- หน้าแรก
- อสูรพันธสัญญามันกากไป ยุคนี้เขาใช้โปเกมอนกันแล้ว
- บทที่ 580 - การสุ่มของมะโรงมังกร! ราคาที่แพงหูฉี่!
บทที่ 580 - การสุ่มของมะโรงมังกร! ราคาที่แพงหูฉี่!
บทที่ 580 - การสุ่มของมะโรงมังกร! ราคาที่แพงหูฉี่!
บทที่ 580 - การสุ่มของมะโรงมังกร! ราคาที่แพงหูฉี่!
★★★★★
ภายในโปเกมอนเซ็นเตอร์
มะโรงมังกรที่พันแผลตรงแขนที่ขาดเรียบร้อยแล้ว กำลังจ้องมองสมุดภาพโปเกมอนตรงหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"นี่คือ... จุดเริ่มต้นของทุกสิ่งทุกอย่างงั้นเหรอ"
บนใบหน้าของมะโรงมังกร ปรากฏร่องรอยของความสับสนมึนงงราวกับยังตกอยู่ในความฝัน
เขาเพิ่งจะหลุดพ้นจากสังคมมนุษย์ไปแค่สามปี ไม่ใช่สามสิบปีเสียหน่อย
ทำไมถึงได้มีเรื่องเหลือเชื่อแบบนี้เกิดขึ้นได้ล่ะ
ท้องฟ้าสีครามก้อนเมฆสีขาวด้านนอก โปเกมอนตัวเล็กๆ ที่เปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตอันมหาศาลซึ่งเดินผ่านไปมา... สังคมมนุษย์ในตอนนี้ ทำให้เขารู้สึกแปลกตาไปเสียหมด!
และจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมดนี้... กลับเป็นหนังสือที่วางอยู่ตรงหน้าเล่มนี้เนี่ยนะ
"เอ่อ... จะพูดแบบนั้นก็ไม่ผิดหรอก"
ซูไป๋เกาหัวด้วยความรู้สึกทำตัวไม่ถูก พูดตามตรง คนที่ได้เห็นสมุดภาพเป็นครั้งแรกก็มีหลายรูปแบบ การแสดงออกก็แตกต่างกันไป
แต่พวกที่ทำหน้าเคร่งเครียดแบบมะโรงมังกร ดูเหมือนจะยังไม่เคยมีมาก่อนเลยแฮะ...
บางทีสำหรับมะโรงมังกรที่แฝงตัวอยู่ในอาณาเขตอสูรกลายพันธุ์มาเป็นเวลานาน ความหมายของสมุดภาพเล่มนี้... เกรงว่าคงไม่มีมนุษย์คนไหนที่จะรู้สึกอินไปกว่าเขาอีกแล้วล่ะมั้ง...
มะโรงมังกรไม่พูดอะไร เขาเพียงแค่จ้องมองสมุดภาพที่ดูแสนจะธรรมดาเล่มนี้เงียบๆ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
ในฐานะอัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของสิบสองนักษัตร ผู้สามารถเผชิญหน้ากับสาวกระดับสูงได้โดยตรง มะโรงมังกรจึงถูกฝากความหวังมาตั้งแต่เด็ก
ก่อนที่ซูไป๋จะปรากฏตัว ผู้ที่แบกรับความหวังในฐานะ "ผู้กอบกู้" เอาไว้ ความจริงแล้วก็คือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่ผู้ใช้พลังตื่นรู้คนนี้นี่แหละ
แต่ทว่าตอนนี้... แขนของเขาขาด พลังการต่อสู้ลดฮวบ แถมมนุษย์ยังมีอัจฉริยะที่แข็งแกร่งกว่าเขาปรากฏตัวขึ้นมาอีก
ความอิจฉาริษยาแน่นอนว่าไม่มีอยู่แล้ว การที่ผู้นำสูงสุดเคยมองว่ามะโรงมังกรคือผู้สืบทอด แน่นอนว่าต้องไม่ได้มองแค่เรื่องพละกำลังอย่างเดียว
ความจริงแล้ว ก็มีเพียงคนที่มีหัวใจอันเร่าร้อนอย่างมะโรงมังกรเท่านั้น ที่กล้าแฝงตัวเข้าไปในอาณาเขตของพวกอสูรกลายพันธุ์อย่างไม่ลังเล
ต้องรู้เอาไว้ว่าการทำแบบนั้น... ความจริงก็ไม่ต่างอะไรกับการไปตาย ต่อให้เป็นมะโรงมังกรก็ยังต้องสังเวยแขนไปหนึ่งข้างเลย!
