- หน้าแรก
- เจ้าหน้าที่ตรวจความปลอดภัยระดับเทพ
- ตอนที่ 32 แค่กดเงินทุกวัน ก็มีรายได้หลักหมื่น?
ตอนที่ 32 แค่กดเงินทุกวัน ก็มีรายได้หลักหมื่น?
ตอนที่ 32 แค่กดเงินทุกวัน ก็มีรายได้หลักหมื่น?
ตอนที่ 32 แค่กดเงินทุกวัน ก็มีรายได้หลักหมื่น?
ในตอนนี้ แววตาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
เขาพยายามจะอธิบาย แต่ก็พบว่าตัวเองไม่มีอะไรจะพูดเลย
เห็นได้ชัดว่า ต่อให้เขาจะพูดอะไรตอนนี้ ก็ไม่มีใครเชื่อเขาอีกแล้ว
ช่างภาพเอ่ยถามด้วยความสงสัย "พี่ครับ ทำไมบัตรที่ไม่ระบุชื่อถึงยังได้รับอนุญาตให้ใช้งานได้ล่ะครับ"
"แบบนี้มันก็เท่ากับเป็นการเปิดช่องทางให้พวกฟอกเงินไม่ใช่เหรอครับ?"
ฟางหยางยิ้มพลางพยักหน้า
"มันก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่นายคิดหรอกนะ"
"โดยปกติแล้ว บัตรประเภทนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบซื้อของออนไลน์จากต่างประเทศ คนที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศบ่อยๆ และพวกนักพัฒนาโปรแกรมที่ต้องใช้สำหรับชำระเงินกับเว็บไซต์ต่างประเทศ"
"และอีกอย่าง ถึงแม้ว่าบัตรนี้จะไม่ระบุชื่อผู้ถือบัตรก็ตาม"
"แต่มันก็มีข้อจำกัดอยู่เยอะมาก"
"ตัวอย่างเช่น กดเงินสดได้ครั้งละไม่เกิน 1,000 หยวน และกดได้แค่วันละสองครั้งเท่านั้น"
"แต่พวกคุณลองคิดดูสิ ถ้าบัตรใบเดียวกดเงินได้แค่วันละ 2,000 หยวน แล้วถ้ามีสิบใบล่ะ? ร้อยใบ หรือพันใบเลยล่ะ?"
"ขอแค่โอนเงินสีเทาเข้ามา แล้วนำไปกดเป็นเงินสด หรือรูดซื้อสินค้า"
"เงินพวกนั้นก็จะถูกแปรสภาพเป็นเงินสะอาดทันที"
"ในขั้นตอนกระบวนการนี้ เส้นทางการเงินจะถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง"
"ตอนนี้พวกคุณคงจะเข้าใจแล้วใช่ไหมล่ะ ว่าทำไมเขาถึงต้องลักลอบขนบัตรมาเยอะแยะขนาดนี้"
เมื่อได้ฟังคำอธิบายของฟางหยาง
ทุกคนก็กระจ่างแจ้งในทันที
เปิดหูเปิดตาจริงๆ
เคยได้ยินแต่การฟอกเงินผ่านเงินดิจิทัล การฟอกเงินในกาสิโน หรือแม้แต่การฟอกเงินผ่านงานศิลปะและของเก่า
นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้ยินว่ามีการฟอกเงินด้วยบัตรต่างประเทศ
วิธีการฟอกเงินในประเทศส่วนใหญ่ ก็คือการไปกว้านซื้อบัตรเอทีเอ็มจากชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว ในราคาประมาณ 1,000 หยวน
จากนั้นก็นำบัตรเอทีเอ็มเหล่านั้นไปกดเงินสด
ถึงตำรวจจะตามสืบ
พวกเขาก็จะเจอแต่คนที่ขายบัตรให้เท่านั้น
ไม่มีทางตามไปถึงตัวการใหญ่ที่ทำการฟอกเงินได้เลย
วิธีนี้ทั้งรวดเร็วและได้ผลทันตาเห็น
แต่เนื่องจากรัฐบาลเริ่มเข้ามาควบคุมอย่างเข้มงวดมากขึ้น
ประกอบกับประชาชนเริ่มมีความรู้และระมัดระวังตัวกันมากขึ้น
ช่องทางนี้จึงเริ่มจะทำได้ยากขึ้นเรื่อยๆ
สุดท้ายก็เลยมีคนคิดค้นวิธีที่แยบยลกว่าเดิมขึ้นมา
ขนาดตำรวจก็ยังตามสืบไม่ได้
ลองคิดดูสิว่า เมื่อเงินถูกโอนเข้าไปในบัตรเหล่านี้...
