- หน้าแรก
- เจ้าหน้าที่ตรวจความปลอดภัยระดับเทพ
- ตอนที่ 15 เนื้อนกกระจอกเทศ? ไม่ นี่มันเนื้อคน!
ตอนที่ 15 เนื้อนกกระจอกเทศ? ไม่ นี่มันเนื้อคน!
ตอนที่ 15 เนื้อนกกระจอกเทศ? ไม่ นี่มันเนื้อคน!
ตอน 15 เนื้อนกกระจอกเทศ? ไม่ นี่มันเนื้อคน!
ฟางหยางฟังบทสนทนาของทั้งสองคนแล้วก็ยิ้มแห้งๆ
"ขอโทษด้วยนะครับท่านบัญชาการเรือนจำ ขอบคุณที่เมตตานะครับ แต่ผมมีเหตุผลจำเป็นที่ต้องทำงานอยู่ที่นี่ครับ"
ผู้จัดการทั่วไปยิ้มแย้มและหันไปพูดกับผู้ดูแลเรือนจำ "เกือบลืมบอกไปเลย เขายังอยู่ในการแข่งขันนะ ต่อให้คุณอยากจะดึงตัวเขาไปก็ทำไม่ได้หรอก"
"เว้นแต่คุณจะยอมจ่ายเงินรางวัลหนึ่งร้อยล้านให้เขาน่ะนะ!"
มุมปากของผู้บัญชาการเรือนจำกระตุกเล็กน้อย
เขารีบโบกมือปฏิเสธ "งั้นช่างมันเถอะ! ถือซะว่าผมไม่ได้พูดก็แล้วกัน"
"ผมยังมีธุระต้องไปจัดการ ขอตัวก่อนนะครับ ถ้ามีเวลาว่างก็มาเยี่ยมเยียนที่เรือนจำบ้างนะ เดี๋ยวผมให้ผู้บัญชาการเขตพาชม"
ฟางหยางพยักหน้ารัวๆ "ได้เลยครับ!"
ผ่านไปสักพัก
ชายลักลอบขนของเถื่อนก็ถูกตำรวจควบคุมตัวไป
ส่วนเมล็ดพืชก็ถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรยึดไป
ฝูงชนที่มุงดูเหตุการณ์ก็ค่อยๆ สลายตัวไป
เมื่อทุกอย่างกลับเข้าสู่สภาวะปกติ...
ก็เหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ยืนยันได้ก็คือ...
ในวันนี้ ทั้งคนที่อยู่ในเหตุการณ์และชาวเน็ตในห้องถ่ายทอดสด...
ต่างก็ตระหนักถึงอันตรายของการลักลอบนำเข้าสิ่งมีชีวิตต่างถิ่นที่มีต่อระบบนิเวศแล้ว
และในที่สุด ก็เข้าใจเสียทีว่าทำไมขั้นตอนการตรวจสอบก่อนขึ้นเครื่องถึงต้องเข้มงวดขนาดนั้น
[ความนิยม] +1+1+1+1.
[ความนิยม] +1+1+1+1....
...
—— [ทุกครั้งที่ฉันไปขึ้นเครื่องบิน พนักงานตรวจความปลอดภัยจะค้นตัวฉันอย่างกับค้นผู้ร้าย บางทีก็ลากเข้าห้องมืดไปค้นด้วย ตอนนั้นฉันไม่เข้าใจเลย แถมยังเคยด่าพวกเขาด้วย แต่ตอนนี้ฉันรู้ตัวแล้วว่าตัวเองผิด ฉันสนับสนุนให้พวกเขาทำแบบนี้ต่อไปนะ!]
—— [จริงด้วยสิ เมื่อก่อนฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่ตอนนี้เข้าใจแล้ว และต้องขอขอบคุณพวกเขาด้วยที่ช่วยปกป้องประตูของประเทศ ไม่ให้พวกของเลวร้ายเข้ามาทำลายบ้านเมืองของเรา!]
