เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12 ผู้บัญชาการเรือนจำช็อก ผู้จัดการอึ้ง!

ตอนที่ 12 ผู้บัญชาการเรือนจำช็อก ผู้จัดการอึ้ง!

ตอนที่ 12 ผู้บัญชาการเรือนจำช็อก ผู้จัดการอึ้ง! 


ตอนที่ 12 ผู้บัญชาการเรือนจำช็อก ผู้จัดการอึ้ง!

แต่ในทางกลับกัน ยิ่งความเสี่ยงสูง...

โอกาสคว้าแชมป์ก็ยิ่งสูงตามไปด้วย

ทว่าไม่ว่าจะเป็นอาชีพไหน...

การมีเงินทุนเริ่มต้นมากกว่าหนึ่งหมื่นหยวนตั้งแต่วันแรก...

ก็เปรียบเสมือนภูเขาลูกใหญ่ที่กดทับลงมา

ยากที่จะก้าวข้ามไปได้

ดังนั้น ทุกคนจึงกำลังถกเถียงกันอย่างดุเดือด

ถ้านับรวมเงินก้อนนี้เข้าไป เขาก็จะทิ้งห่างผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ไปไกลลิบเลย

ดูเหมือนจะไม่ค่อยยุติธรรมเท่าไหร่

แม้ว่าฟางหยางจะทะยานเข้าสู่ท็อปเท็นได้ภายในวันเดียว

แต่อันดับของเขาก็ยังถือว่ารั้งท้ายที่สุดในกลุ่มผู้นำอยู่ดี

ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ มียอดแฟนคลับรวมกันแล้วมากกว่าหลายล้านคน

ต้องไม่ลืมนะว่า ผู้เข้าแข่งขันที่พวกเขาสนับสนุนน่ะ...

วันแรกทำเงินได้แค่ไม่กี่ร้อย หรืออย่างมากก็พันกว่าหยวนเท่านั้น

แต่หมอนี่กลับโชคดี เป็นแค่พนักงานตรวจความปลอดภัยแท้ๆ แต่กลับทำเงินได้ตั้งหมื่นกว่าหยวนตั้งแต่วันแรก

แล้วแบบนี้ แฟนคลับของคนอื่นๆ จะยอมอยู่เฉยๆ ได้เหรอ?

เพื่อเป็นการสนับสนุนผู้เข้าแข่งขันที่ตัวเองชื่นชอบ พวกเขาอาจจะรวมหัวกันโจมตีฟางหยางก็ได้

ถึงตอนนั้น ข่าวแง่ลบก็จะถาโถมเข้ามาไม่ขาดสาย

แล้วมันจะส่งผลกระทบต่อรายการขนาดไหนกัน

แต่ถ้าไม่นับรวมเงินก้อนนี้...

สำหรับผู้เข้าแข่งขันที่ต้องรับเงินเดือนตายตัว มันก็ยิ่งไม่ยุติธรรมเข้าไปใหญ่

ถ้าอย่างนั้น คนที่จับฉลากได้งานพนักงานเสิร์ฟ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พนักงานตรวจความปลอดภัย ที่ได้เงินเดือนตายตัว...

ก็สามารถถอนตัวออกจากการแข่งขันได้เลยตั้งแต่เนิ่นๆ ใช่ไหมล่ะ?

ในเมื่อไม่มีโอกาสคว้าแชมป์อยู่แล้ว...

จะมัวมาเสียเวลาเล่นเป็นตัวประกอบให้พวกที่จับฉลากได้งานดีๆ ทำไม?

เสียเวลาเปล่า!

ไม่นานนัก ผู้บริหารร่างท้วมคนหนึ่งก็ลุกขึ้นยืน

และเอ่ยอย่างฉะฉาน "นับสิครับ! ทำไมจะไม่นับล่ะ? นั่นมันเงินที่เขาหามาได้ด้วยความสามารถของตัวเองแท้ๆ ไม่ได้ไปสมรู้ร่วมคิดกับใครโกงมาเสียหน่อย!"

"มีคลิปวิดีโอเป็นหลักฐานชัดเจน ใครจะกล้าหาว่าเขาจัดฉากล่ะ?"

"อีกอย่าง เขาก็เป็นแค่พนักงานตรวจความปลอดภัย ถ้าให้แข่งกันด้วยเงินเดือนตายตัว เขาก็ไม่มีทางคว้า

แชมป์ได้หรอก"

"ถ้าเป็นแบบนั้น แล้วรายการของเราจะมีจุดประสงค์ไปเพื่ออะไรล่ะ? ใครจับได้งานดีก็เป็นแชมป์ไปเลยงั้นสิ?"