แล้วถูกกดออกเป็นเงินสด... เหยื่อที่ถูกหลอกโอนเงินไป จะไม่มีวันได้เงินคืนอีกเลย
ฟางหยางมองชายหนุ่มด้วยสายตาเย็นชา "ทีนี้ คุณยังจะกล้าบอกอีกไหมว่าตัวเองไม่ได้ทำความผิดร้ายแรง?"
เมื่อได้ยินประโยคนี้
ชายหนุ่มก็สะดุ้งสุดตัว
เขาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ "ผมไม่รู้เรื่องฟอกเงินจริงๆ นะครับ คุณฟังผมก่อนนะ"
"เมื่อไม่นานมานี้ มีเพื่อนสนิทที่อยู่บ้านเกิด จู่ๆ ก็ติดต่อมาหาผม"
"ตอนแรกผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ก็นึกว่าแค่ทักทายประสาเพื่อนเก่า"
"แต่เขามักจะแกล้งโชว์นาฬิกาโรเล็กซ์ แล้วก็รถสปอร์ตให้ผมเห็นอยู่บ่อยๆ"
"ผมก็เลยอดใจไม่ไหว ถามเขาไปว่าตอนนี้ทำงานอะไรอยู่"
"เขาก็เล่าเรื่องงานให้ผมฟัง"
"มันเป็นงานที่ง่ายมากๆ เลยนะ แค่ไปกดเงินสดทุกวัน กดได้ 1,000 หยวน เขาก็จะให้ค่าคอมมิชชันผม 20 หยวน เท่ากับ 2%"
"พูดง่ายๆ ก็คือ ถ้าผมกดเงินได้ 1 ล้านหยวน ผมก็จะได้เงิน 2 หมื่นหยวน!"
"งานอะไรมันจะสบายขนาดนี้ แถมยังไม่ต้องกลัวจะโดนจับด้วยนะ"
"เขาก็ใช้ไอ้บัตรไม่ระบุชื่อแบบนี้แหละครับ"
"เขาบอกให้ผมไปทำบัตรมาเยอะๆ แล้วเอามาทำด้วยกัน"
"ผมก็มานั่งคิดดูนะว่า ถ้าผมมีบัตร 400 ใบ วันนึงก็กดเงินได้ 8 แสนหยวน ผมก็จะได้กำไรเหนาะๆ วันละหมื่นหก"
"นี่... จะไม่ให้ผมหวั่นไหวได้ยังไงล่ะครับ?"
ในที่เกิดเหตุ
ทุกคนต่างก็ตกตะลึง!
มีงานสบายๆ แบบนี้ด้วยเหรอ?
แค่ไปกดเงินก็พอแล้ว?
ได้เงินวันละ 2 หมื่นง่ายๆ เลยเหรอ?
ลองมองดูตัวเองสิ ทำงานเหนื่อยสายตัวแทบขาดทุกวัน ได้เงินแค่วันละไม่กี่ร้อย
เมื่อเอาไปเทียบกับคนพวกนั้น มันก็เหมือนฟ้ากับเหวเลย
อย่าว่าแต่ชายหนุ่มคนนี้เลย
แม้แต่พวกเขาก็ยังอยากจะถามเลยว่า ขอร่วมวงด้วยได้ไหม
ผลตอบแทนมันยั่วยวนใจเกินไปแล้ว
แต่ทว่า
เมื่อประโยคนี้เข้าหูฟางหยาง
เขากลับรู้สึกสะท้านไปทั้งตัว!
ก็จะไม่ให้สะท้านได้ยังไง!
การกดเงินผ่านบัตรชนิดนี้...
แค่ค่าธรรมเนียมก็ปาเข้าไป 3% แล้ว
แถมยังต้องแบ่งให้คนไปกดเงินอีก 2%
เงิน 1 ล้านหยวน หายวับไปเฉยๆ เกือบ 5 หมื่นหยวน!