—— [เมื่อก่อนระบบรักษาความปลอดภัยไม่ได้เข้มงวดขนาดนี้หรอกนะ แต่พอมีเหตุการณ์สะเทือนขวัญเกิดขึ้นบ่อยๆ มันก็เลยต้องเข้มงวดขึ้นไง ลองจินตนาการดูสิ ถ้ามีคนพกระเบิดขึ้นเครื่องบิน แล้วนายดันไปนั่งเครื่องบินลำนั้นพอดี นายก็คงอยากให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ใช่ไหมล่ะ]
—— [กฎระเบียบที่ดูไร้สาระทุกข้อ ล้วนมีเรื่องราวที่น่าสะพรึงกลัวและไม่มีใครล่วงรู้ซ่อนอยู่เบื้องหลังทั้งนั้นแหละ อย่างกฎใหม่ของสนามบินวันนี้ที่บอกว่าเด็กและสตรีมีครรภ์ก็ต้องถูกตรวจสอบอย่างละเอียดน่ะ ฉันเชื่อว่าคงมีหลายคนที่ไม่เข้าใจและโวยวายแน่นอน แต่ถ้าพวกเขาได้เห็นเรื่องเด็กทารกเมื่อวานนี้ ฉันว่าพวกเขาก็คงจะเข้าใจแหละมั้ง]
....
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
ช่วงเวลาทำงานในตอนเช้าก็สิ้นสุดลง
หลังจากฟางหยางกับช่างภาพทานอาหารกลางวันและพักผ่อนจนเต็มอิ่มแล้ว...
เขาก็ไปประจำการที่จุดตรวจความปลอดภัยฝั่งทางเข้า
เวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงบ่ายโมงกว่า
ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ
บริเวณทางเข้าของสนามบิน ผู้คนเดินขวักไขว่ พลุกพล่านไปมา
ต้องใช้เครื่องตรวจจับโลหะสแกนคนแล้วคนเล่าอย่างซ้ำซากจำเจ
ทั้งน่าเบื่อ ทั้งเหนื่อย
จนกระทั่งชั่วโมงกว่าผ่านไป...
ชายชราผมหงอกขาวคนหนึ่งหิ้วกระเป๋าเดินทางเดินเข้ามา
เขานำกระเป๋าเดินทางไปวางบนเครื่องสแกนเอกซเรย์อย่างรู้หน้าที่
ก่อนจะเดินผ่านเครื่องตรวจจับโลหะมา
และในตอนนั้นเอง ฟางหยางที่กำลังถือเครื่องสแกนตรวจร่างกายให้คนอื่นอยู่ ก็ถึงกับผงะ!!
เพราะเมื่อกี้...
บนกระเป๋าเดินทางของชายชรา...
ระบบได้แจ้งเตือนข้อความขึ้นมากะทันหัน
[ผู้ตาย: สือจิ้นเฉา]
[อายุ: 25 ปี]
[เวลาเสียชีวิต: 12 ชั่วโมง]
[สาเหตุการเสียชีวิต: ถูกลวดเหล็กรัดคอจนขาดอากาศหายใจตาย ขณะกำลังตื่นเต้นถึงขีดสุด!]
...
เมื่อเห็นว่าชายชรากำลังจะหิ้วกระเป๋าเดินทางจากไป
ฟางหยางก็สะดุ้งสุดตัวและดึงสติกลับมาทันที
เขาร้องตะโกนเสียงหลง "หยุดนะ! ห้ามไป!"
ชายชราสะดุ้งโหยง ตัวสั่นเทิ้มด้วยความตกใจ
เขาหันกลับมามองด้วยความไม่แน่ใจ
และเอ่ยถามด้วยความงุนงง "เรียกผมเหรอครับ?"
"ใช่แล้ว!"
