- หน้าแรก
- อสูรพันธสัญญามันกากไป ยุคนี้เขาใช้โปเกมอนกันแล้ว
- บทที่ 610 - สติปัญญาในการต่อสู้ของหวังเช่อ!
บทที่ 610 - สติปัญญาในการต่อสู้ของหวังเช่อ!
บทที่ 610 - สติปัญญาในการต่อสู้ของหวังเช่อ!
บทที่ 610 - สติปัญญาในการต่อสู้ของหวังเช่อ!
★★★★★
นอกจากเกมโปเกมอนแล้ว ความจริงซูไป๋ก็เป็นพวกคลั่งไคล้เกมแอ็กชันระดับฮาร์ดคอร์คนหนึ่งเหมือนกัน
และเป็นที่รู้กันดีว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในเกมแอ็กชันระดับยากสุดหินก็คือ... สเต็ปหลอกจังหวะช้าสลับเร็วนี่แหละ!
ทุกครั้งที่บอสเงื้อดาบฟันลงมา ผู้เล่นมักจะตอบสนองด้วยการหลบหลีกหรือป้องกันไปตามสัญชาตญาณ
แต่ช่วงเวลาที่บอสทำท่าเหมือนจะฟันแต่กลับหน่วงจังหวะเอาไว้ไม่ยอมฟันลงมาสักที นั่นต่างหากคือช่วงเวลาที่อันตรายที่สุด!
สถานการณ์ของซูไป๋ในตอนนี้ ก็แทบจะไม่ต่างอะไรกับแบบนั้นเลย
ในโลกแห่งความเป็นจริงมันไม่ใช่เกม หวังเช่อมีความสามารถในการควบคุมทักษะกระสุนกลิ่นอายมรณะซึ่งเป็นทักษะเดียวที่เขาใช้ได้อย่างน่าสะพรึงกลัว
สเต็ปหลอกในเกมอย่างน้อยมันก็มีรูปแบบการฟันอยู่แค่สองสามแบบเท่านั้น
ขอเพียงแค่จับจังหวะได้ การจะผ่านบอสแบบไร้รอยขีดข่วนก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรนัก
แต่กระสุนกลิ่นอายมรณะของหวังเช่อ... มันถูกยิงออกมาตามใจชอบอย่างสมบูรณ์แบบ!
เขาสามารถยิงกระสุนกลิ่นอายมรณะลูกเล็กออกมาได้ทันทีที่อ้าปาก หรือจะสะสมพลังไว้เนิ่นนานแล้วค่อยปล่อยลูกเบ้อเริ่มออกมาก็ได้!
"ตูม!"
"ตูม!"
"ตูม!"
กระสุนกลิ่นอายมรณะที่ถูกยิงออกมาด้วยความถี่ช้าเร็วสลับกันไปมา ดังกึกก้องราวกับยันต์เรียกวิญญาณก็ไม่ปาน!
ปริมาณกลิ่นอายมรณะของหวังเช่อมีมากจนเกินความเข้าใจของคนทั่วไป ภายใต้การระดมยิงอย่างบ้าคลั่งขนาดนี้ กลับไม่มีทีท่าว่าพลังของเขาจะลดลงเลยแม้แต่น้อย
ต่อให้เก่งกาจอย่างซูไป๋ ก็ทำได้เพียงพึ่งพาสมรรถภาพทางร่างกายอันยอดเยี่ยม คอยหลบหลีกแบบฉิวเฉียดอย่างต่อเนื่อง!
เงาร่างที่เคยพลิ้วไหวสง่างาม ในเวลานี้กลับดูทุลักทุเลอยู่ไม่น้อย
หวังเช่อที่ยกย่องตัวเองว่าเป็นกุนซือ ย่อมต้องมีฝีมืออยู่พอตัว
ทุกครั้งที่เขายิงออกไปหนึ่งนัด เขาจะจำลองปฏิกิริยาตอบสนองของซูไป๋ไว้ในใจเสมอ เพื่อคำนวณทิศทางและระยะเวลาในการหลบหลีกครั้งต่อไปของซูไป๋
ส่วนซูไป๋ก็กำลังคำนวณอยู่เช่นกัน!