เปอร์เซ็นต์หักสูงปรี๊ดยิ่งกว่าธนาคารเสียอีก
ถ้าเป็นธุรกิจที่สุจริต คงไม่มีใครยอมเสียเงินเยอะขนาดนี้หรอกมั้ง
ดังนั้น คำตอบจึงมีเพียงข้อเดียว
เงินก้อนนี้ มันได้มาง่ายแสนง่าย แถมไม่ต้องลงทุนอะไรเลย
พวกเขาถึงไม่แคร์ค่าธรรมเนียมมหาศาลพวกนี้
ก็ไม่ต้องเดาให้เสียเวลาเลยว่า เงินพวกนี้มันคือเงินสีเทา
และที่สำคัญที่สุดคือ เขาสามารถกดเงินสดได้วันละ 1 ล้านหยวน
นั่นเป็นเพราะเขามีบัตรในมือจำกัดนะ
แล้วถ้าเขามีบัตร 1,000 ใบ หรือมากกว่านั้นล่ะ?
ไม่อยากจะคิดเลย!
ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียวสันหลัง!
เบื้องหลังยอดกดเงินสดที่สูงลิ่วขนาดนี้...
ย่อมหมายความว่ามีคนอีกมากมายที่ต้องตกเป็นเหยื่อ
จำนวนเงินมันมหาศาลจนเกินกว่าจะจินตนาการได้
พอคิดมาถึงตรงนี้
ฟางหยางก็อยู่เฉยไม่ได้แล้ว
เขารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาหัวหน้าทีมฉี
เพื่อให้เขารีบเดินทางมาที่นี่ด่วน
นี่ไม่ใช่แค่คดีลักลอบขนของเถื่อนธรรมดาๆ ที่ศุลกากรจะจัดการได้อีกแล้ว
แต่มันคือการค้นพบคดีฟอกเงินระดับประเทศต่างหากล่ะ
ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้านี้ จะต้องเป็นกุญแจสำคัญในการไขคดีนี้อย่างแน่นอน
เมื่อวางสายเสร็จ
ฟางหยางก็มองลงไปยังชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนพื้นและเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"ได้ยินที่คุยโทรศัพท์เมื่อกี้แล้วใช่ไหม ผมโทรเรียกตำรวจมาแล้ว"
"นี่ไม่ใช่แค่คดีลักลอบขนของเถื่อนนะ แต่มันคือคดีฟอกเงิน!"
ชายหนุ่มรีบร้องโอดครวญด้วยความโศกเศร้า "ผมไม่รู้เรื่องฟอกเงินอะไรนั่นเลยจริงๆ นะครับ"
"หึ~"
ฟางหยางแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา
"ไม่รู้เรื่องฟอกเงินงั้นเหรอ?"
"คิดว่าพวกเราเป็นเด็กอมมือหรือไง?"
"ในโลกนี้มันมีงานอะไรที่หาเงินง่ายขนาดนั้นด้วยเหรอ?"
"ถ้าแค่จะให้กดเงินสด แล้วทำไมถึงต้องเจาะจงใช้บัตรแบบไม่ระบุชื่อด้วยล่ะ?"
"ถึงคุณจะยังไม่ได้ลงมือทำ แต่ผมมั่นใจเลยว่า คุณต้องรู้อยู่แก่ใจว่านี่มันคือการฟอกเงิน!"
"ไม่ต้องมาเถียงกับผมหรอก เดี๋ยวพอตำรวจมา คุณค่อยไปอธิบายให้พวกเขาฟังเอาเองแล้วกัน!"
สิ้นเสียงของฟางหยางที่พูดอย่างฉะฉานและหนักแน่น
ชายหนุ่มก็ถึงกับช็อกไปเลย
เขาทรุดตัวลงไปนั่งกองกับพื้น
เรี่ยวแรงหดหายไปจนหมดสิ้น
ชาวเน็ตในห้องถ่ายทอดสดต่างก็เข้ามาคอมเมนต์กันอย่างดุเดือด
[ความนิยม] +1+1+1+1.
[ความนิยม] +1+1+1+1....
....
