เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 600 - พวกสาวกบุกจู่โจมซึ่งหน้า

บทที่ 600 - พวกสาวกบุกจู่โจมซึ่งหน้า

บทที่ 600 - พวกสาวกบุกจู่โจมซึ่งหน้า


บทที่ 600 - พวกสาวกบุกจู่โจมซึ่งหน้า

★★★★★

"ในที่สุด..."

ซูไป๋ค่อยๆ พ่นลมหายใจออกมายาวๆ แล้วนำกำปั้นทั้งสองข้างมาชนกัน

ถึงแม้ว่าเขาจะซาบซึ้งกับคำพูดของลวี่เหลียงเผิง และไม่ต่อต้านการให้นักเรียนเหล่านี้เป็นไพ่ตายใบสุดท้ายอีกต่อไปแล้ว

แต่ในเมื่อมันคือสนามรบ การบาดเจ็บล้มตายย่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อมองดูเหล่านักเรียนตัวน้อยที่อาจจะตื่นเต้น หรือหวาดกลัว ทว่ากลับไม่มีใครถอยหนีเลยแม้แต่คนเดียว

สภาพจิตใจของซูไป๋ก็ยังคงมีความหนักอึ้งอยู่บ้าง

ต่อให้ได้เห็นฉากที่เรจิกิกัสทุ่มเชือกแสงออกไปในภาพฉายโฮโลแกรม ความรู้สึกของซูไป๋ก็ยังคงไม่คลี่คลายลงมากนัก

ความหนักอึ้งเหล่านี้ ในวินาทีนี้ล้วนแปรเปลี่ยนเป็นความ...เกลียดชังที่มีต่อพวกสาวกเหล่านั้น!

ในวินาทีนี้ เขาพอจะเข้าใจความรู้สึกอันยิ่งใหญ่ของคนรุ่นก่อนในโลกใบนี้ ที่ยอมสละชีพอย่างไม่เสียดายชีวิตราวกับยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อปิดปากกระบอกปืนบ้างแล้ว

ยังไงเสีย...เขาก็เป็นนักเรียนที่จบมาจากโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งแห่งเมืองไห่เฉิงเหมือนกัน!

และก็ใช้ชีวิตอยู่ในโลกใบนี้อย่างสง่าผ่าเผยมาถึงสิบแปดปีแล้ว!

"ออกเดินทางกันเถอะ"

เขาทอดสายตามองนักเรียนเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง และเปล่งคำพูดประโยคหนึ่งออกมาจากปาก

"พยายาม...ปกป้องตัวเองให้ดีนะ!"

...

ด้านนอกเมืองโปเกมอน บนถนนหมายเลขสิบสามซึ่งอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองโปเกมอนมากที่สุด

ท่ามกลางเสียงคำรามที่ดังกึกก้อง แซนด์ตัวหนึ่งเงยหน้าขึ้นดมกลิ่นในอากาศ ราวกับสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง มันจึงรีบมุดตัวลงไปในดินอย่างรวดเร็ว

สิ่งมีชีวิตทุกชนิด ล้วนมีสัญชาตญาณรับรู้เมื่อต้องเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่

ถึงแม้โปเกมอนจะเป็นปรปักษ์กับกลิ่นอายมรณะ และมักจะพุ่งเข้าโจมตีทันทีที่เห็นสัตว์มรณะ

แต่นั่นก็ต้องดูขนาดของกลิ่นอายมรณะด้วย!

เมื่อขนาดของกลิ่นอายมรณะมีมากเกินกว่าขีดจำกัดที่โปเกมอนจะรับไหว ต่อให้เป็นโปเกมอนเหล่านี้ พวกมันก็ต้องเลือกที่จะหนีเอาชีวิตรอดเป็นหลักเช่นกัน!