ทว่าสิ่งที่เขาคำนวณ ไม่ใช่ความเร็วในการรวบรวมกระสุนกลิ่นอายมรณะอีกต่อไป
แต่เป็นความคิดของหวังเช่อต่างหาก!
เป้าหมายของทั้งสองคนชัดเจนมาก
หวังเช่อเป็นสายโจมตีระยะไกลอย่างเห็นได้ชัด ส่วนซูไป๋ถึงแม้จะมีวิธีโจมตีระยะไกลอยู่บ้าง แต่การยืนแลกหมัดกันย่อมเป็นไปไม่ได้
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ปริมาณกลิ่นอายมรณะของหวังเช่อมีมากจนไม่ต้องกลัวการสูญเสียพลัง ต่อให้มี ซูไป๋ก็คงโจมตีได้ไม่เร็วเท่าหวังเช่ออยู่ดี!
ดังนั้นในระหว่างที่หลบหลีก ซูไป๋จึงพยายามหาทางเข้าประชิดตัวหวังเช่ออย่างต่อเนื่อง
ส่วนหวังเช่อก็รู้ถึงความตั้งใจของซูไป๋เป็นอย่างดี เขาจึงพยายามดักทางเดินของซูไป๋อยู่ตลอดเวลา
หนึ่งคนกับหนึ่งสาวก ในเวลานี้ไม่เพียงแต่กำลังประลองกำลังกันเท่านั้น แต่ยังกำลังประลองปัญญากันอีกด้วย!
กระสุนกลิ่นอายมรณะอันบ้าคลั่งกลายมาเป็นเสมือนสปอตไลต์บนสนามรบ พวกมันถูกระดมยิงออกมาลูกแล้วลูกเล่า
เสียงระเบิดดังกึกก้องบนพื้นดิน ตามมาด้วยหลุมลึกขนาดมหึมาที่ปรากฏขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง!
ส่วนซูไป๋ก็เคลื่อนไหวราวกับภูตผี ลัดเลาะไปตามช่องว่างของกระสุนกลิ่นอายมรณะที่มีพลังทำลายล้างมหาศาลพวกนั้น เพื่อมองหาช่องโหว่ในการโจมตีของหวังเช่อ
ช่วงเวลานั้นสนามรบเต็มไปด้วยความวุ่นวาย
และสถานการณ์แบบนี้... ความจริงแล้วหวังเช่อก็ไม่ได้รังเกียจอะไร
เป้าหมายของซูไป๋แต่เดิมก็คือการเผด็จศึกให้เร็วที่สุดอยู่แล้ว
การที่สามารถถ่วงเวลามนุษย์ที่น่าสะพรึงกลัวคนนี้เอาไว้ได้ สำหรับภาพรวมของสงครามแล้วย่อมไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร
ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมักจะจงใจต้อนซูไป๋ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง แล้วค่อยยิงกระสุนออกไป
ดูเผินๆ เหมือนกำลังยิงใส่ซูไป๋
แต่ความจริงแล้ว... เขากำลังช่วยเหลือเหล่าสาวกที่กำลังตกเป็นรองต่างหาก!
โดยเฉลี่ยแล้ว สาวกหนึ่งคนต้องรับมือกับโปเกมอนระดับโปเกมอนมายาถึงสองตัว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างตึงมือเลยทีเดียว
ในบรรดาสาวกทั้งหมด จื่ออีที่มีพลังอ่อนแอที่สุดตกเป็นรองอย่างเห็นได้ชัดแล้ว
ความสามารถในการควบคุมไอเย็นโดยกำเนิดของฟรีเซอร์ สร้างความลำบากให้เธออย่างมหาศาล
แถมรูปแบบการต่อสู้ทั้งหมด ก็ไม่ได้ถูกกำหนดตายตัวเอาไว้ด้วย
พวกสาวกมักจะชินกับการต่อสู้แบบตัวต่อตัวมาตลอด การต่อสู้เป็นกลุ่มแบบนี้พวกมันแทบจะไม่เคยทำเลย จึงไม่มีความเข้าขากันเลยสักนิด
แต่โปเกมอนของซูไป๋... กลับไม่ใช่อย่างนั้น!