"ดังนั้น เงินที่เขาหามาได้จากการทำหน้าที่ของตัวเอง ก็สมควรที่จะถูกนับรวมเข้าไปด้วย"

"แบบนี้ ไม่ว่าผู้เข้าแข่งขันจะจับฉลากได้งานอะไร พวกเขาก็ยังมีโอกาสที่จะต่อสู้เพื่อคว้าชัยชนะได้"

"และนี่... ก็คือจุดประสงค์ที่แท้จริงของรายการเราไม่ใช่เหรอครับ!"

สิ้นคำพูดของเขา เสียงปรบมือก็ดังกึกก้องไปทั่วทั้งห้องประชุม

"ใช่! พูดได้ดีมาก สมควรนับรวมเข้าไปด้วย"

"ถูกต้อง! แบบนี้สิถึงจะเรียกว่ายุติธรรม!"

"ใครบอกว่าไม่สมควรนับ ก็ลองให้ไปทำข่าวขึ้นหน้าหนึ่งคำค้นหายอดฮิตสักสองสามข่าวดูสิ"

"จริงด้วย เมื่อคืนฉันก็ดูคลิปวิดีโอเหมือนกัน น่าทึ่งมากจริงๆ"

แม้แต่คนที่เคยคัดค้านก่อนหน้านี้ ก็พากันเงียบกริบ

นั่นน่ะสิ!

เขาใช้ความสามารถของตัวเองหาเงินมาได้ ทำไมถึงจะไม่นับรวมล่ะ

ผู้จัดการมองสถานการณ์ที่พลิกผันไปในทิศทางเดียวกัน

มุมปากของเขาก็ปรากฏรอยยิ้มบางๆ "ในเมื่อทุกท่านเห็นพ้องต้องกัน ก็ไม่มีอะไรต้องพูดอีกแล้ว"

"เอาล่ะ งั้นก็ดำเนินการตามปกติต่อไป เลิกประชุมได้!"

ทว่า ในตอนนั้นเอง...

ผู้บริหารคนหนึ่งก็เอ่ยถามขึ้นมาเสียงอ่อย

"ผู้จัดการครับ... ตามหลักแล้วหมายเลข 88 ควรจะเข้างานได้แล้ว แต่เขายังนอนหลับปุ๋ยอยู่เลย... แบบนี้ถือว่าขาดงานหรือเปล่าครับ!!"

"จะให้ติดต่อเขาไหมครับ..."

เมื่อได้ยินคำถามนี้

ทุกคนในที่ประชุมต่างก็มีสีหน้าปั้นยาก

ผู้จัดการยิ้มอย่างอ่อนใจ "ทีมงานรายการจะไม่เข้าไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของผู้เข้าแข่งขันเด็ดขาด นอกเสียจากว่าจะมีกรณีฉุกเฉิน"

"เรื่องที่เขานอนตื่นสายจนขาดงาน ทางสนามบินก็คงจะหักเงินเดือนเขาเองแหละ เราไม่จำเป็นต้องไปยุ่งหรอก"

"แต่ว่า..." ผู้บริหารคนเดิมมีท่าทีอึกอัก แต่ก็ยังฝืนพูดต่อ "แต่ว่าตอนนี้ในห้องถ่ายทอดสดของเขามีคนดูออนไลน์ตั้งสองแสนกว่าคน แล้วทุกคนก็ไม่ได้เห็นหน้าสตรีมเมอร์เลย นี่มัน... จะไม่ดู..."

ยังไม่ทันพูดจบ

สีหน้าของทุกคนในห้องประชุมก็แข็งค้างไป

พอคิดถึงภาพบรรยากาศในห้องถ่ายทอดสด...

ก็พูดไม่ออกเลย!

ปกติมีแต่สตรีมเมอร์มารอคนดู

แต่นี่หมายเลข 88 กลับปล่อยให้คนดูมารอ

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย

ผู้จัดการถอนหายใจอย่างปลงตก "ช่างเถอะ... ปล่อยเขาไปเถอะ... ฉันว่าเดี๋ยวอีกสักพักเขาก็คงจะตื่นเองแหละมั้ง..."

ถูกต้องแล้ว!

อีกสักพักฟางหยางก็ตื่นจริงๆ

เพียงแต่คำว่า 'อีกสักพัก' ของเขาน่ะ...

มันปาเข้าไปสิบโมงเช้าแล้ว

และวินาทีที่เขาปรากฏตัวบนหน้าจอห้องถ่ายทอดสด...

ชาวเน็ตต่างก็สติแตกกันถ้วนหน้า

[ความนิยม] +1+1+1+1....

