระองค์ทิ้งเอาไว้ 'แสงสว่าง' กับ 'ความมืด' อาจจะเป็นสิ่งที่เท่าเทียมกันมาตั้งแต่แรกเริ่ม"

"แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภายในขอบเขตของโลกใบนี้ 'ความมืด' มันมีมากกว่า 'แสงสว่าง' มาตั้งนานแล้ว ซึ่งนั่นก็ทำให้จุดเริ่มต้นของพลังทั้งสองฝั่งบนโลกนี้ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันมาตั้งแต่แรก"

"บางทีในสายตาของพระองค์ปัญหาแบบนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ต้องเอามาใส่ใจ"

"เพราะไม่ว่าฝั่งไหนจะเป็นผู้ชนะ ท้ายที่สุดพวกเขาก็จะสร้างอารยธรรมที่เป็นของตัวเองขึ้นมา จะสืบทอดเส้นทางของอารยธรรมเดิมหรือบุกเบิกเส้นทางสายใหม่ สำหรับพระองค์แล้วมันก็ไม่ได้มีความแตกต่างอะไรกันเลย"

"ความจริงแล้ว... วิธีการแบบนี้มันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอก"

"แต่ฉันก็บอกไปก่อนหน้านี้แล้วไงว่าการดัดแปลงกฎเกณฑ์ของโลกมันเป็นเรื่องที่ยากมาก สำหรับ 'มือใหม่' แล้วการทิ้งช่องโหว่เอาไว้บ้าง... มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้"

"และพระองค์ก็คงไม่มีทางคาดคิดเลยว่า ในช่วงเวลาที่พระองค์กำลังหลับใหล เด็กหนุ่มตัวแทนแห่ง 'ความมืด' ที่พระองค์เป็นผู้เลือก จะสามารถใช้ช่องโหว่นั้นสืบสาวราวเรื่องจนไปพบกับแก่นแท้ของโลกใบนี้เข้า แถมยังคิดการใหญ่หวังจะแทนที่พระองค์เพื่อกลายเป็น 'เทพเจ้า' องค์ใหม่อีกด้วย!"

"ความปรารถนาของมนุษย์... มักจะเป็นแบบนี้เสมอ ไม่มีที่สิ้นสุดเลยจริงๆ"

น้ำเสียงของอาร์เซอุสยังคงราบเรียบเหมือนเช่นเคย แต่ซูไป๋ที่นั่งฟังอยู่กลับเหงื่อแตกซิก!

ที่แท้มันก็เป็นแบบนี้นี่เอง!

"ดังนั้น... พระองค์เลยส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือเหรอ?"

ซูไป๋ถามด้วยอาการคอแห้งผาก "แล้ว... คุณก็เป็นคนตอบรับการขอความช่วยเหลือของพระองค์?"

อาร์เซอุสพยักหน้า "ใช่ ฉันเคยบอกไปแล้วไงว่าพวกเราโหยหาคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน"

"แต่ถ้าหาก 'คนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน' คนนี้เป็นมนุษย์ที่พกพาความปรารถนาดั้งเดิมของมนุษย์ติดตัวมาด้วยล่ะก็ สิ่งนี้จะกลายเป็นหายนะอย่างแน่นอน เป็นหายนะสำหรับ 'เทพเจ้า' ทุกองค์เลยล่ะ"

เรื่องนี้พอจะทำให้ซูไป๋ทำความเข้าใจได้บ้าง ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ระหว่าง 'เทพเจ้า' จะไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดเอาไว้

พวกพระองค์ไม่ได้มานั่งทำสงครามเข่นฆ่ากันเพื่อหวังจะกลืนกินอีกฝ่าย แต่พวกพระองค์กลับพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือกันและกันในการก้าวข้ามไปสู่ระดับชีวิตที่สูงขึ้น

ดังนั้นหากในหมู่ 'เทพเจ้า' เกิดมีตัวประหลาดอย่างท่านศาสดาโผล่ขึ้นมา... มันก็คงจะเหมือนกับมีเสือหลุดเข้ามาในฝูงแกะ... ผลที่ตามมาคงยากจะจินตนาการได้เลยล่ะ!