แต่ถึงจะไม่ได้อิจฉา... แต่ความรู้สึกสูญเสียก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่ดี
มะโรงมังกรแห่งสิบสองนักษัตรผู้นี้ ในเวลานี้เขารู้สึกเหมือนถูกแย่งชิงความสำคัญไปจนเกิดความรู้สึกพ่ายแพ้ แต่เรื่องนี้กลับเป็นประโยชน์อันใหญ่หลวงต่อมนุษยชาติทั้งมวลเสียนี่
สภาพจิตใจที่ขัดแย้งเช่นนี้ หากไม่ได้เจอกับตัวก็คงยากที่จะเข้าใจ...
ในขณะที่มะโรงมังกรกำลังเหม่อลอย ซูไป๋กลับจ้องมองแขนที่ขาดของเขาอยู่นาน
ครู่ต่อมา ซูไป๋ก็เอ่ยขึ้นว่า "พกบัตรสหพันธ์มาหรือเปล่า"
"อ้อ... พกมาครับ"
มะโรงมังกรเหมือนเพิ่งตื่นจากภวังค์ เขาคลำหาของตามตัว การเคลื่อนไหวของเขาดูเชื่องช้าไปจังหวะหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด
"มือข้างที่ถนัดของนาย... คือมือขวางั้นเหรอ"
ซูไป๋มองแวบเดียวก็รู้เลยว่า เหตุผลที่มะโรงมังกรเคลื่อนไหวช้า เป็นเพราะจิตใต้สำนึกของเขายังคงคิดว่ามือขวาของตัวเองยังอยู่นั่นเอง
คนแขนขาดหลายคน ในช่วงแรกมักจะมีความรู้สึกเหมือนอวัยวะที่ขาดหายไปยังคงอยู่ หรือแม้กระทั่งรู้สึกเจ็บปวดได้เลยทีเดียว
"..."
"ไม่มีอะไรหรอก พวกเรามาเริ่มกันเถอะ"
มือซ้ายของมะโรงมังกรชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะล้วงเอาบัตรสหพันธ์ใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋า
"ฟู่..."
ซูไป๋พ่นลมหายใจออกมายาวๆ เขารับบัตรสหพันธ์มาส่งต่อให้โรตอมที่โผล่มือออกมาจากเครื่องเก็บเงิน จากนั้นก็เปิดสมุดภาพที่อยู่ตรงหน้า "งั้นก็มาเริ่มกันเลย เอามือของนายวางลงบนนี้สิ"
"แต่นี่มัน..."
แววตาของมะโรงมังกรหม่นหมองลงในพริบตา แต่เขาก็ยังคงส่ายหน้าแล้วพูดว่า "นี่มันรอยประทับมือขวานะ"
ซูไป๋ยิ้มแล้วตอบว่า "ไม่เป็นไรหรอก การเอามือวางลงไปมันก็แค่พิธีการเท่านั้น ความจริงแล้วไม่ว่าจะเป็นมือซ้ายหรือมือขวา ขอแค่วางลงไป ร่องประทับก็จะเปลี่ยนรูปทรงให้เข้ากับมือข้างนั้นเอง"
สถานการณ์แบบนี้ความจริงแล้วไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
มนุษย์ในโลกนี้มีความถี่ในการต่อสู้ที่สูงมาก การบาดเจ็บจนพิการเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือว่าคนเหล่านี้จะไม่มีสิทธิ์มีโปเกมอนเป็นของตัวเองกันล่ะ
ความจริงแล้วอย่าว่าแต่แค่แขนขาดเลย ต่อให้แขนขาขาดหมด... ก็ยังสามารถใช้หัวสัมผัสกับสมุดภาพได้!