ฟางหยางเดินตรงเข้าไปหาชายชรา สายตาจ้องเขม็งไปที่กระเป๋าเดินทางของเขา
เสียงตะโกนเมื่อครู่นี้ ดึงดูดความสนใจของผู้โดยสารคนอื่นๆ ในทันที
ต่างก็หันมามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เพื่อนร่วมงานที่สังเกตเห็นความผิดปกติ ก็รีบเดินเข้ามาหา
"ฟางหยาง มีอะไรหรือเปล่า? กระเป๋าใบนี้มีปัญหาเหรอ?"
เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้า ได้แพร่สะพัดไปทั่วกลุ่มพนักงานตรวจความปลอดภัยของสนามบินแล้ว
บวกกับผลงานเมื่อวานด้วย...
ฟางหยางก็กลายเป็นเทพเจ้าในสายตาของพวกเขาไปแล้ว
ดังนั้น ในวินาทีนี้...
พวกเขาจึงรีบวิ่งเข้าไปล้อมกรอบชายชราไว้ทันที
เหตุการณ์นี้ทำเอาชายชราถึงกับงุนงงไปเลย
"พวกคุณ... จะทำอะไรกันน่ะ?"
"เมื่อกี้ผมก็เพิ่งเดินผ่านเครื่องมาแล้วไม่ใช่เหรอ?"
เมื่อได้ยินดังนั้น พนักงานที่นั่งอยู่หน้าจอมอนิเตอร์ก็พูดเสริมด้วยความแปลกใจ
"นั่นสิ เมื่อกี้ผมก็ดูในจอแล้ว ในกระเป๋าของเขาก็มีแค่เสื้อผ้ากับเนื้อสัตว์นิดหน่อยเองนะ"
ฟางหยางพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "เปิดกระเป๋าออก ผมรู้สึกว่าข้างในนี้มันมีอะไรแปลกๆ!"
"แปลกๆ?"
ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างก็ทำหน้างุนงง
ชายชรายิ่งงุนงงหนักเข้าไปอีก
พนักงานที่ยืนอยู่ข้างๆ ยิ้มเจื่อนๆ พลางเอ่ยปาก "คุณลุงครับ ต้องขออภัยด้วยนะครับ พวกเราอาจจะต้องขอเปิดกระเป๋าของคุณเพื่อตรวจสอบสักหน่อย"
"ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ"
ชายชราไม่ได้แสดงอาการโกรธเคือง
เขาเพียงแค่ยิ้มและส่ายหน้า "ไม่เป็นไรครับ เปิดดูเถอะ"
เมื่อได้รับอนุญาตจากเจ้าของกระเป๋า
พนักงานก็รีบเปิดกระเป๋าเดินทางออกทันที
หลังจากค้นดูอย่างละเอียดอยู่หลายนาที...
ก็พบว่ามีแค่เนื้อสัตว์และเสื้อผ้าบางส่วน เหมือนกับที่เห็นในเครื่องสแกนเอกซเรย์เป๊ะเลย
พนักงานจึงเอ่ยถามไปตามหน้าที่
"คุณลุงครับ กำลังจะเดินทางไปไหนเหรอครับ? ทำไมถึงพกเนื้อสัตว์มาด้วยล่ะ"
ชายชรายิ้มตอบ "ก็ช่วยไม่ได้นี่นา ไปครั้งนี้ก็ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาอีกไหม"
"นี่เป็นของดีประจำบ้านเกิดผมเลยนะ เนื้อนกกระจอกเทศ อร่อยมากเลยนะ ที่อื่นหาซื้อไม่ได้หรอก!"
เมื่อได้ยินคำว่าเนื้อนกกระจอกเทศ...
ทุกคนก็หันมามองด้วยความสนใจ
ของแบบนี้ถือว่าเป็นของหายากเลยทีเดียว
คนทั่วไปคงไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ
อย่าว่าแต่เคยกินเลย
แต่ทว่า พวกเขากลับไม่ทันสังเกตเห็นว่า...