—— [พระเจ้าช่วย ฉันเกือบจะเชื่อแล้วนะว่าเขาไม่รู้เรื่อง แต่พอลองคิดดูดีๆ มันก็จริงอย่างที่ฟางหยางพูดแหละเนอะ งานอะไรจะหาเงินง่ายขนาดนั้น เขาจะบอกว่าไม่รู้ว่ามันผิดกฎหมายได้ยังไง? หมอนี่ก็แค่แกล้งทำเป็นไขสือไปงั้นแหละ]
—— [ตลกชะมัด อุตส่าห์ไปทำงานต่างประเทศซะดิบดี ดันอยากจะรวยทางลัดกลับมาซะงั้น แล้วเป็นไงล่ะ ธุรกิจยังไม่ทันเริ่ม ก็ต้องไปนั่งเย็บจักรในคุกซะแล้ว ถามจริงๆ เถอะ คุ้มไหมเนี่ย?]
—— [จะว่าไม่คุ้มก็พูดยากนะ ฉันมีเพื่อนที่ทำงานรับจ้างฟอกเงินอยู่คนนึง เขาเป็นแค่หัวหน้าระดับล่างๆ มีลูกน้องแค่สิบกว่าคนเอง แต่รายได้ต่อเดือนก็เหยียบ 3 แสนอัปแล้ว ส่วนพวกหัวหน้าระดับสูงๆ รายได้เดือนละหลายล้านเลยนะ สองคนนั้นเขารู้จักกันผ่านเกมออนไลน์ เดือนนึงใช้เงินไป 5 ล้านแบบไม่เสียดายเลยล่ะ ได้ข่าวว่าช่วงก่อนเพิ่งจะโดนจับไป แต่ไม่ถึงปีก็ออกมาแล้ว ตอนนี้ก็ยังใช้ชีวิตหรูหราอู้ฟู่เหมือนเดิม]
—— [อย่างที่ทนายจางซานเคยบอกไว้นั่นแหละ วิธีรวยทางลัด มันอยู่ในประมวลกฎหมายอาญาทั้งนั้นแหละ ขนาดพวกลูกกระจ๊อกยังหาเงินได้เดือนละเป็นหมื่นๆ แถมงานก็สบายอีกต่างหาก พูดตรงๆ เลยนะ ในนี้มีสักกี่คนที่จะต้านทานความเย้ายวนของเงินก้อนโตขนาดนี้ได้? ถ้ามีคนชวนฉันทำ ฉันก็คงเอาด้วยแหละ]
—— [ฉันไม่กล้าทำหรอก เพื่อนฉันก็ทำงานพวกนี้แหละ ชวนฉันตั้งหลายรอบ แถมชอบมาอวดรวยให้เห็นอยู่เรื่อย เมื่อก่อนเป็นหนี้ก้อนโต แต่เมื่อต้นปีจู่ๆ ก็เอาเงินมาคืนฉัน แถมไม่กี่เดือนต่อมาก็ถอยรถแลนด์โรเวอร์ พาเมียไปซื้อบ้านแต่งงานกันหน้าตาเฉย ตอนนี้มีรถหรูตั้งหลายคันแล้ว ฉันก็ไม่ได้อิจฉาหรอกนะ แล้วก็ไม่คิดจะแจ้งตำรวจจับเขาด้วย แต่ฉันแค่รู้สึกว่า... เวรกรรมมันมีจริง สักวันเขาคงต้องชดใช้ในสิ่งที่ทำลงไป]
...