ระบบน่ะ... ไม่เคยเลือกปฏิบัติกับคนพิการหรอกนะ
เมื่อได้ยินคำพูดของซูไป๋ มะโรงมังกรก็สูดหายใจเข้าลึกๆ พยักหน้ารับ แล้วค่อยๆ วางมือซ้ายลงไป
วินาทีต่อมา ร่องประทับก็เปลี่ยนรูปทรงอัตโนมัติ แนบสนิทเข้ากับมือซ้ายของเขาอย่างลงตัว
สมุดภาพ เริ่มหมุนอย่างรวดเร็ว
ซูไป๋มองสมุดภาพตรงหน้า ในขณะที่สมองกลับนึกถึงคำกำชับของผู้นำสูงสุด
เดิมทีด้วยความรู้เรื่องโปเกมอนที่มะโรงมังกรมีอยู่ ซูไป๋ไม่แนะนำให้เขาจับสุ่มโปเกมอนในทันที
ในช่วงที่การซื้อโปเกมอนและการสุ่มโปเกมอนเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ทางโรงเรียนโปเกมอนแห่งเมืองไห่เฉิงก็ได้ทำการสำรวจข้อมูลที่น่าสนใจมากอย่างหนึ่ง
จากการวิเคราะห์ หากทำความเข้าใจนิสัยใจคอของโปเกมอนแต่ละสายพันธุ์อย่างละเอียดก่อนสุ่ม แล้วถ้าหากในระหว่างนั้นเกิดถูกใจโปเกมอนตัวใดตัวหนึ่งเข้า แถมยังเข้ากันได้ดีกับตัวเองอีก
ถ้าอย่างนั้น ขอแค่มีเงินพอ โอกาสที่จะสุ่มได้โปเกมอนตัวนั้นก็จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
ถึงแม้ว่าดูเผินๆ มันจะเหมือนศาสตร์ลี้ลับ แต่ความจริงแล้วมันก็มีเหตุผลของมันอยู่
ท้ายที่สุดแล้ว จุดประสงค์ในการสุ่มของระบบ ไม่ใช่เพื่อสร้างความลำบากให้คนซื้อ แต่เพื่อช่วยให้ผู้ซื้อได้เจอโปเกมอนที่เข้ากับตัวเองได้ดีที่สุดจริงๆ ต่างหาก
ในเมื่อมีความเข้ากันได้สูง แถมคนซื้อยังมีความต้องการอย่างแรงกล้า และมีกำลังทรัพย์พอ
ถ้าอย่างนั้นโอกาสที่การสุ่มจะสำเร็จ ก็ย่อมต้องเพิ่มขึ้นเป็นธรรมดา
เพียงแต่ก็ยังเป็นคำพูดเดิม ตัวเองอาจจะไม่ใช่คนที่รู้จักตัวเองดีที่สุด คนซื้ออาจจะคิดว่าโปเกมอนตัวนี้เหมาะสมกับตัวเอง แต่ถ้าระบบคำนวณแล้วเห็นว่าไม่เหมาะสม... แบบนั้นก็ทำได้แค่ปล่อยให้เขาผิดหวังแล้วล่ะ
ดังนั้น ความจริงแล้วซูไป๋ก็ไม่ได้อยากให้มะโรงมังกรสุ่มโปเกมอนทันที อย่างน้อยก็ควรจะให้คนที่เพิ่งหลุดพ้นจากสังคมมนุษย์ไปถึงสามปีคนนี้ ได้ทำความคุ้นเคยกับสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าโปเกมอนเสียก่อน
เพียงแต่คำพูดประโยคหนึ่งของผู้นำสูงสุด กลับทำให้ซูไป๋เถียงไม่ออก
"อัจฉริยะอย่างมะโรงมังกร ไม่ว่าจะเรียนรู้อะไรก็ย่อมเรียนรู้ได้เร็วที่สุด... และถ้าไม่มีการกระตุ้นที่รุนแรงจากโปเกมอน ฉันเกรงว่าเขาจะเอาแต่จมปลักอยู่กับเรื่องที่ตัวเองต้องสูญเสียพลังการต่อสู้ไปเกือบทั้งหมด"
"ถึงแม้มันจะโหดร้ายไปสักหน่อย แต่เขาก็ไม่มีเวลามานั่งกังวลแล้วจริงๆ"
ใช่แล้ว... มีเวลาเหลือไม่มากแล้ว
หลังจากสุ่มได้โปเกมอนแล้ว ยังต้องใช้เวลาอีกมากมายในการฝึกฝนและสร้างความคุ้นเคย
ต้องบอกเลยว่า ถ้ามะโรงมังกรอยากจะชดเชยพลังการต่อสู้ที่สูญเสียไปในช่วงเวลานี้ เขาไม่มีเวลามานั่งฟูมฟายเรื่องแขนขาดแล้วจริงๆ...