[ความนิยม] +1+1+1+1....

...

—— [ในที่สุด... ฉันนั่งรอมาตั้งสี่ชั่วโมงเต็มๆ สตรีมเมอร์ แกคอยดูนะ เดี๋ยวฉันจะไปหาของในครัวส่งไปให้กิน!]

—— [อุตส่าห์ตื่นเต้นมารอดูไลฟ์สด แต่ยังไม่ทันจะได้ดูอะไรดีๆ ก็ต้องมาอารมณ์เสียซะก่อน ไม่เคยเจอใครทำตัวไม่น่าเชื่อถือขนาดนี้มาก่อนเลย]

—— [สตรีมเมอร์จะเริ่มทำงานเมื่อไหร่เนี่ย? วันนี้ตั้งใจจะตรวจเจออะไรอีกล่ะ?]

—— [จะมีคดีลักลอบขนของเถื่อนอะไรให้เขาตรวจเจอนักหนา เมื่อวานมันก็แค่เรื่องบังเอิญเท่านั้นแหละ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าวันนี้เขาจะก่อเรื่องใหญ่โตอะไรได้อีก]

....

ฟางหยางมองดูเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์

ก่อนจะตบต้นขาฉาดใหญ่

"แย่แล้ว! สายแล้ว!"

ช่างภาพเองก็ลุกลี้ลุกลนจนทำอะไรไม่ถูก

ทั้งสองคนไม่มีเวลาแม้แต่จะกินข้าวเช้า

รีบล้างหน้าแปรงฟันลวกๆ แล้วพุ่งตัวออกจากห้องพัก ตรงดิ่งไปยังจุดตรวจความปลอดภัยทันที

วันนี้จุดที่เขาต้องทำงานสลับกับเมื่อวาน

ตอนเช้าทำงานที่ทางออก ตอนบ่ายทำงานที่ทางเข้า

เพียงแต่... เมื่อเขาเห็นร่างที่คุ้นเคยของผู้จัดการทั่วไปยืนอยู่ตรงนั้น

เขาก็ถึงกับขนลุกซ่าน

พระเจ้าช่วย!

ผีหลอกกลางวันแสกๆ!

ผู้จัดการทั่วไปมาทำอะไรที่นี่?

หรือว่าจงใจมาจับผิดเขาโดยเฉพาะ?

ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว

ฟางหยางจำใจต้องเดินเข้าไปหา

ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

ในหัวกำลังคิดหาวิธีแก้ตัว

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปาก...

ผู้จัดการทั่วไปก็หันมาเห็นเขาพอดี

เขาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะร้องเรียก "ฟางหยาง!!"

ฟางหยางยิ้มแห้งๆ "ผู้จัดการครับ... อรุณสวัสดิ์ครับ!!"

มุมปากของผู้จัดการทั่วไปกระตุกอย่างควบคุมไม่อยู่

นี่มันจะเที่ยงอยู่แล้ว แกเพิ่งจะโผล่หัวมาทำงาน

ยังมีหน้ามาพูดอรุณสวัสดิ์อีกเหรอ?

ทว่า สิ่งที่เหนือความคาดหมายของทุกคนก็คือ...

ผู้จัดการทั่วไปไม่ได้พูดจาต่อว่าต่อขานอะไรให้ระคายหูเลย

เขาเพียงแค่ถอนหายใจอย่างอ่อนใจ

"เมื่อเช้า กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติจิงตูติดต่อผมมา พวกเขาอยากจะให้คุณไปช่วยถ่ายทำโฆษณารณรงค์ต่อต้านยาเสพติดน่ะ"

"เรื่องเมื่อวานส่งผลกระทบใหญ่โตมาก คุณดังใหญ่แล้วนะ!"

"ตอนแรกผมกะจะให้คนอื่นมาแจ้งคุณ"

"แต่ดันมีโทรศัพท์จากเรือนจำแห่งที่สองโทรมาหาคุณอีก"

"เรือนจำโทรมาหาคุณทำไม? คุณไม่ได้ไปก่อเรื่องอะไรไว้ใช่ไหม?"

"คุณทำแบบนี้ แล้วจะให้ผมไปอธิบายกับกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติดยังไง!!"

เมื่อได้ยินคำพูดของผู้จัดการทั่วไป พนักงานที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างก็อดอิจฉาไม่ได้

เป็นแค่พนักงานใหม่แท้ๆ

มาทำงานสายก็ไม่โดนลงโทษ

แถมยังมีคนเชิญไปถ่ายโฆษณารณรงค์อีก

แถมผู้จัดการทั่วไปยังมาแจ้งข่าวด้วยตัวเอง

ช่างได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงจริงๆ!