ในเวลานี้ รูม่านตาของฟางหยางเบิกกว้างขึ้น
เขาเผลอถอยหลังไปสองสามก้าวอย่างไม่รู้ตัว
ใบหน้าของเขาซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด
จากภาพสแกนอย่างละเอียดของระบบ...
ข้อมูลทุกอย่างปรากฏชัดเจนอยู่ตรงหน้า
นี่มันเนื้อนกกระจอกเทศที่ไหนกัน!
นี่มันเนื้อคนชัดๆ!!
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นชิ้นเนื้อคนชิ้นใหญ่ขนาดนี้
มันน่าสะอิดสะเอียนยิ่งกว่าเรื่องเด็กทารกเมื่อวานเสียอีก
ไม่ใช่ว่าเขากลัวหรอกนะ
แต่มันน่าขยะแขยงต่างหาก
ความรู้สึกขยะแขยงจากการกินเนื้อเผ่าพันธุ์เดียวกันตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอหอย
ช่างภาพที่ยืนอยู่ข้างๆ สังเกตเห็นความผิดปกติของฟางหยางเป็นคนแรก
เขารีบถามด้วยความเป็นห่วง "พี่ เป็นอะไรไปน่ะ? ดูเหมือนพี่จะหน้าซีดๆ นะ"
ฟางหยางโบกมือปฏิเสธ พร้อมกับตอบสั้นๆ "ฉันไม่เป็นไร"
พูดจบ เขาก็หันไปบอกเพื่อนร่วมงาน
"รบกวนช่วยโทรแจ้งตำรวจหน่วยสืบสวนคดีอาญาให้หน่อย บอกพวกเขาว่า... ที่นี่มีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้น!"
เมื่อสิ้นเสียงของเขา...
ทั่วทั้งบริเวณก็เกิดความแตกตื่นขึ้นมาทันที!
อะไรนะ?
คดีฆาตกรรม?
ทุกคนอึ้งไปเลย!
อึ้งจนทำอะไรไม่ถูก
คดีฆาตกรรมอะไรกัน?
มันก็แค่เนื้อชิ้นหนึ่งไม่ใช่เหรอ?
หรือว่า... !
นี่จะไม่ใช่เนื้อนกกระจอกเทศ?
แต่เป็น... !
ซี้ด~~~
ทุกคนแทบไม่กล้าคิดต่อ
แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่...
แต่การที่ฟางหยางกล้าพูดแบบนี้...
มันก็ต้องมีเหตุผลของเขาแน่นอน
ดังนั้น เพื่อนร่วมงานที่อยู่ข้างๆ จึงรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรแจ้งความกับสถานีตำรวจทันที
ชาวเน็ตในห้องถ่ายทอดสดเองก็ตกตะลึงไปตามๆ กัน
[ความนิยม] +1+1+1+1....
[ความนิยม] +1+1+1+1....
...
—— [พระเจ้าช่วย! เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? ทำไมจู่ๆ ถึงกลายเป็นคดีฆาตกรรมไปได้ล่ะ? หรือว่าเนื้อชิ้นนั้นมันคือ...]
—— [ถึงฉันจะไม่แน่ใจว่านี่คือเนื้อคน แต่ฉันกล้ายืนยันได้เลยว่านี่ไม่ใช่เนื้อนกกระจอกเทศแน่ๆ ฉันเคยกิน สีมันไม่ใช่แบบนี้ ชายชราคนนี้โกหก!]
—— [ตื่นเต้นชะมัด! เมื่อเช้าก็นึกว่าเป็นศพ ที่แท้ก็เป็นฟิกเกอร์ ตอนนี้มาของจริงเลยเหรอเนี่ย? แต่มันเป็นแค่ชิ้นเนื้อชิ้นเดียว ใครจะไปดูออกล่ะ ฉันว่ามันดูไม่ต่างจากเนื้อหมูเลยนะ ฟางหยางจะเข้าใจผิดไปเองหรือเปล่าเนี่ย?]