"มนุษย์คนหนึ่ง... กลับสามารถปั่นป่วนระบบนิเวศของเหล่า 'เทพเจ้า' ได้เชียวเหรอ..."

ซูไป๋ถึงกับเหม่อลอย เขาแทบจะจินตนาการไม่ออกเลยว่ามนุษย์เพียงคนเดียวจะสามารถทำให้ตัวตนระดับอาร์เซอุสเกิดความหวาดระแวงขึ้นมาได้

ต่อให้มันจะเป็นเพียงความหวาดระแวงในเชิงแนวคิด แต่สำหรับซูไป๋แค่นี้มันก็เพียงพอที่จะทำให้เขาช็อกจนพูดไม่ออกแล้ว!

พี่ชายของคุณปู่รอง... ถ้าไม่ได้อยู่ฝั่งตรงข้ามกันล่ะก็ หมอนี่มัน... โคตรจะสุดยอดเลยนะ!

"ฉันย่อมไม่มีทางปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นแน่... การยื่นมือเข้าช่วยน่ะเป็นเรื่องที่ต้องทำอยู่แล้ว แต่จะช่วยยังไงต่างหากล่ะที่เป็นปัญหา"

"ระหว่างโลกกับโลกมันมีกำแพงกั้นที่เฉพาะตัวอยู่"

"การสื่อสารระหว่าง 'เทพเจ้า' ไม่ได้สะดวกสบายเหมือนเพื่อนบ้านเดินไปมาหาสู่กันหรอกนะ"

"การบีบอัดและการปะทะกันของกฎเกณฑ์ระดับโลกจะส่งผลให้เกิดความปั่นป่วนอย่างรุนแรง ดังนั้นฉันจึงไม่สามารถมาที่โลกใบนี้โดยตรงเพื่อลบตัวตนของมนุษย์ที่มีความปรารถนาอันน่าสะพรึงกลัวคนนี้ทิ้งได้ เว้นเสียแต่ว่าฉันจะไม่รังเกียจที่จะทำลายโลกใบนี้ทิ้งไปพร้อมกับแลกด้วยโลกใบเล็กๆ ของฉันสักใบ..."

คำพูดของอาร์เซอุสแต่ละประโยคนั้นน่าตกใจขึ้นเรื่อยๆ แต่มันก็สมเหตุสมผลอย่างคาดไม่ถึง

เพราะในเมื่อเหล่า 'เทพเจ้า' ไม่ได้ทำสงครามกันเอง การลงมือทำลายโลกของอีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรกับตัว 'เทพเจ้า' เลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังต้องสูญเสียพลังของตัวเองไปอีกต่างหาก

"แต่ก็เป็นเพราะ 'เทพเจ้า' องค์นี้ได้ทำการดัดแปลงกฎเกณฑ์ของโลกนี่แหละ มันถึงทำให้ฉันสามารถหาวิธีการอื่นได้"

อาร์เซอุสเงยหน้าขึ้นมองซูไป๋ที่กำลังยืนอ้าปากค้าง

"นั่นก็คือนาย... ซูไป๋"

"ผมเหรอ?"

ซูไป๋ชี้นิ้วเข้าหาตัวเองด้วยความตกใจ "งั้นต่อไปคุณกำลังจะบอกเหตุผลที่เลือกผมใช่ไหม?"

อาร์เซอุสพยักหน้า "ใช่ เป็นเพราะนาย... ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโลกที่ฉันสร้างขึ้น ดังนั้นบนตัวนายจึงไม่มีรอยประทับของฉันอยู่"

"แต่โลกที่ฉันสร้างขึ้นมันมีบางส่วนที่ฉายภาพสะท้อนไปยโลกของนาย ซึ่งมันก็ทำให้โลกของนายมีการสร้างเรื่องราวที่เกี่ยวข้องขึ้นมา"

"ดังนั้นนายที่เพิ่งจะตายและมีจิตสำนึกล่องลอยไปในจักรวาลอันไร้ที่สิ้นสุด จึงกลายเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด"

"เดี๋ยวก่อน การฉายภาพสะท้อนอะไรนั่น... มันหมายความว่ายังไงกันแน่?!"