ฟางหยางเองก็ชะงักไปเล็กน้อยเช่นกัน

ถ่ายโฆษณารณรงค์ต่อต้านยาเสพติด?

เขาดังแล้วเหรอ?

เขาไม่เห็นสถานการณ์ในห้องถ่ายทอดสด และทีมงานรายการก็ไม่อนุญาตให้ดู

ดังนั้น เขาจึงไม่รู้เลยว่าตอนนี้ห้องถ่ายทอดสดของเขามีสภาพเป็นยังไง

เพียงแต่ระดับผู้บริหารอย่างผู้จัดการทั่วไป...

ยอมสละเวลาเดินทางมาหาเขาด้วยตัวเอง เพียงเพราะโทรศัพท์จากเรือนจำแค่สายเดียว...

มันก็ทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งใจอยู่ไม่น้อย

ในขณะที่เขากำลังจะอ้าปากอธิบาย...

ทันใดนั้น!

ก็มีชายในเครื่องแบบผู้คุมเรือนจำหลายคนเดินเข้ามาจากประตูทางเข้า

หนึ่งในนั้น พอเห็นหน้าฟางหยาง...

แววตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมา เขาส่งยิ้มและเอ่ยทักทาย "ฟางหยาง!"

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ ทำเอาผู้จัดการทั่วไปและคนอื่นๆ ถึงกับงุนงง

ฟางหยางยิ้มตอบ "สวัสดีครับผู้บัญชาการเขต!"

หลังจากพูดจบ เขาก็เพิ่งสังเกตเห็นว่า...

เบื้องหน้าของผู้บัญชาการเขต มีชายวัยราวห้าสิบปียืนอยู่

ชายผู้นี้มีใบหน้าที่ดูน่าเกรงขาม และมีสีหน้าเรียบเฉย

เห็นได้ชัดว่าตำแหน่งของเขาต้องสูงกว่าผู้บัญชาการเขตแน่นอน

ชายผู้นั้นมองมาที่ฟางหยาง พร้อมกับเผยรอยยิ้มบางๆ

"สวัสดีครับ ผมคือผู้บัญชาการเรือนจำแห่งที่สองเมืองจิงตู"

"เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน พวกเขาเล่าให้ผมฟังอย่างละเอียดแล้วล่ะ"

"ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณคุณมากที่แจ้งเบาะแส ทำให้พวกเราได้รับรู้ถึงวิธีการลักลอบขนของเถื่อนที่แนบเนียนด้วยนกพิราบสื่อสาร"

"และนอกจากนี้ ด้วยความช่วยเหลือของคุณ พวกเราได้ร่วมมือกับทางตำรวจ ทลายแก๊งลักลอบขนของเถื่อนรายใหญ่ ที่มีมูลค่าการซื้อขายกว่าร้อยล้านหยวนได้สำเร็จภายในคืนเดียว"

"วันนี้ที่ผมตั้งใจมาหาคุณ ก็เพื่อจะมอบใบประกาศเกียรติคุณ เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณครับ"

พูดจบ เขาก็หันไปรับใบประกาศเกียรติคุณจากผู้คุมเรือนจำ แล้วยื่นส่งให้ฟางหยาง

เอาล่ะสิทีนี้ รวมทั้งฟางหยางด้วย...

ทุกคนในที่นั้นถึงกับอ้าปากค้าง

ผู้บัญชาการเรือนจำลงทุนเดินทางมามอบใบประกาศเกียรติคุณด้วยตัวเองเลยเหรอ?

เมื่อคืนหมอนี่ไปทำวีรกรรมอะไรมาเนี่ย?

เมื่อฟางหยางตั้งสติได้ เขาก็รีบยื่นมือไปรับใบประกาศเกียรติคุณ

พร้อมกับยิ้มตอบ "แหม เกรงใจจังเลยครับ... ก็แค่เรื่องเล็กน้อยเอง!"

ยังไม่ทันขาดคำ...

ผู้บัญชาการเขตก็รีบแทรกขึ้นมาทันที "เรื่องเล็กน้อยที่ไหนกันล่ะครับ"

"จากคำให้การของนักโทษ เขาบอกว่าใช้วิธีนี้ลักลอบขนของเถื่อนมาเป็นปีแล้ว"

"ถ้าเมื่อคืนคุณไม่โผล่มา ผมว่ากว่าเราจะรู้ตัว เขาก็คงพ้นโทษออกไปแล้วล่ะครับ"

"และอีกอย่าง เมื่อคืนทางหน่วยปราบปรามอาชญากรรมก็ได้ทำการสืบสวนขยายผลแก๊งลักลอบขนของเถื่อนแก๊งนี้ข้ามคืนเลย"

"ผลปรากฏว่า พวกมันไม่ได้ลักลอบขนยาเส้นเข้าเรือนจำแค่นั้นนะครับ"

"พวกมันยังมีเครือข่ายเชื่อมโยงไปถึงทางตอนเหนือของพม่าด้วยซ้ำ!"