—— [ฉันก็ว่ามันไม่น่าจะเป็นไปได้นะ จะมีใครกล้าเอาเนื้อคนขึ้นเครื่องบินด้วยเหรอ นี่มันโรคจิตเกินไปแล้วนะ อีกอย่าง เขามองแค่แวบเดียวก็รู้เลยเหรอว่าเป็นเนื้ออะไร? ระวังจะหน้าแตกเหมือนเมื่อเช้านะ]
....
เวลาผ่านไปไม่นาน
หน่วยสืบสวนคดีอาญาของสถานีตำรวจประจำสนามบิน ก็รีบเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว
หัวหน้าทีมแซ่ฉี อายุประมาณสี่สิบปี
เขามองเนื้อในกระเป๋าเดินทางสลับกับมองฝูงชน
ก่อนจะเอ่ยถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "เกิดอะไรขึ้น? ไหนบอกว่ามีคดีฆาตกรรมไง?"
เมื่อสิ้นคำถาม...
สายตาทุกคู่ก็จับจ้องไปที่ฟางหยางโดยไม่ได้นัดหมาย
หัวหน้าทีมฉีขมวดคิ้ว "คุณเป็นคนแจ้งความเหรอ?"
ฟางหยางพยักหน้า "ใช่ครับ ผมเอง!"
"แล้วคดีฆาตกรรมล่ะ? อยู่ไหน?"
"ก็อยู่ตรงหน้าคุณนี่ไง"
คำตอบที่คลุมเครือนี้ ทำให้หัวหน้าทีมฉีถึงกับงุนงง
เขามองซ้ายมองขวา นอกจากเนื้อชิ้นใหญ่ที่วางเด่นเป็นสง่าอยู่ชิ้นหนึ่งแล้ว
ก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติเลย
ทีนี้ เขาชักจะเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาแล้ว
เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน
"พ่อหนุ่ม การแจ้งความเท็จมันมีความผิดนะรู้ไหม?"
"ตามกฎหมายแล้ว คุณต้องถูกควบคุมตัวเพื่อดัดนิสัยนะรู้หรือเปล่า!!"
ฟางหยางยิ้มอย่างอ่อนใจ
"คุณตำรวจครับ ผมไม่ได้โกหกจริงๆ นะ"
"เนื้อชิ้นที่อยู่ตรงหน้าคุณเนี่ย มันคือเนื้อคน"
"เนื้อชิ้นใหญ่ขนาดนี้ คงไม่ได้เฉือนมาจากเนื้อตัวเองหรอกมั้งครับ"
"นอกเสียจากว่า... คุณก็รู้ความหมายดี!"
ซี้ด~~
หัวหน้าทีมฉีชะงักไปเล็กน้อย
เขาก้มลงมองเนื้อในกระเป๋าอย่างพินิจพิเคราะห์
มันชิ้นใหญ่จริงๆ
ดูจากสายตาก็น่าจะหนักประมาณสองกิโลครึ่งได้
ถ้าเป็นเนื้อคนจริงๆ การจะเฉือนเนื้อตัวเองออกมาขนาดนี้มันเป็นไปไม่ได้เลย
แต่ปัญหาคือ... !
คุณบอกว่ามันเป็นเนื้อคน แล้วมันจะเป็นเนื้อคนตามที่คุณบอกงั้นเหรอ?
หัวหน้าทีมฉีเอ่ยถามด้วยความสงสัย "คุณแน่ใจได้ยังไงว่านี่คือเนื้อคน? ผมดูยังไงก็เหมือนเนื้อหมูมากกว่านะ"
ยังไม่ทันขาดคำ...
ชายชราที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็รีบพูดแทรกขึ้นมาทันที "คุณตำรวจครับ นี่ไม่ใช่เนื้อหมู หรือเนื้อคนอะไรทั้งนั้นแหละครับ แต่มันคือเนื้อนกกระจอกเทศ!"