บ่อยครั้งที่ริซาร์ดอนเพิ่งจะปัดป้องกรงเล็บของเทียนถงไปได้หมาดๆ วินาทีต่อมามันก็หันขวับไปพ่นทักษะระเบิดตัวอักษรไฟอันน่าสะพรึงกลัวใส่จื่ออี จนจื่ออีต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน
การประสานงานระหว่างเมโลเอตตากับดีแอนซียิ่งไร้ที่ติ โปเกมอนทั้งสองสลับตำแหน่งกันอย่างต่อเนื่อง
แม้แต่ธันเดอร์กับฟรีเซอร์ที่เป็นเพียงผู้ช่วยรับเชิญ ก็ยังมีความเข้าใจในการต่อสู้เป็นทีมมากกว่าพวกสาวกเสียอีก!
กลุ่มคนที่ทะเลาะกันเองตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มสู้ พอต้องมาสู้แบบเป็นทีมจะเสียเปรียบขนาดไหนก็ลองนึกภาพดูเอาเถอะ
ในเวลานี้จื่ออีที่เพิ่งจะม้วนตัวหลบทักษะระเบิดตัวอักษรไฟไปได้ จู่ๆ เกล็ดน้ำแข็งก็ร่วงหล่นลงมาจากใบหน้าที่ดูราวกับเครื่องลายครามแตกร้าวของเธอ
และในเสี้ยววินาทีนั้น มันก็ถูกความร้อนหลอมละลายไปจนหมดสิ้น!
ส่วนธันเดอร์ที่ไม่รู้ว่าหันมาเล็งเป้าหมายที่เธอตั้งแต่เมื่อไหร่ ในตอนนี้มันก็ได้พุ่งทะยานลงมาจากท้องฟ้าราวกับสายฟ้าฟาด เตรียมจะผ่าร่างจื่ออีที่กำลังเปิดช่องโหว่อยู่รอมร่อ!
"ตูม!"
กระสุนกลิ่นอายมรณะสีดำทะมึนอันน่าสะพรึงกลัวลูกหนึ่ง พุ่งทะยานมาจากที่ไกลออกไปอย่างกะทันหัน
ร่างของธันเดอร์ที่กลายสภาพเป็นสายฟ้า ต้องหยุดชะงักลงกลางอากาศดื้อๆ
กระสุนกลิ่นอายมรณะพุ่งเฉียดร่างมันไป ธันเดอร์หันไปถลึงตาใส่หวังเช่อด้วยความโกรธเกรี้ยว
อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น มันก็จะได้ผ่าไอ้ตัวที่เล่นน้ำแข็งนั่นขาดเป็นสองท่อนแล้วแท้ๆ
แต่ต่อให้เป็นถึงโปเกมอนเทพระดับรอง ก็ไม่อาจรับมือกับกระสุนกลิ่นอายมรณะอันน่าสะพรึงกลัวนี้ได้แบบส่งเดชหรอก
พลังของโปเกมอนมีผลในการข่มกลิ่นอายมรณะ ในทางกลับกันมันก็ส่งผลแบบเดียวกัน
กลิ่นอายมรณะ ก็สามารถกัดกินโปเกมอน และส่งผลกระทบต่อสติปัญญาอันบริสุทธิ์ของโปเกมอนได้เช่นกัน!
...
"บ้าเอ๊ย!"