"พูดง่ายๆ ก็คือ... ความบังเอิญของคุณ ได้ช่วยเหลือครอบครัวไว้ได้อีกนับไม่ถ้วนเลยล่ะครับ"

เมื่อทุกคนได้ฟังคำอธิบายของผู้บัญชาการเขต...

ก็รู้สึกเหมือนสมองอื้ออึงไปชั่วขณะ

ถ้าบอกว่าเมื่อกี้แค่งุนงง...

ตอนนี้ก็ต้องบอกว่าช็อกตาตั้งแล้ว

แม้แต่ผู้โดยสารที่เดินผ่านไปมา ก็ยังหยุดชะงัก

และหันมามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ผู้จัดการทั่วไปหัวเราะพลางตบไหล่ฟางหยางเบาๆ

"เอาล่ะสิ ตอนแรกฉันยังกังวลอยู่เลยว่านายไปก่อเรื่องอะไรมาหรือเปล่า"

"ที่แท้นายก็แอบไปรับจ๊อบเป็นพนักงานตรวจความปลอดภัยให้พวกเขาตอนกลางคืนนี่เอง?"

"มิน่าล่ะ วันนี้นายถึงได้ตื่นสายขนาดนี้"

"ในเมื่อพวกเขาบอกว่านายไปทำความดี งั้นฉันจะละเว้นโทษมาสายของนายในวันนี้ก็แล้วกัน"

"อย่าให้มีครั้งหน้านะ!!"

ฟางหยางรีบยิ้มและกล่าวขอบคุณ "รับรองว่าไม่มีครั้งหน้าแน่นอนครับ!"

ผู้บัญชาการเขตมองดูทั้งสองคนสนทนากัน จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย

"ท่านนี้คือ..."

"อ้อ~~ เขาเหรอครับ~~ เขาคือผู้จัดการทั่วไปของที่นี่น่ะครับ"

ซี้ด~~~

เมื่อได้ยินคำเรียกขานนี้...

ผู้บัญชาการเรือนจำและผู้บัญชาการเขตก็ถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึก

พวกเขารีบยกมือขึ้นทำความเคารพทันที

"ที่แท้ผู้จัดการทั่วไปนี่เอง ขออภัยด้วยครับที่เสียมารยาท"

พูดเป็นเล่นไป!

แม้เขาจะถูกเรียกว่าผู้จัดการทั่วไป...

แต่ตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของท่าอากาศยานนานาชาติจิงตูนั้น มีระดับเทียบเท่ากับข้าราชการระดับสูงเลยนะ

แถมอย่างต่ำสุดก็ต้องเป็นระดับรองอธิบดี

นี่มันหมายความว่ายังไงน่ะเหรอ

ก็หมายความว่า รองอธิบดีคนหนึ่ง มีอำนาจมากพอที่จะเป็นนายกเทศมนตรีของเมืองระดับจังหวัดได้สบายๆ เลยไงล่ะ

ซึ่งก็เท่ากับว่า คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา ก็คือนายกเทศมนตรีนั่นเอง!

แล้วพวเขาเป็นใครล่ะ

คนหนึ่งเป็นแค่ผู้อำนวยการกอง อีกคนเป็นแค่หัวหน้าแผนก

แม้ว่าในถิ่นของตัวเอง พวกเขาจะเป็นใหญ่...

แต่ถ้าเทียบระดับตำแหน่งกันแล้ว มันห่างชั้นกันลิบลับเลยนะ!

บุคคลระดับบิ๊กเบิ้มแบบนี้ ทำไมถึงมาสนิทสนมกับฟางหยางได้ขนาดนี้?

ตกลงฟางหยางเป็นใครกันแน่?

ในวินาทีนี้ สายตาที่พวกเขามองฟางหยาง ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

ปล.ผู้จัดการทั่วไปถือเป็นกึ่งผู้บริหารระดับสูงสุดแล้วครับ รองแค่CEO MD คณะกรรมการต่างๆเฉยๆ

จบบทที่ ตอนที่ 12 ผู้บัญชาการเรือนจำช็อก ผู้จัดการอึ้ง!

คัดลอกลิงก์แล้ว