ในวันนี้ ชาวเน็ตในห้องถ่ายทอดสดต่างก็ได้รับความรู้ใหม่ๆ มากมาย
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคนรับจ้างแบกหนี้
หรือเรื่องการฟอกเงิน
ทั้งสองอย่างล้วนเป็นวิธีรวยทางลัดที่ได้เงินมาอย่างรวดเร็วทั้งนั้น
แม้จะผิดกฎหมาย
แต่ทั้งพวกรับจ้างแบกหนี้และพวกฟอกเงิน ก็มีวิธีที่จะฟอกเงินสกปรกพวกนั้นให้กลายเป็นเงินสะอาดได้
อย่างเรื่องกู้เงิน ก็ทำตามขั้นตอนและกฎระเบียบของการกู้เงินอย่างถูกต้อง
ต่อให้ในภายหลังธนาคารจะรู้ความจริง
ก็เอาผิดพวกเขาไม่ได้หรอก
อย่างมากก็ทำได้แค่ตามทวงหนี้กับพวกรับจ้างแบกหนี้เท่านั้น
ส่วนการฟอกเงินก็คล้ายๆ กัน
ใช้บัตรแบบไม่ระบุชื่อ
ตำรวจก็ตามสืบไม่ได้
แต่วันนี้มันไม่เหมือนเดิม
เพราะพวกเขาดันมาเจอคนอย่างฟางหยางเข้าน่ะสิ
ไม่นานนัก หัวหน้าทีมฉีก็วิ่งกระหืดกระหอบมาถึง
พอเห็นชายหนุ่มนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น และมีบัตรกระจายเกลื่อน ก็ทำหน้างุนงง
"นี่มัน... ฉันก็นึกว่าคุณจะไปเจอเนื้อคนที่ด่านตรวจอีกซะแล้ว"
"บัตรเอทีเอ็มพวกนี้ ไม่ใช่คดีที่ตำรวจอย่างเราต้องรับผิดชอบนี่นา ศุลกากรน่าจะเป็นคนดูแลมากกว่านะ"
ฟางหยางยิ้มบางๆ แล้วส่ายหน้า ก่อนจะเล่าข้อสันนิษฐานของเขาให้ฟังอย่างละเอียด
สิบนาทีต่อมา
ทุกคนในที่นั้นก็ต้องสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง
คดีฟอกเงินระดับประเทศ!!
แม้แต่ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนพื้นก็ยังช็อก!
ไม่คิดเลยว่าการกระทำของตัวเอง จะนำไปสู่การเปิดโปงขบวนการฟอกเงินระดับนี้
พอคิดได้แบบนี้ เขาก็เริ่มลนลาน!
ลนลานแบบสุดๆ เลยล่ะ
เขาเพิ่งจะคิดจะเริ่มฟอกเงินเท่านั้นเองนะ
ยังไม่ได้เริ่มทำอะไรเลยด้วยซ้ำ
เขารีบลุกขึ้นไปกอดขาหัวหน้าทีมฉีไว้แน่น "คุณตำรวจครับ ผมถูกใส่ร้าย ผมยอมรับว่าผมมีความคิดที่จะทำจริงๆ"
"แต่ผมยังไม่ได้เริ่มฟอกเงินเลยนะครับ!"
"ผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคนพวกนั้นเลยนะ"
หัวหน้าทีมฉีสะบัดขาออกด้วยความรังเกียจ
"เก็บคำแก้ตัวพวกนี้ไว้ไปพูดในศาลเถอะ"
"ต่อให้คุณจะยังไม่ได้เริ่มฟอกเงิน แต่พฤติกรรมของคุณ มันก็เข้าข่ายกระบวนการฟอกเงินไปแล้ว"
พอได้ยินแบบนั้น น้ำตาของชายหนุ่มก็ร่วงเผาะ
เสียใจมาก!
เขาเสียใจจนสุดซึ้ง!
อุตส่าห์ใช้ชีวิตในต่างประเทศอย่างสุขสบายแท้ๆ จะหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวทำไมเนี่ย
ตอนนี้ ทุกอย่างมันสายไปแล้ว
ยังไงก็หนีคุกไม่พ้นแน่ๆ
สิ่งเดียวที่เขาพอจะทำได้ในตอนนี้ก็คือ... หาทางลดโทษให้ตัวเอง
เมื่อคิดได้ดังนั้น
เขาก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
เขารีบร้องตะโกนด้วยความตื่นเต้น "ผมนึกออกแล้วครับ!"
"เพื่อนของผมบอกว่า คืนนี้เขาจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับผม"
"เขาบอกว่า คืนนี้ตอนสองทุ่ม บริษัทของพวกเขาจะจัดงานพบปะนักลงทุน ที่โรงแรมจินซินในปักกิ่งครับ"
"แถมเขายังบอกอีกนะว่าจะแนะนำให้ผมรู้จักกับบอสของพวกเขาด้วย"
"พวกคุณไปจับกุมพวกเขาได้เลยนะครับ!"
"เดี๋ยวผมจะให้รูปถ่าย แล้วก็เบอร์โทรศัพท์ของพวกเขากับพวกคุณให้หมดเลย"
"แบบนี้ถือว่าเป็นการให้เบาะแสเพื่อขอลดโทษได้ไหมครับ?"