ท่ามกลางความวุ่นวาย ซูไป๋ปลีกเวลาหันไปมองสถานการณ์ทางฝั่งนั้น ก่อนจะกัดฟันสบถออกมา
ความน่ากลัวของหวังเช่อในสายตาของเขา พุ่งสูงขึ้นหลายระดับในเวลาเพียงสั้นๆ
ในตอนแรก การที่เขาทำอะไรขงซิงไม่ได้เลย รวมถึงท่าทีของวาตานาเบะที่ไม่ไว้หน้าเขาเลยแม้แต่น้อย ล้วนทำให้ซูไป๋รู้สึกว่าหวังเช่อเป็นแค่ตัวตลกเท่านั้น
เป็นประเภทที่คิดว่าตัวเองฉลาด แต่ความจริงแล้วไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย
ถึงแม้พลังจะแข็งแกร่งมาก แต่การอวดอ้างตัวเองว่าเป็นกุนซือนั้นช่างน่าหัวเราะสิ้นดี
ทว่าพอดูจากตอนนี้... สติปัญญาของเจ้านี่สูงส่งมากจริงๆ อย่างน้อยความสามารถในการอ่านสถานการณ์บนสนามรบ ก็สมกับคำคุยโวพวกนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย!
สาวกพวกนี้... ไม่มีใครธรรมดาเลยสักคนจริงๆ!
ปากของหวังเช่อยังคงพ่นกระสุนกลิ่นอายมรณะออกมาอย่างต่อเนื่อง กลิ่นอายมรณะแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
กลิ่นอายมรณะเหล่านี้ ดูราวกับจะไม่มีวันหมดสิ้น มันมีปริมาณมหาศาลจนแทบจะเรียกได้ว่าไร้ขีดจำกัด
เมื่อเห็นท่าทางของซูไป๋ หวังเช่อก็ดูเหมือนจะเห็นเรื่องน่าขบขัน จู่ๆ เขาก็ยกมือขึ้นมา
"แผล็บ"
ท่ามกลางเสียงที่ทำเอาคนฟังขนลุกซู่ จู่ๆ ก็มีปากโผล่ขึ้นมาบนฝ่ามือของเขา!
ปากนั้นอ้าออกเล็กน้อย ก่อนจะส่งเสียงเย้ยหยันซูไป๋ "คิดจะรอให้สาวกคนอื่นพ่ายแพ้ไปก่อน แล้วค่อยรุมโจมตีฉันที่เป็นสายระยะไกลงั้นเหรอ"
"ความรู้สึกที่แผนการพังไม่เป็นท่า มันเป็นยังไงล่ะ เจ็บปวดมากใช่ไหมล่ะ"
"แล้วแกคิดว่าเป้าหมายของฉัน... มันมีแค่นี้จริงๆ งั้นเหรอ"
หวังเช่อเผยสีหน้าเยาะเย้ยพลางระเบิดหัวเราะลั่น "มนุษย์ที่แข็งแกร่งอย่างแก เวลาที่เผยสีหน้าสิ้นหวังออกมามันต้องดูดีมากแน่ๆ"
"เพราะงั้น ฉันจะเมตตาบอกแกให้เอาบุญก็แล้วกัน..."
"ทางฝั่งมนุษย์นั่นน่ะ... พวกมันแพ้ราบคาบแล้วล่ะ"
ซูไป๋นิ่งเงียบไม่พูดไม่จา เขายังคงตั้งหน้าตั้งตาหลบหลีกกระสุนกลิ่นอายมรณะต่อไป พร้อมกับใช้ทักษะของโปเกมอนเข้าช่วยเป็นระยะ
ไม่ว่าหวังเช่อจะพูดอะไรก็ช่าง ขอเพียงแค่เขาประชิดตัวได้อีกครั้ง
คราวนี้มันจะไม่ได้จบลงง่ายๆ แค่หมัดเดียวเหมือนครั้งก่อนแน่!
"ดูท่าแกยังไม่ยอมเชื่อสินะ"
หวังเช่อทำเสียงประหลาดใจ "ซูไป๋ แกรู้ไหมว่าสัตว์มรณะกับอสูรกลายพันธุ์... ชอบอะไรมากที่สุด"
"ก็... กลิ่นอายมรณะไม่ใช่เหรอไง"
"งั้นแกลองคิดดูสิ ว่าสิ่งที่ฉันยิงออกไปน่ะ... มันคืออะไร"
[จบแล้ว]