ซูไป๋มองอาร์เซอุสด้วยความตกใจ เขาเริ่มจะจับต้นชนปลายไม่ถูกแล้ว

"ระหว่างจักรวาลกับจักรวาล บางครั้งก็มักจะเกิดการฉายภาพสะท้อนซึ่งกันและกันได้"

อาร์เซอุสอธิบายอย่างใจเย็น "โลกที่ฉันสร้างขึ้นมันมีอยู่จริง"

"เมื่อข้อมูลของโลกใบนี้เล็ดลอดไปยังโลกของนายและเข้าไปอยู่ในสมองของใครบางคน ข้อมูลเหล่านี้ก็อาจจะก่อให้เกิดแนวคิดแปลกใหม่ซึ่งจะไปกระตุ้นให้คนๆ นั้นสร้างสรรค์บางสิ่งบางอย่างขึ้นมาได้"

"ในโลกของนายสิ่งเหล่านี้ถูกแสดงออกมาในรูปแบบที่เรียกว่าอนิเมะและเกมไงล่ะ"

ซูไป๋พยักหน้าอย่างเข้าใจทะลุปรุโปร่ง ที่แท้มันก็เป็นแบบนี้นี่เอง!

จักรวาลนี่... โคตรจะมหัศจรรย์เลยแฮะ... และนี่ก็คือเหตุผลที่โลกของเขามีการสร้างเรื่องราวของโลกโปเกมอนขึ้นมา!

"อันที่จริงเรื่องแบบนี้ไม่ได้หาได้ยากอะไรหรอกนะ การที่จักรวาลส่งอิทธิพลและฉายภาพสะท้อนถึงกันมันก็เหมือนกับการแลกเปลี่ยนอารยธรรมนั่นแหละ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย ระหว่าง 'เทพเจ้า' ด้วยกันก็มักจะยินดีที่ได้เห็นเรื่องพวกนี้เกิดขึ้น"

อาร์เซอุสไม่ได้เจาะลึกในประเด็นนี้มากนัก แต่วกกลับไปพูดเรื่องที่ยังค้างอยู่ก่อนหน้านี้แทน

"จิตสำนึกของนายที่หลุดลอยมาจากความตายในโลกใบนั้นมีรอยประทับจากโลกทัศน์ของโปเกมอนฝังรากลึกอยู่... ดังนั้นนายจึงถูกฉันจับตัวมา แล้วก็... ถูกยัดเข้ามาในโลกใบนี้"

"และนี่ก็คือเหตุผลที่อธิบายว่าทำไมตอนนี้นายถึงมายืนอยู่ในโลกใบนี้ได้"

ซูไป๋ปาดเหงื่อที่ไม่มีอยู่จริง สำหรับตัวตนระดับอาร์เซอุสแล้ว ตัวเขาก็เป็นเหมือนของเล่นชิ้นหนึ่งที่อยากจะยัดไปไว้ตรงไหนก็ทำได้ตามใจชอบเลยสินะ!

ความรู้สึกแบบนี้มันไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่เลยแฮะ...

แต่ก็เพราะแบบนี้แหละเขาถึงได้ใช้ชีวิตที่สอง เอาจริงๆ เขาก็ควรจะขอบคุณอาร์เซอุสนะ... แอบรู้สึกลำบากใจแฮะ

"เดี๋ยวก่อน... แล้วไอ้ระบบนั่นมันยังไงกันล่ะ?"

จู่ๆ ซูไป๋ก็นึกถึงระบบของตัวเองขึ้นมาได้ แน่นอนว่ามันต้องเป็นฝีมือของอาร์เซอุสชัวร์

อาร์เซอุสนี่ตามเทรนด์ขนาดนั้นเลยเหรอ?

"ก็แค่เอาพลังมามอบให้นายในรูปแบบที่นายสามารถทำความเข้าใจได้ง่ายที่สุดก็เท่านั้นแหละ อันที่จริงจะมีระบบหรือไม่มีมันก็ไม่ได้สำคัญอะไรหรอกนะ"

อาร์เซอุสพูดอย่างเรียบเฉย "พูดให้ถูกก็คือ ระบบนั่นนายเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง ไม่ใช่ฉันหรอก"

"ฉันก็แค่มอบเมล็ดพันธุ์แห่งพลังให้กับนายเท่านั้นเอง"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 650 - 'เทพเจ้า' ที่ถูกกลืนกิน

คัดลอกลิงก์แล้ว