ในชั่วพริบตา เสียงร้องของโปเกมอนหลากหลายชนิดก็ดังก้องไปทั่วถนนริมชายแดนเมืองโปเกมอนแห่งนี้

สัตว์มรณะและอสูรกลายพันธุ์ที่มีจำนวนมหาศาลแทบจะไร้ขีดจำกัด ภายใต้การไล่ต้อนของเงาร่างไม่กี่ร่าง พวกมันก็พากันพุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่งราวกับฝูงแกะที่ถูกต้อน

ผลเบอร์รีและพืชพรรณตลอดสองข้างทาง...ต่างก็หักโค่นและถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ!

ณ เบื้องหน้าอาคารขนาดเล็กหลังหนึ่ง เงาร่างที่มีความสูงต่ำแตกต่างกันไปสองสามร่างกำลังยืนอยู่หน้าอาคารแห่งนี้ด้วยสีหน้าแปลกประหลาด

"คุณลูกค้าหลายท่านคะ พวกเราไม่ขอต้อนรับนะคะ ยังไงซะสถานีผจญภัยโปเกมอนของพวกเราก็มีไว้เพื่อต้อนรับเทรนเนอร์เท่านั้นค่ะ"

ภายในสถานีผจญภัยโปเกมอน พี่สาวหน้าตาสะสวยในชุดพยาบาลกำลังส่งยิ้มและโบกมือให้กับกลุ่มคนที่ดูดุร้ายตรงหน้าเธอ

ถึงแม้ภายนอกจะดูเหมือนกำลังยิ้มแย้ม ทว่าความรังเกียจจากก้นบึ้งของหัวใจที่ปราศจากความหวาดกลัว...กลับเผยให้เห็นอย่างชัดเจน!

ในฐานะคุณจอยที่ถูกระบบใช้วิธีไหนก็ไม่รู้ ดึงตัวมาทำงานฟรีๆ เธอสามารถแยกแยะได้อย่างง่ายดายเลยว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้า...ใช่มนุษย์หรือไม่!

"เป็นพี่สาวที่น่ารักจริงๆ เลย...แถมดูกระดูกก็แข็งน่าดูด้วย ไม่รู้ว่าถ้าลองบีบดูแล้วจะรู้สึกยังไงนะ"

ท่ามกลางฝูงชน ชายร่างกำยำที่มีรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้านำกำปั้นทั้งสองข้างมาชนกัน เขาหัวเราะอย่างน่าสยดสยองและพูดว่า "คราวที่แล้วปล่อยให้เจ้ามะโรงมังกรนั่นหนีไปได้...กระดูกของหมอนั่นก็แข็งเหมือนกัน บีบแล้วรู้สึกดีชะมัดเลย"

พูดจบ ชายร่างกำยำคนนี้ก็ค่อยๆ ยื่นมือออกไป

สำหรับสถานีผจญภัยโปเกมอนขนาดเล็กที่ขวางทางอยู่เบื้องหน้านี้ ความจริงแล้วพวกสาวกไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด

นับตั้งแต่เป่ยกังจิ้งซือตายไป ความถี่ในการส่งข้อมูลของพวกหนอนบ่อนไส้ก็ลดลงอย่างมหาศาล

ดังนั้นไม่ใช่แค่มนุษย์ที่ไม่เข้าใจพวกอสูรกลายพันธุ์เท่านั้น พวกอสูรกลายพันธุ์ในปัจจุบันก็ไม่ได้เข้าใจมนุษย์มากนักเช่นเดียวกัน

อย่างน้อย...พวกเขาก็ไม่รู้ถึงคุณสมบัติ...ความไร้เทียมทานของสถานีผจญภัยโปเกมอน!

เมื่อมือของชายร่างกำยำผู้นี้กำลังจะยื่นไปถึงตรงหน้าของคุณจอย รอยยิ้มบนใบหน้าของคุณจอยก็พลันมลายหายไป

วินาทีต่อมา พลังอันไม่อาจต้านทานได้ขุมหนึ่งก็แผ่ซ่านออกมาจากภายในอาคารอย่างฉับพลัน!