"โฮก!!!"
ซูไป๋กำลังเหม่อลอยนึกถึงฉากตอนที่ผู้นำสูงสุดคุยกับเขา
ทว่าวินาทีต่อมา เสียงคำรามอันดุดันก็ดึงเขากลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงในทันที!
ในขณะเดียวกัน เสียงอิเล็กทรอนิกส์ของโรตอมก็ดังขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ริซาร์ดอนที่หมอบอยู่ข้างหลังซูไป๋เงยหน้าขึ้นขวับ ลูกไฟสองดวงพวยพุ่งออกมาจากจมูกของมัน มันจ้องเขม็งไปที่โปเกมอนที่เพิ่งปรากฏตัวตรงหน้า!
"ยอดเงินเข้า สองร้อยล้านเหรียญสหพันธ์!"
"ขอบคุณที่ใช้บริการ!"
...
ภายในห้องลับ
มะแมแพะมองดูผู้นำสูงสุดที่กำลังขีดเขียนอย่างเร่งรีบ วางแผนการอย่างต่อเนื่องด้วยท่าทางอึกอัก
สุดท้ายเธอก็ให้กำลังใจตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจถามออกไป
"ผู้นำสูงสุด ทำไมคุณถึงไม่ยอมให้ฉันตามไปด้วยล่ะคะ..."
มะแมแพะอยากจะรู้จริงๆ ว่ามะโรงมังกรจะสุ่มได้โปเกมอนตัวไหน!
มะโรงมังกรอายุน้อยที่สุด ถึงแม้จะแข็งแกร่งมาก แต่มะแมแพะก็มองเขาเหมือนน้องชายคนหนึ่ง
เธออยากรู้จะแย่อยู่แล้วว่ามะโรงมังกรจะสุ่มได้โปเกมอนอะไร!
ผู้นำสูงสุดไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมา เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "มะโรงมังกรน่ะหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี ความจริงแล้วตอนนี้คนที่เขาไม่อยากเจอที่สุดก็คือพวกสิบสองนักษัตรอย่างพวกเธอนี่แหละ ซูไป๋ยังพอยอมรับได้บ้าง..."
ผู้นำสูงสุดมีความเชี่ยวชาญในการมองคนอย่างทะลุปรุโปร่ง ท้ายที่สุดแล้วมะโรงมังกรก็เป็นแค่เด็กหนุ่มอายุสิบเก้าเท่านั้น ถึงแม้จะมีประสบการณ์โชกโชน... แต่ความคิดความอ่านก็ไม่ได้เดายากอะไร
ไอ้หนุ่มนี่ เอาแต่คิดมาตลอดว่าตัวเองต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งของสิบสองนักษัตรเอาไว้ ครั้งหนึ่งเขาถึงขั้นตั้งปณิธานว่าจะต้องกวาดล้างสาวกทั้งหมดให้จงได้...
ถ้าบรรดาสิบสองนักษัตรพากันไปรุมถามไถ่เขาด้วยความเป็นห่วงในสถานการณ์แบบนี้... มันกลับจะยิ่งทำให้เขารู้สึกผิดมากยิ่งขึ้น
ยิ่งมีความสามารถมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีความรับผิดชอบมากเท่านั้น นี่คือสิ่งที่มนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้เข้าใจตรงกัน นับประสาอะไรกับสิบสองนักษัตรล่ะ
มะโรงมังกรก่อนหน้านี้ไม่โดนภาระนี้ทับจนพังทลายก็ดีแค่ไหนแล้ว!
"แต่ว่า... ผู้นำสูงสุดไม่สงสัยบ้างเหรอคะ"
มะแมแพะได้ยินดังนั้น ก็เข้าใจได้ในพริบตา แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะถามอย่างไม่ยอมแพ้ "สรุปแล้วมะโรงมังกร จะสุ่มได้โปเกมอนแบบไหนกันแน่คะ"
ผู้นำสูงสุดหยุดเขียน เขามองดูแผนที่บนโต๊ะพลางหัวเราะหึๆ "เจ้านั่นน่ะ ถึงจะอายุน้อย แต่ทว่า... องอาจห้าวหาญดั่งกลืนกินขุนเขาและแม่น้ำเลยล่ะ!"
"ในใจของเขา มีสัตว์ร้ายตัวมหึมาอาศัยอยู่ยังไงล่ะ!"
[จบแล้ว]