สาวกผู้มีความสามารถในการฉีกแขนของมะโรงมังกรขาดได้ด้วยมือเปล่า กลับถูกพลังอันเปี่ยมล้นที่พุ่งกระแทกเข้ามาอย่างกะทันหันนี้ดีดกระเด็นออกไปในชั่วพริบตา!

"สำหรับลูกค้าที่ไม่มีมารยาท เราไม่ขอต้อนรับค่ะ!"

คุณจอยทำหน้าบึ้งตึง เธอเอื้อมมือไปกดปุ่มใต้เคาน์เตอร์เบาๆ

ทันใดนั้น ประตูม้วนบางๆ เรียบๆ บานหนึ่ง ก็เลื่อนลงมาจากด้านบนของประตูอย่างรวดเร็ว!

ชายร่างกำยำที่ถูกดีดกระเด็นออกไปเห็นได้ชัดว่าเป็นพวกใจร้อน ในฐานะสาวกเขาจะยอมเสียเปรียบแบบนี้ได้อย่างไร ปลายเท้าของเขาแตะลงบนพื้นและพุ่งตัวกลับมาทางนี้อีกครั้งอย่างรวดเร็ว เขากำหมัดแน่นและทุบลงไปบนประตูม้วนอย่างบ้าคลั่ง

อย่าว่าแต่ประตูม้วนบางๆ บานเดียวเลย ต่อให้เป็นประตูม้วนร้อยชั้นซ้อนทับกัน มันก็เป็นเพียงเรื่องกล้วยๆ ที่จัดการได้ในหมัดเดียวเท่านั้น!

เขาตั้งใจจะซัดอาคารขนาดเล็กหลังนี้ให้ปลิวไปพร้อมกับประตูและตัวร้านเลย!

ทว่าวินาทีต่อมา ภาพที่คาดหวังเอาไว้กลับไม่เกิดขึ้น

ทันทีที่กำปั้นของสาวกสัมผัสกับประตูม้วน พลังสะท้อนกลับอันรุนแรงก็ส่งผ่านมาทางประตูม้วน

ทันใดนั้น ชายร่างกำยำคนนี้ก็ลอยละลิ่วถอยหลังกลับไปอีกครั้งราวกับว่าวที่สายป่านขาด แขนของเขาห้อยต่องแต่งอย่างผิดธรรมชาติ

เห็นได้ชัดว่าเขาออกแรงไปมากแค่ไหน พลังทั้งหมดนั้นก็ถูกสะท้อนกลับมา!

"เป็นไปได้ยังไง!"

คราวนี้ไม่ใช่แค่สาวกร่างกำยำที่แขนหักเท่านั้น

แม้แต่สาวกคนอื่นๆ ในครั้งนี้ก็ยังต้องตกตะลึง!

"บาเร็ต แกกำลังแสดงละครอะไรอยู่เนี่ย มันสนุกนักเหรอ"

สาวกที่มีหน้าตาเจ้าเล่ห์คนหนึ่งมองไปที่สาวกร่างกำยำด้วยความประหลาดใจ และเอ่ยถามรัวๆ ว่า "ทำไมถึงพังไม่ได้แม้กระทั่งกระท่อมโทรมๆ หลังเล็กๆ ล่ะ กินข้าวมาไม่พอหรือไง"

เป้าหมายของการมาของพวกเขา...คือการบดขยี้เมืองโปเกมอนนะโว้ย!

ผลลัพธ์คือ...กระทั่งกระท่อมหลังเล็กที่สุดที่อยู่ด้านนอกสุดก็ยังพังไม่ได้เนี่ยนะ!

ใบหน้าของบาเร็ตแดงก่ำขึ้นมาในทันที วินาทีต่อมา ร่างกายของเขาก็ถูกปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายมรณะ และเตรียมจะพุ่งเข้าใส่สถานีผจญภัยโปเกมอนอีกครั้ง

ทว่าในตอนนั้นเอง สาวกที่มีลักษณะตาตี่ก็โบกมือขึ้นมาหยุดพฤติกรรมอันวู่วามของบาเร็ตเอาไว้

เขามองไปเบื้องหน้า ดินแดนที่พลิกม้วนตัวราวกับเกลียวคลื่น เขาหรี่ตาลงและกล่าวว่า "บาเร็ต เลิกอาละวาดได้แล้ว...ของสิ่งนั้นเหมือนจะได้รับการคุ้มครองจากกฎเกณฑ์บางอย่าง...ฉันรู้สึกมาตลอดว่าสิ่งที่เรียกว่าโปเกมอนนี้มีอะไรแปลกๆ ดูจากตอนนี้ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ"

"และอีกอย่าง ถ้าแกมีอารมณ์อยากจะระบายล่ะก็ ตัวจริง...กำลังจะมาแล้ว"

คนที่ถูกเรียกว่าบาเร็ตชะงักไปเล็กน้อย แขนที่ห้อยต่องแต่งกลับฟื้นคืนสภาพเดิมในพริบตาภายใต้การพวยพุ่งของกลิ่นอายมรณะ

ห่างออกไปเล็กน้อย พื้นดินกำลังพลิกม้วนตัวเป็นระลอกคลื่น ตามมาด้วยการที่มันคล้ายกับอ้าปากกว้างออกมา

พ่น "ผู้คน" กลุ่มแล้วกลุ่มเล่าออกมา!

"ยังมีคนเฝ้าเมืองอยู่อีกเยอะขนาดนี้เลยเหรอ"

บาเร็ตมองดูภาพนี้ด้วยความประหลาดใจ เขาอดไม่ได้ที่จะเดาะลิ้นและพูดว่า "ฉันก็บอกแล้วว่าเจ้านั่นมันพึ่งพาไม่ได้ คนที่ยอมขายเผ่าพันธุ์ตัวเองเพื่อผลประโยชน์ จะสามารถเข้าถึงความลับที่เป็นแก่นแท้จริงๆ ได้ยังไง"

ข้างกายเขา คนร่างเล็กเตี้ยคนหนึ่งที่มีใบหน้าราวกับเด็กไร้เดียงสา

เมื่อมองดูฉากนี้ เขาไม่เพียงแต่ไม่มีความขุ่นเคืองใดๆ แต่กลับดีใจจนเนื้อเต้น เขาแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากเบาๆ ในแววตาเผยให้เห็นถึงความกระหายเลือดอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ร่างกายขยับเล็กน้อยก็เตรียมจะพุ่งเข้าไปเข่นฆ่าให้หนำใจ

ทว่าในตอนนั้นเอง มือข้างหนึ่งก็ค่อยๆ วางลงบนตัวเด็กน้อยคนนี้

ชายวัยกลางคนธรรมดาๆ คนหนึ่งที่มีใบหน้าธรรมดาเสียจนหากโยนเข้าไปในฝูงชนก็รับรองได้เลยว่าหาไม่เจออย่างแน่นอน เขาหัวเราะเบาๆ พลางมองไปที่ซูไป๋ซึ่งกำลังลอยตัวอยู่สูงเหนือฝูงชนทางฝั่งนั้นและกล่าวว่า "เทียนถง อย่าใจร้อนสิ"

"ดูเหมือนว่าพวกเราจะติดกับดักเข้าแล้วล่ะ...ไม่นึกเลยว่าบอสใหญ่คนสุดท้าย จะเล่นงานพวกเราซะงั้น"

"มันช่าง...ไม่มีความยุติธรรมเอาซะเลยนะเนี่ย..."

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 600 - พวกสาวกบุกจู่โจมซึ่งหน้า

คัดลอกลิงก์แล้ว